ตอนที่ 76 หมูตายไม่กลัวน้ำเดือด
คำพูดห้ามปรามของหยุนเยี่ยนไม่น่ากลัวแม้แต่น้อย
หยุนลี่เต๋อคือชายวัยกลางคนที่มักอบรมลูก ๆ ในทุกวันและให้พวกเขาท่องซ้ำไปมาว่า… แม้เป็นทางลาดชันก็อย่าได้ท้อถอย จงตั้งมั่นและยืนหยัดอย่างมั่นคง
โบราณกล่าวว่าลูกกตัญญูจะต้องอยู่ในโอวาท หากหยุนเชวี่ยมีนิสัยเกเรเช่นหยุนอี้ หยุนลี่เต๋อต้องตัดหางของนางปล่อยวัดแน่
ภาพน่ากลัวพลันผุดขึ้นมาในสมองของหยุนเชวี่ย เมื่อคิดเช่นนั้น นางจึงแลบลิ้นออกมา “ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่อยากปรึกษากับเขานิดหน่อยน่ะ”
หยุนเยี่ยนคลี่เส้นบะหมี่ที่เพิ่งรีดลงไปในหม้อต้มน้ำ “เกิดอะไรขึ้น?”
“เอ่อคือ…” หยุนเชวี่ยจับมือของพี่สาวข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งจับมือของเสี่ยวอู่ไว้ ทั้งสามคนโน้มตัวเข้ามาใกล้กันพลางกระซิบ
“เจ้าจะทำอย่างไรหากท่านปู่รู้ความจริง?”
“ทำอย่างไรน่ะหรือ” นางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ “ข้าก็จะไม่ยอมรับ”
หยุนเยี่ยน…
มันจะไม่ร้ายกาจไปหน่อยหรือ?
เสี่ยวอู่…
เหตุใดอุปนิสัยเช่นนี้ช่างดูคุ้นเคยนัก?
หยุนเชวี่ยหรี่ตาลงพลางเผยสายตาเจ้าเล่ห์ราวจิ้งจอก “มันเรียกว่าแผนตอบโต้”
หยุนเยี่ยน “หืม?”
เสี่ยวอู่ครุ่นคิดว่าพี่สาวคนรองของเขาช่างฉลาดยิ่งนัก…
หยุนเยี่ยนใช้ตะเกียบม้วนบะหมี่ในหม้อสองครั้งก่อนคีบใส่ชาม เติมซุปไก่หนึ่งทัพพี ใส่ถั่วฝักยาว ไข่ทอดที่ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอ ขั้นตอนสุดท้ายโรยหัวหอมและต้นหอมหนึ่งหยิบมือลงไป
“ช่างกลมกล่อมเสียนี่กระไร” หยุนเชวี่ยเอนตัวพลางสูดหายใจเข้าลึกก่อนเอ่ยชม “คนที่ได้แต่งงานกับพี่สาวในอนาคตต้องโชคดีมากแน่ ๆ”
“หากพูดจาเหลวไหลอีก ข้าจะไม่ทำอาหารให้เจ้ากินแล้ว” หยุนเยี่ยนจ้องมองน้องสาวอย่างโกรธเคือง
หยุนเชวี่ยเบะปากไปทางเสี่ยวอู่ผู้ที่ส่งสายตาเย็นชาให้กับนาง
“ท่านพ่อบะหมี่พร้อมแล้วเจ้าค่ะ…”
หยุนเยี่ยนหยิบชามออกมาสองใบ นางใส่ไข่มากเป็นพิเศษในชามของหยุนลี่เต๋อ และยังโรยหัวหอมและต้นหอมลงในชามนั้นด้วย เด็กสาวคนนี้ช่างเป็นคนที่มีน้ำใจและรู้จักเอาใจใส่บิดาเป็นอย่างดี
“บะหมี่… ยังเหลืออยู่อีกหรือไม่?” หยุนลี่เต๋อเอ่ยถาม
“เหลือเจ้าค่ะ” หยุนเยี่ยนพยักหน้า “บะหมี่ที่เหลืออยู่ในหม้อข้าจะแบ่งไปให้ท่านปู่กับท่านย่าเจ้าค่ะ”
จากนั้นนางจึงหยิบชามสองใบออกมาอย่างรวดเร็ว
หยุนลี่เต๋อรู้สึกผิดเล็กน้อยก่อนถูมือเข้าด้วยกันพร้อมพูดอย่างตรงไปตรงมา “เยี่ยนเอ๋อทั้งฉลาดและกตัญญูยิ่ง”
เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดแม่นางเหลียนและลูก ๆ ทั้งสามคนของเขาถึงไม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีจากคนในบ้าน แม้ตนจะส่งอาหารหรือเครื่องดื่มรสเลิศไปให้ทุกคนก็ตาม
ถึงกระนั้นลูก ๆ ทั้งสามคนของเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้มากนัก และไม่อายที่จะบอกคนอื่นว่ามีเขาเป็นพ่อ
เมื่อคิดเช่นนั้น หัวใจของเขาพลันอบอุ่นขึ้นมาทันที
“เดี๋ยวข้าเอาไปส่งเอง” หยุนเชวี่ยกล่าวอาสาพลางเอื้อมมือไปถือชามทันทีที่บะหมี่ถูกจัดลงจาน
หยุนเยี่ยนเป็นเด็กสาวขี้อาย หยุนเชวี่ยรู้ดีว่าแม่นางเฉินมีนิสัยที่แท้จริงเป็นอย่างไร ‘หมูตายไม่กลัวน้ำเดือด*’
*หมูตายไม่กลัวน้ำเดือด หมายถึง หน้าด้าน หน้าทน
ทุกคนภายในห้องโถงเพิ่งรับประทานอาหารเสร็จ ในขณะที่หยุนชิ่วเอ๋อและแม่นางจ้าวยังคงไม่กลับมา
อาหารบนโต๊ะยังคงมีแต่รายการเดิมเช่นมะระขาวต้ม มะเขือยาวต้ม ซึ่งผักเหล่านั้นยังสุกไม่ได้ที่ อีกทั้งมีชั้นน้ำมันลอยบนผิวน้ำซุป
“น้ำมันต้องใช้เงินซื้อมาไม่ใช่หรือ? ข้าบอกเจ้าหลายครั้งแล้วว่าให้เจ้าค่อย ๆ เทลงในหม้อ เจ้าเอาความจำเหล่านั้นไปทิ้งให้หมากินหมดแล้วหรืออย่างไร… ลูกสะใภ้สาม!”
แม่เฒ่าจูกระแทกตะเกียบลงบนโต๊ะ
“ตึง!”
แม่นางเฉินละสายตาจากชามบะหมี่สองชามในมือของหยุนเชวี่ยพลางกลืนน้ำลาย “ท่านแม่พูดว่าอะไรหรือเจ้าคะ?”
แม่เฒ่าจูแค่นเสียงก่อนด่าทอ “เจ้าช่างไร้ประโยชน์เสียจริง เห็นอาหารดีกว่าพ่อผัว!”
แม่นางเฉินแสยะยิ้มอย่างไร้ยางอาย “แล้วทำไมท่านแม่ถึงไม่ปรนนิบัติท่านพ่อเองล่ะเจ้าคะ”
ใบหน้าของหญิงชราหมองคล้ำขึ้นด้วยความโกรธ
แม่เฒ่าจูเกรงว่าหากไม่สงบสติอารมณ์นางคงต้องพ่นคำหยาบออกมาเป็นแน่
หยุนเชวี่ยรู้สึกประทับใจกับการกระทำของแม่นางเฉินจึงอดไม่ได้ที่หัวเราะขณะวางชามบะหมี่ลงบนโต๊ะ
“ท่านปู่ ท่านย่า ท่านพ่อวานให้ข้าเอาบะหมี่มาให้เจ้าค่ะ”
เส้นบะหมี่นั้นเป็นเส้นใหญ่และมีไข่อยู่ในชาม น้ำซุปมีสีเหลืองนวลชวนอยากอาหาร เนื่องจากถูกเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจึงทำให้น้ำซุปมีกลิ่นหอมกรุ่น
แม่นางเฉินผู้ที่ไม่ได้รับประทานเนื้อมาหลายวันจ้องมองชามบะหมี่อย่างไม่ละสายตาจนน้ำลายไหลออกมาตรงมุมปาก
“เชวี่ยเอ๋อ เหตุใจถึงไม่บอกเล่าว่าครอบครัวของเจ้าอยู่ดีกินดีถึงเพียงนี้? ไม่อยากให้อาสะใภ้สามกินด้วยรึ จุ๊ ๆ!”
หยุนลี่เซี่ยวกระดิกขาอย่างเกียจคร้าน “หึ เมื่อไม่มีการแยกจากก็ไม่มีใครสามารถครอบครองได้ หลังจากแยกครอบครัวออกไป เขากลับกินอาหารดี ๆ อย่างนี้โดยไม่แบ่งพวกเราได้อย่างไร… พี่รองเป็นคนอย่างไรกัน?”
หยุนเชวี่ยไม่แม้แต่จะชายตามองเขา
แอ่งโคลนไร้ประโยชน์ หาคุณค่าไม่ได้
หยุนลี่จงนั่งตัวตรงมองเหตุการณ์ตรงหน้าโดยไม่เอื้อนเอ่ยคำใด
“ชายชราพยักหน้าพลางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เจ้ากลับไปกินข้าวเถอะ”
แม่เฒ่าจูเริ่มอารมณ์เย็นลง หางตากระตุกเล็กน้อยก่อนกล่าวประชดประชัน “โอ้ มาดูลูกเศรษฐีแสดงความเมตตาต่อพ่อแม่เถิด ลูกชายกตัญญูยิ่งนัก…”
หยุนเชวี่ยเผยสีหน้าเรียบเฉยไม่สนใจคำประชดประชันและเดินออกจากห้องไป
หยุนเยี่ยนชะโงกหน้ามองเข้าไปในห้องโถงใหญ่ เมื่อเห็นน้องสาวเดินออกมา นางก็รีบถือชามบะหมี่ไปให้ทันที “กินเร็วเข้า ก่อนที่มันจะจับตัวเป็นก้อน เดี๋ยวครั้งหน้าพี่จะเป็นคนเอาไปให้เอง”
หยุนเชวี่ยกินบะหมี่เข้าไปก่อนเลียมุมปาก “มีอะไรหรือ?”
“คำพูดของท่านย่าน่าอึดอัดใจยิ่ง…” หยุนเยี่ยนรู้สึกทุกข์ใจเพราะนางไม่อยากให้เชวี่ยเอ๋อต้องทนรับฟังคำด่าเหล่านั้น
เด็กผู้หญิงคนไหนไม่อ่อนไหวกับคำด่าทอบ้างเล่า
แต่หยุนเชวี่ยไม่อ่อนไหวกับคำเหล่านั้น นางเอียงศีรษะพลางแบมือออกไปด้านหน้า “ถ้าท่านย่ามีแรงด่าก็ด่ามาเถอะ ข้าหน้าทนอยู่แล้ว”
หยุนเยี่ยน…
เสี่ยวอู่…
นางพูดออกมาด้วยความภาคภูมิใจได้อย่างไร…
“แต่ข้ายังเทียบกับอาสะใภ้สามไม่ได้” หยุนเชวี่ยกล่าวขึ้นอีกครั้งก่อนยกชามขึ้นซดน้ำซุป
หยุนเยี่ยนยิ้มไม่ออก “เทียบไม่ได้อย่างไร?”
“ข้าจะบอกพวกเจ้าสองคนให้รู้ว่าอาสะใภ้สามเพิ่งถูกท่านย่าตำหนิว่าเห็นอาหารดีกว่าพ่อผัว พวกเจ้าลองเดาดูสิว่าอาสะใภ้สามพูดว่าอย่างไร?”
หยุนเยี่ยนและเสี่ยวอู่กะพริบตาด้วยความสงสัย
“นางตอบว่าท่านแม่ก็ปรนนิบัติท่านพ่อเองสิเจ้าคะ” หยุนเชวี่ยฉีกยิ้มพลางเลียนแบบท่าทีไร้ยางอายของแม่นางเฉิน
“พรืด… ฮ่าฮ่าฮ่า” หยุนเชวี่ยหันหน้าไปด้านข้างพลางระเบิดหัวเราะ
เสี่ยวอู่…
เหตุใดพี่รองถึงมีความสุขได้ทั้งวันเช่นนี้?
หยุนเชวี่ย “ฮ่าฮ่าฮ่า คำพูดของอาสะใภ้สามทำให้ข้าขำไปครึ่งปีแล้ว…”
หยุนเยี่ยน “รีบกินเถอะ ในหม้อยังมีบะหมี่เหลืออยู่ ข้าเก็บขาไก่ไว้ให้เจ้าแล้ว”
ความคิดของเสี่ยวอู่ “อะไรจะตลกเพียงนั้น พี่รองมักทำตัวราวกับเด็กเสมอ”
ฝั่งตะวันตก
หยุนลี่เต๋อป้อนอาหารกลางวันให้แม่นางเหลียน เมื่อนางกินเสร็จเขาจึงวางชามและนั่งลงข้างเตียง
“ถ้ายังนอนอยู่เช่นนี้ ข้าคงป่วยไปอีกนานแน่”
“เจ้ายังทำงานหนักไม่ได้” หยุนลี่เต๋อคีบไข่ในชามขึ้นมาก่อนยื่นให้ภรรยา “กินอีกสิ”
หยุนลี่เต๋อรู้สึกกังวลจนนอนไม่หลับทั้งคืน แม้แต่ตอนนี้ที่มีแม่นางเหลียนนั่งอยู่ข้าง ๆ ความกังวลของเขาก็ยังไม่เลือนหาย
“ฟังดี ๆ สิ เด็กสามคนนั้นกำลังหัวเราะเรื่องอะไรอยู่?” แม่นางเหลียนได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นด้านนอกห้องพลางเบะปากอย่างไม่รู้ตัว
“ลูก ๆ ของเราฉลาดมาก” หยุนลี่เต๋อเผยสีหน้ามีความสุข “เยี่ยนเอ๋อเป็นคนชอบเอาใจใส่ เชวี่ยเอ๋อมีไหวพริบ ส่วนเสี่ยวอู่ต้องประสบความสำเร็จในอนาคตแน่”
“ฟังนะ ท่านเป็นพ่อที่น่าภูมิใจมาก…”
“ในภายภาคหน้าลูก ๆ ของเราต้องมีความสุขแน่นอน”
หลังจากกินข้าวและทำความสะอาดหม้อเสร็จเรียบร้อย หยุนเชวี่ยจงใจเคาะประตูสามครั้งก่อนที่พี่น้องทั้งสามคนจะเดินเข้าไปในบ้าน