มู่หยิงเสวี่ย พยายามดึงแขนเสื้อของ หลินเฉิง จากนั้นเธอพยายามกดเสียงให้เบาที่สุดและพูดว่า “ หลินเฉิง ซุนเซียน คนนี้…ฉันเคยพบเขามาก่อน!ในตอนที่ฉันอยู่ในระดับมัธยมฉันเคยมาที่นี่พร้อมกับลุงของฉัน ซุนเซียน คนนี้ถือว่าเป็นศัตรูของลุง เขาเป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองเลขานุการของหวังฉวน แต่ตอนนี้เขาเป็นหัวหน้าทีมกักกัน….ฉันรู้สึกเป็นกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของลุงในตอนนี้!” เมื่อได้ยินคำพูดของ มู่หยิงเสวี่ย หลินเฉิง รู้สึกไม่สบายใจทันที เขาไม่ได้สนใจเขตทหารเหลียนเฉิง การที่เขามาที่นี่เพื่อยืนยันความคิดในใจของเขา แม้ว่าที่นี่จะไม่มีภัยคุกคามจากสัตว์ประหลาดเหล่านั้นแต่ภัยคุกคามจากเพื่อนมนุษย์เองก็น่ากลัวพอๆกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงหันไปหา มู่หยิงเสวี่ย และพูดว่า “ในตอนที่เธอเข้าไปยังจุดลงทะเบียนอย่าบอกชื่อจริง เธอจงใช้ชื่อเรียกว่า หลิวหยูเหมิง ในขั้นตอนการตรวจสอบเธอบอกว่าเธอเป็นพี่สาวของ หลิวยูฉิน เพื่อไม่ให้เกิดความสงสัย จากนั้นเมื่อเราเข้าไปด้านในเราค่อยรวมตัวกันใหม่อีกครั้ง อย่าพลีพลาม เข้าใจไหม?” เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินเฉิง เกี่ยวกับแผนการดังกล่าวมันทำให้ความไม่สบายใจของ มู่หยิงเสวี่ย ลดน้อยลงเธอพยักหน้าด้วยรอยยิ้มและติดตาม หลินเฉิง เพื่อเตรียมพร้อมกับ ตรวจสอบ ที่ด้านหน้าของพวกเขาคือพี่น้อง ซูหยวน และ ซูฉิน พวกเขาใช้พลังอยู่บ่อยครั้งดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะซ่อนมันต่อหน้าผู้คน เขาสาธิตอย่างใจกว้างมันทำให้ ซุนเซียน ต้อนรับอย่างมีความสุข “ซูหยวนใช่ไหม?สวัสดีผมคือ ซุนเซียน และเป็นเลขานุการและกรรมการทางฝ่ายการเมือง ความสามารถของคุณพิเศษมา!สิ่งที่พวกเราต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือคนที่มีความสามารถเช่นคุณ! ผมอยากจะถามว่าคุณมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมกับฝ่ายการเมืองของพวกเราหรือไม่ แน่นอนว่าด้วยความสามารถของคุณเราจะสามารถช่วยให้คุณทำสิ่งที่คุณต้องการนอกจากนี้ตราบใดที่คุณสัญญาว่าจะเข้าร่วมกับฝ่ายการเมืองของเราคุณจะได้รับรางวัลเพิ่มเติม!!” เมื่อได้ยินคำพูดของ ซุนเซียน ซูหยวน คิดอยู่ชั่วครู่และหัวเราะ “ขอบคุณครับสำหรับความสำคัญที่คุณมอบให้ ผมจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบอีกครั้งหลังจากที่ผมอยู่ที่นี่สักพัก ได้ไหม?” เมื่อ ซุนเซียน เห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้สัญญาว่าจะเข้าร่วมเขาขมวดคิ้วชั่วครู่ หลังจากฟังคำพูดของ ซูหยวน จากนั้นเขาหัวเราะเบาๆเลยตอบว่า “ได้! เมื่อคุณตัดสินใจได้แล้วสามารถไปที่อาคาร 1 ได้ทุกเวลา ผมหวังว่าคุณจะไม่ปล่อยให้ผมรอนาน การที่คุณผ่านด่านกักกันและได้ปลุกความสามารถขึ้นมา ผมคิดว่าคงไม่มีใครกล้าที่จะยั่วยุคุณ” หลังจากพยักหน้า ซุนเซียน ก็ก้าวออกไปเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบต่อไป ซูหยวน ยิ้มอย่างเยาะเย้ย จากนั้นเขาหันหน้าไปทาง หลินเฉิง และยิ้มให้กับ หลินเฉิง จากนั้นยืนรออยู่ข้างหน้าเพื่อรอการตรวจสอบขั้นต่อไป หลินเฉิง ติดตาม มู่หยิงเสวี่ย และ หลิวยูฉิน เดินผ่านด่านกักกันอย่างใจเย็น ในขณะที่ หลินเฉิง เดินพร้อมกับโคล่า เจ้าหน้าที่หนุ่มผู้รับผิดชอบการตรวจสอบ หลินเฉิง กำลังจะสอบถามทันใดนั้นเขาก็เห็นโคล่ายืนอยู่ที่เท้าของ หลินเฉิง เขาขมวดคิ้วทันทีและถามว่า “ทำไมจึงมีสุนัขอยู่ที่นี่!สัตว์ไม่ได้รับอนุญาตให้ปรากฏตัวในเขตปลอดภัย ฆ่ามันซะแล้วค่อยกลับมาตรวจสอบอีกครั้ง!” เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าหน้าที่หนุ่ม หลินเฉิง ถามอย่างเย็นชาว่า “ทำไมล่ะ?” เมื่อได้ยินคำถามของ หลินเฉิง เจ้าหน้าที่หนุ่มรู้สึกหงุดหงิดและพูดว่า “นายควรจะจัดการกับสุนัขของนายอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าจะพามันเข้าไปด้วยมันก็จะกลายเป็นอาหารของคนอื่น..” ทันใดนั้นเหมือนเจ้าหน้าที่หนุ่มรู้ตัวว่าเขาพูดบางอย่างที่ไม่เหมาะสมออกไป เขาจึงเงียบลงและโบกมือให้ หลินเฉิง ไปจัดการกับโคล่าซะ เมื่อเห็นทัศนคติของชายคนนี้ หลินเฉิง อยากจะมอบกำปั้นให้เขาแต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สามารถทำอะไรได้ในตอนนี้ เขาทำเพียงได้แต่อดทนและพยายามที่จะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาถูกหยุดด้วย ซูหยวน ผู้เห็นสถานการณ์นี้ หลังจาก ซูหยวน ห้ามปรามให้ หลินเฉิง หยุดพูดเขาหันหน้าไปหาทหารหนุ่มและส่งบุหรี่ให้จากนั้นพูดว่า “น้องชาย นี่คือเพื่อนของผม สุนัขนี้เป็นเพื่อนคนเดียวของเขา เขารับเลี้ยงมันตั้งแต่ยังไม่เกิดหายยานะดังนั้นความรู้สึกของพวกเขาจึงไม่ธรรมดา!เอางี้ไหมน้องชาย หากผมเข้าไปข้างในแล้ว น้องชายสะดวกเมื่อไหร่เราไปดื่มกันสักหน่อย!” เมื่อทหารหนุ่มเห็น ซูหยวน ทัศนคติของเขาก็อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะนี้เมื่อเขาเห็นว่า ซูหยวน เป็นสื่อกลางให้กับ หลินเฉิง เป็นการส่วนตัวดังนั้นเขาจึงโบกมือและพูดว่า “เนื่องจากเขาเป็นเพื่อนของคุณงั้นก็ไม่เป็นไร!ผมแค่อยากให้เขาดูแลสุนัขของเขาเมื่อเข้าไปด้านใน แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น….” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้การแสดงออกของเขาแสดงออกอย่างลังเลและกัดฟันพูดว่า “เรื่องมันซับซ้อน!แต่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณแต่ให้เพื่อนของคุณระวังตัวไว้ก็แล้วกัน!” หลังจากฟังคำพูดของทหารหนุ่ม ซูหยวน ขอบคุณเจ้าหน้าที่และหันหน้ามามอง หลินเฉิง เล็กน้อยจากนั้นส่ายหัวอย่างไร้ประโยชน์ ซูหยวน เดินกลับไปหา ซูฉิน เพื่อรอการตรวจสอบต่อไป หลินเฉิง ยังคงถูกถามว่าเขามีความสามารถหรือไม่ เขาทำเพียงแค่ส่ายหัวและเดินผ่านประตูเข้าไปพร้อมกับโคล่า หลังจากผ่านประตูเหล็ก หลินเฉิง ต้องตกตะลึงกับฉากที่เห็น! มองไปด้านหน้าพื้นที่สนามด้านหน้าเต็มไปด้วยเต็นท์หนาแน่น ผู้รอดชีวิตผอมแห้งราวกับหนังหุ้มกระดูกนั่งอยู่ข้างเต็นท์ เมื่อพวกเขาได้ยินว่ามีผู้รอดชีวิตกลุ่มใหม่เข้ามาพวกเขาทําได้เพียงหันหน้าไปมองอย่างเฉยชาและไม่แสดงออกใดๆ เมื่อมองไปในระยะไกลมีอาคารสำนักงานหลายแห่ง แต่มันถูกกันด้วยตาข่ายสูง หลินเฉิง รู้สึกประหลาดใจอย่างลับลับและมองผู้รอดชีวิตที่อยู่ในสนามพวกเขาเหลือเพียงกางเกงขาสั้นติดกายเท่านั้น จากนั้น หลินเฉิง ยังเห็นผู้รอดชีวิตซึ่งเป็นเด็กชายตัวเล็กๆกำลังจะเดินผ่านลวดหนามด้วยความหิวโหยทำให้เด็กคนนั้นไม่เห็นตาข่ายที่อยู่ตรงหน้า หลินเฉิง รีบเดินไปหาเด็กคนนั้น แต่ก่อนที่ หลินเฉิง จะไปถึงเด็กคนนั้นสัมผัสตาข่ายและกระเด็นออกมาพร้อมกับชักกระตุก น้ำลายฟูมปากร่างกายของเขาสั่นสะท้านอยู่บนพื้น ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆที่อยู่โดยรอบมองดูเหตุการณ์ราวกับเป็นเรื่องปกติ ตาข่ายไฟฟ้า! หลินเฉิง ขมวดคิ้วและมองตาข่ายไฟฟ้านี้จากนั้นเขาพยายามมองหา มู่หยิงเสวี่ย และ หลิวยูฉิน เพียงไม่นาน หลินเฉิง ก็พบกับมู่หยิงเสวี่ยและหลิวยูฉินที่กำลังตกใจ “ฉัน…ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้…” เมื่อพบกับ หลินเฉิง มู่หยิงเสวี่ย ถอนหายใจและพูดด้วยเสียงต่ำ ในตอนแรกสถานที่แห่งนี้ถูกปิดกั้นด้วยกำแพงทำให้ผู้คนที่อยู่จากด้านนอกมองไม่เห็นสิ่งที่อยู่ด้านใน ไม่แปลกถ้าผู้รอดชีวิตจะคิดว่าพวกเขากำลังมีความสุขเหมือนได้กลับบ้าน แต่เมื่อเดินเข้ามาด้านในกลับไม่เป็นแบบที่คิด “ผมเคยบอกคุณแล้ว และนี่เป็นสิ่งยืนยันในสิ่งที่ผมคิด!” เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินเฉิง มู่หยิงเสวี่ย ก้มหัวลงอย่างอับอาย จากนั้นแตะลงบนหัวของ หลิวยูฉินและพูดด้วยน้ำเสียงกังวลว่า “ แล้วทีนี้เราจะติดต่อคุณลุงได้ยังไง…นายเห็นตาข่ายไฟฟ้าด้านหน้าแล้วใช่ไหม..” หลินเฉิง รู้สึกปวดหัวทันที นั่นเป็นประโยคที่เขาไม่ต้องการได้ยินที่สุด “ตราบใดที่ลุงของคุณยังมีชีวิตผมจะหาเขาเจออย่างแน่นอน!” หลังจากนั้นเขานำ มู่หยิงเสวี่ย และ หลิวยูฉิน เดินผ่านเต็นท์หนาแน่นและพบกับพื้นที่แคบๆในมุมที่ห่างไกล สถานที่แห่งนี้ไม่มีใครครอบครองจากนั้น หลินเฉิง ค่อยๆดึงกระเป๋าที่อยู่ด้านหลังของเขาลงและใช้มือซ้ายดึงของจากแคปซูลเก็บของ เขาแสร้งเป็นหยิบเต็นท์ออกมาจากกระเป๋า และพยายามที่จะตั้งเต็นท์เพียงชั่วครู่ หลังจากนั้นเขาให้มู่หยิงเสวี่ยและหลิวยูฉินเข้ามาด้านใน พร้อมกับส่งอาหารให้และพูดว่า “คุณรออยู่ที่นี่ห้ามไปไหน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นห้ามออกมาจากเต็นท์เด็ดขาด รออยู่ที่นี่รอผมกลับมา!” หลังจากที่เห็น มู่หยิงเสวี่ย พยักหน้า หลินเฉิง ก็รู้สึกโล่งใจ และออกมาจากเต็นท์ —————————————