“ที่นี่คืออาคาร 2 เป็นสถานที่ของเขตทหาร หากไม่จำเป็นไม่ควรมาเพ่นพ่านแถวนี้ มีทหารลาดตระเวนอยู่ตลอดเวลา!ครั้งก่อนมีคนโง่…” “เดี๋ยวก่อน! อาคาร 2 คือที่อยู่ทหารอย่างนั้นหรอ?” เมื่อได้ยินคำแนะนำของหลินเฟิง หลินเฉิง รู้สึกผิดปกติและรีบขัดจังหวะทันที หลินเฟิง ที่ถูก หลินเฉิง ขัดจังหวะรู้สึกตกตะลึงและถามว่า “ มีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรอ?” เมื่อเห็นว่า หลินเฟิง มองด้วยความสงสัย หลินเฉิง รีบคิดหาคำแก้ตัวที่เร็วที่สุด “ถ้าอาคาร 2 เป็นที่อยู่ของทหารแล้วอาคาร 1 เป็นที่อยู่ของใครล่ะ ดูเหมือนว่ามีอิทธิพลยิ่งกว่า?” เมื่อได้ยินคำถามของ หลินเฉิง หลินเฟิง รีบ สอดส่ายสายตารอบและเมื่อเห็นว่าไม่มีใครสังเกตพวกเขา หลินเฟิง จึงกดเสียงลงและพูดเตือนว่า “อย่าพูดเรื่องไร้สาระ อาคาร 1 เป็นสถานที่ต้องห้าม มีเพียงหวัง..” เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลินเฟิง รู้สึกลังเลที่จะพูด แต่เมื่อมองไปรอบๆเขาพยายามพูดเบาๆว่า “ยกเว้นคุณชายหวังไม่มีใครที่จะเข้าออกอาคาร 1 ตามใจชอบได้ แน่นอนว่ายกเว้นคนทำความสะอาดด้วยเช่นกัน เอาล่ะหนุ่มน้อยอย่าขี้สงสัยมากเกินไป มันอาจทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของนายเป็นภัยพิบัติต่อตัวเอง!” สถานที่พิเศษ! เมื่อได้ยินคำอธิบายของ หลินเฟิง หลินเฉิง พยักหน้าแต่ภายในใจของเขายังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ “คุณชายหวัง?เขาคือใคร?” เมื่อเห็นว่า หลินเฉิง ต้องการที่จะถาม หลินเฟิง หันกลับไปมองอย่างเคร่งเครียดและกระซิบว่า “เขาคือลูกชายคนเดียวของหวังกวน ผู้อำนวยการฝ่ายการเมือง ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วันสิ้นโลกเขาได้ปลุกความสามารถที่ทรงพลังขึ้น พลังแห่งไฟ! คุณชายหวังเองก็ได้ศึกษาชี่กงมามากกว่า 10 ปี นอกจากนี้เขาสามารถปลุกความสามารถของเขาได้อย่างรวดเร็ว ในหมู่ผู้มีพลังไม่มีใครที่จะเอาชนะเขาได้ เขาค่อนข้างสันโดษปกติแล้วไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นเขาเท่าไหร่นัก ดังนั้นอาคาร 1 จึงเป็นที่อยู่ของเขา เขาเป็นคนที่น่ากลัวมาก!” เมื่อฟัง หลินเฟิง พูด หลินเฉิง ได้แต่พยักหน้าในใจของเขากำลังกาเครื่องหมายบนรายชื่อของคุณชายหวัง เขาหวังว่าบุคคลนี้จะไม่มายุ่งเกี่ยวกับแผนการของเขา.. การที่อาคาร 2 เป็นที่อยู่ของทหารชั้นผู้ใหญ่ยอมเป็นสถานที่ที่เขาต้องการตรวจสอบในอนาคต มู่หยิงเสวี่ย จะอยู่หรือตายเขารู้สึกใจร้อนมาก เมื่อ หลินเฟิง กำลังเพลิดเพลินเกี่ยวกับการแนะนำสถานที่ หลินเฉิงพยายามปั้นหน้ายิ้ม และตบไหล่ของหลินเฟิงจากนั้นถามขึ้นว่า “ระหว่างทางที่ผมเดินทางมาที่นี่ ผมได้พบกับบางคนพูดถึงเกี่ยวกับ ผู้บัญชาการที่ชื่อว่า มู่หวู่หยวน เขาอยู่ที่นี่หรือเปล่า? มีคนบอกผมว่าถ้าผมมาที่นี่จะได้เจอกับ มู่หวู่หยวน?” “ มู่หวู่หยวน?” เมื่อได้ยินชื่อนี้ หลินเฟิง แสดงความสับสน “ ไม่มีใครที่ชื่อนี้ ผมมาอยู่ที่นี่นานกว่าครึ่งเดือนแล้วแต่ไม่เคยได้ยินชื่อผู้บังคับบัญชาที่ชื่อ มู่หวู่หยวน เลย คุณถูกหลอกหรือเปล่า?” เมื่อฟังว่าไม่มีคนชื่อนี้หัวใจของ หลินเฉิง เริ่มมืดมน ในขณะเดียวกัน มู่หยิงเสวี่ย เองก่อนหน้าซีดและขมวดคิ้วและพยายามคลายสีหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ หลินเฟิง เห็นสิ่งผิดปกตินี้ “ บางทีผู้รอดชีวิตคนนั้นคงพูดเรื่องไร้สาระเพราะต้องการอาหาร….” รู้จักเงียบไปสักพัก หลินเฟิง ยังคงนำหน้า หลินเฉิง เดินต่อไปเรื่อยๆเมื่อเขาเห็นสำนักงานที่สวยงามอยู่ในระยะไกล หลินเฉิง จึงถามขึ้นว่า “ นี่คืออาคาร 1 อย่างนั้นหรอ เข้าไปดูได้ไหม!” “ไร้สาระ นี่เป็นพื้นที่ต้องห้าม ห้ามผู้ใดเข้าเด็ดขาด!” หลินเฟิง รู้สึกหงุดหงิดเขาพยายามอธิบายหลายรอบแล้วจากนั้นเขาจึงเงียบตลอดเส้นทาง หลังจากเดินมาสักพักในที่สุดเขาก็พามายังแหล่งชุมชนที่ดูธรรมดา หลินเฟิง แนะนำว่า “ที่นี่คือสถานที่ที่ทีมของเราอยู่ ถึงแม้ที่นี่จะเรียกว่าเขตปลอดภัยแต่ฉันอยากจะเตือนนายไว้สักหน่อยได้ควรดูแลเพื่อนตัวน้อยของนายทั้งสองคนให้ดี ไม่อย่างนั้นพวกเขาอาจถูกปล้นเป็นสมบัติของคนอื่น!” จากนั้น หลินเฟิง พาพวกเขาเข้าไปข้างใน สถานการณ์ในชุมชนนี้ไม่แตกต่างกันมากจากข้างนอก แต่บุคคลที่พวกเขาเห็นอยู่นี้ล้วนเคยเป็นฆาตกรหรือไม่ก็อาชญากรรมไม่มีใครกล้าประมาทเมื่อเดินผ่านคนเหล่านี้ ในขณะที่หลินเฟิงเดินพา หลินเฉิง มายังอาคารที่มี 6 ชั้น มีคน2 คนยืนอยู่ด้านล่าง “หัวหน้าทีมหลินทำไมวันนี้คุณต้องกลับมาเร็วล่ะ?” เมื่อเห็นว่าด้านหลังของ หลินเฟิง มีชายหนุ่มคนหนึ่งอายุน้อยติดตามมาด้วยพวกเขาจึงรู้สึกประหลาดใจ “เอ่อ พอดีมีกรณีพิเศษ กัปตันเฉินอยู่หรือเปล่า?” หลังจากที่คนเหล่านั้นเลือกมอง หลินเฉิง ที่อยู่ด้านหลัง หลินเฟิง เขาพยักหน้าและพูดว่า “กัปตันอยู่ที่นี่ แล้วข้างหลังคุณคือ…” หลินเฟิง หันหน้าไปหา หลินเฉิง พร้อมกับหัวเราะจากนั้นพูดว่า “เขาคือเหตุผลที่ผมต้องการพบกัปตันเฉิน !พวกคุณสองคนกำลังจะออกไปด้านนอกอย่างนั้นหรอ เอาล่ะถ้าอย่างนั้นขอตัวก่อน!” เมื่อกล่าวจบ หลินเฟิง โบกมือให้ หลินเฉิง เตรียมขึ้นไปยังชั้น 2 หลังจากที่พวกเขาขึ้นมาถึง หลินเฟิงไอ 2 ครั้งและพยายามจัดระเบียบเสื้อผ้า จากนั้นค่อยๆเคาะประตู “เข้ามา!” เมื่อได้ยินเสียงที่ดังมาจากด้านใน หลินเฟิง หัวเราะและโบกมือให้ หลินเฉิง ติดตามเขาเข้าไป หลินเฉิง หันไปมอง มู่หยิงเสวี่ย พวกเขาสบสายตากัน มู่หยิงเสวี่ย พยักหน้าอยากเข้าใจและติดตาม หลินเฟิง เข้าไปด้านในด้วยเช่นกัน หลังจากเข้าไป ห้องนี้มีความกว้างประมาณ 30 ตารางเมตร หลินเฉิง สำรวจโดยรอบ มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานเขากำลังดูเอกสาร และทุบโต๊ะด้วยความโกรธ “ไอ้สาระเลว!เพียงไม่กี่วันเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ยังไง มันเห็นว่าเราเป็นแกะอ้วนรอมันเชือดอย่างนั้นหรอ! ไอ้ห่า!” หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกว่ามีคนอยู่ด้านหน้าเขาจะเงยหน้าขึ้นมองและเห็น หลินเฟิง พาชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาเขาก็หมดคิวแล้วถามว่า “ไอ้บ้านี่ใคร?” หลังจากได้ยินชายคนนั้นพูด หลินเฟิง รีบตอบอย่างเร่งรีบว่า “กัปตันเฉิน ชายคนนี้สามารถหลบกระสุนปืนของผมได้ และมาจากค่ายผู้ลี้ภัยเขามีชื่อว่า หลินเฉิง!” ชายคนนั้นเมื่อได้ยินคำพูดของ หลินเฟิง เขาเงยหน้าขึ้นและมอง หลินเฉิง อย่างสงบนิ่งจากนั้นพูดว่า “อย่างนั้นหรอ?ไอ้คนนี้หลบกระสุนปืนได้อย่างนั้นหรอ?” เมื่อมองไปที่ชายที่อยู่ด้านหน้า หลินเฉิง อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกถึงภัยคุกคามจากด้านหลัง เขาพุ่งตัวออกไปจากตำแหน่งเดิมทันที “ปัง!” เสียงปืนดังขึ้นจากตำแหน่งที่เขาเคยอยู่ มู่หยิงเสวี่ยเองรู้สึกตกใจและรีบเข้าไปดู หลินเฉิง และเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรเธอมองดู หลินเฉิง ด้วยความกังวลและถาม “ นาย เป็นอะไรหรือเปล่า?เรา..ควรที่จะออกไปจากที่นี่กันเถอะ!” เมื่อได้ยินคำพูดของ มู่หยิงเสวี่ย หลินเฉิง จ้องมองอย่างโมโหเขาโบกมือให้เธอออกไปจากตำแหน่งนี้และ หลินเฉิง รีบวิ่งไปยังชายผมยาวที่พึ่งยิงปืนใส่เขา จากนั้นเขาจับแขนขวาของชายคนนั้นก่อนได้ยินเสียงหักเบาๆ! ด้วยความเจ็บปวดชายผมยาวตะโกนออกมาด้วยเสียงโหยหวน หลินเฉิง ยังคงทำเป็นไม่สนใจ และแย่งปืนออกมาจากมือชายคนนั้นก่อนที่จะจ่อไปที่หน้าผากแล้วพูดด้วยเสียงเย็นชาว่า “ตาฉันแล้ว!” “ปัง!” เป้ง! อย่างไรก็ตามเมื่อ หลินเฉิง กดยิงกระสุนปืน ลูกกระสุนกับถูกขัดขวางก่อนที่จะเจาะเข้าไปในหัวสมองของชายผมยาว….” ——————————-