หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หลินเฉิง ไม่รู้ว่าจะเชื่อใจผู้หญิงคนนี้ได้หรือไม่ แต่เขาจะต้องไปยังอาคาร 1 และอาคาร 2 เขาคงเหมือนแมงวันหัวขาดหากบุกเข้าไปสถานที่ที่มีคนคุ้มกันตลอด 24 ชั่วโมงด้วยปืนกลครบชุด แม้ว่าเขาจะสวมชุดป้องกันแต่มันก็เป็นเพียงป้องกันระดับต่ำสุด แม้มันจะสามารถป้องกันปืนพกได้แต่ถ้าเป็นปืนกลแล้วล่ะก็ ร่างกายของเขาอาจจะพรุนเป็นรังผึ้ง หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน หลินเฉิง ตัดสินใจว่าถ้าเขาพูดชื่อของ มู่หวู่หยวน ขึ้นมา แล้วผู้หญิงคนนี้แสดงท่าทีที่ผิดปกติเขาอาจจะต้องจัดการกับเธอ เมื่อ หลินเฉิง ตัดสินใจได้เขาชักชวน รั่วเหมิง ออกมายังมุมหนึ่งที่ไกลออกไปและกระซิบว่า “ มู่หวู่หยวน ผมต้องการให้คุณช่วยค้นหาว่า มู่หวู่หยวน ถูกขังอยู่ที่ไหน!” เมื่อได้ยินชื่อที่ หลินเฉิง พูดถึง รั่วเหมิง รู้สึกงุนงงใบหน้าของเธอแสดงออกอย่างว่างเปล่า “ มู่หวู่หยวน เขาเป็นใคร คุณช่วยบอกลักษณะของเขาได้ไหม ฉันไม่ใช่คนของเขตทหารแห่งนี้ดังนั้นจึงไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน” เมื่อเห็นว่า รั่วเหมิง ไม่รู้ว่าใครคือ มู่หวู่หยวน หลินเฉิง รู้สึกตะลึงเช่นกัน “คุณสามารถเปิดบาร์ในเขตทหารได้โดยไม่รู้ว่า มู่หวู่หยวน คือใครอย่างนั้นหรอ?” “พูดมากน่า!ฉันเป็นแค่นักธุรกิจการเปิดบาร์แห่งนี้ก็แค่ต้องให้สินบนคนระดับสูงบางคน แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องรู้จักคนระดับสูงทุกคน คุณควรที่จะพูดให้ชัดเจนมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นฉันเองก็ไม่สามารถที่จะช่วยคุณหาใครได้” เมื่อได้ยินคำตอบของ รั่วเหมิง หลินเฉิง รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากครุ่นคิดสักพัก หลินเฉิง ก็กลับขึ้นไปด้านบนจากนั้นรีบวิ่งกลับไปยังอาคารของทีมสังหารเพื่อพบกับ มู่หยิงเสวี่ย เขาพบว่า มู่หยิงเสวี่ย กำลังนอนหลับอยู่กลับ หลิวยูฉิน เขารีบสอบถามทันที “ลักษณะของลุงอย่างนั้นหรอ ทำไมนายถึงถามอย่างนี้?” เมื่อเห็น หลินเฉิง ใจร้อนที่จะถามคำถามนี้ มู่หยิงเสวี่ย ค่อนข้างรู้สึกงุนงง “ไม่ต้องคิดมาก แค่บอกผมมาว่าลุงของคุณมีลักษณะอย่างไร!” เมื่อเห็นว่าด้านนอกมืดแล้ว หลินเฉิง ไม่รู้ว่าภารกิจของเขาจะใช้เวลานานแค่ไหนในคืนนี้เขารู้สึกกังวลเล็กน้อย หลังจากคิดสักครู่ มู่หยิงเสวี่ย ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ฉันไม่ได้เห็นลุงมาเกือบปีแล้ว…แต่ฉันจำลักษณะบางอย่างของเขาได้ ผมของเขาเป็นสีเทาเล็กน้อย…อืม..สูงประมาณ 180 cm โอ้.. ใช่แล้ว ฉันจำได้ว่ามีรอยแผลเป็นบนใบหน้าด้านขวาของเขาซึ่งเกิดจากการออกกำลังกายในวัยหนุ่มของเขา” เมื่อได้ยินลักษณะเหล่านี้ หลินเฉิง พยักหน้า และกำชับ มู่หยิงเสวี่ย ว่า ให้อยู่ที่นี่ห้ามไปไหน จากนั้นเขารีบวิ่งกลับไปที่บาร์เพื่อตามหา รั่วเหมิง อีกครั้งและบอกลักษณะดังกล่าวแก่เธอ “ผมสีเทา ความสูง 180 เซนติเมตรมีรอยแผลเป็นบนใบหน้าด้านขวา…นี่คือข้อมูลทั้งหมด เอาละคุณรอฉันสักครู่ ฉันจะลองดู โอ้ใช่ ผู้หญิงสวยคนนั้นเป็นใคร?เธอสวยมาก..” หลินเฉิง ซึ่งอยู่ในห้องของ รั่วเหมิง กำลังรอให้เธอตรวจสอบแต่เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของเธอทำให้เขาต้องชะงัก เขาโบกมืออย่างหงุดหงิด เมื่อ รั่วเหมิง เห็นว่าชายหนุ่มอารมณ์ไม่ค่อยดีนักดังนั้นเธอจึงไม่แกล้งเขาอีกต่อไป ทันใดนั้น หลินเฉิง ก็เห็นว่าดวงตาของ รั่วเหมิง นั้นเปลี่ยนไป ตาขาวของเธอหายไปทันทีกลายเป็นสีดำมืดมิดราวกับหลุมดำ เมื่อเห็นว่าเธอเปลี่ยนไปหลินเฉิงเกือบที่จะถามขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ แต่เธอกลับขัดจังหวะด้วยการโบกมือจากนั้นเธอหันไปมองทิศทางของอาคาร 2 และพูดด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า “ฉันกำลังตามหาคนให้คุณอยู่ อย่าขัดจังหวะฉัน!” หลังจากนั้นเธอยังคงใช้ดวงตาสีดำจ้องมอง ต่อไป หลังจากผ่านไปชั่วครู่ดวงตาของ รั่วเหมิง ก็กลับมาเป็นปกติเธอหายใจหอบ และพูดว่า “ไม่มีคนที่มีลักษณะดังกล่าวอยู่ที่อาคาร 2 ดูเหมือนว่าฉันจะต้องค้นหาที่อาคาร 1… ฉันอยากจะบอกว่าฉันไม่ต้องการที่จะค้นหาอาคาร 1 นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ฉันทำ ในครั้งแรกเมื่อฉันปลุกความสามารถขึ้นมาได้ฉันมองไปที่อาคาร 1 แต่เมื่อฉันจ้องมองฉันรู้สึกเหมือนตัวเองถูกจับได้มีแนวโน้มว่าอาจจะเป็น คุณชายหวัง!! หลังจากนั้น รั่วเหมิง รู้สึกลังเลสักครู่ในที่สุดเธอก็เปิดตาอีกครั้งไปยังทิศทางของอาคาร 1 ครั้งนี้ใช้เวลานาน หลินเฉิง รอเกือบ 20 นาที จนเขาคิดว่า มู่หวู่หยวน อาจไม่ได้อยู่ที่อาคาร 1 ก็เป็นไปได้ ทันใดนั้น รั่วเหมิง ก็กะอักเลือดออกมาทันที เกิดอะไรขึ้น! หลินเฉิง ตกตะลึง รั่วเหมิง ลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วและล้มลงไปนอนกับพื้น ใบหน้าของเธอซีดเซียวลมหายใจติดขัดเธออยู่ในอาการแย่มาก เมื่อเห็นว่า รั่วเหมิง อยู่ในสภาพนี้ หลินเฉิง รู้สึกว่า จะต้องเกิดปัญหาอย่างแน่นอน เขารู้สึกวิตกกังวลใจอยู่ลึกๆในที่สุด รั่วเหมิง ก็ลืมตาขึ้น หลินเฉิง พยุงเธอให้ไปนั่งอยู่บนโซฟา เมื่อเห็นใบหน้าที่กังวลใจของ หลินเฉิง รั่วเหมิง โบกมือเพื่อให้เขาสบายใจ “ฉันสบายดี…เพียงแค่ฉันไม่เคยใช้พลังนานแบบนี้ แต่คุณต้องระวังตัว!ฉันถูกจับได้จากใครบางคนที่อยู่ในอาคาร 1 เขารู้ว่าฉันแอบมอง!” ใครบางคนสามารถสัมผัสการมองเห็นของ รั่วเหมิง ได้อย่างนั้นหรอ! หลินเฉิง รู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกประหลาดมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาเห็นว่าใบหน้าของ รั่วเหมิง รู้สึกดีขึ้น เขาจึงถามเบาๆว่า “คุณรู้ไหมว่าพลังของคนคนนั้นคืออะไร” รั่วเหมิง สายหัว “บางทีมันอาจจะเป็นพลังจิตอะไรทำนองนั้น….พลังของเขาแสดงออกมาสั้นเกินไปฉันจึงไม่รู้ว่ามันคืออะไร อย่างไรก็ตามฉันพบคนที่คุณตามหาแล้ว!” หลินเฉิง รู้สึกดีใจเมื่อได้ยิน รั่วเหมิง บอกว่าเธอได้ค้นพบ มู่หวู่หยวน แล้ว หลังจากเห็น รั่วเหมิง บาดเจ็บเขาคิดได้ทันทีว่าบางทีเธออาจจะถูกโจมตีหลังจากพบตำแหน่งของ มู่หวู่หยวน เขาอดไม่ได้ที่จะจินตนาถึงความสามารถของใครคนนั้น “เขาอยู่ที่ไหน” “ชั้น 10 ห้อง 1102! ด้านนอกของห้องเหมือนห้องทำงานธรรมดา แต่ข้างในได้รับการปกป้องเป็นอย่างดี!ฉันถูกโจมตีเมื่อพยายามที่จะมองเข้าไปใกล้ๆ แต่ในการมองครั้งแรกฉันเห็นมีทหารประมาณ 6 คนอยู่ที่นั่นทุกคนมีปืน และดูเหมือนว่ามีคนคนหนึ่งกำลังสอบปากคำเขาอยู่..” หลินเฉิง ตั้งใจฟังและพยักหน้าและเข้าใจความหมายที่ รั่วเหมิง พูด มู่หวู่หยวน ถูกจับกุมเอาไว้ แต่อย่างไรก็ตามเขายังมีชีวิตอยู่นี่คือเรื่องสำคัญที่ หลินเฉิง รู้สึกเป็นกังวลที่สุด ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่เลวร้ายจนเกินไป และเมื่อเห็นว่ามีรอยเลือดไหลออกมาจากมุมปากของ รั่วเหมิง หลินเฉิง ถอนหายใจและพูดเบาๆว่า “คุณทำงานหนักแล้ว!ผมไม่เข้าใจว่าทำไมขวดน้ำหอมขวดเดียวจึงทำให้คุณยอมทำขนาดนี้” เมื่อได้ยินคำพูดของ หลินเฉิง รั่วเหมิง ดึงกระดาษจากโต๊ะน้ำชามาเช็ดเลือดที่มุมปากของเธอ เธอหัวเราะและพูดว่า “นี่คงเรียกว่าการเริ่มต้นพูดคุยด้วยเสียงนุ่มนวลที่สุด คุณจะไปรู้อะไร น้ำหอมนี้มันหายากมากๆ แต่แน่นอนว่ามันไม่คุ้มที่จะให้ฉันทำแบบนี้ แต่สิ่งที่ฉันเชื่อก็คือศักยภาพของคุณ ซึ่งฉันเชื่อในการตัดสินใจของฉัน!” เมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนี้มั่นใจมาก หลินเฉิง อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเธอ แม้เธอจะอ้างว่าเธอเป็นนักธุรกิจอยู่เสมอ แต่การที่เธอทำอย่างนี้แสดงออกถึงความกล้าหาญและความยุติธรรมอย่างแท้จริง!