ตอนที่ 208 ซย่าซย่าคนขี้เมา (5) / ตอนที่ 209 อันซย่าซย่าคนขี้เมา (6)

ยัยจอมกวนป่วนหัวใจนายไอดอล

ตอนที่ 208 ซย่าซย่าคนขี้เมา (5)  

 

 

ฉือหยวนเฟิงเกาหัวตัวเองขณะที่หน้าหล่อๆ เริ่มขึ้นสี เขาจะต้องเป็นคนใจบุญในชาติที่แล้วแน่ๆ ถึงมีเรื่องมหัศจรรย์แบบนี้เกิดขึ้นกับเขาได้ 

 

 

เขายกมือปิดแก้มตัวเองอย่างขวยเขิน “ฉันว่าไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไรนะ” 

 

 

“ฉันไม่สนหรอก จู จุ๊บบบ” อันซย่าซย่าเขย่าแขนของเขา 

 

 

หญิงสาวที่น่ารักคนนี้กำลังขอให้เขาจูบเธอ ตัวฉือหยวนเฟิงเองก็เมาระดับหนึ่งจนลืมไปว่าซย่าซย่าก็เป็นคนที่เซิ่งอี่เจ๋อชอบอยู่เหมือนกัน เขารวบรวมความกล้าก้มลงจะหอมแก้มอันซย่าซย่า… 

 

 

ใบหน้าเขาห่างจากอันซย่าซย่าแทบไม่ถึงเซนติเมตรในขณะที่มีมือแกร่งจับและกระชากเขาไปด้านหลัง 

 

 

ด้วยความตกใจ ฉือหยวนเฟิงเสียการทรงตัวและตกเก้าอี้ไป 

 

 

“ไอ้สารเลว กล้าดียังไงจะมาจูบน้องสาวฉัน!” อันอี้เป่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกก่อนจะลากฉือหยวนเฟิงไปสั่งสอนตรงมุมดาดฟ้า 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อปัดมือเพื่อปัดเศษดินในจินตนาการออก จ้องมองซย่าซย่าด้วยใบหน้าถมึงทึง 

 

 

“ฮิๆ จู จุ๊บ…” อันซย่าซย่ากระโจนใส่เขา เรียบง่ายและใสซื่อ 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อหน้าแดงและหยุดอันซย่าซย่าได้ทันเวลา เขาจับข้อมือเธอเพื่อหยุดการกระทำและพูดด้วยใบหน้านิ่งๆ “พอได้แล้ว ฉันจะพาเธอไปนอนแล้ว” 

 

 

“ไม่เอา ซย่าซย่ายังอยากได้จูบ จูบ…” อันซย่าซย่ากระโดดไปมาด้วยขาสั้นๆ ของเธอด้วยความไม่พอใจ 

 

 

ป่าป๊าอันถอนหายใจเฮือกและอธิบายว่า” งานอดิเรก” ของซย่าซย่านั้นเป็นผลมาจากการตามใจในตอนเด็ก เคยมีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งมาเยี่ยมตระกูลอันและให้เธอดื่มไวน์ บอกว่าเธอจะได้ลูกอมแลกกับกอดและจูบ 

 

 

อันซย่าซย่าผู้ใสซื่อเล่นเกมนั้นอยู่นานและก็ได้ลูกอมมาทั้งถุง เลยเป็นผลให้เธอเล่นเป็นเด็กน้อยน่ารักเวลาเมา 

 

 

“สัตว์ประหลาดจะมากินเธอเอานะถ้าเธอไม่ไปนอนตอนนี้!” เซิ่งอี่เจ๋อลองหลอกเธอเล่นๆ แต่อันซย่าซย่ากลับถามกลับอย่างจริงจัง “จริงเหรอ” 

 

 

“ใช่ จริงๆ” เซิ่งอี่เจ๋อพยักหน้า เขานั่งยองๆ หน้าอันซย่าซย่าและพูดด้วยเสียงต่ำ “กระโดดขึ้นมา เดี๋ยวฉันจะแบกเธอลงไปเอง” 

 

 

“ก็ได้…” อันซย่าซย่าโน้มตัวมาที่ไหล่ของเขาและถือไฟฉายอย่างว่าง่าย 

 

 

พอพวกเขามาถึงบันได อันซย่าซย่าก็กอดคอเขาแน่นและส่งเสียงคร่ำครวญออกมา “ฮึก… ที่นั่นมันมืดเกินไป ฉันไม่อยากลงไปข้างล่างนั่น…” 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อนึกว่าเธอแค่งอแงเท่านั้นเลยพยายามพูดปลอบประโลมเธอสักพัก 

 

 

แต่กลับมีบางอย่างร้อนๆ หยดลงตรงคอของเขา 

 

 

ตัวเขาแข็งทื่ออยู่กับที่ 

 

 

น้ำตาค่อยๆ ร่วงหล่นลงมาจนไหล่ของเขาเริ่มเปียก 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อรู้สึกสับสนเล็กน้อยเลยพยายามปลอบหญิงสาว “ซย่าซย่า อย่าร้องไห้ไปเลย ฉันยู่นี่แล้ว” 

 

 

“ฮึก… ฉันกลัว…” อันซย่าซย่ากำลังร้องไห้ออกมาสุดเสียง แถมเรอออกมาเสียงดังก่อนพูดต่อ “ฉันต้องไปซ่อน… ฉันจะไปซ่อนที่ไหนสักที่…” 

 

 

เธอพยายามจะกระโดดลงจากหลังของเขา แต่เซิ่งอี่เจ๋อกลัวว่าเธอจะตกบันได เขาไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นแน่ๆ 

 

 

เขาแบกอันซย่าซย่าไว้ แล้วรีบเดินไปยังห้องของเธอ 

 

 

ตรงข้างเตียงมีโคมไฟเล็กๆ ตั้งอยู่ โชคดีเป็นแบบใช้แบตเตอรี่และยังใช้การได้อยู่เมื่อเซิ่งอี่เจ๋อเปิด 

 

 

เขาบรรจงวางอันซย่าซย่าลงบนเตียง แต่หญิงสาวไม่ยอมปล่อยมือจากคอเขา ทำให้เขาถูกลากลงไปด้วยจนล้มคร่อมเธอเอาไว้ 

 

 

“ซย่าซย่า…” เขาเอ่ยชื่อเธออย่างช่วยไม่ได้ ก่อนกัดฟันถอยออกมาจากเธอ 

 

 

แต่ก่อนที่หญิงสาวจะรู้ว่าระหว่างพวกเขาเป็นอะไรกัน เขาจะไม่คิดไปเองและเอาเปรียบเธอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลานี้ 

 

 

“ยังอยากได้จูบอยู่นะ…” เสียงขึ้นจมูกของอันซย่าซย่าเกือบทำให้เซิ่งอี่เจ๋อลืมความคิดเมื่อครู่ 

 

 

ขณะที่เขาค้างเติ่งอยู่กับที่ ริมฝีปากสีชมพูของอันซย่าซย่าก็ยื่นมาหาเขา… 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 209 อันซย่าซย่าคนขี้เมา (6)  

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อรู้สึกถึงลำคอที่บีบรัดและความร้อนบนแก้มเขา 

 

 

จริงอยู่ที่เขาเคยจูบหญิงสาวมาก่อน แต่ทุกๆ ครั้งจะเป็นเขาที่เริ่มก่อน แล้วในตอนนี้กลับกลายมาเป็นอันซย่าซย่าที่เริ่มก่อนด้วยตัวเอง เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร 

 

 

เขาลังเลเล็กน้อยและก็ยังเขินเกินกว่าจะทำได้ เขาเลยแค่หอมแก้มอันซย่าซย่าและบอกด้วยน้ำเสียงทุ้ม “นี่” 

 

 

อันซย่าซย่าคร่ำครวญออกมาราวกับไม่พอใจกับจูบที่ได้ เซิ่งอีเจ๋อพยายามจะฟังว่าหญิงสาวพูดอะไรใกล้ๆ ซึ่งนั่นเป็นจังหวะเดียวกับที่อันซย่าซย่าจูบปากเขา 

 

 

ณ ตอนนั้น เซิ่งอี่เจ๋อคิดว่าหัวใจเขาแทบจะทะลุออกมาจากอก 

 

 

อันซย่าซย่าตั้งใจจูบเขางั้นเหรอ! 

 

 

ริมฝีปากอันซย่าซย่าถูไถกับริมฝีปากเขาอยู่สักพักก่อนเธอจะพอใจในรสจูบและปล่อยเขาให้เป็นอิสระ เธอหัวเราะคิกคักด้วยใบหน้าเพ้อฝัน 

 

 

ใบหูเซิ่งอี่เจ๋อนั้นร้อนมากขณะที่เขาผละจากอันซย่าซย่า เขารีบออกจากห้องหลังจากที่ห่มผ้าให้เธอแล้ว 

 

 

แม้เซิ่งอี่เจ๋อจะเป็นคนที่ตีสีหน้าเฉยเมยได้เกือบทุกสถานการณ์ แต่ยามนี้เขากลับเดินเซไปเซมา 

 

 

เขารีบออกมาจนลืมไฟฉายไว้ในห้องของหญิงสาว พอเขาเดินออกมายังโถงทางเดินมืดๆ ก็มีเสียงตุ๊บดังขึ้นในห้อง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเสียดสีบางอย่าง 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อทำหน้าบึ้ง เปิดประตูกลับเข้าไปในห้องใหม่ 

 

 

โคมไฟเล็กๆ ยังเปิดอยู่ แต่พอเขามองไปที่เตียง มันกลับว่างเปล่า! 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อหน้าซีดพลางคิดว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับอันซย่าซย่า ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากตู้เสื้อผ้าเป็นพักๆ 

 

 

เขาหยิบไฟฉายขึ้นมาแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ 

 

 

เขาเปิดประตูตู้เสื้อผ้าออกและฉายไฟฉายเข้าไป ก็เห็นว่าอันซย่าซย่าขดตัวอยู่ที่มุมด้านใน ตัวสั่นเหมือนแฮมสเตอร์ ปากพึมพำ “ฉันจะซ่อนที่นี่… ฉันจะไม่เป็นไรถ้าซ่อนตรงนี้… ซย่าซย่าเป็นคนกล้าหาญ ไม่มีอะไรทำให้ซย่าซย่ากลัวได้…” 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อรู้สึกหัวใจกระตุกวูบกับคำพูดนั้น หยาดน้ำคลอหน่วยในดวงตา 

 

 

อันซย่าซย่าฝังใบหน้าบนผ้านวมที่พื้นตู้เสื้อผ้าและผล็อยหลับไป แต่ไม่นานนักเธอก็เริ่มละเมอออกมา “อย่าตีซย่าซย่าเลย ซย่าซย่าจะเป็นเด็กดี…” 

 

 

เสียงเล็กๆ ของหญิงสาวสะท้อนไปทั่วห้อง นิ้วมือของเซิ่งอี่เจ๋อสั่นเทาจนเขาแทบไม่มีแรงจะถือไฟฉาย 

 

 

ที่ผ่านมาเธอต้องทนทุกข์อะไรมาบ้าง 

 

 

ไม่ใช่ว่าเธอได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขและมีความสุขดังที่หวังไว้เหรอ 

 

 

ทำไมเธอถึงมาซ่อนและร้องไห้แบบนี้ตอนเมาล่ะ 

 

 

มันเป็นแค่ฝันร้ายหรือว่า… หรือว่าฝันร้ายพวกนี้เคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนกัน 

 

 

“ซย่าซย่า…” เขาเรียกชื่อหญิงสาวเบาๆ หวังจะพาเธอออกมาจากตู้เสื้อผ้า หลอดไฟบนหัวของเขากะพริบครั้งสองครั้งก่อนที่ทั้งห้องจะส่องสว่าง 

 

 

ไฟฟ้ากลับมาแล้ว 

 

 

เขาชะงัก แต่รับรู้ถึงตัวตนใครบางคนที่อยู่นอกห้อง 

 

 

เมื่อหันไป ชายหนุ่มก็เห็นอันอี้เป่ยยืนอยู่ที่ประตูด้วยใบหน้านิ่ง เขายืนอยู่ตรงนั้น อยู่ในความมืด แม้ว่าไฟจะกลับมาแล้ว แต่ร่างสูงของเขากลับดูหดหู่มากกว่าเดิม 

 

 

“ออกไป” อันอี้เป่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อไม่ขยับ ใบหน้าเขาซีดเซียวดั่งอากาศฤดูหนาว 

 

 

อันอี้เป่ยเริ่มโมโหกับการกระทำของเขา ชายหนุ่มขยับแว่นตา เดินเข้าไปประชิดตัวเซิ่งอี่เจ๋อก่อนจะต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง! 

 

 

“ออกไป!” 

 

 

เซิ่งอี่เจ๋อเซไปด้านาหลังเล็กน้อย ยิ้มเยาะออกมาหลังจากที่ตั้งตัวได้ “ในความโกรธของพี่ ทำไมผมถึงรู้สึกถึงความละอายกันนะ”  

 

 

อันอี้เป่ยหอบหายใจอย่างแรง ราวกับว่าความลับที่เก็บซ่อนมาอย่างยาวนานได้ถูกเปิดเผย เขากำลังเดือดดาล “นายมีแผนอะไรบางอย่าง อย่าแม้แต่จะคิดว่าจะซ่อนจากฉันได้แม้แต่วินาทีเดียวเด็ดขาด! เซิ่งอี่เจ๋อ นายสอบสวนอะไรซย่าซย่าก่อนย้ายเข้ามาใช่ไหม” 

 

 

น้ำเสียงเซิ่งอี่เจ๋อน่ากลัวขึ้นเมื่อเขาพูดต่อ “ถ้าเราคนใดคนหนึ่งต้องอธิบายแล้วละก็ คนนั้นมันก็ต้องเป็นพี่สิ บอกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่!”