ตอนที่ 1592 ความตื่นเต้นของนักรบมิติ

ระบบเจ้าสำนัก

ตอนที่ 1592 ความตื่นเต้นของนักรบมิติ

 

“ผมคือฮั่วเยี่ยน” แม้ว่าฮั่วเยี่ยนจะคิดอะไรไม่ออกเมื่ออยู่ต่อหน้าเหล่าคนลึกลับที่เกินกว่าที่เขาจะคาดถึง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะเสียงสั่น

 

ติงว่าน นักรบคอสมิคอันดับหนึ่งที่ถือว่าเป็นตัวตนที่น่าเคารพกลับทำตัวสุภาพต่อคนเหล่านี้ แม้ว่าในหัวของฮั่วเยี่ยนจะว่างเปล่าแต่ใช้เวลาไม่นาน เขาก็เดาตัวตนของอีกฝ่ายออก

 

นอกจากอารยธรรมระดับ 9 แล้ว ก็ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น!

 

สำหรับสิ่งมีชีวิตในจักรวาลหยวนชูแล้ว อารยธรรมระดับ 9 นั้นถือว่าเป็นตัวตนในตำนาน พวกเขาแค่เคยได้ยินถึงอารยธรรมระดับ 9 แต่ไม่เคยเห็นพวกนั้นมาก่อน แม้แต่ภาพของอารยธรรมระดับ 9 ก็ไม่เคยได้เห็น บางคนถึงกับสงสัยว่าอารยธรรมระดับ 9 นั้นมีอยู่รึไม่สิ่งที่เรียกว่าอารยธรรมระดับ 9 นั้นแต่เดิมแล้วคืออารยธรรมที่ลึกลับที่สุดในจักรวาล

 

แต่การปรากฏตัวของคนเหล่านี้ก็ทำให้ทุกคนเปลี่ยนความคิด

 

อารยธรรมระดับ 9 ในตำนานต้องมีตัวตนอยู่จริง ๆ !

 

นักรบมิติในตำนานนั้นมีตัวตนอยู่จริง ๆ !

 

ติงว่านแสดงท่าทีถ่อมตัวราวกับเป็นคนรับใช้ รูหนอนขนาดใหญ่นี้ได้พิสูจน์แล้วว่ากลุ่มคนลึกลับที่ปกคลุมไปด้วยลำแสงนี้หมายถึงได้แค่อย่างเดียว คนพวกนี้ต้องเหนือกว่านักรบคอสมิค พวกนี้คือนักรบมิติ

 

ทั้งด้านในและนอกดาวเคราะห์แคระ ทุกคนต่างก็พากันกลั้นหายใจและไม่กล้าส่งเสียงออกไปเลยแม้แต่น้อย

 

ด้วยการถูกเรียกชื่อจากคนอารยธรรมระดับ 9 ก็ทำให้ฮั่วเยี่ยนกลายเป็นเป้าสายตาคนของทั้งจักรวาล !

 

โดอันเองก็สับสนเช่นกัน เขาไม่อาจจะทำใจเชื่อกับฉากตรงหน้าได้ “เด็กนี่มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับอารยธรรมระดับ 9 งั้นรึ ?”

 

ตอนนั้นเองโดอันก็ตกอยู่ในความสับสน

 

“ไม่ต้องกังวล” ชายวัยกลางคนที่ดูราวกับจักรพรรดิได้เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา มันทำให้ผู้คนรู้สึกถึงสายลมที่อ่อนโยน ท่าทีของเขาราวกับกฎจักรวาล ทุกคนต่างก็ตกอยู่ภายใต้ผลของรอยยิ้มนั้นและพากันผ่อนคลายทันที “เรามาหานายก็เพื่อพิสูจน์บางอย่าง ฉันหวังว่านายจะตอบคำถามฉันตามความจริง”

 

ฮั่วเยี่ยนถึงจะสับสนแต่ก็ยังพยักหน้าตอบรับ “เชิญถามมาได้เลย”

 

นี่คือชายที่แข็งแกร่งที่สุดในอารยธรรมระดับ 9 และเป็นรองแค่เหล่ยอู่ นักรบมิติขั้นสูงสุด…ราเชล

 

“ฉันอยากรู้ว่านายเกี่ยวข้องยังไงกับระบบสุริยะ ? นายรู้รึเปล่าว่าระบบสุริยะอยู่ที่ไหน ?” ราเชลมองไปที่ฮั่วเยี่ยน

 

คนที่เหลือต่างก็มองไปที่ฮั่วเยี่ยนเพื่อรอฟังคำตอบ นี่มันเกี่ยวข้องกับชะตากรรมของอารยธรรมระดับ 9 ทั้งหมด !

 

ไม่งั้นแล้วพวกเขาคงไม่รีบมาที่นี่ก่อนที่จะยืนยันเรื่องนี้ได้

 

“ระบบสุริยะ…” ฮั่วเยี่ยนไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะมายังดาวเคราะห์แคระและเรียกชื่อเขารวมไปถึงถามเขาเรื่องระบบสุริยะ เขามองไปรอบ ๆ และไม่รู้ว่าเขาตาฝาดรึไม่ แต่เขารู้สึกได้ว่าคนเหล่านี้ดูเหมือนจะกังวลนิด ๆ

 

แต่ถึงอย่างนั้นฮั่วเยี่ยนก็ตอบตามความจริง “อารยธรรมโลกมนุษย์ของเรานั้นเกิดขึ้นมาในระบบสุริยะเมื่อล้านล้านปีก่อน พวกเราเป็นเพียงอารยธรรมเดียวในระบบสุริยะ แต่ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผู้อาวุโสเรียกว่าระบบสุริยะนั้นหมายถึงระบบสุริยะที่ให้กำเนิดอารยธรรมของเราขึ้นมารึไม่”

 

เขาสงสัยว่าระบบสุริยะที่อีกฝ่ายพูดถึงนั้นอาจจะไม่ใช่ระบบสุริยะที่เขารู้จัก

 

ยังไงซะระบบสุริยะก็ดูธรรมดาและโดนทำลายไปเมื่อล้านล้านปีก่อนแล้ว

 

“ล้านล้านปีก่อนงั้นเหรอ ?” ราเชลตาเป็นประกายขึ้นมา สัญชาตญาณบอกเขาว่าพวกเขามาหาถูกคนแล้ว

 

นักรบมิติหลายคนพากันมองหน้ากันและอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้นขึ้นมาวิกฤตของอารยธรรมระดับ 9 นี้ในที่สุดก็เห็นความหวังว่าจะรอดไปได้แล้ว

 

ราเชลสูดหายใจเข้าลึก ๆ และกดความตื่นเต้นในใจลง ในฐานะนักรบมิติแล้วเขาต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้ แม้ว่าจะตื่นเต้นขนาดไหน แต่ก็ไม่อาจแสดงมันออกมาได้

 

“นายรู้รึเปล่าว่าระบบสุริยะของนายหน้าตาเป็นยังไงเมื่อล้านล้านปีก่อน ?” น้ำเสียงของราเชลฟังดูนุ่มนวลขึ้นมา เมื่อมันเกี่ยวข้องกับการอยู่รอดของอารยธรรมระดับ 9 แล้ว เขาก็ไม่อาจจะประมาทได้ “หากนายจำได้ ฉันหวังว่านายจะวาดภาพของระบบสุริยะของนายเมื่อล้านล้านปีก่อนให้เราที”

 

ต่อหน้าฮั่วเยี่ยนแล้ว เขาไม่ได้แสดงท่าทีเหนือกว่าเหมือนที่นักรบมิติควรจะมี ในทางกลับกันแล้วท่าทีของเขาต่อฮั่วเยี่ยนนั้นกลับดูเป็นมิตรราวกับผู้อาวุโสที่ดูแลผู้เยาว์ของตน คนนับไม่ถ้วนจึงพากันอิจฉาฮั่วเยี่ยนขึ้นมา

 

“ผะ ผมไม่รู้” ฮั่วเยี่ยนตอบกลับอย่างกังวล

 

ราเชลผิดหวังและแสดงท่าทีเศร้าใจออกมา แม้ว่าระบบสุริยะที่ฮั่วเยี่ยนพูดถึงนั้นอาจจะเป็นระบบสุริยะที่พวกเขาตามหาอยู่ แต่หากไม่มีหลักฐานที่ยืนยันได้ งั้นพวกเขาก็ไม่อาจจะยืนยันผลลัพธ์ได้ เป็นธรรมดาที่ไม่อาจจะรายงานเรื่องนี้ต่อผู้สร้างได้

 

“ผมรู้ ผมรู้แผนที่ดวงดาวของระบบสุริยะเมื่อล้านล้านปีก่อน” อาจารย์ถังพูดขึ้นมา วิกฤตของอารยธรรมโลกมนุษย์นั้นยังไม่ผ่านพ้นไป เขาไม่อาจจะอยู่เฉยได้และต้องหาทางช่วยอารยธรรมโลกมนุษย์

 

ราเชลตาเป็นประกายขึ้นมา “ออกมาวาดให้เราดูที”

 

แต่อาจารย์ถังกลับพูดขึ้น “จะให้วาดออกมาก็ได้อยู่แต่ผมหวังว่าผู้อาวุโสจะตกลงกับผมหนึ่งเงื่อนไข”

 

ทุกคนต่างก็ชื่นชมในความกล้าของอาจารย์ถัง และพากันกังวลแทนเขา

 

การกำหนดเงื่อนไขกับนักรบมิตินี้ อาจารย์ถังคงเป็นคนแรกที่กล้าทำแบบนี้ในจักรวาลหยวนชู !

 

คนจากอารยธรรมโลกมนุษย์ต่างก็พากันกังวลอย่างมาก พวกเขากลัวว่าผู้อาวุโสผู้นี้จะไม่พอใจและลบอารยธรรมโลกมนุษย์ออกไป แต่ไม่มีใครบ่นออกมาเพราะสิ่งที่อาจารย์ถังได้ทำลงไปนั้นก็เพื่อช่วยอารยธรรมโลกมนุษย์

 

“เงื่อนไขอะไร?” แต่ทุกคนต้องแปลกใจเมื่อราเชลไม่ได้โกรธ

 

“เงื่อนไขของผมคือผมหวังว่าผู้อาวุโสจะช่วยอารยธรรมโลกมนุษย์ของเราและปกป้องเราจากอารยธรรมเทลคอส” อาจารย์ถังพูดขึ้น

 

เมื่อพูดจบเขาก็มองไปที่ราเชล และกลัวว่าเงื่อนไขที่เขาพูดไปนั้นคงทำให้นักรบมิติต้องโกรธ

 

“ช่วยอารยธรรมโลกมนุษย์งั้นเหรอ ?” ราเชลสงสัยขึ้นมา

 

“อารยธรรมเทลคอสคืออารยธรรมระดับ 7 ของจักรวาลหยวนชูของเรา” ติงว่านอธิบายออกมาด้วยความเคารพ “สองคนนั้นก็มาจากอารยธรรมเทลคอส คนทางซ้ายมีชื่อว่า โดอัน คนทางขวาคือ หลิงเคอ พวกเขาเป็นนักรบคอสมิค โดอันได้อันดับ 8 ในหมู่นักรบคอสมิคของจักรวาลหยวนชู”

 

ทุกสายตาพากันจับจ้องไปที่โดอันและหลิงเคอ

 

“จบสิ้นแล้ว !” หลิงเคอเหงื่อชุ่มไปทั้งตัว ร่างของเขาสั่นเทาเล็กน้อย

 

ยิ่งราเชลเงียบนานเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้มนุษย์กังวลมากเท่านั้น

 

ราเชลครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะยิ้มออกมา “หากเป็นเงื่อนไขนี้ ฉันก็รับปากได้”

 

ราเชลได้บอกกับโดอัน “นายคงได้ยินแล้วสินะ อารยธรรมโลกมนุษย์นี้ฉันจะปกป้องพวกเขา อย่าก่อกวนอารยธรรมโลกมนุษย์อีก ไม่มีปัญหาอะไรสินะ ?”

 

ถึงจะไม่พอใจแค่ไหนแต่ในเมื่อนักรบมิติพูดออกมาแล้ว เขาจะปฏิเสธได้ยังไง ?

 

“ครับ” โดอันตอบกลับ แม้ว่าเขาจะไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่มีความกล้าพอที่จะปฏิเสธ ไม่งั้นแล้วไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ภรรยาของเขาหรือ แม้แต่อารยธรรมของเขาอาจจะต้องเผชิญหน้ากับหายนะ นี่ไม่ต้องพูดถึงนักรบมิติเลย แค่นักรบคอสมิคอันดับหนึ่งอย่างติงว่าน ก็มีพลังมากพอที่จะทำลายอารยธรรมเทลคอสแล้ว

 

เขาได้แต่ร้องตะโกนในใจ “โกโก้เหวย พ่อขอโทษ พ่อไม่มีความสามารถพอที่จะแก้แค้นให้ลูก”

 

ราเชลไม่ได้ใส่ใจกับความคิดของโดอัน เมื่อเห็นว่าโดอันตอบตกลง เขาก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจก่อนที่จะมองไปที่ อาจารย์ถัง “นายช่วยวาดภาพแผนที่ดวงดาวของระบบสุริยะเมื่อล้านล้านปีก่อนได้รึยัง ?”

 

อาจารย์ถังพูดขึ้นมาด้วยความเคารพ “ครับ !”

 

เขาวาดแผนที่ของระบบสุริยะเมื่อล้านล้านปีก่อนออกมาโดยไม่ลังเล นี่คือบ้านของอารยธรรมโลกมนุษย์ นี่คือที่ที่อารยธรรมของพวกเขากำเนิดขึ้นมา แม้ว่าจะผ่านมาเป็นล้านล้านปีแล้ว แต่ทุกอย่างก็ถูกส่งต่อกันมาราวกับว่ามันสลักไว้ในวิญญาณของพวกเขา ให้พวกเขาจดจำมันไปตลอดกาล

 

เมื่อเห็นภาพแผนที่ที่ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาและแทบจะเหมือนกับที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้ นักรบมิติทุกคนต่างก็พากันตื่นเต้น

 

“ใช่ นี่แหละ !”

 

“ฉันเจอแล้ว นี่แหละระบบสุริยะ !”

 

“ยอดเยี่ยม !”

 

นักรบมิติหลายคนพากันตาแดงก่ำ พวกเขาแทบปกปิดความตื่นเต้นในใจไว้ไม่ได้ มีแค่พระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาต้องกดดันกันแค่ไหน ในช่วงเวลานี้ หากพวกเขาหาระบบสุริยะไม่เจอในเวลาที่ผู้สร้างกำหนดเอาไว้ งั้นอารยธรรมระดับ 9 ทั้งหมดก็จะถูกลบไป มันคงคิดภาพออกว่าพวกเขาต้องกดดันกันแค่ไหน

 

ในที่สุดพวกเขาก็หาระบบสุริยะนั่นพบและหาทางรอดจากวิกฤตได้แล้ว !

 

คนอื่นโดยรอบพากันไม่เข้าใจว่าทำไมคนพวกนั้นถึงได้ดูตื่นเต้นกันขนาดนี้

 

ระบบสุริยะนี่มีอะไรพิเศษงั้นเหรอ ?

 

“ดี !” ราเชลเองก็โล่งอกและยิ้มออกมา “ภารกิจของเราเสร็จสิ้นแล้ว เราต้องกลับไปรายงานเรื่องนี้กับผู้สร้าง”

 

เขาได้บอกกับนักรบมิติข้างกายเขา “แกล นายรีบติดต่อ เหล่ยอู่ บอกให้เขาพานายไปหาผู้สร้างและรายงานเรื่องทุกอย่างให้ผู้สร้างรับรู้”

 

“ได้ ! “แกลพยักหน้า ตอนที่พูดนั้นเขาก็ไม่อาจจะปกปิดความตื่นเต้นที่มีได้

 

ไม่นานแกลก็ได้ออกจากจักรวาลหยวนชูไป ราเชลและคนอื่น ๆ ยังคงอยู่ที่นั่นต่อ มันไม่ง่ายที่พวกเขาจะหาเบาะแสของระบบสุริยะเจอ เป็นธรรมดาที่พวกเขาจะไม่ยอมให้มีอะไรไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับอารยธรรมโลกมนุษย์อย่างแน่นอน

 

การที่มีกลุ่มนักรบมิติคอยดูแล นอกซะจากว่าผู้สร้างรึเหล่ยอู่ลงมือเอง งั้นทั้งจักรวาลหยวนชูก็คงไม่มีใครทำอะไรอารยธรรมโลกมนุษย์ได้

 

….

 

ในจักรวาลภายนอก จางหยูยังคงนั่งหลับตาทำความเข้าใจในเรื่องการสร้างอยู่

 

หลังจากที่ทำความเข้าใจได้สักพัก ความเข้าใจในเรื่องการสร้างของเขาก็ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม ถึงตอนแรกพลังในการสร้างของเขากับเบเกิลจะต่างชั้นกัน แต่ตอนนี้เขาก็มั่นใจว่าจะพอทัดเทียมกับเบเกิลได้ ถึงจะต่าง แต่ก็คงต่างกันไม่มาก

 

ตอนนั้นเองจางหยูก็รับรู้ได้ถึงบางอย่างและลืมตาขึ้นมา

 

เป็นไปอย่างที่คาดไว้ หงได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเขา

 

“ท่านจาง เราหาเบาะแสของระบบสุริยะพบแล้ว !” หงโค้งให้ด้วยความเคารพ

 

ตอนนั้นหัวใจที่สงบนิ่งของจางหยูก็สั่นไหวขึ้นมาทันที

 

ตั้งแต่ที่เขาทะลุมิติไปนั้นก็ผ่านมาร้อยล้านปีรึอาจจะนานกว่านั้น ในที่สุดเขาก็ได้ยินข่าวเรื่องระบบสุริยะแล้ว !

 

นี่คือวันที่เขารอคอยมานาน !

 

“รีบพาข้าไป !” จางหยูตื่นเต้นอย่างมากจนยากจะควบคุมลมหายใจได้ เขาคาดหวังกับการได้พบเพื่อนร่วมโลกของเขา แต่ก็กลัวว่าประเทศจีนจะโดนทำลายไปพร้อมกับประวัติศาสตร์แล้ว ตอนนี้เขาทั้งกังวลและเครียด ความรู้สึกที่ถูกกดทับไว้กว่าล้านปีได้พรั่งพรูออกมาจนแทบจะกลืนกินความคิดของเขาไป

 

หงไม่กล้าที่จะลังเลและสร้างรูหนอนขึ้นมาทันที

 

ต่อมาก็มีรูหนอนก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้าของดาวเคราะห์แคระ มันแทบกลืนทั้งดาวเคราะห์แคระไป มันเหมือนหลุมดำขนาดใหญ่ที่ปกคลุมดาวเคราะห์แคระอยู่

 

สิ่งมีชีวิตหลายร้อยล้านรวมถึงเหล่านักรบมิติ, นักรบคอสมิคต่างก็พากันมองไปที่รูหนอนนั้นด้วยความตะลึง