บทที่ 210 ความลับของห้องนักส

ผมมีระบบแคปซูลในวันสิ้นโลก

SC:

  ฉึก!
  ไหล่ซ้ายของหวังจินหลง ถูกแทงด้วยดาบมันทำให้เขาส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดใบหน้าของเขาปกคลุมไปด้วยชั้นเหงื่อ
  “แก..นี่มันดาบอะไร!ทำไมมันสามารถเจาะเกราะทองคำของฉันได้!”
  หวังจินหลง รู้สึกเจ็บปวดไหล่ซ้ายของเขาเป็นอย่างมากเขาพยายามกัดฟันและมองดูดาบสีดำในมือของ หลินเฉิง ด้วยใบหน้าตกใจ
  “นายคาดหวังกับเกราะทองคำของนายมากเกินไป!”
  หลินเฉิง พูดเหน็บแนมจากนั้นเดินมานั่งข้างๆ หวังจินหลง
  “นาย…นายรู้อะไรอีก?”
  หลังจากที่ถูกหลินเฉิง แทงไหล่ของตัวเองพยายามสงบสติอารมณ์ หลังจากยืนยันได้ว่า หลินเฉิง รู้สถานการณ์ของห้องนักสู้ของเขา หวังจินหลง สูดหายใจลึกและต้องการประนีประนอม
  ในที่สุดเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มคนนี้ยอมรับชะตากรรมหลินเฉิง พยักหน้าและพูดว่า
  “ก็ได้ฉันจะพูดถึงบทบาทของห้องนักสู้คือการลงโทษและมีส่วนเกี่ยวข้องกลับความสามารถของนายใช่ไหม”
  “ใช่..แต่แกรู้ได้ยังไง”
  เมื่อได้ยินดังนั้นหวังจินหลง กัดฟันและพยักหน้า หลินเฉิง หัวเราะเยาะและพูดว่า
  “รู้ได้ยังไงอย่างนั้นหรอเมื่อตอนที่ฉันกำลังมาหานายนั้นเห็นนายกำลังพูดคุยกับคนของนาย โชคไม่ดีนักที่ฉันเพิ่งเห็นสิ่งที่น่าสนใจบางอย่าง..”
  “อะไร…มีอะไร?”
  เมื่อได้ยินดังนั้นหวังจินหลง รู้สึกสับสน เมื่อเห็นท่าทีของ หวังจินหลง หลินเฉิง สูดควันบุหรี่ลึกและเขวี้ยงบุหรี่ทิ้ง novel-lucky
  “มีผู้มีพลังประเภทความแข็งแกร่ง 2 คนในห้องนักสู้ที่ถูกปิด!ฉันรู้สึกประหลาดใจมากและพบว่าพวกเขาทั้งสองคนมีลักษณะคล้ายกันจึงรู้ได้ทันทีว่าพวกเขาเป็นพี่น้องกัน ทำไมพวกเขาถึงฆ่ากันเองดังนั้นฉันจึงแอบย่องไปรอบๆ และในที่สุดก็เห็นว่าหนึ่งในนั้นที่ถูกฆ่าตาย และถูกลากออกไป”
  “แล้วยังไง?”
  เมื่อหวังจินหลง ได้ฟังเรื่องราวของ หลินเฉิง เขาถามขึ้นอย่างหงุดหงิด
  “ไม่ต้องรีบไปฉันยังพูดไม่จบ..”
  เมื่อเห็นสถานการณ์ดังกล่าวหลินเฉิง โบกมือเพื่อไม่ให้ หวังจินหลง ตื่นตระหนกมากเกินไป
  “ผู้ชนะได้รับการปล่อยตัว ฉันจึงไม่ได้ให้ความสนใจกับเขาอีก และคิดว่าคนที่ตายจะถูกโยนในกองขยะแต่คาดไม่ถึงแทนที่จะทิ้งร่างกายของเขาในกองขยะแต่กลับพาเข้าไปในห้องครัวแทน!”
  เมื่อได้ยินเสียงนี้หน้าผากของหวังจินหลง หลั่งเหงื่อเย็น เขาต้องการที่จะเปิดปากพูดบางอย่างแต่ถูกขัดจังหวะโดย หลินเฉิง
  “ฉันตามพวกเขาไปอย่างลับๆเพื่อดูสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำ แต่คาดไม่ถึงว่าจะเห็นฉากบางอย่างที่กระทำกับผู้ตาย”
  ใบหน้าของหลินเฉิง แสดงออกอย่างเย็นชา
  “ในห้องครัวที่แสนธรรมดามีศพของมนุษย์มากมายแขวนอยู่และชายที่พึ่งถูกสังหารก็ถูกส่งไปยังพ่อครัว 2 คนซึ่งมีหน้าที่ในการทำอาหาร!”
  “อะไรนะ?”
  หยูซาน ที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างสงบไม่สามารถอดกันความประหลาดใจได้อีกต่อไปเธอจึงพูดขึ้นว่า
  “พี่หลิน..พี่กำลังหมายความว่า…พวกเขา…พวกเขากินเนื้อมนุษย์อย่างนั้นหรอ!”
  “ใช่แล้ว!”
  หลินเฉิง พยักหน้าเล็กน้อยและพูดด้วยใบหน้าเย็นชา
  “ฉันรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะคนเหล่านี้เป็นคนที่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรู้เกี่ยวกับสารเหลวเสริมความแข็งแกร่งแต่สามารถพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างรวดเร็วดังนั้นฉันจึงได้แต่คาดเดาและไม่คาดคิดว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้น “สมบูรณ์แบบ” มากกว่าที่ฉันคิดซะอีก!”
  “แต่..อะไรคือความสัมพันธ์ระหว่างการกินเนื้อมนุษย์กับการพัฒนาความสามารถ?”
  ใบหน้าของหยูซาน ซีดเซียว เธอกำลังรู้สึกอยากอาเจียน
  เมื่อได้ยินคำถามของหยูซาน หลินเฉิง ส่ายหัวอย่างไร้ประโยชน์
  “เธอเป็นผู้หญิงที่ขี้ลืมจริง…ลืมเรื่องเต่ายักษ์ในเขตกวนโจวแล้วหรอ สิ่งแรกที่ผู้คนในเขตทหารเซียนหยางทำเป็นอันดับแรกเมื่อพวกเขามาถึงสวนสัตว์คืออะไร?”
  “ดูเหมือนว่า…พวกเขาจะตัดเอาเนื้อเต่ายักษ์ไป…อา…ฉันเข้าใจแล้ว!”
  หลังจากนั้นสมองของหยูซาน นึกถึงช่วงเวลานั้น คิ้วของ หยูซาน คลายออกจากกันและพูดขึ้นทันทีว่า
  “พี่หมายถึงถ้ากินเนื้อสัตว์กลายพันธุ์มันจะสามารถเพิ่มการพัฒนาของพลังได้อย่างนั้นหรอดังนั้นการกินเนื้อมนุษย์ก็…”
  หยูซาน ปฏิเสธที่จะพูดต่อใบหน้าของเธอซีดขาวมากยิ่งขึ้นเธอไม่สามารถยอมรับได้
  “ใช่แล้วการกินเนื้อสัตว์กลายพันธุ์สามารถเพิ่มการพัฒนาของพลังได้แม้ว่ามันไม่สามารถเปรียบเทียบได้กับผลของการใช้สารเหลวเสริมความแข็งแกร่งก็ตาม แต่ปริมาณของมันมีเยอะกว่า..”
  เมื่อพูดถึงสิ่งนี้หลินเฉิงหันไปมอง หวังจินหลง และพูดว่า
  “ฉันพูดถูกไหม?”
  หลังจากที่หวังจินหลง ได้ยิน หลินเฉิง ไขความลับทั้งหมดของเขาโดยไม่ปิดบัง หวังจินหลง เหงื่อตกแล้วเมื่อได้ยินคำถามของ หลินเฉิง เขาไม่กล้าที่จะตอบคำถามเหล่านั้น
  เมื่อเห็นว่าหวังจินหลง เงียบ หลินเฉิง ยังคงพูดต่อโดยไม่สนใจ
  “วันอวสานโลกเกิดขึ้นมานานกว่า3 เดือน ภายใต้แรงกดดันของความหิวโหยและความเหน็บหนาวไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่จะมีการกินเนื้อมนุษย์ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นการใช้เนื้อมนุษย์เพิ่มการพัฒนาศักยภาพ แต่ดูเหมือนว่าเหยื่อจะต้องเป็นกลุ่มของคนที่มีพลังด้วยเช่นกัน…”
  “แล้ว..มันจะทำไมล่ะ?โลกใบนี้มันล่มสลายแล้วทำไมต้องสนใจชีวิตและความตายของคนอื่น ตราบใดที่เราสามารถพัฒนาร่างกายของตัวเราได้แม้จะต้องกินเนื้อมนุษย์ฉันก็จะทำ!”
  หลังจากได้ยินคำพูดของหลินเฉิง ในที่สุด หวังจินหลง ก็พูดออกมา
  “ในเมื่อตอนนี้แกรู้ความจริงแล้วฉันก็ไม่มีอะไรที่จะพูดฉันเป็นแค่ลูกไก่ในกำมือของแก!”
  หลังจากนั้นร่างกายของเขาก็เริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
  แกร็กๆๆๆๆ
  ในเวลาเดียวกันหนามทองคำก็พุ่งตรงมาด้านหลังของ หลินเฉิง ด้วยความตั้งใจของ หวังจินหลง คิดที่จะปิดฉากการโจมตีครั้งนี้โดยการแทงเข้าไปด้านหลังศีรษะของ หลินเฉิง โดยตรง
  “เฮ้อ”
  โชคไม่ดีที่หลินเฉิง รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้เขาจึงเรียกกำแพงน้ำแข็งหลายอันล้อมรอบตัวเขาและสามารถปิดการ หนามทองคำได้อย่างสมบูรณ์
  หลังจากปิดกั้นการโจมตีของหวังจินหลง ได้แล้ว หลินเฉิง แทนที่จะใช้ความเย็นในการแช่แข็งเขาต่อไปได้หยิบดาบขึ้นมาและปรากฏตัวต่อหน้า หวังจินหลง
  “อา!”
  เมื่อดาบดำปะทะกับเกราะทองคำ เกราะทองคำของ หวังจินหลง ถูกตัดขาดอย่างง่ายดาย หลินเฉิง ยังโคนฟันซ้ายทีขวาทีโดยไม่หยุด ความเร็วของเค้าไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า