SC:

  หลังจากที่คืนมีดให้กับหลินเฉิง เฉินเฟยหยู ก็นึกถึง หวังจินหลง ที่เขาเป็นคนลงมือแทงมากกว่า 10 ครั้ง เขามองลงไปและเห็นว่าปากของ หวังจินหลง เต็มไปด้วยเลือด เป็นเพราะอารมณ์โกรธของเขาจึงทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ เมื่อมองไปที่ หวังจินหลง ซึ่งเห็นได้ชัดว่ากำลังจะตาย เฉินเฟยหยู รู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในใจของเขาเขารีบอธิบายให้กับ หลินเฉิง ฟัง
  “ขอโทษครับพี่หลินผมขาดสติไป..”
  หลินเฉิง โบกมือและพูดว่า
  “ไม่ต้องอธิบายหรอกฉันเข้าใจนายดี!เอาล่ะพาแฟนของนายออกไปจากที่นี่เถอะ ฉันมีบางอย่างที่จะคุยกับเขาสักสองสามคําเพียงลำพัง”
  เมื่อได้ยินดังนั้นเฉินเฟยหยู ที่กำลังจะเอ่ยปากถามก็ปิดปากลงทันทีและหันไปมอง หวังจินหลง ด้วยความเสียใจ เขาต้องการที่จะฆ่า หวังจินหลง ด้วยมือของเขาเอง อย่างไรก็ตามเขารู้ว่าชีวิตของเขากับ จางซวน นั้นได้รับความช่วยเหลือจาก หลินเฉิง ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถโต้แย้งได้ จางซวน มองไปที่ใบหน้าของ หลินเฉิง พร้อมกับความอยากรู้อยากเห็น แต่สิ่งที่เธอทำได้ในตอนนี้ก็คือออกไปจากห้อง
  เมื่อหลินเฉิง และ หวังจินหลง ถูกทิ้งไว้ในห้องเพียงลำพัง หลินเฉิง ก็ดีดนิ้วเพื่อทำให้น้ำแข็งเกาะบนบาดแผลเพื่อหยุดอาการเลือดไหลอย่างรวดเร็ว
  หวังจินหลง ลืมตาขึ้นและเห็นว่า หลินเฉิง ได้ช่วยชีวิตของเขา ทันใดนั้นเขารู้สึกเหลือเชื่อ
  “อย่ามองฉันอย่างนั้นยังไงนายก็ไม่รอด ฉันแค่อยากจะถามคำถามสัก 2-3 คำ..”
  เมื่อเห็นว่าหวังจินหลง มองตัวเอง หลินเฉิง หัวเราะและหยิบเก้าอี้มานั่งด้านข้างเขา
  เมื่อได้ยินดังนั้นหวังจินหลง เปิดริมฝีปากแห้งผาดของเขาเล็กน้อยและถามขึ้นอย่างระมัดระวังว่า
  “แก…แกต้องการอะไรอีก?”
  “ฉันไม่ได้ต้องการอะไรแค่มีคำถามเล็กน้อยและต้องการคำตอบจากนาย”
  เมื่อเห็นหวังจินหลง พูดด้วยร่างกายสั่นเทา หลินเฉิง ส่ายหัวอย่างไร้ประโยชน์จากนั้นเขาดีดนิ้วทำให้น้ำแข็งที่หยุดอาการเลือดไหลหายไปทันที
  จากนั้นหลินเฉิง ก็หยิบกล่องบุหรี่ของเขาขึ้นมา ก่อนที่จะจุดสูบอย่างสบายใจและพูดขึ้นว่า
  “เนื้อมนุษย์อร่อยไหม?”
  หวังจินหลงเห็นอย่างนั้นรู้สึกอิจฉาเขาต้องการที่จะสูบบุหรี่เป็นครั้งสุดท้ายของชีวิตเช่นกัน หลังจากได้ยินคำถามของ หลินเฉิง เขายิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า
  “แกคิดยังไงล่ะ..ถ้าฉันสามารถย้อนเวลากลับไปได้ฉันก็ไม่อยากจะกินเนื้อมนุษย์เลย..มันทรมานมาก”
  หลินเฉิง พยักหน้าเมื่อได้ยินเสียงกระซิบเบาๆของ หวังจินหลง และพยักหน้าก่อนจะถามว่า
  “จากนั้นนายนอนไม่หลับเลยใช่ไหม?”
  หวังจินหลง ส่ายหัวอย่างเงียบๆ
  “ฉันเป็นคนที่กำลังจะตายแกยังจะมาถามคำถามแบบนี้ให้ได้อะไร?”
  “ก็ได้”
  เมื่อเห็นว่าหวังจินหลง ไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้ หลินเฉิง ก็ไม่ต้องการบังคับเขาอีกต่อไป สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้มากนักหลังจากคิดอยู่สักครู่ หลินเฉิง ก็ถามขึ้นว่า
  “จากนั้นการกินเนื้อของผู้มีพลังสามารถพัฒนาพลังของตัวเองได้ฉันสังเกตว่าพลังของนายเกือบเทียบเท่ากับระดับ 3”
  “ไม่…”
  เมื่อได้ยินดังนั้นหวังจินหลง ถอนหายใจ
  “แม้ว่าจะได้กินเนื้อของผู้มีพลังลูกน้องของฉันส่วนใหญ่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ เป็นเพราะพวกเขากินมากกว่าคนอื่นๆ”
  “มากกว่า?”
  หลินเฉิง หัวเราะเยาะ
  “ดูเหมือนว่านายจะเป็นหัวหน้าที่ดีจริงๆ!”
  เมื่อได้ยินคำประชดประชันของหลินเฉิง หวังจินหลง ส่ายหัวอย่างอ่อนแรง
  “ยิ่งกินมากเท่าไหร่ก็ยิ่งนอนไม่หลับ!ในความเป็นจริงแม้ว่าแกจะไม่มาหาฉันในวันนี้ฉันก็คิดว่าคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน…ความผิดนั้นหลอกหลอนฉันเหมือนกับฝันร้ายทำลายความรู้สึกของฉันตลอดเวลา จนแทบไม่ได้หลับนอน บางครั้งฉันก็รู้สึกอยากจะฆ่าตัวตาย..”
  “นั่นคือสิ่งที่นายควรจะได้รับ นายดันทำตัวไม่ดีอย่างกินเนื้อมนุษย์ ฉันเคยเห็นพวกนิสัยเสียมามากมายแต่พึ่งเห็นคนแบบนายเป็นคนแรก!” novel-lucky
  หลินเฉิง มองดูใบหน้าที่เศร้ามองของ หวังจินหลง และพูดเย้ยหยันอย่างไร้ความปราณี
  เมื่อได้ยินคำถามทางของหลินเฉิง หวังจินหลง พยักหน้าเห็นด้วยจากนั้นเขามองตรงมาที่ หลินเฉิง และตามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
  “ถูกต้องฉันควรถูกลงโทษสมควรแล้วที่ฉันจะต้องตาย ก่อนที่ฉันจะตายฉันขอถามได้ไหมว่าแกเป็นใคร?…”
  อย่างไรก็ตามหลินเฉิง โบกมือและพูดว่า
  “ฉันเป็นแค่คนบังเอิญผ่านมาถ้านายไม่ได้จับตัวชายหญิงคู่นั้นมาพวกเราคงไม่มีทางที่จะเจอกัน!”
  เมื่อได้ยินดังนั้นหวังจินหลง ยิ้มอย่างขมขื่น
  “ดูเหมือนว่าฉันจะโชคร้ายจริงๆที่ไปยุ่งเกี่ยวกับ เฉินเฟยหยู ออ มีบางอย่างที่นายลืมถาม เสบียงของพวกเราอยู่ในชั้นล่างห้อง 432 นายดีใจที่ฉันบอกเรื่องนี้ไหม?”
  “นายต้องการพูดอะไร?”
  เมื่อได้ยินข้อมูลจากหวังจินหลง แล้ว หลินเฉิง โบกมือ
  “เอาล่ะหลับตาฉันจะทำให้นายหลับไปตลอดชีวิต”
  “เดี๋ยว..เดี๋ยวก่อน”
  เมื่อเห็นว่าหลินเฉิง กำลังจะลงมือโดยการใช้ดาบสีดำแทงลงไปบนหน้าผากของเขา หวังจินหลง พยายามร้องขึ้นอย่างเต็มที่และโบกมือเพื่อต้องการที่จะหยุดการกระทำของ หลินเฉิง เมื่อเห็นดังนั้น หลินเฉิง ขมวดคิ้วและถามอย่างหงุดหงิดว่า
  “ทำไม นายยังคิดว่ามันจะมีโอกาสรอดอีกหรอ?”
  “เปล่า..ไม่ใช่อย่างนั้น…”
  เมื่อได้ยินดังนั้นหวังจินหลง รีบอธิบายอย่างรวดเร็ว
  “ฉันรู้ว่าฉันจะต้องตายอย่างแน่นอนแต่ก่อนฉันจะตายฉันขอเลือกสถานที่ตายได้ไหม ในห้องนอนของฉันมี เถ้ากระดูกของครอบครัวฉันอยู่ฉันอยากจะตายเคียงข้างพวกเขา..”
  “งั้นหรอ?”
  เมื่อได้ยินคำอธิบายจากปากของหวังจินหลง หลินเฉิง ยิ้มขึ้น
  “มองไม่ออกเลยว่านายเป็นคนรักครอบครัวมากเอาละห้องนอนของนายอยู่ไหน”
  เมื่อเห็นว่าหลินเฉิง เห็นด้วย หวังจินหลง รู้สึกโล่งใจทันทีและชี้ไปที่ประตูสีทองด้านหลังของเขาอย่างรวดเร็ว
  “ที่นั่น!”
  เมื่อพูดจบหลินเฉิง ก็พยักหน้าทันทีและตะโกนขึ้นว่า
  “หยูซาน!”
  “คะ”
  เมื่อได้ยินเสียงเรียกของหลินเฉิง หยูซาน ที่นั่งอยู่ข้างนอกกำลังพูดคุยกับ จางซวน รีบเปิดประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อ หยูซาน เดินเข้ามาหา หลินเฉิง หลินเฉิง ก็ชี้ไปที่ประตูสีทองด้านหลัง หวังจินหลง และบอกว่า
  “เข้าไปด้านในแล้วดูสถานการณ์ตรวจสอบให้ดี อย่าทำให้ฉันผิดหวัง!”
  “เข้าใจแล้วค่ะ”
  ในที่สุดหยูซาน ก็มีโอกาสแก้ตัวเธอรีบตอบตกลงจากนั้นเปิดประตูสีทองและเดินเข้าไปด้านใน หลังจากที่หยูซานเดินเข้าไปแล้ว หลินเฉิง หันมามอง หวังจินหลง ที่รู้สึกประหม่าเล็กน้อย จากนั้นเขายิ้มและพูดว่า
  “นี่เป็นที่อยู่ของนายเราต่างก็เป็นศัตรูกันดังนั้นฉันเองก็ต้องระมัดระวังให้มาก”
  “อ่า..ใช่ๆ”
  เมื่อเห็นรอยยิ้มของหลินเฉิง หวังจินหลง รู้สึกเหน็บหนาวไปทั้งหัวใจเขาพยายามบีบรอยยิ้มที่น่าเกลียดของตัวเองออกมาและพยักหน้าอย่างแรง
  10 นาทีต่อมา หยูซาน ผู้สำรวจห้องเดินออกมาด้วยความสับสนและเห็น หลินเฉิง กำลังจ้องมองตัวเองอยู่เธอจึงเดินออกมาอย่างรวดเร็ว
  ——————————-