บทที่257 แสงสว่าง
  “เกิดเรื่องด่วนอะไรขึ้นรึปล่าวครับรัฐมนตรี เฉิน?”
  เห็นอีกฝ่ายรีบร้อนจะออกไปหลีเฉิงหยีก็ตะลึงเล็กน้อยจึงรีบถามออกไป
  เฉินฟูที่เดินไปถึงประตูแล้วหยุดและอธิบายพร้อมกับรอยยิวแห้งๆ “ใช่แล้ว…ลูกคนเล็กของผมไม่ยอมใครทะเลาะตบตีกับเพื่อนร่วมห้องอีกแล้ว คุณครูของเขารอผมอยู่ที่บ้านเพื่อพูดคุยกับเรื่องนี้และการศึกษาของลูกผม ผมก็ลืมบอกท่านไป ผมส่งคนไปทำความสะอาดบ้านหลังนั้นให้แล้ว ของที่ผู้อาศัยคนเก่ามีอยู่ก็ค่อนค่างพุพังแล้ว พ่อหนุ่มสามารถไปอยู่และเอาของเข้าไปวางเพิ่มได้ตามใจชอบเลยนะ”
  เฉินฟูพูดแบบนั้นหลีเฉิงหยีก็นึกขึ้นได้ “ขอบคุณมากๆ เลยครับ สำหรับความช่วยเหลือของรัฐมนตรีเฉิน รีบกลับไปหาลูกเถอะครับเรื่องของเด็กสำคัญกว่าครับอย่าไปสายเลยครับ!”
  เขาได้รับการสนับสนุนให้กลับไปได้แล้วเขาก็รีบออกไปเลย
  หลินเฉิงลุกขึ้นจากโซฟาเมื่อเห็นเฉินฟูกำลังจากไปเขาก็ตะโกนเรียก “รอแปปนึงครับ รัฐมนตรีเฉิน!”
  “อ๊ะ?”
  ได้ยินเสียงเรียกเฉินฟูก็หยุดอีกครั้งแม้ว่าเขาจะไม่เห็นหน้าคนที่เรียกแต่เขาก็รุ้ว่าใคร “มีอะไรรึพ่อหนุ่ม มีอะไรที่ผิดพลาดในสัญญารึปล่าว?”
  หลินเฉิงที่โผล่มาหน้าประตูแล้วก็โบกปัดเขายิ้มและถาม “ไม่ครับ! จะไปมีปัญหากับเอกสารที่เซ็นโดยนายกรัฐมนตีเฉินเองได้อย่างไร ผมอยากจะถามชื่อของชายที่ทำให้ลุงของผมอับอาย…”
  “จะถามไปทำไมหละพ่อหนุ่ม?”
  เฉินฟูก็นิ่งไปสักพักเมื่อได้ยินคำถามของหลินเฉิงเขาไม่รู้ว่าหนุ่มคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่ “ฉันบอก ไอหมอนั้นถูกวิพากษ์วิจารอย่างหนักก่อนจะโดนไล่ออกเพราะฉัน? ทำไมพ่อหนุ่มไม่ปล่อยเขาไปหละ?”
  “ผมไม่ได้จะถามเรื่องนั้น!”
  สายตาของเฉินฟูเปลี่ยนไปนิดหน่อยแต่หลินเฉิงไม่สนใจ“เหมือนที่ท่านพูด ไอหมอนั้นก็โดนลงโทษไปตามนั้นหรือยังไงผมก็ไม่สนใจมันเท่าไหรหรอก! ผมไม่ไปทำอะไรเขาหรอก ผมแค่อยากจะรู้ชื่อของเขาไว้เท่านั้น…”
  “โอเคน้องส้มพอได้แล้ว มันจบแล้วไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว!”
  หลีเฉิงหยีตบไหลหลินเฉิงให้หยุดทำเฉินฟู ขายหน้าได้แล้ว เขาหันกลับไปหาเฉินฟูและพูด “ต้องขออภัยด้วยครับ หลานของผมยังหนุ่มยังแน่น หลังจากที่ผมมีปัญหานิดหน่อยในแผนกของท่าน เขาก็แค่อยากจะแก้ชื่อเสียให้ลุงของเขานิดหน่อย ท่านไม่ต้องคิดอะไรมากนะครับ ผมไม่ปล่อยให้เขาทำอะไรแบบนั้นหรอก ท่านควรกลับไปได้แล้วนะครับ!”
  เฉินฟูมองไปยังหลีเฉิงหยียิ้มอย่างมีเล่ห์นัยเปิดประตูรั้วออกไป
  หลังจากเฉินฟูออกไปหลีเฉิงหยีหันกลับมาถามหลินเฉิง “มีอะไรกับชื่อของชายคนนั้นหรอ? เธออยากจะไปแก้แค้นจริงๆ หรอ?”
  หลินเฉิงได้แต่ยักไหล่“อย่างแรก ผมจะจำไว้เลยและไม่ให้มันเกิดขึ้นอีก… ว่าแต่ลุงรู้ชื่อของชายคนั้นไหม?”
  เมื่อเขาเห็นหลินเฉิงเก็บเรื่องนี้ไปคิดแทนเขาอีกแล้วหลีเฉิงหยีก็หัวเราะขึ้นพร้อมกับน้ำตา “ลุงไม่รู้ชื่อของมันหรอ ไม่คุ้นหน้ากับคนในแผนกนั้นด้วย นอกจากชือเฉินฟูที่เป็นหัวหน้าลุงก็ไม่รู้แล้วหละ…”
  “กริ๊ก-”
  เมื่อหลีเฉินหยีไม่รู้หลินเฉิงก็ล้มเลิกความคิดนี้ไปแล้ว เขาเตรียมตัวไปที่บ้านหลังใหม่แต่เขาเห็นแสงแวบออกมาสว่างจ้าไปหมด!
  หลังจากที่ตาหายพร่าหลินเฉิงก็มองไปยังเชิงเทียนคริสตันบนเพดานเหนือหัวของเขาและประหลาดใจมันทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมมาก
  “นี้เธอไม่ได้เห็นแสงไฟนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?”
  หลีเฉิงหยีที่รู้สึกว่าห้องมันมืดไปก็เปิดไฟขึ้นหลินเฉิงที่กำลังมองอยู่ที่เชิงเทียนก็ย่อมตกใจ เขาได้แต่หัวเราะและรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย
  หลินเฉิงที่รู้แล้วว่ามันคือแสงอะไรตาของเขาก็หายพร่ามัว แม้แสงไฟบ้านในแคปซูลของเขา มันจะไม่มีอะไรแปลกไปเลยสักนิด แต่เขาก็ไม่ได้เห็นไฟที่มาจากเครื่องเรือนในเชิงสัญญลักษณ์ของมนุษย์ชาติมานานแล้วจริงๆ ที่นอกเหนือจากบ้านในแคปซูลหลังนั้น!
  “มีอะไรหรอ?” novel-lucky
  ได้ยินคำพูดของลุงหลินเฉิงก็ถามกลับไปอย่างเร็วหลีเฉิงหยีมองไปทางอื่นแล้วก่อนที่จะอธิบายออกมา “เพราะฐานทัพทะเลน้ำเงินแห่งนี้มีเครืองปั่นไฟเป็นกังหันลมอยู่ยังเชิงเทียนคริสตันบนเพดานเหนือหัวของเขาและประหลาดใจมันทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมมาก
  “นี้เธอไม่ได้เห็นแสงไฟนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ?”
  หลีเฉิงหยีที่รู้สึกว่าห้องมันมืดไปก็เปิดไฟขึ้นหลินเฉิงที่กำลังมองอยู่ที่เชิงเทียนก็ย่อมตกใจ เขาได้แต่หัวเราะและรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย
  หลินเฉิงที่รู้แล้วว่ามันคือแสงอะไรตาของเขาก็หายพร่ามัว แม้แสงไฟบ้านในแคปซูลของเขา มันจะไม่มีอะไรแปลกไปเลยสักนิด แต่เขาก็ไม่ได้เห็นไฟที่มาจากเครื่องเรือนในเชิงสัญญลักษณ์ของมนุษย์ชาติมานานแล้วจริงๆ ที่นอกเหนือจากบ้านในแคปซูลหลังนั้น!
  “มีอะไรหรอ?”
  ได้ยินคำพูดของลุงหลินเฉิงก็ถามกลับไปอย่างเร็วหลีเฉิงหยีมองไปทางอื่นแล้วก่อนที่จะอธิบายออกมา “เพราะฐานทัพทะเลน้ำเงินแห่งนี้มีเครืองปั่นไฟเป็นกังหันลมอยู่หลายตัวตั้งแต่ก่อนวันโลกาวินาศแล้ว เพราะความอุดมสมบุรณ์ของแสงอาทิตย์ในเกาะหนานซู ฐานทัพแห่งนี้ก็ใช้พลังงานแสงอาทิตย์อีกด้วย เมื่อวันสิ้นโลกมาถึง มันก็เลยส่งผลกระทบต่อไฟฟ้าไม่มาก…”
  “ตอนนี้มันก็ยังทำงานอยู่?”
  ได้ยินคำอธิบายของลุงหลินเฉิงก็อึ้งไปกับความโชคดีของฐานทัพแห่งนี้ เขากลัวว่าคนที่อยู่ในฐานทัพจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดเหตุการวันสิ้นโลกขึ้นมาแล้ว เพราะว่าพวกเขามีไฟฟ้าใช้ตลอดทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ ต่อให้โลกทั้งใบตกอยู่ในความมืด แต่สถานที่แห่งนี้ยังคงรักษาพลังงานไฟฟ้าไว้ได้!
  หลักจากอธิบายถึงแหล่งไฟฟ้าของสถานที่แห่งนี้แล้วหลินเฉิงก็ยังสับสนอยู่ เขาก็เลยตบไหล่หลานหนึ่งที “ไม่ต้องไปคิดมากหรอก อยู่บ้านหลังนี้ไปก่อนสักสองสามวัน!”
  หลังจากที่หลีเฉิงหยีหันไปดูนาฬิกาบนพนังมันก็บอกเวลาว่าเกิดกว่า 21.00 นาฬิกาแล้ว เขาได้แต่ตะโกนถาม “เอาจริงหรอ ป่านนี้แล้วป้าฉินของเธอก็ยังลงมากทำอาหารอีก รออยุ่ที่นี้กับซานซานก่อนนะลุงจะไปตามป้าลงมาทำอาหาร!”
  พูดจบเขาก็ขึ้นไปเรียกป้าฉินและเสี่ยวเดียลงมา
  ก่อนที่หลีเฉิงหยีจะไปหลินเฉิงก็ห้ามเอาไว้“ไม่ต้องลำบากลุงหรอกครับนี้ก็ดึกแล้วไปนอนพักกันดีกว่าครับ ผมมีอาหารอยู่เต็มเลยในรถผมเอาออกมาก็แก้ปัญหานี้ได้แล้ว ผมค่อยทำนู้นทำนี้ต่อพรุ่งนี้ครับ!”
  หลีเฉิงหยีอยากจะปฏิเสธแต่ก็เห็นว่าหลินเฉิงกับหยูซานเหนื่อยแล้ว เขาก็หยุดและถอนหายใจ “โอเค…เหมือนว่าพวกเธอจะเหนื่อยกันมากแล้ววันนี้ งั้นมาทำอันนี้ก่อน….วันนี้ควรจะเป็นวันที่ดี แต่ฉันกับป้าก็ทำให้มันแย่น่าอายจริงๆ !”
  สีหน้าของหลีเฉิงหยีก็ดูเศร้าลงยืนเวิ้งว้างอยู่คนเดียวกลางห้องรับแขกแห่งนี้
  หลินเฉิงก็เข้ามาปลอบใจเขา“อย่าพูดแบบนั้นเลยลุงหลี ลุงกับป้าทะเลาะกันต่อหน้าผม ก็เหมือนลุงกับป้ายังเห็นผมเป็นคนของครอบครัวนี้ไม่ใช่ใครอื่นใด ไม่ต้องคิดมากครับลุงวันนี้เป็นวันที่ยาวนานผมมาที่นี้เพื่อช่วยลุงนะครับไม่ต้องเครียดไปหรอก!”
  หลีเฉิงหยีรู้สึกดีขึ้นจากคำพูดของหลินเฉิงเขากลับมาสดใสเหมือนเดิม เขาหัวเราะออกพร้อมกับสบถ “ไอเด็กไม่ดี! อนาคตของโลกในนี้ขึ้นอยู่กับเด็กรุ่นใหม่อย่างพวกเธอ ไม่ต้องมาระวังคนแก่ๆ สองคนหรอก! ขึ้นไปบอกลาป้าฉินกับเสี่ยวเดียก่อนไป ลุงมีผ้าห่มให้สองผืนพอดี ตอนเช้ามันร้อนแต่ตอนเย็นมันก็หนาวมาก!”
  —————————–