บทที่ 354 พบกับชูฉิงอีกครั้ง

ผมมีระบบแคปซูลในวันสิ้นโลก

หลังจากที่รู้ถึงพลังของหวังเหลาแล้วหลินเฉิงก็ตัดสินใจว่าจะไม่ยุ่งกับชายคนนั้นโดยไม่จำเป็น!
  แม้ว่าพลังนั้นจะเป็นอะไรที่ไม่ธรรมดามากๆและสามารถเล่นแผลงๆ กับพลังของหลินเฉิงในตอนนี้ได้ เหตุผลหลักๆ ที่เขาไม่อยากจะยุ่งเป็นเพราะเขาไม่อยากจะโดนมองการเคลื่นไหวออก
  ด้วยความแข็งแกร่งที่แตกต่างกันหวังเหลาก็รู้ว่าพลังของหลินเฉิงนั้นมากกว่าระดับที่ 4 แต่เขาก็มองไม่ออกอยู่พักหนึ่ง ถ้าเขาไม่ให้เวลานั้นกับหวังเหลา หวังเหลาก็ไม่มีทางที่จะมองออกอย่างแน่นอน ตอนนี้เขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยุ่งไปเลย
  “น้องหลินน้องหลิน?”
  เมื่อเขาคิดถึงเรื่องของหวังเหลานานเกินไปจนตอนนี้ตัวเองกำลังนั่งนิ่งอยู่นาน ฉางเจียก็ได้แต่เรียกอย่างเป็นห่วงเพื่อดึงเขากลับมา
  “อะ…ห๊ะ?..อ๋อผมยังอยู่ดีครับ!”
  หลินเฉิงที่ดึงสติกลับมาได้ก็รีบตอบกลับไป “ของโทษด้วยพี่ฉาง ผมคิดถึงเรื่องพลังแห่งความรอบรู้อยู่นานไปหน่อย”
  “งั้นนายก็…”
  ได้ยินหลินเฉิงตอบมาแบบนั้นเธอก็หัวเราะออกมาทันที “ถ้าอยากรู้เรื่องนั้นถามฉันมาตรงๆ ก็ได้นะ?”
  พูดจบเธอก็โบกมือก่อนที่จะกลืนน้ำลายเพื่อให้พูดต่อได้คล้อง “ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องพลังอะไรนั้นนักหรอก พี่เองก็เป็นแค่คนธรรมดา พี่ไม่ยุ่งกับพวกที่มีพลังถึงขั้นเหาะเหินเดินอากาศได้หรอก..”
  “แต่ของบอกไว้ก่อนอย่างนึงว่าพลังนั้นคือสิ่งเดียวที่พวกเรา กองพันที่หนึ่งทุกคนถูกเขานี้แหละวัดพลังและจัดแจงหน้าที่ต่างกันออกไป ที่น่าแปลกใจที่สุดคือทุกคนทำงานนั้นได้อย่างถนัดและสบายใจมาก นั้นทำให้พวกเขาเกร่งกลัวต่อพลังความรอบรู้ของหวังเหลา”
  หลินเฉิงพยักหน้าเบาๆเขาเข้าใจเรื่องนั้นดี ถึงแม้จะมีพลังแห่งการรู้แจ้ง แต่การแจงคนให้ถูกกับงานนั้นก็ยังเป็นเรื่องทีลำบากอยู่ดี แต่เหมือนตาแก่คนนี้จะทำได้ดีเหลือเกิน !
  “หวอออออออ!!!!”
  ด้วยความช่วยเหลือของฉางเจียการรายงานตัวของหลินเฉิงก็เป็นไปได้ด้วยดี ตอนที่เขากำลังจะออกไป เสียไซเรนดังออกมาจากลำโพงบนหัวของเขา!
  หลังจากที่เสียงแจ้งเตือนนั้นดังขึ้นหลินเฉิงก็ถามถึงความหมายของมันทันที แต่เหมือนว่าเธอจะรู้อยู่แล้วว่าเขาจะถาม เมื่อเสียงสัญญาณดังขึ้น เธอก็อธิบายกับหลินเฉิงทันที “เสียงนี้หมายถึงกองพันที่หนึงพร้อมจะออกตัวเร็วๆ นี้แล้ว เรื่องของนายก็เสร็จไปแล้วด้วย นายต้องไปอยู่เรือหมายเลข 3 วันนี้นายก็ไม่ต้องทำอะไรด้วย ใช้เวลาให้คุ้มค่าเถอะวันพรุ่งนี้นายต้องมาทำงานจริงๆ แล้ว!”
  “ครับเข้าใจแล้ว…”
  ได้ยินคำอธิบายนั้นหลินเฉิงก็พยักหน้าเข้าใจทุกอย่าง ก่อนที่จะขอบคุณพี่ฉางในวันนี้ “วันนี้ผมสร้างปัญหาไว้มาก ถ้าพี่ไม่ช่วยไว้ผมคงแย่ แต่ผมก็ยังไม่ได้ตอบแทนอะไรเลย แถมผมยังทำให้พี่ถูกคุณหวังด่าอีก…”
  หลังจากพูดขอบคุณไปพี่ฉางก็โบกมืออย่างเขินอายและพูด “โอ้ น้องหลินทำไมมาสุภาพกันตอนนี้หละ? งานของฉันก็คือจัดสรรหน้าที่ให้กับสมาชิกของกองพันอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ไม่ได้มีมากนัก เดือนนึงได้มาแค่ 10 คน อย่างไรก็ตามน้องหลินก็เป็นคนหล่อและนอบน้อมแถมยังฉลาดอีก ไหนจะเรื่องพลังที่หาได้ยาก ไม่ต้องขอบคุณอะไรพี่หรอก ทำงานให้เต็มที่ก็พอแล้ว!”
  “ครับผม!”
  เห็นว่าหญิงวัยกลางคนคนนี้เป็นคนที่อบอุ่นหลินเฉิงก็พยักหน้าแรงๆ และหยุดพูดอะไรนอกเรื่อง หยิบเอกสารของตัวเองและเปิดประตูเดินออกไป
  ตอนที่เดินออกมาจากห้องนั้นหลินเฉิงก็เห็นสมาชิกของกองพันเดินกันเต็มไปหมด พวกเขาน่าจะกำลังรีบร้อนไปกับการเตรียมอุปกรณ์ให้เรียบร้อย เดินกันขวักไขว่ระหว่างตัวเรือกับท่าเรือ ภายใต้ควบคุมของ นายทหารหลายคน แม้ว่าพวกเขาจะเหนื่อย แต่ก็ยังคงรักษาวินัยอยู่มาก
  “หลินเฉิง!”
  ระหว่างที่กำลังเสพบรรยกาศแห่งความคึกครื้นหลินเฉิงก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยเรียกขึ้นมาจากข้างหลัง!
  “อ่า..”
  หลังจากที่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้หลินเฉิงก็หันกลับมาเห็นชูฉิงที่สวมส้นสูงเดินเข้ามาหาเขาตรงๆ
  “ทำไมไม่บอกฉันก่อนหละว่านายจะมาที่กองพัน?”
  เมื่อเดินเข้ามาใกล้หลินเฉิงเธอก็ถามโดยไม่ได้หายใจในทันที
  “ให้ตายเถอะ!เธอเป็นแม่ของฉันรึยังไง? ทำไมฉันต้องไปบอกเธอก่อนด้วย?”
  หลินเฉิงไม่หันไปมองเขาจุดบุหรี่ขึ้นมาสูบก่อนที่จะบ่นพึมพัม
  หลังจากที่ถามไปแต่หลินเฉิงตอบกลับมาแบบนี้เธอ ชูฉิงที่กำลังใจเย็นก็ดุขึ้นมาในทันที “ก็นายไม่รู้จักใครไง! ฉันได้ยินว่าตาแก่หวังในแผนกทดสอบกำลังโกรธมาก นายไปสร้างเรื่องมารึไง สมควรแล้วถ้างั้นนะ!”
  “ก็เขาเป็นคนอารมณ์ร้อนแบบนั้นแต่ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรให้เขาขายหน้า นอกจากนั้น….”
  เห็นชูฉิงพูดเรื่องหวังเหลาเพื่อกักตัวเขาไว้หลินเฉิงก็คิดว่าไม่มีอะไรที่เขาต้องมายุ่งกับเธอ เขาจึงโบกมือไม่อยากจะพูดอะไรต่อ ถ้าเขาไม่พูด เธอจะปล่อยเขาไปไหม?
  “ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ…”
  หลินเฉิงต้องการจะเปลี่ยนเรื่องคุยเขาจึงถามเธอกลับไปตรงๆ “เธอเป็นเลขาของผู้พันไม่ใช่หรอ? ถ้าฉันอยากจะหาอะไรทำแก้เบื่อ ฉันคงจะมาเดินเล่นในที่สบายๆ แบบนี้หละมั้ง?”
  “ฮึ่ม!ทำไมฉันต้องบอกนายด้วย?”
  ชูฉิงเองก็ใช้ไม้เดียวกับเขาเธอเก็บความอยากรู้เอาไว้และหันกลับไปพูดบ้าง
  “โฮ่….”
  หลินเฉิงเมินชูฉิงที่ทำเป็นใจแคบ เขามองเวลาจากนาฬิกาบนข้อมือ และเอี้ยวตัวจะเดินออกไปทันทีไปหาฉางเหวินฉวนทั้งๆ อย่างงั้น
  ————————-SC: บทที่ 355 ความกังวลของหยูซาน