“นี้แหละคือการเก็บเกี่ยว!”
  หลังจากที่รู้สึกถึงแรงดึงของตาข่ายฉางเหวินฉวนก็เริ่มดึงชื่อคล้องแหอย่างเต็มแรง ปลาตัวใหญ่ติดตาข่ายขึ้นมาด้วย เขาหยิบมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!
  เห็นฉางเหวินฉวนกำลังยุ่งหลินเฉิงก็รู้สึกร้อนใจนิดๆ เขาเปลี่ยนจากนักเรียนที่ยากจนซึ่งเคยมีขนมปังอบสองชิ้นมาเป็นผู้ที่กินดีอยู่ดี และตอนนี้เขาต้องมาเรียนการออกล่าด้วยเสียแล้ว
  “ปั้ง!”
  ไม่นานนักปลาตัวใหญ่เกือบเมตรก็ถูกฉางเหวินฉวนลากขึ้นมาคนเดียว!
  มองไปยังปลาและกุ้งที่คิดขึ้นมาด้วยหลินเฉิงที่กินอิ่มแล้ว เริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาอีกครั้ง ฉางเหวินฉวนเองก็แปลกใจในจำนวนที่ได้มาด้วย เขาหยิบล็อบเสตอร์ยาว 50 เซ็นติเมตรขึ้นมาชม!
  “เหมือนว่าวันนี้โชคจะเข้าข้างแหะ!”
  มองไปยังกุ้งตัวใหญ่เกร็ดสีเขียวในมือแล้วฉางเหวินฉวนก็พูดอย่างแปลกใจ
  “ไม่เคยได้เยอะขนาดนี้มาก่อนเลยตั้งแต่เรียนกับสุดยอดปรมาจารย์นักตกปลาคนนั้นมา!ดูขนาดและประเภทของปลาและกุ้งพวกนั้นสิ ปกติถ้าจะได้ขนาดนี้ต้องเหวี่ยแหถึง 3 – 4 รอบเลยนะ!”
  “จริงหรอ?”
  หลินเฉิงเองก็แปลกใจอยู่ลึกๆแม้ว่าเขาอยากจะกินพวกมัน เขาก็ไม่คิดว่าจุดหาปลาตรงนี้จะได้ผลดีขนาดนี้
  “ผมมั่นใจเลยหละ!”
  เห็นหลินเฉิงเหมือนจะไม่เชื่อฉางเหวินฉวนก็เลยลุกขึ้นและขอให้เขาช่วยอีกแรง เอาสัตว์ทะเลพวกนี้ไปเก็บ
  “แม้ว่าแถวนี้จะมีทรัพยากรทางทะเลที่อุดมสมบรูณ์มากตั้งแต่ที่พวกเราเริ่มล่า มันก็ลดไปเยอะมากแล้ว เพียงแค่เหวี่ยงแหวิธีเดียว ผ่านไปหนึ่งวันมันก็เริ่มไม่ได้อะกลับมาหลังจากที่เหวี่ยงออกไปแล้ว!”
  “แม้ว่าเขตท้องทะเลแห่งนี้จะกว้างไกลแต่เพื่อที่จะให้พอต่อการเลี้ยงปากเลี้ยงท้องผู้รอดชีวิตทั้งฐานฐานทัพ ความต้องการอาหารก็เพิ่มมากขึ้นๆ จนหน้าลำบาคใจ การที่ได้เจอจุดหาปลาดีๆ แบบนี้เป็นเรื่องที่อาศัยดวงมากๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมออกเรือมาคนเดียว แต่ก็หาอะไรไม่เจอเลยทุกครั้งไป!”
  “เดี๋ยวนะ?นายออกมาคนเดียวด้วยหรอ?”
  หลินเฉิงขัดจังหวะทันที“ถ้าจำไม่ผิด ทำเลมันอุดมสมบูรณ์กว้าแต่ก่อนมาก แต่ความเสียงก็เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกันใช่ไหม? แม้จะฝังดูฉุกละหุกไปหน่อย แต่ฉันอยากรู้ว่านายออกทะเลอย่างอิสระแบบนั้น ในมหาสมุทรที่โคตรจะอันตรายแบบนี้ได้ยังไง”
  “เออ…”   เห็นหลินเฉิงมองมาอย่างสงสัยฉางเหวินฉวนก็พูดไม่ออก เขาได้แต่กระแอ่มออกมาสองครั้ง “เอาไว้ผมค่อยบอกที่หลังนะ”
  “โอเคไม่เป็นไร!”
  เห็นสีหน้าดูไม่ดีของฉางเหวินฉวนหลินเฉิงก็หัวเราะและตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเรื่องคุย ถ้าจะพูดอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะไปเน้นย้ำคำถามเพียงข้อเดียวตลอด อีกอย่างอีกฝายเองก็บอกความจริงกับเขาไม่ได้ งั้นทำเป็นไม่ใส่ใจไปเลยจะดูดีกว่า
  “ถ้าท่านรองไม่อยากพูดฉันก็ไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น!”
  หลังจากนั้นหลินเฉิงก็นั่งยองและหยิบตาขายขึ้นมาดูพร้อมกับถาม“ฉันจำวิธีใช้เบื้องตนได้แล้วหละ งั้นลองกับแหอันนี้ก่อนเลยแล้วกันนะ?”
  เห็นหลินเฉิงไม่ตอแยกับคำถามนั้นฉางเหวินฉวนก็ดูโล่งอกขึ้นเยอะ แต่เขาก็ยังสงสัยอยู่นิดหน่อย ตามปกติแล้ว อีกฝ่ายไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะถามคำถามนี้ด้วยซ้ำแต่เหมือนหลินเแิงจะถามอย่างไม่คิดอะไรเลย ไม่สนใจว่าเขาจะเป็นรองผบ.หรือไม่ แต่ครั้งนี้เขากลับบอกว่าจะไม่ถามเพราะเขาเป็นรองผบ. นี้นะ? ฉางเหวินฉวนส่ายหน้าและเลิกคิดเรื่องนี้ เขาตอบกลับไปก่อนที่จะมีอะไรคลาดคลื่อน!
  “ใช่แล้วลองได้ตามสบายเลย! แต่…”
  “ทำไม…ฉัน…”
  “นายจะบอกว่าไม่ได้หรอ?”
  ก่อนที่จะได้พูดจบหลินเฉิงก็เข้ามาขัดจังหว่ะไว้ก่อน “นี้เป็นงานหลังของนาย ถ้ามีอะไรฉันก็ไม่ขัดหรอกนะ! นายเป็นถึงรองผบ. ของฐานทัพ การรู้ความลับในใจของนายนั้นเป็นภาระใหญ่หลวงสำหรับฉัน ที่เป็นแค่ผู้อยู่อาศัยใหม่ แต่ถ้ามันส่งผลต่อเสี่ยวเดียก็บอกกับฉันมาเถอะ!”
  “เป็นไปไม่ได้หรอไม่มีทาง!”
  ได้ยินคำอธิบายของหลินเฉิงฉางเหวินฉวนก็โล่งใจขึ้นมาเยอะ ตั้งแต่ได้พูดคุยกันเขาก็มีความประทับใจกับชายนอกกำแพงคนนี้ เขาไม่อยากให้มีปัญหาซึ่งกันและกัน เพราะหลังจากที่เขาเลื่อนตำแหน่งมา เขาต้องทำเป็นเสแสร่งต่อคนที่เข้ามาหาผลประโยชน์ด้วย เขาไม่อยากให้พูดชายคนนี้เป็นแบบนั้นไปด้วยอีกคน!
  ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมหลินเฉิงไม่ถามคำถามนั้นต่อเหมือนว่าชายคนนี้จะเข้าใจสถานการณ์ของเขามากๆ และมีแนวคิดที่ยืดหยุ่นได้ดี เขาไม่ได้เลือกที่จะถามเพราะไม่สนใจจริงๆ แต่เขาเลือกเพราะไม่ต้องการแบกภาระในการรักษาความลับของเขาเองต่างหาก!
  เห็นท่าทีของฉางเหวินฉวนเปลี่ยนไปแล้วเปลี่ยนไปอีกหลินเฉิงก็รู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะหลักแหลมนัก เขารู้ว่าท่าทีในตอนนี้ของอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องธรรมดา ถ้าเขารู้ตัวขึ้นมาละก็ มันจะเป็นผลเสียต่อตัวเขาอย่างมาก!
  หลังจากที่ดัดนิ้วแล้วสิ้นเสียง แกร็ก!หลินเฉิงก็โยนตาข่ายออกไปยังท้องทะเล
  “โอ๊ะ!?”
  เห็นหลินเฉิงโยนตาข่ายออกไปฉางเหวินฉวนก็อดที่จะถามอย่างนึกไม่ถึงไม่ได้ “คุณแน่ใจนะว่าไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน? ดูจากท่าทางและการเคลื่อนไหวแล้ว ดูชำนานมากๆ เลยนะ?“
  หลินเฉิงยักไหล่แบบไม่ใส่ใจอะไร“ฉันเป็นถึงผู้ใช้พลังระดับ 4 เลยนะ ถ้าฉันไม่มีความสามารถในการเรียนรู้ เกร่งว่าคนต้องอยู่ในระดับ 1 ไปตลอดชีวิตแล้วหละ! ”
  ฉางเหวินแวนถึงกับยกนิ้วให้และพูด“ที่คุณพูดมันใช่เลย! ไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหน ก็ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง!”
  ฉางเหวินฉวนไปหยิบตาข่ายมาเพิ่มก่อนที่จะยืนข้างๆ หลินเฉิง และเหวี่ยงมันออกไป!
  ———————-SC: บทที่ 368 จับไว้!