เหตุการณ์ทางใต้คลี่คลายแล้ว

 

เนื่องจากสถานการณ์ลุกลามเกินกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ในตอนแรก, ลีโอจึงกลับไปที่เมืองหลวงจักรวรรดิ

 

เพื่อสอบถามสถานการณ์กับพวกเขาโดยละเอียด, ท่านพี่กับเยอร์เกนจึงถูกเรียกกลับไปที่เมืองหลวงจักรวรรดิด้วยโดยใช้เรื่องมอบรางวัลให้พวกเขาสำหรับการตอบสนองที่รวดเร็วเป็นข้ออ้าง

 

กลุ่มคนที่ถูกเรียกตัวนั้นรวมฉันด้วยแต่ว่า……

 

“อา, แบบนี้แย่แล้วสิ…..”

 

เบื้องหน้าสายตาของฉันคือกลุ่มคนที่มาออกันหน้าประตูเมืองหลวงจักรวรรดิ

 

ลีโอกับอัศวินหลวงพร้อมกับอัศวินจากขุนนางทางใต้ที่ร่วมกันต่อสู้กำลังเดินทัพเข้ามาในเมืองหลวง ลีโอเป็นคนนำพวกเขาเข้ามาในประตูแต่มีการต้อนรับอย่างเร่าร้อนกำลังรอพวกเขาอยู่ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถเดินหน้าตามปกติได้

 

“องค์ชายลีโอนาร์ด—!!!!”

 

“มันคือชัยชนะของเจ้าชายผู้กล้า!!”

 

“ท่านลีโอนาร์ดคะ!!!”

 

“โปรดมองมาทางนี้หน่อยสิคะ!!!!”

 

ทุกคนรู้ว่าสัญญาณไฟสีม่วงได้ถูกจุดจากทางใต้

 

ครั้งสุดท้ายที่มันถูกจุด, คือข่าวการตายของมงกุฎราชกุมาร

 

ทุกคนเตรียมใจรับฟังข่าวแบบเดียวกันในครั้งนี้แต่สิ่งที่ถูกส่งมานั้นคือข่าวร้ายเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเมืองบัสเซาและมันก็เป็นสเกลความเสียหายอันน้อยนิดสำหรับเหตุการณ์ระดับประเทศ

 

จากนั้นข่าวดีที่องค์ชายของพวกเขานำอัศวินและนักผจญภัยต่อสู้จนได้รับชัยชนะต่อฝูงมอนส์เตอร์จำนวนมหาศาลและปีศาจที่แข็งแกร่งก็เข้ามา

 

ความสุขของผู้คนนั้นมากพอๆกับความเศร้าที่พวกเขาเตรียมใจจะเผชิญ

 

เสียงเฮลั่นดังมาจากฝูงชนถึงลีโอและคนอื่นๆราวกับกำลังจัดงานเทศกาลอยู่

 

“นั่นมันท่านลีเซล็อตต์นี่!”

 

“ท่านจอมพล!!”

 

“ทรงพระเจริญองค์หญิงแม่ทัพ!!”

 

ในตอนที่ลีโอกับกลุ่มของเขาผ่านไป, ครั้งนี้มันก็ถึงคราของท่านพี่กับทหารของเธอจากหน่วยทหารม้า

 

เธอยอมยกตำแหน่งคนนำให้ลีโอเนื่องจากเขาเป็นพระเอกของเหตุการณ์นี้แต่เธอก็ยังคงได้รับเสียงเชียร์พอๆกับลีโอ

 

เธอคือเจ้าหญิงผู้งดงามที่คอยคุ้มกันชายแดนและสร้างความสำเร็จทางการทหารมากที่สุดในบรรดาราชวงศ์ของจักรวรรดิ หลังจากที่พวกเขาได้เห็นรูปโฉมของเธอหลังจากที่ไม่ได้เห็นมานาน, ผู้คนก็ดูเหมือนจะพากันรู้สึกตื่นเต้น

 

ถัดจากเธอ, ก็ถึงตาของฉันกับเยอร์เกน

 

คนแรกที่ผู้คนเริ่มส่งเสียงเชียร์ก็คือเยอร์เกน

 

“นั่นดยุคไรน์เฟลด์นี่!”

 

“ดูเหมือนเขาจะเป็นคนที่กรุยทางให้ท่านลีเซล็อตต์นะ!”

 

“ข้าได้ยินมาว่ามันเป็นเพราะความพยายามของท่านดยุค, ท่านลีเซล็อตต์ถึงสามารถไปถึงทางใต้ได้ทันเวลา!”

 

“ท่านดยุค!!”

 

มีผู้คนค่อนข้างเยอะที่ส่งเสียงเชียร์เขา

 

ดูเหมือนว่าผู้คนที่นี่จะมีเครือข่ายข้อมูลที่ค่อนข้างรวดเร็วอย่างบอกไม่ถูก

 

“นั่นเขาไง, เจ้าชายไร้ค่า”

 

“ข้าได้ยินมาว่าเขาพยายามจะไปช่วยน้องชายในตอนแรกแต่ไปได้ครึ่งทางก็เหนื่อยซะก่อนเลยล้มเลิกไปทั้งแบบนั้น”

 

“ต่อให้เขาไปถึงที่นั่นก็คงทำได้แค่ถ่วงแข้งถ่วงขาคนอื่นเท่านั้นแหล่ะ”

 

“เจ้าชายองค์นี้ไร้ประโยชน์จริงๆเลย ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขากับองค์ชายลีโอนาร์ดเป็นฝาแฝดกัน”

 

“ทำไมเขาถึงได้มาร่วมเดินทัพกับคนอื่นๆนะ? เขาน่าจะหัดรู้สึกละอายซะบ้างสิ”

 

“นั่นสิ นั่นสิ! ไอ้ปลิงดูดชาวบ้าน!”

 

“เขานำความเสื่อมเสียมาให้กับราชวงศ์จริงๆ!”

 

เสียงเยาะเย้ยและคำดูถูกดังขึ้นประปรายจากฝูงชน

 

เรื่องแบบนี้มันไม่จบจริงๆนะ

 

พวกเขากำลังล้อเลียนฉันด้วยปากเดียวกับที่พวกเขาเคยสรรเสริญลีโอ

 

ฉันเข้าใจดีว่านี่คือสัจธรรมของผู้คน ดังนั้นฉันจึงยืดอกรับมัน ถ้าฉันหลบตา, คำเยาะเย้ยก็จะเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ถึงยังไง, ก็คงไม่มีใครอยากรับรู้ถึงราชวงศ์ที่น่าสมเพศ

 

อันที่จริง, คนที่จะมีปัญหาถ้าไม่สามารถควบคุมความรู้สึกได้ก็คือพวกเขา

 

พวกเขาทำตัวไม่เคารพมากพอแล้วแต่ฉันเป็นคนเดียวในราชวงศ์ที่มีมุมมองเรื่องความไม่เคารพเช่นนี้ต่างออกไป พวกเขาน่าจะไม่ถูกจับเว้นเสียแต่ว่าพวกเขาโยนบางอย่างใส่ฉัน อย่างไรก็ตาม, ถ้าพวกเขาเริ่มทำแบบนั้นการ์ดประจำเมืองจากกองทหารรักษาการณ์ของเมืองหลวงที่ทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยก็จะเคลื่อนไหว

 

มันคงจะดูน่าสงสารสำหรับพวกเขาถ้าถูกจับเพียงเพราะโยนบางอย่างใส่ฉัน

 

ถึงยังไงประชาชนอย่างเขาก็ทำได้แค่พูดความไม่พอใจออกมาเท่านั้น

 

“องค์ชาย….ถ้าท่านต้องการ, ข้าสามารถทำให้พวกเขาเงียบได้นะครับ”

 

เยอร์เกนเสนออย่างเป็นห่วง

 

ถ้าฉันต้องการสินะ, ก็สมกับเป็นเขานั่นแหล่ะ

 

ฉันส่ายศรีษะเบาๆ

 

เมื่อเห็นเช่นนี้, เยอร์เกนก็ยิ้มแล้วกลับไปมองข้างหน้า

 

จากนั้น,

 

“วางใจเถอะครับ, ความใจดีและความแข็งแกร่งของท่าน, อัศวินของข้าและตัวข้า, เยอร์เกน ฟ็อน ไรน์เฟลด์รู้ถึงมันดี โปรดภูมิใจในตัวเองเถอะครับ องค์ชายสมควรได้รับแล้ว”

 

“เจ้าประเมินข้าไว้สูงเกินไปนะ”

 

“ในโลกใบนี้, สิ่งที่ทำง่ายที่สุดคือไม่ทำอะไรเลย จริงๆแล้วไม่ใช่ว่าท่านไม่สามารถไปอยู่ข้างองค์ชายลีโอนาร์ดได้ แต่ว่า, ท่านเลือกที่จะหยุด ข้าคิดว่าสิ่งทีท่านเลือกนั้นต้องใช้ความกล้าหาญ อย่างน้อยที่สุด, ข้าและอัศวินของข้าก็ถูกท่านช่วยเอาไว้ แม้กระทั่งตัวองค์ชายเอง, ข้าก็จะไม่ยอมให้ใครก็ตามปฏิเสธความจริงนี้”

 

“การหยุดก็ต้องใช้ความกล้าสินะ…..ท่านนี่แปลกคนจริงๆ, ท่านดยุค”

 

“ใช่ไหมหล่ะครับ? แต่มันก็ฟังดูเหมือนกับสิ่งที่ข้าพูดเป็นปกตินะครับ”

 

ในขณะที่บทสนทนาดำเนินไปเช่นนี้, ฉันก็ไม่ได้ยินเสียงของผู้คนอีกต่อไป

 

ด้วยความรู้สึกขอบคุณในมุมมองของเขา, ฉันก็มุ่งหน้าไปที่ปราสาทกับเยอร์เกน

 

“ยินดีต้อนรับกลับ! ลูกๆของข้า! เหล่าบริวาณของข้า! ข้ารู้สึกยินดีจริงๆที่ทุกคนกลับมาได้อย่างปลอดภัย!”

 

พวกเราได้รับการต้อนรับจากท่านพ่อในห้องบัลลังก์

 

ทุกคนคุกเข่าและก้มศรีษะลงให้กับท่านพ่อที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์

 

“นักผจญภัยที่กลับมาได้บอกกับพวกเราเกี่ยวกับการต่อสู้ของพวกเจ้าแล้ว การคลี่คลายเหตุการณ์ใหญ่แบบนี้, พวกเจ้าทุกคนถือว่าเป็นผู้กล้าได้เลย! คืนนี้ข้าได้เตรียมงานเลี้ยงเล็กๆเอาไว้ให้ ข้าอยากให้ทุกคนได้ฟื้นฟูความเหนื่อยล้าอย่างเต็มที่”

 

หลังจากที่พูดออกมาแบบนั้น, ท่านพ่อก็ส่งเสียงกระแอมแล้วมองไปที่ฟรานซ์, นายกรัฐมนตรี

 

เมื่อรู้ถึงสิ่งที่เขาอยากจะพูด, ฟรานซ์ก็พยักหน้าแล้วเริ่มพูด

 

“ในวาระโอกาสนี้, ทุกคนที่เข้าร่วมในการกอบกู้เหตุการณ์ทางใต้จะได้รับรางวัล และในกลุ่มพวกเจ้า, คนที่ทำคุณประโยชน์โดดเด่นเป็นพิเศษจะได้รับรางวัลจากองค์จักรพรรดิโดยตรงที่นี่เลย คนที่ถูกข้าเรียกชื่อกรุณาก้าวออกมาข้างหน้า”

 

พอพูดจบ, คนใช้ก็เอารางวัลมาถือรอไว้ใกล้ๆกับท่านพ่อ

 

เมื่อเห็นว่าเตรียมการเรียบร้อยแล้ว, ฟรานซ์ก็เริ่มประกาศชื่อผู้ที่ได้รับด้วยน้ำเสียงที่ดังชัด

 

“รางวัลแรก! เจ้าชายลำดับแปด, องค์ชายลีโอนาร์ด เลคส์ แอดเลอร์, โปรดก้าวออกมาข้างหน้า!”

 

“ครับ!”

 

หลังจากขานรับ, ลีโอนาร์ดก็ก้าวออกมาข้างหน้าแล้วคุกเข่าเบื้องหน้าท่านพ่อ

 

เมื่อเห็นเช่นนี้, ท่านพ่อก็รับดาบมาจากหนึ่งในคนใช้

 

มันเป็นดาบยาวที่มีสัญลักษณ์เหยี่ยวสีทองสลักเอาไว้ที่ปลอก

 

มันคือดาบพิธีการที่ใช้ในการแต่งตั้งตำแหน่งที่สำคัญๆทางการทหาร

 

“เจ้าชายลำดับแปดลีโอนาร์ดได้ทำการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดด้วยการจุดสัญญาณไฟขึ้นและชี้นำอัศวินมากมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายขึ้นในระหว่างวิกฤติทางใต้ หลังจากนั้น, เพื่อถอนรากถอนโคนปัญหาให้หมดไป, เขาได้บุกเข้าไปที่แนวหน้าและเอาชนะปีศาจมาได้ สำหรับคุณงามความดีที่น่ายกย่องของเขานั้น, เขาจะได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งนายพลกิตติมศักดิ์แห่งกองทหารรักษาการณ์ของจักรวรรดิที่ยังว่างอยู่ควบคู่ไปกับสิทธิในการเข้าร่วมสภาองคมนตรี”

 

“ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ”

 

ลีโอนาร์ดรับดาบด้วยความเคารพ

 

เมื่อได้ยินเช่นนี้, ก็มีเสียงอึกทึกจากในกลุ่มผู้ที่เข้าร่วมพิธี

 

“ไม่ใช่แค่นายพลกิตติมศักดิ์แต่ยังได้รับสิทธิในการเข้าร่วมสภาองคมนตรีด้วย…..!?”

 

“นี่มันไม่มากไปหน่อยหรอ…..?”

 

“ก็ความสำเร็จของเขามันยอดเยี่ยมขนาดนั้นนี่นะ

 

“แบบนี้ก็เริ่มเดาทางไม่ถูกแล้วสิ……”

 

ถึงจะเป็นนายพลกิตติมศักดิ์ก็ยังคงเป็นนายพล นี่หมายความว่าเขาพึ่งได้รับตำแหน่งที่เทียบเท่ากับกอร์ดอนซึ่งเป็นผู้เข้าชิงตำแหน่งจักรพรรดิเหมือนกัน ยิ่งไปกว่านั้น, ตอนนี้เขายังมีอิทธิพลเหนือกองทหารรักษาการณ์แห่งเมืองหลวงจักรวรรดิ นายพลกิตติมศักดิ์คือตำแหน่งกิตติมศักดิ์แต่เนื่องจากอิทธิพลของเจ้าของตำแหน่งคนก่อน, นายพลโดมินิคที่จากไป, ลีโอจึงสามารถเคลื่อนไหวขุมกำลังจำนวนมากในเมืองหลวงจักรวรรดิได้ถ้าเขาต้องการ

 

นอกจากนี้, เขายังได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมสภาองคมนตรีซึ่งแต่เดิมนั้นในบรรดาผู้ชิงตำแหน่งจักรพรรดิมีแค่เอริคที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม ด้วยเหตุนี้เอง, ตอนนี้เขาจึงสามารถถ่ายทอดความคิดเห็นของเขากับท่านพ่อได้โดยตรงโดยไม่ต้องผ่านรัฐมนตรีแล้ว และด้วยเอิร์ลเบลส์ที่กลายเป็นรัฐมนตรีกระทรวงวิศวกรรม, ตอนนี้พวกเราจึงมีเสียงโหวตในสภาถึงสองเสียง

 

พูดอีกนัยนึงก็คือ, นี่หมายความว่าเขามีฐานเสียงที่มั่นคงและอิทธิพลเหนือการเมืองของประเทศ

 

และด้วยเหตุนี้, โครงสร้างอำนาจในสงครามผู้สืบทอดจึงเปลี่ยนไป

 

ต้องขอบคุณเหตุการณ์นี้, ลีโอจึงไม่ใช่แค่ผู้เข้าชิงคนที่สี่ที่พึ่งเข้ามาใหม่แต่เป็นหนึ่งในตัวเต็งผู้เข้าชิงที่สามารถคุกคามได้แม้กระทั่งเอริค

 

“ต่อไป, รางวัลที่สอง! จอมพลลีเซล็อตต์ เลคส์ แอดเลอร์ โปรดก้าวมาข้างหน้า!”

 

“ค่ะ!”

 

ครั้งนี้, ท่านพี่ลีเซก้าวออกมาข้างหน้า

 

สำหรับท่านพี่ลีเซนั้น, ท่านพ่อได้ส่งคทาให้

 

“จอมพลลีเซล็อตต์ได้ตอบสนองต่อสัญญาณไฟของลีโอนาร์ดอย่างฉับไวและออกเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว, ด้วยการนำพลทหารระดับสูงของกองทัพชายแดนตะวันออกไปยังที่เกิดเหตุ หลังจากนั้น, ด้วยกันกับลีโอนาร์ด, เธอได้กรุยทางเข้าไปในเมือง สำหรับความดีที่น่ายกย่องนี้, กองทัพชายแดนตะวันออกจะได้รับพลทหารและงบประมาณเพิ่ม”

 

“ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ”

 

สมกับเป็นท่านพ่อ

 

เขาเข้าใจดีว่าท่านพี่ไม่ได้ต้องการของอย่างพวกเหรียญตรา

 

ท่านพี่ที่ได้รับคทาดูค่อนข้างดีใจ

 

“สุดท้าย, รางวัลที่สาม! เยอร์เกน ฟ็อน ไรน์เฟลด์ โปรดก้าวมาข้างหน้า!”

 

“ครับ!”

 

คนสุดท้ายที่ถูกเรียกก็คือเยอร์เกน

 

ท่านพ่อได้เตรียมอัญมณีชิ้นใหญ่ให้กับเยอร์เกน

 

“ดยุคเยอร์เกน, ด้วยกันกับอัศวินของเขา, ได้ทำการกำจัดมอนส์เตอร์และกรุยทางให้ท่านลีเซล็อตต์รุดหน้าไปได้ง่ายขึ้นด้วยกันกับการมองการไกลของเขาในการสร้างเส้นทางที่มีประสิทธิภาพเผื่อในกรณีฉุกฉัน, ด้วยประการฉะนี้เองเขาจะได้รับทรัพย์สมบัติและได้รับการขยายดินแดนของเขา”

 

“ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ”

 

เยอร์เกนที่ได้รับกล่องซึ่งเต็มไปด้วยอัญมณีถอยกลับมา

 

ตอนนี้พิธีมอบรางวัลพิเศษได้จบลงแล้ว

 

หลังจากนั้น, ท่านพ่อก็จบการทักทายตามพิธีการและก้าวลงมา

 

ตอนนี้, ที่เหลืออยู่ก็มีแค่งานเลี้ยงคืนนี้

 

ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่, ฉันก็ได้ยินบทสนทนาของรัฐมนตรีที่เข้าร่วมกับขุนนางที่มีอิทธิพล

 

“เริ่มเข้าหาองค์ชายลีโอนาร์ดน่าจะดีกว่านะ…..”

 

“แต่เข้าหาตอนนี้มันก็คงสายไปแล้ว…..”

 

“ทัศนคติคือสิ่งสำคัญนะ, ทัศนคติหน่ะ ทำตัวดีๆกับผู้เข้าชิงบัลลังก์ถือเป็นสิ่งที่ควรทำ ถึงยังไงตอนนี้ใครจะเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไปก็คาดเดาไม่ได้แล้ว…..”

 

“แต่ไม่ว่าองค์ชายลีโอนาร์ดจะเติบโตเร็วแค่ไหน, ขุมอำนาจขององค์ชายเอริคก็ยังมีข้อได้เปรียบในเรื่องกำลังคน อย่างน้อย, องค์ชายลีโอนาร์ดก็ยังต้องใช้เจ้าชายไร้ค่าด้วยซ้ำ ความแตกต่างด้านบุคลากรของพวกเขามันชัดเจนมากเลยไม่ใช่รึไง……?”

 

“แต่มันก็คิดแบบนี้ได้ไม่ใช่หรอ? ถ้าเขาถึงกับต้องใช้เจ้าชายไร้ค่าก็แสดงว่าตอนนี้เขากำลังหาทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถ ข้าคิดว่าตอนนี้มันเป็นโอกาสของพวกเรานะ…..”

 

ดูเหมือนว่าพวกเขาเริ่มคิดทฤษฎีต่างๆออกมากันแล้ว

 

การทำตัวเป็นคนไร้ค่านี่มันคุ้มจริงๆ

 

ถ้าลีโอต้องใช้คนที่ไร้ค่าอย่างฉัน, มันก็หมายความว่าเขามีปัญหาเรื่องกำลังคน ด้วยแนวคิดนี้เอง, ฉันคิดว่าน่าจะมีคนตัดสินใจมาเป็นพันธมิตรของลีโอเพิ่ม

 

ต่อให้พวกเราเป็นพี่น้องกัน, แต่เขาก็ยังใช้คนไร้ค่าอย่างฉัน พวกที่ไม่ค่อยมีความมั่นใจในตัวเองและพวกที่รู้สึกไม่พอใจตำแหน่งของตัวเองในปัจจุบันน่าจะตัดสินใจมารวมกันภายใต้อำนาจของลีโอเพราะเรื่องนี้

 

นี่คือสาเหตุที่ฉันยังต้องทำตัวไร้ค่าต่อไป

 

ด้วยการเห็นพ้องกับความเชื่อของฉันอีกครั้ง, ฉันก็ออกจากสถานที่ไป