บทที่ 218 อาจารย์ในสุสาน?

หลังจากดูดซับสาระสำคัญของเลือดของซงฉิงเห่อเสร็จแล้ว ความสามารถของ ‘หลี่หวูเซี่ย’ ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก การโจมตีเพียงครั้งเดียวก็สามารถสร้างรอยร้าวบนประตูหินที่ทนทานมาได้หลายวันได้ในทีเดียว

บูม!

‘หลี่หวูเซี่ย’กระแทกประตูหินอีกครั้ง

รอยแยกที่ประตูหินได้แยกออกเป็นสามส่วน

“ไม่ดีแล้ว ประตูหินกำลังจะเปิดออก!” ฟานเฉียนหยูอุทาน

เมื่อประตูหินแตกออก พวกเขาจะไม่มีที่หนีอีก และต้องต่อสู้กับวิญญาณปีศาจ

แต่พวกเขาจะสามารถเอาชนะวิญญาณปีศาจได้หรือไม่?

ลุกขึ้น หลี่ฟู่เฉินมองไปที่ชูมู่หยูและคนอื่นๆ ก่อนจะกล่าว “ข้ามีวิธีกำจัดพวกวิญญาณปีศาจครึ่งตัวในทันที ถ้าเราโชคดี เราอาจจะสามารถกำจัดพวกมันทั้งหมดได้”

“ วิธีใด?”

เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลี่ฟู่เฉิน ชูมู่หยูแสดงสีหน้าแปลกใจ

วิญญาณปีศาจมีความสามารถโดดเด่ดขนาดนั้น แม้แต่เธอเองก็ไม่มีความมั่นใจเลยแม้แต่น้อย ตัวเธอเองสามารถฆ่าวิญญาณปีศาจได้ก็จริง แต่ทว่า หลี่ฟูเฉินมีวิธีการกำจัดพวกเขาจริงๆ หรือ?

หลี่ฟูเฉินยกศีรษะของเขาขึ้นและชี้ไปที่ตะเกียงน้ำมันขนาดใหญ่ “เปลวเพลิงด้านบนเป็นเปลวเพลิงจากเลือดสัตว์ปีศาจระดับที่ สัตว์ปีศาจโลหิตเพลิงน้ำเงินรกร้าง(ชื่ออาจจะไม่เหมือนกันนะแต่เป็นเพลิงที่หลี่ฟู่เฉินเจอตอนเข้า) มันไม่ควรมีปัญหาใดๆ ในการเผาวิญญาณปีศาจสองสามตัวให้ตาย”

เมื่อวิญญาณปีศาจเหล่านี้อยู่ในช่วงจุดสูงสุดของมัน พวกมันอาจจะไม่อ่อนแอกว่าสัตว์ปีศาจโลหิตเพลิงน้ำเงินรกร้างเลย แต่วิญญาณปีศาจในปัจจุบันไม่ได้แข็งแกร่ง 100%

“นี่คือเปลวเพลิงเลือดของสัตว์ปีศาจโลหิตเพลิงน้ำเงินรกร้าง?”

ชูมู่หยูถูกล่อลวง เธอใช้ฝ่ามือดึงเปลวไฟออกมา

เช่นเดียวกับหลี่ฟู่เฉิน ชูมู่หยูส่งพลังฉีไปรอบๆ เปลวเพลิงและมันก็ถูกเผาในทันทีอย่างไม่รีรอ

“เพลิงที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้”

ทุกคนอ้าปากค้าง

ไม่จำเป็นต้องพูดถึงนักสู้ขอบเขตปฐพี เปลวเพลิงนี้อาจจะเผาได้แม้แต่กระทั้งนักสู้ขอบเขตสวรรค์

เปลวเพลิงก็จะถูกนำกลับไปที่ตะเกียงน้ำมันโดยอัตโนมัติ

หลี่ฟู่เฉินกล่าว “ในทันทีที่พวกมันเข้ามา เราจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อดึงไฟทั้งหมดออกมา ส่วนผลลัพธ์ทุกอย่างก็ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับชะตากรรม”

“ข้าคิดว่าวิธีนี้น่าจะได้ผล มันเป็นวิธีการเดียวเท่านั้น” ชูมู่หยูพยักหน้า

แคร๊ก! ครืน!

ในที่สุดประตูหินก็พัง ‘หลี่หวูเซี่ย’ และวิญญาณปีศาจสี่ตนปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน

“มาดูกันว่าพวกเจ้าจะหนีไปที่ไหนกันในเวลานี้”

‘ฟูจงชาน’ ยกกรงเล็บเสือของเขาขึ้นมาและปลดปล่อยรอยยิ้มที่น่ากลัว

ยืนอยู่ข้างหลังตะเกียงน้ำมัน หลี่ฟู่เฉินและคนอื่นๆ มองเข้าไปในดวงตาของกันและกัน ก่อนจะพยักหน้า

“ไป!”

วิญญาณปีศาจห้าตนพุ่งเข้าหาหลี่ฟู่เฉิน และกลุ่มของเขา

“เอาเลย!”

เมื่อเห็นว่าวิญญาณปีศาจทั้งห้าผ่านใต้ตะเกียงน้ำมันมาแล้ว หลี่ฟู่เฉินตะโกนและยื่นมือของเขาเพื่อดึดเปลวเพลิงมา

ส่วนที่เหลือของพวกเขาก็ทำสิ่งเดียวกันและดึงเปลวไฟด้วยเช่นกัน

มีเปลวเพลิงบนเพดานจำนวนหลายสิบดวงและเปลวไฟเหล่านี้ไม่อนุญาตให้ใครควบคุม แต่ด้วยผลจากการดึงดูด เปลวเพลิงเหล่านั้นก็ร่วงหล่นลงมาราวกับสายฝน

“ไม่ดีแล้ว”

‘ฟูจงชาน’ ดูประหลาดใจ เขาหยุดยั้งที่จะก้าวหน้าต่อและถอยกลับอย่างบ้าคลั่ง

“อ๊า! ไม่!”

วิญญาณปีศาจที่ครอบครองร่างของ “หลูชิตี๋” ถูกฟาดด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงิน ร่างของเขาถูกเผาไหม้เป็นเปลวเพลิงสีน้ำเงินขนาดใหญ่ทันทีและในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ เขาก็กลายเป็นฝุ่น ไม่นานหลังจากนั้น ‘ซูเหยชาน’ ก็ถูกเปลวเพลิงสีน้ำเงินทำลายเช่นกัน ตามด้วย “เกาชีตี๋”

เพียงชั่วพริบตาเดียว วิญญาณปีศาจทั้งสามตนก็กลายเป็นฝุ่น

เป็นที่แน่นอนว่า มันเป็นร่างกายปัจจุบันของพวกเขาที่กลายเป็นฝุ่น ไม่ทราบว่าวิญญาณปีศาจเหล่านั้นได้รับบาดเจ็บหรือตายไปแล้วหรือไม่

‘หลี่หวูเซี่ย’เคลื่อนไหวเร็วที่สุดและแยกตัวออกจากสายฝนนี้ทันที

‘ฟูจงชาน’ ช้ากว่าเล็กน้อยและแขนข้างหนึ่งของเขาก็โดนเปลวเพลิง เขาตัดแขนของเขาในช่วงเวลาสำคัญและรอดชีวิตมาได้

เมื่อเห็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ชูมู่หยูและคนอื่นๆ ก็ปลดปล่อยความโล่งใจออกมา

หากมีวิญญาณปีศาจแค่สองตัว พวกเขาก็สามารถต่อสู้กับมันได้

“กล้าใช้เปลวเพลิงของสัตว์ปีศาจโลหิตน้ำเงินรกร้างกับเราจริงๆ !” การแสดงออกของ ‘ฟูจงชาน’ ดูไม่พอใจอย่างมาก หลังจากหลายปี พวกเขาก็ลืมไปนานแล้วว่าเปลวเพลิงในห้องโถงนั้นจริงๆ แล้วเป็นเปลวเพลิงน้ำเงินของสัตว์ปีศาจโลหิตน้ำเงินรกร้าง หากไม่เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจะไม่ปล่อยให้หลี่ฟู่เฉินและกลุ่มของเขามีโอกาสทำสิ่งนั้น

“ข้าจะจัดการกับ ‘หลี่หวูเซี่ย’ ส่วนคนที่เหลือ พวกเจ้าเอาอีกคนหนึ่งไป” ชูมู่หยูใช้เคียวสีเขียวเข้มของเธอและเปิดใช้เทคนิคลับ ร่างกายของเธอกระพริบในขณะที่เธอพุ่งไปยัง ‘หลี่หวูเซี่ย’

ในกลุ่มทั้งหมดของพวกเขา เธอเป็นคนเดียวที่สามารถต่อสู้กับ ‘หลี่หวูเซี่ย’ ได้ในการต่อสู้ตัวต่อตัว ส่วนที่เหลือมันอาจจะเป็นภาระที่ยากลำบาก

“เจ้าจะจัดการข้าด้วยตัวเองจริงๆ?”

‘หลี่หวูเซี่ย’ ยื่นเขาที่เหมือนฝ่ามือออกมาและปิดกั้นการโจมตีของเคียวจากชูมู่หยู

“แข็งยิ่ง!” ดวงตาของชูมู่หยูเบิกกว้าง

การเฉือนเคียวของเธอเป็นสิ่งที่แม้แต่สัตว์ปีศาจระดับ 3 ขั้นสูงก็ไม่สามารถขวางกั้นได้ แต่ ‘หลี่หวูเซี่ย’ สามารถทนมันได้อย่างง่ายดาย

ชวู!

ใช้มือขวาของเขาเพื่อสกัดกั้นเคียวของชูมู่หยู มือซ้ายของ ‘หลี่หวูเซี่ย’ เปลี่ยนเป็นหอกดำยาวพุ่งแทงเข้าหาหน้าอกของชูมู่หยู

ชูมู่หยูมีโครงกระดูกระดับ 6 ดาวและเข้าใจถึงเจตจำนงเทคนิคตัวเบา

เธอกลายเป็นเงาและถอยหลังออกไป

เธอมองลงไปข้างล่างและเห็นว่ามีรูแยกออกบริเวณหน้าอกตรงเสื้อคลุมของเธอ หน้าอกของเธอเผยออกมาเล็กน้อยและมันก็มีเลือดสดไหลรินออกมา

“หลังจากดื่มเลือดของซงฉิงเห่อไปแล้ว ตอนนี้ความสามารถของมันแข็งแกร่งกว่าวิญญาณปีศาจตนอื่นๆ” ชูมู่หยูคิดกับตัวเอง

เมื่อเห็นชูมู่หยูเข้าไปจัดการกับ ‘หลี่หวูเซี่ย’หลี่ฟู่เฉินและคนอื่นๆ ก็ค่อนข้างผ่อนคล้าย

ไม่ว่าความสามารถของ ‘ฟูจงชาน’ จะแข็งแกร่งเพียงใด อย่างดีที่สุดความสามารถของเขาก็ถึงระดับแค่ชูมู่หยู หลี่ฟู่เฉินในปัจจุบันไม่ได้ด้อยไปกว่าฟูจงชานคนเดิมแม้แต่น้อย ประกอบกับฟานเฉียนสงและเหว่ยชานเห่ออีก ทั้งคู่มีระดับความสามารถใกล้เคียงกับฟูจงชานเช่นกัน ด้วยการทำงานร่วมกันของทั้งสามคน พวกเขาจะสามารถรับมือกับ ‘ฟูจงชาน’ ได้ และสามารถสกดขมศัตรูได้เล็กน้อย

สำหรับฟานเฉียนหยู เธอให้การสนับสนุนทั้งสามด้วยร่มเหล็กของเธอ

ปิสส!

ในขณะนี้เอง สิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

ปลายของร่มเจาะเข้าไปในด้านหลังของฟานเฉียนสง และยื่นออกมาจากอกของเขา ส่งผลทำให้เลือดสดปะทุออกมาอย่างรุนแรง

เมื่อหันกลับไป ฟานเฉียนสงมองไปที่ฟานเฉียนหยูและถามในขณะที่มึนงงอยู่ “หยูเอ๋อ เจ้า…”

‘ฟานเฉียนหยู’ หัวเราะ “หยูเอ๋อ? หยูเอ๋อของเจ้าคือใคร?”

หลี่ฟูเฉินรู้สึกหนาวสั่นอยู่ในใจและอุทานออกมา “เธอถูกวิญญาณปีศาจครอบงำ”

สิ่งที่หลี่ฟู่เฉินกังวลได้เกิดขึ้นแล้ว เปลวเพลิงโลหิตน้ำเงินรกร้างของสามารถเผาร่างของวิญญาณปีศาจได้ แต่มันไม่สามารถทำร้ายหรือกำจัดตัวของวิญญาณปีศาจเองได้

“ฮ่าฮ่า เจ้าเองก็ต้องตายด้วยเช่นกัน”

เหว่ยชานเห่อยอมแพ้ในการโจมตี ‘ฟูจงชาน’ แล้วเหวี่ยงมือขวา ส่งแส้เขียวชอุ่มไปที่หลี่ฟู่เฉิน

หลี่ฟู่เฉินถอยและหลบแส้

“เหว่ยชานเห่อก็ถูกครอบงำด้วยเช่นกัน” หัวใจของหลี่ฟู่เฉินจมลง

เขาไม่รู้เกี่ยวกับกระบวนการครอบครองร่างกาย แต่เขาคิดว่ามันควรเกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของใครคนหนึ่ง หากจิตวิญญาณของผู้ใดอ่อนแอ พวกเขาจะถูกครอบงำได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ฟานเฉียนหยูและเหว่ยชานเห่อถูกครอบงำ ในขณะที่เขาและฟานเฉียนสงไม่ได้ถูกครอบงำ

ตอนแรกมีวิญญาณปีศาจเหลืออยู่เพียงสองตัว แต่ตอนนี้มันกลับมาที่สี่ มีวิญญาณปีศาจอีกตัวที่รอโอกาสที่จะเข้าโจมตีอยู่ สถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายที่สุด

“ตอนนี้เราควรทำอะไรดี!”

หลี่ฟูเฉินผลักดันการเคลื่อนไหวของเขาไปยังขีดสุด เพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีจากวิญญาณปีศาจอีกครั้งและอีกครั้ง

ตอนนี้ระดับการฝึกฝนของเขาอยู่ในระดับที่สามของขอบเขตปฐพี เทคนิคตัวเบาของเขาเองก็ดีขึ้นด้วยเช่นกัน

“หาโอกาสหลบหนี”

ชั่วพริบตาเดียวหลี่ฟู่เฉินก็เข้ามาอยู่ในเส้นทางตรงกันข้ามกับชูมู่หยู เขาได้ยินเสียงของชูมู่หยูอยู่ในหูของเขา

เทคนิคตัวเบาทั้งสองนั้นน่ากลัวมาก และเขาก็ยังสามารถรับมือกับมันได้ในขณะนี้

ด้วยกำปั้นของเขาที่กำแน่น หลี่ฟูเฉินไม่เต็มใจที่จะทำเช่นนั้น

เขาไม่ต้องการละทิ้งฟานเฉียนสง และฟานเฉียนหยู แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถป้องกันตัวเองได้

“ไป!”

ชูมู่หยูไม่สนใจเรื่องที่เหลือและด้วยร่างกายของเธอ เธอแว่บไปมาตรงไปที่ห้องโถง

ฮูว!

แต่ในขณะนี้เอง ลมชั่วร้ายก็ได้พัดผ่านเข้ามาอย่างล้นหลาม พวกเขาสามารถเห็นเงาที่ไม่ชัดเจนของมนุษย์ที่ดูสูงและใหญ่ได้

สีหน้าของชูมู่หยูซีดเซียวขณะที่เธอบินกลับเข้าไปในห้องโถง

“ท่านอาจารย์!”

วิญญาณปีศาจคุกเข่าลงบนพื้นและกล่าวด้วยความเคารพ