บทที่ 274 เรียกข้าว่าจักรพรรดิตะวันออกไท่อี

ข้าก็แค่กลั่นลมปราณ 3,000 ปี

บทที่ 274 เรียกข้าว่าจักรพรรดิตะวันออกไท่อี
บทที่ 274 เรียกข้าว่าจักรพรรดิตะวันออกไท่อี

ในถ้ำใต้ดินอันกว้างใหญ่ ไม้บรรพตปีศาจในมือของเซียนอาวุโสหยางโบกสะบัด ปลดปล่อยสายฟ้าสีทองนับพันเส้น กงล้อสีทองด้านหลังศีรษะหมุนอย่างรวดเร็ว และทุกครั้งที่โจมตี อักขระมากมายจะพุ่งทะยานออกมาควบรวมกันเป็นคาถาอันทรงพลัง

ด้านหลัง สังสารวัฏหกวิถีแห่งการเกิดและตายกำลังหมุนไปอย่างเชื่องช้า มันกำลังรวบรวมกำลังของกองทัพจักรพรรดิเซียนทั้งหมดเอาไว้

เขาสามารถทำลายดินแดนแห่งนี้ด้วยชิ้นส่วนของพลังแห่งสวรรค์ได้อย่างง่ายดาย ขณะนี้กระชับมันไว้ในมือ น้ำหนักเบายิ่ง ทว่าแม้จะพบเจอพลังหมัดรุนแรงนับพันครั้ง มันก็ยังไม่อาจแตกสลาย

ฝ่ายตรงข้ามคือเผ่ามารที่มีรูปร่างแตกต่างกันไป ทั้งหมดมีสิบสามตน อีกทั้งความสามารถยังแตกต่างกัน

สิ่งเดียวที่เหมือนกันนั่นคือ พวกมันทั้งหมดคืออสูรยักษ์

ตามที่เซียนอาวุโสหยางวิเคราะห์ ความสามารถของมหาเทพอิงเจานั้นแข็งแกร่งเกินไป อสูรเหล่านี้คือมะเร็งเนื้อร้ายของเผ่าพันธุ์มนุษย์ อิงเจาใช้ความแค้นที่เหลืออยู่ของเหล่าทวยเทพเพื่อจัดการกับเผ่าพันธุ์มนุษย์

เขาเคยเป็นผู้ดูแลเคียงข้างจักรพรรดิเซียนสวรรค์ ทำสวน และจัดการเอกสารต่าง ๆ มากมาย เช่นนี้ความสามารถในการต่อสู้จึงค่อนข้างอ่อนแอ แม้แต่การที่ต้องเผชิญหน้ากับเซียนอาวุโสหยางที่มีขั้นฝึกฝนต่ำกว่า ทว่าก็ยังไม่อาจเรียกขานอีกฝ่ายว่าคู่ต่อสู้ได้

ตั้งแต่เริ่มต่อสู้ มหาเทพอิงเจาได้ใช้พลังเหนือธรรมชาติควบคุมพื้นที่เอาไว้ ไม่มีใครทราบว่าเขาดึงเอาจอมมารเหล่านี้ออกมาจากหนใด จอมมารทั้งสิบสามตนนับว่าเป็นอสูรยักษ์ พวกมันล้อมรอบเซียนอาวุโสหยางและกองทัพจักรพรรดิเซียนเอาไว้อย่างแน่นหนา!

โชคดีที่แม้อสูรยักษ์ทั้งสามนี้จะมีจำนวนมาก ทว่าในหมู่พวกมันกลับไม่มีตนใดที่ขั้นฝึกฝนเกินกว่าสังสารวัฏสี่วิถีแห่งการเกิดและตาย แต่การได้เผชิญหน้ากับพวกเขา แม้เซียนอาวุโสหยางจะอยู่ในขั้นสังสารวัฏห้าวิถี ถึงจะยากลำบากสักหน่อย แต่ไม่อาจอยู่ยงคงกระพันได้

อสูรที่อยู่รายล้อมอสูรยักษ์ค่อย ๆ ถูกสังหารตายตกจากการบุกโจมตีของเหล่ากองทัพจักรพรรดิเซียน

“อสูร… อย่างไรก็ยังเป็นอสูรวันยังค่ำ ไม่มีวันกลายเป็นเทพ!”

เซียนอาวุโสหยางฉวยโอกาสนี้ส่งเสียงคำราม ก่อนจะปลดปล่อยสายฟ้าสีทองมหึมาลงบนไม้บรรพตปีศาจ เกิดเป็นตาข่ายสายฟ้าสับเหล่าอสูรยักษ์ทั้งสี่ออกเป็นเศษเนื้อ เขาเขวี้ยงไม้บรรพตปีศาจออกไปเจาะร่างกายของอสูรยักษ์อีกสองตน ไม้บรรพตปีศาจหวนกลับคืนมาที่ฝ่ามืออีกครา ในขณะที่กำลังหลบการโจมตีของอสูรยักษ์อีกตน เขาใช้หลังมือสับลงที่ลำคอของอสูรยักษ์อย่างรุนแรง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้อสูรยักษ์หายไปเกือบครึ่ง!

“ยอดเยี่ยมนัก”

มหาเทพอิงเจาหัวเราะอยู่บนบัลลังก์

“เป็นอย่างที่คาดไว้ นี่คือเซียนผู้กล้าหาญและเชี่ยวชาญที่สุดของจักรพรรดิชิง…”

ฝ่ายนั้นเคาะนิ้วบนบัลลังก์เบา ๆ และทันใดนั้นก็ปรากฏกระแสน้ำวนโปร่งใสขึ้น ตามด้วยอสูรยักษ์ระดับเซียนหกตนถูกโยนเข้ามาในสนามรบ

“เซียนอาวุโสหยาง แม้ข้าจะไม่สามารถสร้างเด็ก ๆ ที่กล้าหาญและทักษะยอดเยี่ยมเช่นท่านได้ แต่กระนั้น มีอสูรที่ข้าได้ทดลองไว้มากมายในสถานที่แห่งนี้ แล้วพวกมันก็มีความสามารถหลายระดับเช่นกัน…”

มหาเทพอิงเจานั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย

“ท่านคงต้องทำงานหนักสักหน่อยแล้ว”

เป็นเช่นนี้ต่อไปย่อมไม่ดีแน่…

ต่อหน้าอสูรยักษ์ที่ปรากฏขึ้นใหม่ทั้งหกตน ทำให้เซียนอาวุโสหยางถึงกับต้องถอยไปตั้งหลักชั่วคราว

เขาไม่รู้ว่ามหาเทพอิงเจากล่าวเท็จหรือจริง แต่หากอิงเจามีอสูรยักษ์ระดับเซียนจำนวนมากในมือ แน่นอนว่าทั้งเขาและกองทัพจักรพรรดิเซียนทั้งหมดจะตายตกอยู่ในสถานที่แห่งนี้!

ต้องหาโอกาสให้ได้เผชิญหน้ากับอิงเจาโดยตรง…

“กองทัพจักรพรรดิเซียนรับคำสั่ง!”

เซียนอาวุโสหยางตะโกนเสียงดัง

“สายฟ้าสะเทือนเก้าแคว้น”

เมื่อได้ยินคำสั่ง กองทัพจักรพรรดิเซียนที่กำลังต่อสู้กับเผ่ามารเริ่มล่าถอยไปทีละคน ภายใต้คำสั่งของฟู่กวน พวกเขาเหยียบย่ำอากาศขึ้นไปอย่างลึกลับ ก่อนจะถือคัมภีร์เทวะเอาไว้ กองกำลังทั้งสามพันคนทำเช่นเดียวกัน ผังดาราล้อมสวรรค์ค่อย ๆ ก่อตัว

พลังเซียนในร่างกายของพวกเขาเดือดพล่าน มันก่อตัวเป็นกลองยักษ์ลวดลายมังกรในอากาศ

“โจมตี!”

ฟู่กวนของเซียนอาวุโสหยางตะโกนเสียงดัง

พลังเซียนถูกกวัดแกว่งไปมา กลองยักษ์ส่งเสียงดังสนั่น ท้องฟ้าคำรามปลดปล่อยสายฟ้าสีทองก่อตัวเป็นค้อนยักษ์พุ่งเข้าหาอสูรยักษ์ทั้งสิบสองตนตรงหน้า

เสียงฟ้าคำรามสนั่นหวั่นไหว อสูรที่อยู่รายรอบถูกบดขยี้กลายเป็นเถ้าถ่าน แม้แต่อสูรยักษ์ขั้นเซียนทั้งสิบสองตนยังไม่อาจต้านทานการโจมตีนี้ได้ ร่างกายสั่นสะท้านพร้อมกับเริ่มร่นถอยออกไปตั้งหลัก

เซียนอาวุโสหยางฉวยโอกาสนี้เงื้อมมือขึ้นสูงเพื่อเขวี้ยงไม้บรรพตปีศาจออกไปอย่างสุดกำลัง มันทะยานออกพุ่งตรงเข้าหามหาเทพอิงเจาในทันที

แสงสีทองเปล่งประกายเจิดจ้า ทันใดนั้น มีโล่ปรากฏขึ้นตรงหน้าอิงเจา ไม้บรรพตปีศาจนี้กระทบกับโล่เกิดเสียงดังคมชัด

ร่างของเซียนอาวุโสหยางปลดปล่อยลำแสงสีทองออก ท้องฟ้าคำรามลั่นในขณะควบรวมพลัง เซียนอาวุโสหยางปลดปล่อยหมัดทรงพลังออกไปให้กับไม้บรรพตปีศาจที่กำลังอ่อนแรง ในเวลานี้ไม้บรรพตปีศาจจึงทำลายกำแพงป้องกันของอิงเจาได้สำเร็จพร้อมกับควบแน่นสังสารวัฏห้าวิถี แล้วปลดปล่อยมันเข้าแทงหน้าผากของอิงเจาโดยตรง

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม้บรรพตปีศาจไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้

ยามนี้เองที่ใบหน้าของเซียนอาวุโสหยางเผยความสับสน เขาทั้งตกใจ ตื่นตระหนก และหวาดกลัวในคราวเดียวกัน

“โอ้?”

มุมปากของอิงเจายกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน

“ท่านคงคิดว่าข้าเป็นเพียงนักทดลองสุ่มสี่สุ่มห้าไร้ความสามารถในการต่อสู้ และไม่อาจเผชิญหน้ากับท่านได้อย่างตรงไปตรงมางั้นหรือ”

ฝ่ายนั้นยกกีบเท้าขึ้นพร้อมกับออกแรงเตะรุนแรง ส่งให้เซียนอาวุโสหยางกระเด็นถอยหลังกลับก่อนจะล้มลง และกระอักโลหิตคำโต คลื่นพลังของสังสารวัฏแห่งการเกิดและตายด้านหลังของเซียนอาวุโสหยางแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ในบัดดล!

“ถูกต้อง ข้าต้องกล่าวชมเชยท่าน สำหรับข่าวกรองเรื่องราวของอิงเจา นี่คือมหาเทพที่ครอบครองพลังเหนือธรรมชาติ ทว่าไม่มีทักษะการต่อสู้”

อิงเจาค่อย ๆ ลุกขึ้นจากบัลลังก์พร้อมกล่าวคำ

“แต่น่าเสียดายที่สายข่าวกรองของเจ้ายังไม่สมบูรณ์ เพราะคิดว่าตนเองกำลังต่อสู้กับอิงเจา แต่ความจริงแล้วข้าผู้นี้มิใช่อิงเจา”

สิ้นคำกล่าว ฝ่ายนั้นยกกีบพร้อมกับปลดปล่อยพลังเซียนออกมา

“อิงเจาตายตกไปแล้วเมื่อสี่แสนปีก่อน ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ภายในร่างกายจึงถูกหนึ่งในสามของจิตวิญญาณข้าครอบครอง”

“ช้าก่อน!”

เซียนอาวุโสหยางยกมือขึ้นขณะนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น

“มหาเทพ ข้ายอมจำนน! ข้าจะมอบมันให้กับท่านเดี๋ยวนี้”

หลังจากกล่าวเช่นนั้น เข่าสองข้างได้ทรุดลงอยู่บนพื้น ก่อนจะยื่นวัตถุไหม้เกรียมออกไปด้วยมือทั้งสองข้าง

“หึ”

อิงเจาหยิบสิ่งนั้นขึ้นมาดูสักครู่ ก่อนจะเผยสีหน้าเย้ยหยัน และปลดปล่อยพลังเทวะแล้วโยนวัตถุไหม้เกรียมนี้ออกไปด้วยท่วงท่าสบาย ๆ

วัตถุนี้กระทบศีรษะของอสูรยักษ์ ไม่นานวัตถุที่ไหม้เกรียมพลันระเบิดออก สายฟ้ามหาศาลหลั่งไหลออกมาจากมันก่อนจะฉีกร่างอสูรยักษ์กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำ

“เซียนอาวุโสหยาง ท่านมิใช่คนโป้ปดเก่งนัก”

อิงเจาใช้เท้าตบบัลลังก์ก่อนจะปรากฏกระแสน้ำวนโปร่งใสในอากาศ อสูรยักษ์บินได้ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับวางวัตถุสี่เหลี่ยมสีดำไว้ด้านหน้าของเขาอย่างนอบน้อม

“ท่านคิดว่าหากทิ้งสิ่งนี้ไว้ในป่าเทียนเหอแล้วข้าจะหาไม่เจองั้นหรือ? จักรพรรดิชิงไม่ได้บอกหรือไรว่ามีสิ่งใดอยู่ภายในนี้?”

อีกฝ่ายเคาะสิ่งนั้นเบา ๆ ด้วยกีบเท้า เปลือกของวัตถุไหม้เกรียมระเบิดออกในชั่วพริบตา แสงส่องสว่างเปล่งประกายออก สิ่งนี้กลายเป็นผนึกหยกขาวแกะสลัก ทั้งยังมีตราประทับหยกลวดลายมังกรเสมือนจริงทั้งเก้าตัวขดพันกัน ศีรษะของพวกมันทั้งห้าหันหน้าเข้าหากัน เพียงแค่ร่างกายอยู่คนละทิศทางเท่านั้น

“เนิ่นนานนัก…”

หลังจากมองดูผนึกหยกชิ้นนี้ ใบหน้าของอิงเจาเผยความคะนึงหา

“นานกว่า… สามแสนปีแล้ว”

เซียนอาวุโสหยางยืนขึ้น เขาเช็ดเลือดที่มุมปากก่อนจะมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยแววตาเคร่งขรึม

“ท่าน… ท่านเป็นผู้ใด?”

อิงเจาผู้นั้นเงยหน้าขึ้นก่อนจะตอบกลับอย่างเย่อหยิ่ง

“เรียกขานข้าว่า… จักรพรรดิตะวันออกไท่อี!”