บทที่ 42 คุกเข่าขอโทษ “แกหุบปากไปซะ! ในสายตาแกฉันยังเป็นแม่อยู่หรือเปล่า? ตอนนี้พ่อแกนอนอยู่โรงพยาบาล คำพูดฉันนั้นไม่เชื่อฟังกันแล้วใช่ไหม!” หลินหลันรู้สึกหงุดหงิดต่อเสี้ยเมิ่งเหยา ในอดีตเสี้ยเมิ่งเหยาเชื่อฟังเธอมาโดยตลอด แต่ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเฉินเฟิงให้ใส่ยาอะไรให้เสี้ยเมิ่งเหยา ในตอนนี้นั้นเสี้ยเมิ่งเหยาไม่เชื่อฟังและต่อต้านเธออยู่เสมอ “เฉินเฟิง ขอโทษป้าและลูกพี่ลูกน้องแกเดี๋ยวนี้! ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็ตาม พวกเขาล้วนเป็นผู้ใหญ่ แกยังเด็กกว่าพวกเขา ลงไม้ลงมือกับผู้อาวุโส มันสมควรแล้วหรือยังไง!” หลินหลันดุด่าเฉินเฟิงด้วยความโกรธ หลังจากคิดดีๆแล้ว วันนี้สิ่งเหล่านี้เกิดจากเฉินเฟิง ทั้งนั้น หากไม่มีเฉินเฟิง ซุนกุ้ยฟางก็จะไม่มารบกวนเธอ ดวงตาของเฉินเฟิงเย็นชาให้เขาขอโทษซุนกุ้ยฟางแม่ลูก?! ดูเหมือนว่าหลินหลันตั้งใจจะเผชิญหน้ากับซุนกุ้ยฟางแม่ลูก “ขอโทษแล้วจะจบเลยหรือไง? หลินหลัน เธอเห็นเราสองแม่ลูกเป็นตัวอะไร?” ก่อนที่เฉินเฟิงจะพูด ซุนกุ้ยฟางก็พูดขึ้นก่อน “พี่สะใภ้ คุณอยากให้ทำอย่างไร?” หลินหลันขมวดคิ้วและถาม ซุนกุ้ยฟางเหลือบมองเฉินเฟิงและกล่าวอย่างเย็นชา “ง่ายมาก แค่เพียงให้ไอคนไร้ค่าทำเพียงสองเรื่องก็พอแล้ว” “อย่างแรง คุกเข่าขอโทษเราซะ ก้มหน้ายอมรับความผิดพลาดให้ลูกชายของฉันเคาะหัวสักสองสามครั้งเพื่อระบายความโกรธ” สีหน้าของหลินหลันเปลี่ยนไปในทันที คำขอของซุนกุ้ยฟางนั้นรุนแรงเกินไป “แล้วอะไรอีก?” เฉินเฟิงถามอย่างเย็นชาพร้อมกับแสงเย็นวาบในดวงตา “แล้วก็ แค่ให้เงินเราสองแม่ลูกเสียหน่อย พวกเราไม่ยอมโดนทุบตีฟรีๆหรอกนะ” ซุนกุ้ยฟางกล่าว “คุณอยากได้เท่าไหร่?” หลินหลันกัดฟันถาม “เห็นว่าพวกคุณเป็นญาติเราหรอกนะ ฉันไม่เอามากมายหรอก จ่ายเงินให้ฉัน 500,000 เรื่องที่เฉินเฟิงทุบตีเราสองแม่ลูกฉันก็จะมองข้ามไป” ใบหน้าของซุนกุ้ยฟางกล่าวโดยธรรมชาติ 500,000?! คุณไม่ปล้นกันไปเลยล่ะ! หลินหลันเกือบจะเป็นลมกับตัวเลขนี้ ซุนกุ้ยฟางกล่าวเหมือนเงินสำหรับเธอเป็นเหมือนกระดาษเปล่า! “ไม่ได้หรอก!” หลินหลันปฏิเสธโดยไม่ได้คิด “หลินหลัน คุณพูดมาได้อย่างไร?” ทันใดนั้นซุนกุ้ยฟางรู้สึกไม่พอใจ “อะไรที่ว่าไม่ได้ ในสายตาคุณพวกเราไม่มีค่าพอสำหรับเงินจำนวนนี้เหรอ?” “พี่สะใภ้ ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่ที่คุณกล่าวมา500,000นั้นมันมากเกินไป” หลินหลันกล่าวด้วยความโกรธ “หึ มากเกินไป?” ซุนกุ้ยฟางส่งเสียงไม่พอใจและกล่าวอย่างเย็นชา “ฉันไม่คิดว่ามันมากเกินไปเลยสักนิดเดียว! เรื่องนี้เป็นเรื่องการไว้หน้าของเรา ถ้าหากคนอื่นรู้เข้าว่าเราสองแม่ลูกโดนเฉินเฟิงคนไร้ค่าทำร้าย หลังจากวันนี้เราสองแม่ลูกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้” “อีกอย่าง เงินครึ่งล้านของเมิ่งเหยาของเรา ก็ไม่ได้เปล่าประโยชน์ เราต้องการเงินเพียง 500,000 นี่ก็ไว้หน้าพวกคุณมากแล้ว” ซุนกุ้ยฟางแสดงท่าทางเหมือนกับว่าไม่ได้ราคาสูงแต่อย่างใด หลินหลันกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เธอรู้ว่าการรับมือซุนกุ้ยฟางนั้นเป็นเรื่องยาก แต่เธอก็ไม่คาดคิดว่า ซุนกุ้ยฟางจะไร้ยางอายถึงขนาดนี้ แม้เงิน1.5ล้านของเสี้ยเมิ่งเหยาจะได้มาโดยไม่ต้องทำสิ่งใดแต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับซุนกุ้ยฟาง เธอกล้าพูดจะเอา500,000โดยไม่รู้สึกอะไรได้อย่างไร “พี่สะใภ้ ให้เฉินเฟิงคุกเข่าขอโทษคุณน่ะได้ แต่เรื่องเงิน อย่าเลย ฉันจ่ายให้คุณได้มากที่สุดเพียงห้าพันเท่านั้น” หลินหลันกล่าวด้วยใบหน้าที่เย็นชา แม้ว่าเงินนี้กู้ตงเชินจะจ่ายให้กับเสี้ยเมิ่งเหยา แต่ของเสี้ยเมิ่งเหยาก็คือของเธอ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะให้ ซุนกุ้ยฟาง500 000 โดยเปล่าประโยชน์ เฉินเฟิงหัวเราะเยาะ หลินหลันไม่ถามความเห็นเขาเลยแม้แต่น้อยและยังให้เขาไปคุกเข่าขอโทษซุนกุ้ยฟางอีก เธอเห็นเขาเป็นเพียงตุ๊กตาหรือยังไงสามารถทำอะไรได้ตามใจต้องการงั้นหรือ? “ห้าพัน!” ซุนกุ้ยฟางตะโกนเสียงดัง “หลินหลัน คุณกำลังจะให้ขอทานงั้นหรือ!” “พี่สะใภ้ ฉันหวังว่าคุณจะเข้าใจ บ้านใครจะใช้เงินอย่างเปล่าประโยชน์ ยิ่งไปกว่านั้นเขายอมรับผิด เฉินเฟิงเขาทุบตีพวกคุณแม่ลูก พวกคุณก็ต้องไปเรียกร้องเอาที่ผู้กระทำผิด คุณจะมาเรียกร้องเอาอะไรจากตระกูลเสี้ย” หลินหลันกล่าวอย่างเย็นชาความหมายของเธอชัดเจนมาก เฉินเฟิงคือเฉินเฟิง ตระกูลเสี้ยคือตระกูลเสี้ย ทั้งสองไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกัน เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสี้ยเมิ่งเหยาก็รู้สึกชาไปทั้งจิตใจ เดิมทีเธอคิดว่าเรื่องครั้งที่แล้วจะทำให้มุมมองของหลินหลันที่มีต่อเฉินเฟิงนั้นเปลี่ยนไป แต่จากที่เห็นตอนนี้นั้นท้ายที่สุดแล้วความคิดของเธอก็คิดไปเอง ก้นบึ้งจิตใจของหลินหลันนั้นยังคงดูถูกดูแคลนเฉินเฟิง “หลินหลัน เฉินเฟิงเป็นลูกเขยของคุณ!” ซุนกุ้ยฟางเองก็ตกใจกับคำพูดของหลินหลันเช่นกัน เขาเป็นลูกเขยแต่สำหรับหลินหลัน เฉินเฟิงก็ไม่ต่างอะไรกับคนนอก “ฉันไม่มีลูกเขยที่สร้างแต่ความเดือดร้อนหรอกนะ” หลินหลันเหลือบมองเฉินเฟิงอย่างไม่แยแสและกล่าว มุมปากของเฉินเฟิงกระตุกอย่างเย็นชา ไม่มีลูกเขยเหมือนตนงั้นเหรอ? หลินหลัน หวังว่าคุณจะไม่เสียใจกับสิ่งที่คุณพูดในวันนี้! ทัศนคติท่าทางของ หลินหลันที่มีต่อ เฉินเฟิงเป็นสิ่งที่ ซุนกุ้ยฟางไม่คาดคิด โชคดีที่ซุนกุ้ยฟางยังมีแผนการ “หลินหลัน ฉันถามคุณเป็นครั้งสุดท้าย คุณจะไม่ให้เงินฉัน500,000จริงๆใช่หรือเปล่า?” ซุนกุ้ยฟางถามอย่างเศร้าโศก “ไม่” คำตอบของหลินหลันยังคงหนักแน่นเช่นเคย ซุนกุ้ยฟางยิ้มและกล่าว “งั้นโอเค หวังว่าคุณจะไม่เสียใจภายหลัง” “พี่สะใภ้ พูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร?” หลินหลันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติราวกับว่าซุนกุ้ยฟางมีเรื่องอะไรอยู่ในกำมือของเธอ “ไม่ได้หมายความว่าอะไร จู่ๆฉันก็เพิ่งนึกอะไรออก ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ฉันพบเจอผู้ชายที่แซ่หวัง เขาบอกว่าคุณเป็นเพื่อนร่วมมหาลัยของเขา …” เมื่อซุนกุ้ยฟางพูดถึงตรงนี้ในนาทีนั้นเธอจงใจหยุดและพบว่าสีหน้าของหลินหลันเปลี่ยนไป “หลินหลัน คุณอยากให้ฉันพูดต่อหรือเปล่า?” ซุนกุ้ยฟางถามด้วยรอยยิ้ม “พี่สะใภ้….” หลินหลันฝืนยิ้มอย่างไม่เต็มใจและกล่าวว่า “มีเรื่องอะไรก็ค่อยๆนั่งพูดคุยกัน” “ค่อยๆพูดคุย?” ซุนกุ้ยฟางยิ้มอย่างเหยียดหยาม ตอนนี้จะมาค่อยๆพูดคุยกัน แล้วเมื่อกี้ท่าทางที่จะให้เงินเหมือนขอทานนั่นหายไปไหนแล้ว “หลินหลัน ฉันต้องการเงิน500,000มันมากไปไม่ใช่หรือ?” ซุนกุ้ยฟางค่อยๆนั่งบนโซฟาอย่างช้าๆและถาม “ไม่มากไป ไม่เลย ฉันจะให้เฉินเฟิงหาทางจ่ายให้คุณและต้าจูนเป็นเงิน500,000” หลินหลันรีบตอบ แม้ว่าเธอแทบรอไม่ไหวที่จะฉีกร่างซุนกุ้ยฟางในตอนนี้ แต่เมื่อเธอคิดว่าซุนกุ้ยฟางจะพูดอะไร เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่สบายใจ เฉินเฟิงขมวดคิ้ว ซุนกุ้ยฟางใช้ลูกไม้อะไร อะไรที่ทำให้หลินหลันไม่ต่อต้าน แม้แต่เงินครึ่งล้านก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย ทันใดนั้นซุนกุ้ยฟางก็เชิดหน้าชูคอ อันที่จริงก่อนที่เธอจะมา เธอคิดว่าจะทำอย่างไรถ้าหลินหลันไม่เห็นด้วยที่จะจ่ายเงิน กล่าวได้ว่าเธอได้คิดหาวิธีจัดการรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยนิสัยของหลินหลันที่รักหน้าตาศักดิ์ศรีตัวเองแล้วเธอจะไม่มีวันปล่อยให้เธอเปิดเผยเหตุการณ์นี้ “เรื่องเงิน500,000น่ะไม่ต้องไปพูดถึงก่อนก็ได้ หลินหลัน คุณควรให้ลูกเขยคุณ คุกเข่าขอโทษเราสองแม่ลูกก่อนไหม” ซุนกุ้ยฟางเหลือบมองเฉินเฟิงอย่างมีชัยและกล่าว ไม่ว่าก่อนหน้านี้เฉินเฟิงจะเย่อหยิ่ง หยิ่งผยองขนาดไหนต่อหน้าเธอและหลินต้าจูนแต่เมื่ออยู่ในตระกูลเสี้ย ต่อหน้าหลินหลัน เฉินเฟิงก็เป็นเพียงสุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น หลินหลันพูดอย่างไรเขาก็ทำอย่างนั้นอย่างไม่ต่อต้าน