บทที่ 86 คนบ้านนอก ไป๋กว่างยี่ส่ายหัว แล้วพูดขึ้น “ไม่ต้องหรอก ลุงหลิ่ว ไอ้บ้านนอกสองคนนี้ที่มาจากชางโจวผมเอาพวกเขาอยู่อยู่แล้ว “อืม งั้นก็ดี ” หลิ่วจื้อโจวส่ายหัวเล็กน้อย มาจากชางโจวหรอ? หรือว่าหลิ่วอีอีได้ยินคำๆ นี้ สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนแล้วดูแย่ขึ้น เมื่อกี้เฉียวเสี่ยวโย่วมารับคำๆ หนึ่ง หน้าตาดูเหมือนคนที่มาจากชางโจว มันบังเอิญขนาดนี้เลยหรอ? หรือว่าอาจจะไม่ใช่ หลิ่วอีอีกำลังปลอบใจตัวเองในใจ แต่ว่าไม่รู้ทำไม เธอกลับแอบหวังอะไรเล็กน้อย ไอ้บ้านนอกที่ไป๋กว่างยี่พูดถึง เป็นสองคนนั้นที่เจอตรงรถไฟ “กว่างยี่ เดี๋ยวถ้าเคลียร์ธุระทั้งหมดในมือเสร็จ ก็พา อีอีออกไปเที่ยวหน่อยสิ เราสองคนเป็นวัยรุ่นเหมือนกัน ก็คงจะมีเรื่องให้คุยกันเยอะหน่อย ” หลิ่วจื้อโจวคลายยิ้มแล้วพูดขึ้น “ก็ต้องดูว่าน้องอีอีอยากจะไปกับผมไหม ” ไป๋กว่างยี่ทำสีหน้าที่ดูจริงจัง แล้วมองไปที่หลิ่วอีอีที่ยืนอยู่ข้างๆ เขารู้สึกพอใจในอีอีมาก เธอเป็นดาวในมหาวิทยาลัยจินหลิง ไม่เพียงแต่มีหน้าตาที่สวย แล้วยังมีฐานะครอบครัวที่ดี ทุกอย่างเหมาะสมและลงตัวกับเขามาก หลิ่วอีอีฝืนยิ้มออกมา แล้วคิดจะพูดอะไรบางอย่างขึ้น เวลานี้ ก็มีเสียงอันตื่นเต้นดังขึ้น “ท่านประธานหลิ่ว ข้างนอกมีอยากเจอคุณชายไป๋ครับ ” “อาหลิ่วไม่ต้องหรอกครับ ให้พวกเขาเข้ามา ผมยังกลัวว่าจะหาพวกเขาไม่เจอซะอีก “ไป๋กว่างยี่คลายยิ้มบางๆ สีหน้าเปล่งประกายซึ่งความโหดเหี้ยมออกมา “ให้พวกเขาเข้าไป ” หลิ่วจื้อโจวผายมือขึ้น แล้วออกคำสั่ง จากนั้น เฉินเฟิงและอาเหาจึงสาวเท้าเข้ามา ในชั่วพริบตาที่เห็นสองคน ม่านตาของหลิ่วอีอีจึงหดเข้าหดออกมา จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างเร่งรีบ เป็นสองคนนั้นที่เจอตรงรถไฟจริงๆ! แค่หลิ่วจื้อโจวใช้สายตาที่มองเฉินเฟิงกับอาเหาเหมือนกำลังมองคนที่ตายไปแล้ว จากนั้นก็ดึงสายตากลับมา แล้วเริ่มลิ้มลองชา ในเห็นว่าพวกเขาต้องทำอะไรผิดต่อไป๋กว่างยี่แน่ๆ สามารถตัดสินความผิดพวกเขาสองคนด้วยการประหารชีวิต จู่ๆ ไป๋กว่างยี่ผุดลุกขึ้น แล้วมองไปยังเฉินเฟิงและอาเหาพลางถามขึ้น “พวกแกสองคนไม่กลัวว่าตายเลยใช่ไหม ถึงคิดจะมาช่วยไอ้กู้ตงเชิน? “แกทำอะไรคุณชายท่านเชิน?! ” อาเหาสาวเท้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วถามขึ้นด้วยเสียงที่โหดเหี้ยม “คุณชายท่านเชิน? ฮ่าๆๆๆ ” ไป๋กว่างยี่หัวเราะออกมาด้วยเสียงดัง จากนั้นก็หุบยิ้ม “ไอ้แก่นั่นหรอ มันถูกสับเป็นชิ้นๆ แล้วเอาไปป้อนหมาตั้งนานแล้ว! ” ได้ยินแบบนี้ หน้าผากของอาเหาจึงมีเส้นเอ็นสีเขียวผุดออกมาทันที จากนั้นเขาจึงตะคอกออกมาด้วยความโมโหเป็นไฟ “แก! หา! ที่! ตาย! หรือไง! ” พอพูดจบ อาเหาจึงเดินไปตรงหน้าไป๋กว่างยี่ จากนั้นก็สนับมือขว้างไปตรงหน้าประตูของไป๋กว่างยี่ สนับมือที่เหมือนมีดขูดผ่านหน้าไป๋กว่างยี่ ทำให้รู้สึกเจ็บ ทว่านัยน์ตาของไป๋กว่างยี่กลับไม่ได้กะพริบตาเลยแม้แต่ครั้งเดียว วินาทีต่อไป ก็มีคนร่างเหล็กคนหนึ่งยืนขวางอยู่ตรงหน้าเขา มือใหญ่ๆ ข้างหนึ่งยื่นออกมา และก็สามารถหยุดหมัดอันโมโหของอาเหาไว้ได้อย่างง่ายดาย เฉินเฟิงทำนัยน์ตาที่สงสัยเล็กน้อย ใบหน้าของเขาเผยความคาดคิดไม่ถึงออกมาเป็นครั้งนี้ ผู้ชายที่ร่างเหล็กคนนี้ ดูจากภายนอกคือนักสู้หรือเปล่า? ม่านตาของอาเหาหดลง และรู้สึกว่าหมัดๆ นี้ของตัวเอง เหมือนต่อยลงบนเหล็ก ชายร่างเหล็กจึงคลายยิ้มอันโหดเหี้ยม ทว่าอาเหาก็คือคนที่โหดเหี้ยมจนชอบเร่ร่อนและเป็นคนที่ไม่เคยกลัวตายเลย ระหว่างความเป็นหรือความตาย ปฏิกิริยาของเขาจะว่องไวมากๆ! เขาสามารถหลบอย่างว่องไวและคล่องแคล่ว พอตอนที่คนร่างเหล็กกำหมัดกำลังจะชกเขา เขาก็สามารถหลบทันอย่างเสี่ยงอันตราย พอเห็นว่ากำปั้นของตัวเองไม่สามารถฆ่าอาเหาที่เหมือนแมลงตัวน้อยๆ ได้ คนร่างเหล็กทำสีหน้าที่ดูแย่เล็กน้อย เขาตะโกนขึ้นอย่างโมโห แล้วก็ใช้เข่าที่ข้างหนึ่งของเขา แล้วกำลังจะกระแทกไปยังท้องน้อยของอาเหาด้วยความโหดเหี้ยม “หุบปาก! ” เวลานี้ ก็มีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นอย่างเสียงดังฟังชัด ทุกคนจึงหันหน้าไป กลับเห็นคนที่ปรากฏตัวคือหลิ่วอีอี! ไป๋กว่างยี่มองหลิ่วอีอีด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าทำไมหลิ่วอีอีถึงได้ตะโกนขึ้นแบบนี้ เธออยากจะช่วยอาเหาหรอ? “อีอี หนูตะโกนอะไรไปเรื่อยเปื่อย! ” หลิ่วจื้อโจวเอ่ยพูดด้วยเสียงข่มขู่ หลิ่วอีอีจับจ้องเฉินเฟิงไว้ แล้วพูดขึ้นอย่างหน้าด้าน “พ่อคะ สองคนนี้เป็นเพื่อนของหนูเอง” “เหลวไหล! เพื่อนอะไร! ทำไมแต่ก่อนฉันถึงไม่เคยได้ยินว่าหนูมาเพื่อนแบบนี้! ” หลิ่วจื้อโจวพูดขึ้นด้วยความโมโหเล็กน้อย ไป๋กว่างยี่ทำสีหน้าที่แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลิ่วอีอีเป็นภรรยาของเขาในอนาคต วันนี้เธอกลับไปพูดจาออกหน้าแทนผู้ชายคนอื่น “พ่อ พวกเขา…….เป็นเพื่อนของหนูจริงๆ พ่อให้คุณชายไป๋ปล่อยพวกเขาไปหน่อยได้ไหม” หลิ่วอีอีร้องขอ ตอนนี้เธอมีความลำบากแต่พูดไม่ออก กลับไม่ได้คิดอยากจะช่วยเฉินเฟิงและอาเหาจริงๆ แค่กลัวว่าถ้าเฉินเฟิงและอาเหาตายที่นี่ คนที่อยู่เบื้องหลังของเฉินเฟิงคงไม่ปล่อยตระกูลหลิ่วของพวกเธอไปง่ายๆ และจะให้ว่าตระกูลหลิ่วกำลังช่วยผู้ร้าย ไป๋กว่างยี่ไม่รู้ฐานะที่แท้จริงของเฉินเฟิง เขามีฐานะที่แม้กระทั่งเฉียวเสี่ยวโย่วยังต้องเคารพนับถือ เธอก็ไม่ได้สนใจว่าไป๋กว่างยี่จะรนหาที่ตายหรอก ทว่าเธอกลับไม่อยากจะให้ไป๋กว่างยี่ทำให้ตระกูลหลิ่วต้องพลอยลำบากไปด้วย “น้องอีอี เรื่องอื่นพี่ตอบตกลงไว้ได้ ทว่าเรื่องนี้ไม่ได้! เพื่อนสองคนนี้ของน้อง วันนี้พี่ต้องให้พวกเขาชดใช้ทั้งหมด! ” ไป๋กว่างยี่ทำสีหน้าที่หม่นหมอง ทีแรกเขาก็ไม่คิดจะฆ่าเฉินเฟิงและอาเหา ทว่าหลิ่วอีอีทำแบบนี้ กลับทำให้เขาอยากจะฆ่าคนมากขึ้น “คุณชายไป๋……” หลิ่วอีอียังคิดจะขอร้องแทนพวกเขา ทว่าหลิ่วจื้อโจวเอ่ยพูดด้วยเสียงเย็นชา “หุบปาก! ถ้ายังกล้าพูดแบบนี้อีกคำหนึ่ง ฉันจะให้แกไสหัวออกไป! ” ถึงแม้หลิ่วอีอีจะรู้สึกอึดอัดใจ กลับไม่กล้าพูดอะไรออกมา ตอนนี้เธอจึงทำได้เพียงภาวนาในใจว่าให้เฉินเฟิงเห็นแก่เรื่องที่เธอขอร้องให้ ถ้ามันมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นภายหลัง เขาก็สามารถปล่อยตระกูลหลิ่วให้ลอยนวลไปได้ เฉินเฟิงคลายยิ้ม ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้โง่เหมือนที่ตัวเองคิดไว้ขนาดนั้น “กู่สง!ลงมือได้!” ไป๋กว่างยี่กลับไม่ได้คิดอะไรมาก จึงได้สั่งให้ชายร่างเหล็กลงมือ กู่สงที่มีรูปร่างสูงประมาณสองเมตร จึงย่ำเท้าบนพื้นแรงๆ และพุ่งเข้าไปหาอาเหา เขามีโครงกระดูกที่ใหญ่ และรวมไปถึงกล้ามเนื้อที่ออกมามัดๆ ทำให้เขาสามารถรวบกำลังได้มากขึ้นกว่าเดิม จากนั้นก็เหมือนกระทิงตัวหนึ่งที่พุ่งชนเข้ามาตรงคนที่มีรูปร่างเล็ก ถ้าอาเหาถูกเขาพุ่งชนเข้าจริงๆ เกรงว่ากระดูกของเขาก็คงจะหลุด! สีหน้าของอาเหาเปลี่ยนไป ถ้าเทียบทางด้านกำลัง เขาไม่ใช่คู่แข่งของกู่สงจริงๆ! ทว่าเวลานี้ เขาก็ไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ พอหลบ การโจมตีของกู่สงก็จะไปตามขั้นตอนที่เขากำหนด แบบนี้ เขาคงต้องพ่ายแพ้แน่นอน! และในตอนที่อาเหากำลังรู้สึกอึดอัดใจ จู่ๆ ก็เสียงขี้เกียจเสียงหนึ่งดังขึ้น “ท่อนล่าง” เฉินเฟิงพูดแค่สองคำนี้ ทว่านัยน์ตาของอาเหาเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม ท่อนล่าง! จุดอ่อนของกู่สงคือท่อนล่าง! เฉินเฟิงสามารถมองออก! อาเหายังไม่ทันได้คิดอะไรมากมายว่าเฉินเฟิงสามารถดูออกได้ยังไง ก็รีบลงมือ และกำลังโจมตีจุดอ่อนของกู่สง พอจุดอ่อนของเขาทำให้สังเกตเห็น กู่สงเริ่มใช้ท่าไม้ตายที่โหดเหี้ยม แล้วไม่ได้เล่นใหญ่เหมือนตอนแรก ความสามารถของเขาเทียบไม่ได้กับอาเหาอยู่แล้ว แค่เขามีพลังธรรมชาติ ก็สามารถเทียบพร้อมที่จะโจมตีจุดอ่อนของอาเหา แต่จุดอ่อนของเขาได้รับการโจมตีจากอาเหาแล้ว ความได้เปรียบของเขาหมดไป แถมยังต้องระวังการโจมตีจุดอ่อนจากอาเหาเสมอ