ตอนที่ 119 หนึ่งล้านแปดแสน ทุกคนต่างหันหน้ามามองกัน รู้สึกไม่พอใจสวีตงเหลียง ดื่มสู้เขาไม่ได้ก็คือไม่ได้ จะทำตัวกร่างทำไม ยังจะกล้าพูดออกมาว่าคฤหาสน์หัวฉีขายเหล้าปลอม โชคดีที่หลิวโป๋เห็นใจ จึงไม่ได้เอาเรื่องกับเขามาก ไม่เช่นนั้นวันนี้พวกเขาคงต้องรับโทษหนักแน่นอน ทันใดนั้น บรรยากาศทั้งห้องอึมครึมขึ้นมาทันที ทุกคนเข้าใจกันดีว่า ความสามารถในการดื่มของสวีตงเหลียงไม่ได้แย่กว่าเฉินเฟิงเล็กน้อย แต่พูดตรงๆได้เลยว่า คนละชั้น เฉินเฟิงดื่มทีเดียวหนึ่งขวด แต่ สวีตงเหลียงดื่มครั้งละแก้ว สุดท้ายเฉินเฟิงยังไม่ทันทำอะไร สวีตงเหลียงกลับเมาจนบ้าคลั่ง ก่อเรื่องจนทำให้ผู้จัดการคฤหาสน์หัวฉีต้องเข้ามาจัดการ “พี่เหลียงไม่เป็นอะไรใช่ไหม ให้ฉันเรียกรถพยาบาลให้ไหม?” ช่างกล้า ซุนเลี่ยงมาพูดอะไรแบบนี้ในตอนนี้ เจตนาของเขาแค่อยากเอาใจสวีตงเหลียง ดูแลเขา แต่หลังจากที่เขาพูดออกไป เห็นสายตาที่ทุกคนมองมาด้วยความแปลกประหลาด เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ดูเหมือนว่า ก่อนที่พวกเขาจะดื่มกัน เฉินเฟิงเคยพูดว่าจะเรียกรถพยาบาลให้สวีตงเหลียง สุดท้ายถูกสวีตงเหลียงปฏิเสธด้วยความมั่นใจ ตอนนั้นทุกคนต่างคิดว่าเฉินเฟิงพูดเกินความจริง เสแสร้ง แต่เมื่อย้อนกลับมาดูเหตุการณ์ในตอนนี้ ถ้าสวีตงเหลียงไม่เมาซะก่อน หากยังคนฝืนแข่งดื่มกับเฉินเฟิงต่อ เห็นทีต้องเรียกรถพยาบาลแน่นอน! คำพูดของซุนเลี่ยง ทำให้ฉีกหน้าของสวีตงเหลียงเต็มๆ เสมือนโรยเกลือลงไปบนแผลนั้นจนแสบ สวีตงเหลียงหน้าถอดสีไปทันที “เรียกทำบ้าอะไร นายเห็นฉันเป็นอะไรแล้วงั้นรึ” สวีตงเหลียงด่าทอซุนเลี่ยงด้วยความเคืองแค้น ซุนเลี่ยงหลุดขำ : “พี่เหลียง ฉันแค่ล้อเล่น ล้อเล่นเท่านั้น” “ในเมื่อนายไม่เป็นอะไร งั้นเรามาดื่มกันต่อไหม” ทันใดนั้นเฉินเฟิงก็พูดขึ้น สวีตงเหลียงตัวเกร็งไปทันที ดื่มต่อ? เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว? “เฉินเฟิง ทำไมนายไม่รู้จักให้เกียรติกันบ้าง? เมื่อกี้พี่เหลียงแค่อยากทดสอบดูว่านายดื่มเป็นยังไง จึงดื่มเป็นเพื่อน ไม่อย่างนั้น นายที่เป็นแค่พนักงานส่งของ จะมีสิทธิ์อะไรมานั่งดื่มร่วมโต๊ะกับพี่เหลียงล่ะ” หวังเจียเมิงมองเฉินเฟิงด้วยสายตาเยือกเย็น แม้ว่าสวีตงเหลียงจะแข่งแพ้แล้ว แต่หล่อนคิดว่าไม่มีอะไร เฉินเฟิงดื่มเก่งแค่ไหน ก็เป็นแค่พนักงานส่งของ แต่สวีตงเหลียงกลับไม่เหมือนกัน แม้ว่าเขาดื่มไม่ได้ ก็ไม่ได้กระทบกับความจริงที่เขาเป็นเจ้าของกิจการใหญ่ “นั่นสิ บางคนยังไม่รู้จักเจียมตัวเอง พี่เหลียงเป็นถึงเถ้าแก่ที่มีหาเงินได้เป็นสิบล้านในปีเดียว แต่ใครบางคนกลับเป็นแค่พนักงานส่งของ เงินเดือนหนึ่งปียังไม่เท่ากับเงินที่พี่เหลียงหาได้หนึ่งวันเลย แค่ดื่มเหล้าแค่นี้ก็ดีใจแล้ว” หลี่เสว่พูดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ หวังเจียเมิงกับหลี่เสว่พูดดูถูกเฉินเฟิงสลับกันไปมา เพื่อช่วยแก้เขินให้สวีตงเหลียง สีหน้าของสวีตงเหลียงก็ผ่อนคลายลง แต่เขากลับเกลียดเฉินเฟิงฝังใจไปแล้ว ไม่ว่าจะพูดยังไง เรื่องที่เขาดื่มแพ้เฉินเฟิงถือเป็นเรื่องจริง เมื่อเห็นทั้งสองคนคอยพูดเหยียดหยามเฉินเฟิง เสี้ยเมิ่งเหยาเลิกคิ้วขึ้นมองทันที หลี่เสว่ดูถูกเฉินเฟิงถือเป็นเรื่องที่หล่อนพอจะคาดเดาได้ แต่หวังเจียเมิงยังช่วยสวีตงเหลียงพูดด้วย หล่อนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หล่อนกับหวังเจียเมิงเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันสมัยเรียน และยังอยู่หอเดียวกันอีกด้วย แม้ว่าตอนนี้หวังเจียเมิงจะไม่ช่วยเฉินเฟิงพูด แต่ก็ไม่ควรเลือกไปอยู่ฝั่งสวีตงเหลียง เฉินเฟิงส่ายหน้าพลางยิ้มขึ้น เขาไม่รู้ว่าเมิ่งเหยากำลังคิดอะไอยู่ ถ้ารู้ ก็คงพูดว่าเสี้ยเมิ่งเหยายังเด็กเกินไป เพราะในเรื่องของผลประโยชน์ ไม่เกี่ยวอะไรกับความเป็นเพื่อน ตั้งแต่หวังเจียเมิงเข้ามาในห้องอาหาร หล่อนก็เริ่มเอาหน้าอกของตัวเองไปถูกับแขนของสวีตงเหลียง เห็นได้ชัดว่าอยากขึ้นเตียงไปกับเขา มันก็เป็นเรื่องที่ต้องเกิดไม่ช้าก็เร็ว แม้ว่าเฉินเฟิงจะประเมินท่าทางการรุกของหวังเจียเมิงไว้สูงแล้ว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นต่อมา หล่อนทำให้เขาได้รู้แล้วว่าอะไรคือ การเลียแข้งเลียขา ขณะที่สวีตงเหลียงลุกขึ้นกำลังจะไปห้องน้ำ หวังเจียเมิงก็ลุกขึ้นเช่นกัน ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องน้ำพร้อมกัน หลังจากเข้าไปในห้องน้ำ สวีตงเหลียงก็ล็อคประตู กดตัวหวังเจียเมิงไปบนอ่างล้างมือ “พี่เหลียง…” หวังเจียเมิงส่งสายตายั่วยวนเขา สวีตงเหลียงหายใจหอบด้วยความหื่นกระหาย เขาถกกระโปรงของหวังเจียเมิงออกทันที และพบว่าหล่อนถอดกางเกงในออกไปแล้ว “ช่างมืออาชีพจริงๆ!” สวีตงเหลียงแอบว่าอยู่ภายในใจ จากนั้นเริ่มลงมือจัดการทันที… หลังจากนั้นสิบนาที ทั้งสองกลับเข้ามาในห้องอาหารอีกครั้ง ใบหน้าของหวังเจียเมิงยังคงแดงก่ำ แต่สวีตงเหลียงกลับรู้สึกเอิบอิ่มดีใจ ท่าทางของทั้งสอง แม้ว่าจะเป็นคนซื่อบื้อ ก็รู้ว่าพวกเขาไปทำอะไรกันในห้องน้ำ ทันใดนั้น ผู้หญิงหลายคนในห้องที่ชื่นชอบสวีตงเหลียงสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนมาที่นี่ ทุกคนต่างมีความเห็นตรงกัน ตกลงกันว่าจะกันเสี้ยเมิ่งเหยาไว้ คิดไม่ถึงเลยว่า หวังเจียเมิงกลับเป็นคนที่เริ่มยั่วยุเขาก่อน อีกทั้งยังทำให้หล่อนชนะใจสวีตงเหลียงได้อีกด้วย สุดท้ายก็ถูกคนในหักหลังกันเสียเอง เสี้ยเมิ่งเหยาก็มีสีหน้าสับสนตกใจ คิดไม่ถึงเลยว่าหวังเจียเมิงผู้ใสซื่อมากตอนสมัยเรียน เมื่อเข้าสังคมแล้วจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ อีกอย่าง หล่อนเองก็สามีแล้ว ถ้าสามีของหล่อนรู้ว่าหล่อนไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่น จะรู้สึกอย่างไร ในที่สุดก็ดำเนินมาถึงช่วงท้ายของการสังสรรค์ แต่ไม่มีใครลุกขึ้นก่อน กลับพากันมองไปที่เฉินเฟิง หลี่เสว่ทนนั่งต่อไปไม่ไหว พูดตะโกนขึ้น : “ไปจ่ายเงินสิ มัวนั่งรออะไรอยู่ล่ะ?” เฉินเฟิงยิ้มแหย่ พูดขึ้น : “เธอยังจำเรื่องที่ตัวเองพูดไว้ได้ไหม?” หลี่เสว่หน้าเกร็งไปทันที ยังปากแข็งพูดขึ้น : “จำได้อยู่แล้ว! ฉันเป็นคนผิดคำพูดงั้นเหรอ? นายไปเช็คบิลจ่ายเงินก่อน ไม่ต้องพูดว่าพ่อ ให้เรียกว่าคุณปู่ก็ไม่มีปัญหา!” เฉินเฟิงส่ายหน้า หัวเราะขึ้น : “ไม่ต้องเรียกว่าคุณปู่ก็ได้ ฉันยังไม่มีหลานสาวโตขนาดนี้” หลี่เสว่ชะงักไปทันที เป็นแค่พนักงานส่งของ เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ยังจะกล้าทำตัวเสแสร้งอีก ฉันจะคอยดูว่า ตอนจ่ายเงิน นายยังจะยิ้มออกรึเปล่า “พนักงาน เช็คบิล!” หลี่เสว่พูดด้วยความมั่นใจ “สวัสดีค่ะ คุณผู้หญิง ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในห้องพิเศษของพวกคุณคือหนึ่งล้านแปดแสน… ” “ซี้ด” ทุกคนต่างพากันซูดปาก หนึ่งล้านแปดแสน! ทำไมถึงเยอะขนาดนี้! สีหน้าของสวีตงเหลียงเปลี่ยนไปทันที หนึ่งล้านแปดแสน ถ้าเฉินเฟิงจ่ายไม่ไหว จะทำยังไงต่อไป? หรือเขาต้องเป็นคนรับกรรมนี้จริงๆ? “คิดเงินผิดไปรึเปล่า…” มีคนพูดขึ้นด้วยเสียงแผ่วเบา “นั่นสิ พวกเรามีกันอยู่แค่นี่ จะกินเยอะขนาดนั้นได้ยังไง” ไม่ใช่ว่าทุกคนอยากช่วยพูดแทนเฉินเฟิง แต่ถ้าเฉินเฟิงจ่ายไม่ไหว สุดท้าย เงินก้อนนี้ก็จะตกเป็นของทุกคน เพราะเรื่องพนันเป็นเพียงแค่เรื่องระหว่างหลี่เสว่กับเฉินเฟิงเท่านั้น และอาหารมื้อนี้ทุกคนกินร่วมกัน คฤหาสน์หัวฉีก็ไม่มาสนใจว่าเฉินเฟิงจะเป็นคนออกเงินคนเดียวหรือไม่ พนักงานยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้ม : “ทุกท่านคะ ค่าใช้จ่ายทุกรายการ ทางเรามีการบันทึกไว้ทั้งหมด พวกคุณสั่งไวน์Lafiteทั้งหมด15ขวด La Romanee-Conti 6 ขวด และยังมีเหมาไถอีก12ขวด ราคาของเครื่องดื่มเหล่านี้ทั้งหมดรวมกันเก้าแสนสามหมื่น และยังมีไข่ปลาคาเวียร์อีกเก้าจาน เนื้อปลากระเบน…” ทุกคนสีหน้าถอดสีกันหมด ทางร้านไม่ได้คิดเงินผิด แต่พวกเขาสั่งอาหารมากเกินไปจริงๆ