บทที่ 122 ตู้จื่อเยว่

ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband

บทที่ 122 ตู้จื่อเยว่ “ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าพอใจหรือไม่พอใจ ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ตาม หลี่เสว่ก็เป็นผู้หญิง……”สวีตงเหลียงพยายามอธิบายด้วยความขมขื่น “ผู้หญิง?” เฉินเฟิงหัวเราะในลำคอ “เป็นผู้หญิงก็เลยสามารถสร้างเรื่องสร้างข่าวลือ?” สวีตงเหลียงสำลัก ในความเป็นจริง เขาเองก็รู้สึกว่า หลี่เสว่พยายามที่จะใส่ร้ายเสี้ยเมิ่งเหยาเสียๆหายๆ เพราะถึงอย่างไรตอนที่เรียกมหาวิทยาลัยนั้น มีคนรวยมากมายจีบเธอ ถ้าหากเสี้ยเมิ่งเหยาคิดจะเป็นกิ๊กใครขึ้นมาจริงๆนั้น เธอก็คงเป็นไปนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอถึงตอนนี้ “คุณด้วย หวังเจียเมิง!คราวหน้าก่อนจะทำอะไรช่วยผ่านการไตร่ตรองก่อน ปากจะได้ไม่พาซวย!”เฉินเฟิงมองดูหวังเจียเมิงด้วยสายตาเย็นชา แน่นอนว่ามองออกไม่อยากเลย หวังเจียเมิงต่างหากที่เป็นคนทำให้เกิดเรื่องทุกอย่างขึ้น ผู้หญิงคนนี้ ต่อหน้าทำเป็นดีกับเสี้ยเมิ่งเหยา แต่พอแทงข้างหลังขึ้นมาจริงๆนั้น กลับแทงได้เจ็บแสบที่สุด “แกกำลังข่มขู่ฉัน?” สีหน้าของหวังเจียเมิงดูไม่ดีเท่าไหร่ กับอีแค่คนส่งอาหาร แต่กลับกล้าข่มขู่ตน?! “ข่มขู่? คนอย่างคุณไม่คู่ควร!”เฉินเฟิงหัวเราะเย้ยหยัน คนอย่างหวังเจียเมิง ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเป็นคู่ปรับของเขา ถ้าเขาอยากให้เธอตาย ก็เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ทุกคนมองหน้ากันสลับไปมา คำพูดของเฉินเฟิง หยิ่งผยองมาก ไม่ว่าอย่างไรหวังเจียเมิงก็มีสามีเป็นถึงเถ้าแก่ถ่านหิน ซึ่งในตอนนี้ก็ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับสวีตงเหลียง แล้วเฉินเฟิงล้ะ เฉินเฟิงมีใครบ้าง? สีหน้าของหวังเจียเมิงเปลี่ยนไปมาไม่แน่นอน แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่รู้ดีว่า เวลานี้เธอไม่สามารถทำอะไรเฉินเฟิงได้ สามีของเธอไม่ใช่เถ้าแก่ถ่านหิน อีกทั้งเธอกับสวีตงเหลียง ก็เป็นแค่คู่นอนกันเท่านั้น สวีตงเหลียงไม่มีวันทำอะไรเฉินเฟิงเพื่อเธอแน่นอน และในเวลานี้เอง เสียงโทรศัพท์ของสวีตงเหลียงดังขึ้น หลังจากมองดูหน้าจอโทรศัพท์แล้วนั้น สีหน้าของสวีตงเหลียงเปลี่ยนไปมา ทำไมถึงเป็นตู้จื่อเยว่? ถึงแม้ว่าจะแปลกใจ แต่สวีตงเหลียงก็ยังคงรับสาย:“พี่เยว่ พี่โทรมาหาผมได้ยังไง?” เห็นท่าทีของสวีตงเหลียงที่แลดูเคารพนั้น ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสงสัย พี่เยว่คนนี้คือใคร? ดูเหมือนว่าสวีตงเหลียงจะกลัวมาก “สวีตงเหลียง เสี้ยเมิ่งเหยาอยู่กับนายใช่ไหม?” ท่าทีของตู้จื่อเยว่นั้นดูหยิ่งทะนงมาก ไม่ได้ตอบคำถามสวีตงเหลียงในทันที สวีตงเหลียงหันไปมองเสี้ยเมิ่งเหยา จากนั้นพูดเสียงเบา “พี่เยว่ เมิ่งเหยาเธออยู่กับผม” “พาเธอมาที่คฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง!”ตู้จื่อเยว่พูดด้วยน้ำเสียงออกคำสั่ง พูดจบยังไม่ทันรอให้สวีตงเหลียงพูดอะไร ก็ตัดสายไปทันที สวีตงเหลียงขมวดคิ้วเป็นปม ตู้จื่อเยว่รู้ได้ยังไงว่าเสี้ยเมิ่งเหยาอยู่ที่นี่ ใครเป็นคนปล่อยข่าวนี้ “พี่เหลียง ใครคะ?” หวังเจียเมิงถามขึ้นโดยไม่ใส่ใจ “ตู้จื่อเยว่” สวีตงเหลียงฝืนยิ้มแล้วพูดขึ้น “ตู้จื่อเยว่?!” “ตู้จื่อเยว่ที่เรียนภาควิชาเศรษฐศาสตร์และการจัดการ?!” “ให้ตายสิ!เป็นเธอได้ยังไง!” เมื่อได้ยินว่าเป็นตู้จื่อเยว่ ทุกคนก็แตกตื่นขึ้นมาทันที เฉินเฟิงขมวดคิ้วเป็นปม ตู้จื่อเยว่คือเสือสิงห์กระทิงแรดจากที่ไหน ทำไมดูเหมือนว่ามีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เฉินเฟิงหันไปมองเสี้ยเมิ่งเหยาที่อยู่ด้านข้าง อยากรู้ว่าเสี้ยเมิ่งเหยารู้รึเปล่า ทว่ากลับเห็นใบหน้าของเสี้ยเมิ่งเหยาซีดขาว “เมิ่งเหยา คุณเป็นอะไรไป?” เฉินเฟิงขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น คล้ายวาเสี้ยเมิ่งเหยาจะหวาดกลัวตู้จื่อเยว่ “เปล่า……ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ” เสี้ยเมิ่งเหยาส่ายหน้า แล้วฝืนยิ้ม เฉินเฟิงสงสัยมากกว่าเดิม เห็นได้ชัด ระหว่างเสี้ยเมิ่งเหยาและตู้จื่อเยว่ ต้องเกิดเรื่องอะไรขึ้นแน่ๆ “พี่เหลียง ตู้จื่อเยว่โทรหาพี่ทำไม?” หวังเจียเมิงถามด้วยความสงสัย ตอนแรกมหาวิทยาลัยตู้จื่อเยว่ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับพวกเธอ แต่ว่าเธอคือดาวของคณะ เป็นคนที่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัย ซึ่งมีชื่อเสียงมากกว่าเสี้ยเมิ่งเหยาอีกระดับหนึ่ง แน่นอน การที่ชื่อเสียงของตู้จื่อเยว่สามารถมีมากกว่าเสี้ยเมิ่งเหยานั้น ไม่ได้เป็นเพราะเธอสวยกว่าเสี้ยเมิ่งเหยา แต่เป็นเพราะเธอเป็นคนเฮฮา ฐานะทางบ้านก็ดี อีกทั้งหน้าตาโดดเด่น เธอไม่ได้สูงส่งเหมือนเสี้ยเมิ่งเหยา ดังนั้นเธอจึงมีเพื่อนมากมาย ตอนนั้นในมหาวิทยาลัยมีลูกคนรวยและลูกราชการที่มีชื่อเสียง ทั้งหมดล้วนมีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับตู้จื่อเยว่ พูดได้ว่า ตู้จื่อเยว่เป็นสาวสังคม แต่เป็นสาวสังคมที่มีเล่ห์เหลี่ยม เป็นสาวสังคมที่สามารถปั่นหัวผู้ชายได้ “พี่เยว่เธออยู่ที่คฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง ถามว่าพวกเราจะไปสนุกด้วยกันไหม” ลูกตาของสวีตงเหลียงหมุนไปมา แล้วพูดขึ้น เขาไม่กล้าบอกว่าตู้จื่อเยว่อยากจะให้เสี้ยเมิ่งเหยาไปคนเดียว เขารู้ดี ถ้าพูดออกไปแบบนั้นจริงๆ เสี้ยเมิ่งเหยาต้องไม่ยอมไปแน่ๆ เพราะตอนที่เสี้ยเมิ่งเหยาเรียนมหาวิทยาลัยนั้น คนที่เธอกลัวที่สุดก็คือตู้จื่อเยว่ “พี่เยว่อยู่ที่คฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง?” เมื่อได้ยินว่าตู้จื่อเยว่อยู่ที่คฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง หลี่เสว่ที่ล้มอยู่บนพื้นก็แววตาเป็นประกายขึ้นมาทันที สวีตงเหลียงพยักหน้า เขารู้ว่า ทำไมหลี่เสว่ถึงตื่นเต้นดีใจแบบนี้ ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ตู้จื่อเยว่เป็นที่พึ่งพิงของหลี่เสว่ หลี่เสว่ร่วมมือกับตู้จื่อเยว่ทำเรื่องแย่ๆมากมาย ตอนนี้พอได้ยินว่าตู้จื่อเยว่อยู่ที่คฤหาสน์นานาชาติจิ่วหลง หลี่เสว่อยากจะอาศัยตู้จื่อเยว่แก้แค้นเฉินเฟิง “พี่เหลียง ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกันเถอะ ฉันไม่ได้เจอพี่เยว่มานานแล้ว” หลี่เสว่พูดขึ้นด้วยความดีใจ ความเป็นจริง เธออยากจะเจอตู้จื่อเยว่ แต่หลังจากตู้จื่อเยว่เรียนจบไปนั้น ก็ลบช่องทางติดต่อของเธอ เธอจึงไม่ได้กับตู้จื่อเยว่ ครั้งนี้ไม่ง่ายเลยกว่าจะได้ข่าวคราวของตู้จื่อเยว่ เธอจะไม่มีวันพลาดอย่างแน่นอน อีกทั้งยังสามารถให้ตู้จื่อเยว่สั่งสอนเฉินเฟิงแทนเธอด้วย ความสามารถของตู้จื่อเยว่ ไม่ใช่สิ่งที่สวีตงเหลียงสามารถเทียบได้ สวีตงเหลียงเป็นคนที่เก่งในห้องของพวกเธอเท่านั้น แต่ตู้จื่อเยว่ เป็นคนอันดับต้นๆและมีอิทธิพลของมหาวิทยาลัยจินหลิง ตอนที่ตู้จื่อเยว่อยู่มหาวิทยาลัยปีสาม เธอมีบริษัทโมเดลลิ่งภายใต้ชื่อของตนเองสองบริษัท ซึ่งทุกปีก็มีรายได้สิบถึงยี่สิบล้านหยวน ตอนนี้เรียนจบไปเกือบสามปีแล้ว แค่คิดก็รู้แล้วว่า ตู้จื่อเยว่จะมีชีวิตยังไง “เอ่อ……” สวีตงเหลียงอึดอัดใจ ความเป็นจริงตู้จื่อเยว่ไม่คิดที่จะเจอคนอย่างหลี่เสว่ คนที่เธออยากเจอมีแค่คนเดียว ซึ่งก็คือเสี้ยเมิ่งเหยา แต่ถ้าหากเขาพูดออกไป เสี้ยเมิ่งเหยาต้องไม่ยอมไปแน่ เพราะตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยนั้น สำหรับเสี้ยเมิ่งเหยาแล้วนั้นตู้จื่อเยว่เป็นฝันร้ายของเธอ “พี่เหลียง พี่เยว่อยากจะเจอเสี้ยเมิ่งเหยาด้วยรึเปล่าคะ?” กลับกลายเป็นหวังเจียเมิง ที่มองความคิดของสวีตงเหลียงออก สวีตงเหลียงหัวเราะแห้งๆ แล้วพูดขึ้น:“อื้ม พี่เยว่บอกว่าสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัยทำผิดต่อเมิ่งเหยาเอาไว้ ดังนั้นครั้งนี้ก็เลยอยากจะเมิ่งเหยา อยากจะขอโทษเธอ” “เมิ่งเหยา เธอจะ……” สวีตงเหลียงหันไปมองเสี้ยเมิ่งเหยา “ไม่ไป” เสี้ยเมิ่งเหยาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา เธอไม่มีวันเชื่อคำพูดของสวีตงเหลียง ตู้จื่อเยว่จะบอกขอโทษเธองั้นหรอ เป็นไปไม่ได้หรอก สวีตงเหลียงหน้านิ่ง ดูอึดอัดใจเป็นอย่างมาก ตู้จื่อเยว่โทรศัพท์มาหาเขาโดยเฉพาะ บอกให้เขาพาตัวเสี้ยเมิ่งเหยาไป ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ เดี๋ยวตู้จื่อเยว่กล่าวโทษขึ้นมา เขาจะทำยังไง “เมิ่งเหยา แกก็ไปสักหน่อยไม่ได้หรือไง? พวกฉันตั้งมากมายก็ไปด้วย พี่เยว่ไม่มีวันทำอะไรแกหรอ” หวังเจียเมิงพูดแล้วยิ้มตาหยี เธอรู้ดีว่าตู้จื่อเยว่คิดอยากจะแก้แค้นมากแค่ไหน การที่ให้เสี้ยเมิ่งเหยาไปในครั้งนี้ ไม่มีวันไปเพื่อขอโทษเสี้ยเมิ่งเหยา ในทางตรงกันข้ามกลับจะทำให้เสี้ยเมิ่งเหยาอับอายขายหน้ามากกว่าเดิม เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เฉินเฟิงขมวดคิ้วขึ้นมา คนที่ชื่อตู้จื่อเยว่คนนี้ เหมือนว่าตอนเรียนมหาวิทยาลัยจะทำเรื่องอะไรบางอย่างที่เกินกว่าเหตุกับเสี้ยเมิ่งเหยา