ตอนที่ 172 รองประธานาธิบดีที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ยู่ฉวนซาน เสี้ยเมิ่งเหยาเดินไปตามทางคนเดียว สีหน้าดูหมองหม่น แม้ว่าเธอจะอยู่ห่างจากเฉินเฟิงเพียงคืนเดียว แต่สำหรับเธอแล้ว เหมือนยาวนานเป็นปี เธอคิดว่าเธอสามารถเผชิญกับทุกสิ่งได้อย่างสงบ แต่เมื่อสิ่งต่างๆได้เกิดขึ้น เธอพบว่าเธอไม่สามารถเผชิญหน้ากับมันได้อย่างสงบเลย เฉินเฟิง … มีปัญหาอะไร ทำไมเขาถึงปิดบังเธอถึงสามปี? ยิ่งไปกว่านั้นเขาเป็นคนของตระกูลเฉิน แต่ตัวเธอ เป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งนอกจากสวยแล้ว เธอไม่มีความโดดเด่นอะไรเลย ตนเอง จะเอาอะไรไปคู่ควรกับเขา? “ เมิ่งเหยา ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี่?” ในขณะนี้ เสียงประหลาดใจดังขึ้น ในที่สุด เสี้ยเหมิ่งเหยาก็ดึงสติกลับมา “ป้าหวาง… ” รอยยิ้มที่ไม่ดูฝืนปรากฏบนใบหน้าที่สวยงามของเสี้ยเมิ่งเหยา หญิงวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าเธอชื่อ หวางเหมย เธออาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกันกับหลินหลานและยังเคยเป็นเพื่อนบ้านกับหลินหลันมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ในตอนนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวเป็นไปด้วยดี ดังนั้นจึงไปมาหาสู่กันบ่อยครั้ง บ่อยครั้งเข้า หวางเหมยก็ได้รู้จักเสี้ยเมิ่งเหยาด้วย “ เมิ่งเหยา ทำไมสีหน้าคุณแย่จัง?คุณไม่สบายเหรอ?” หวางเหมยมองไปที่เสี้ยเมิ่งหยาด้วยความเป็นห่วง พูด สีหน้าของเสี้ยเมิ่งเหยานั้นแย่จริงๆ ซีดจนไม่มีสีเลือด ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ เสี้ยเมิ่งเหยาส่ายหัวและฝืนยิ้ม”ป้าหวาง ฉันไม่ได้ป่วย เป็นเพราะเมื่อคืนฉันนอนไม่หลับ” “ นอนไม่ค่อยหลับ … ” หวางเหมยทวนคำพูดของเสี้ยเมิ่งเหยา จากนั้นเธอก็เหลือบมองไปที่ภูเขาอย่างไร้ร่องรอย รู้สึกสงสัย เสี้ยเมิ่งเหยา ทำไมเธอถึงลงมาจากภูเขา? เหรือว่าเธอได้เป็นเด็กเสี่ยของมหาเศรษฐีคนใดคนหนึ่ง? “ใช่” เสี้ยเมิ่งเหยาพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ป้าหวางถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ” “อ้อๆ คุณไปเถอะ” หวางเหมยพึ่งคิดได้ แต่ความสงสัยในใจของเธอกลับเพิ่มยิ่งขึ้น เมื่อมองไปที่รูปลักษณ์ของเสี้ยเมิ่งเหยา เห็นได้ชัดว่าเธอลงมาจากภูเขา แต่วิลล่าบนภูเขา ไม่ใช่สิ่งที่เธอสามารถจ่ายได้ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า เสี้ยเมิ่งเหยาออกมาจากบ้านของคนอื่นเท่านั้น ถ้าเธอออกมาจากบ้านคนอื่น เรื่องนี้ก็น่าสนใจแล้วหวางเหมยครุ่นคิด เธอตัดสินใจบอก เรื่องนี้แก่หลินหลัน หลังจากลงมาจากภูเขาเสี้ยเมิ่งเหยาก็มาที่บริษัท เมื่อเข้ามาในบริษัท พนักงานหลายคนทักทายเธออย่างกระตือรือร้น “ ประธานเสี้ย” “ สวัสดีท่านประธานเสี้ย” “ ประธานเสี้ยกลับมาแล้วเหรอ” เสี้ยเมิ่งเหยาพยักหน้าเล็กน้อย ตอบกลับอย่างสุภาพ แต่มีนัยที่น่าสงสัยในดวงตาที่สวยงามของเธอ ทำไมคนที่คุ้นเคยหลายคนหายไปในบริษัท แต่มีคนหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ด้วยความสงสัย เสี้ยเมิ่งเหยาผลักเปิดประตูห้องทำงานของเธอ กลับพบว่า มีร่างที่งดงามนั่งอยู่บนเก้าอี้ห้องทำงาน โดยเอาสองขาที่สวยงามที่ห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีดำวางไว้บนโต๊ะทำงาน มือเล่นเล็บของตนเองอยู่ เมื่อเห็นเสี้ยเมิ่งเหยาเข้ามา หญิงสาวที่แต่งหน้าหนาก็ไม่ได้ลุกขึ้น แต่ถามเสี้ยเมิ่งเหยาอย่างเย็นชา“ คุณมาจากแผนกไหน?คุณไม่รู้ว่าคุณต้องเคาะประตูเมื่อคุณเข้าไปในห้องทำงานเหรอ?” ใบหน้าสวยของเสี้ยเมิ่งเหยาเย็นชา เธอพูดอย่างเย็นชา “เข้ามาในห้องทำงานของตนเอง ฉันยังต้องเคาะประตูด้วยเหรอ?” “ห้องทำงานของคุณ?” หญิงสาวที่แต่งหน้าหนาอึ้งไปชั่วขณะแล้วพึ่งคิดได้ “คุณคือเสี้ยเหมิงเหยา?” เสี้ยเมิ่งเหยาไม่ได้ตอบ แต่เดินตรงไปที่ผู้หญิงคนนั้นและตะโกนด้วยความโกรธ “ไสหัวไป!” “ทำไมฉันต้องไป?” ผู้หญิงที่แต่งหน้าหนาไม่ได้ลุกขึ้น แต่มองไปที่เสี้ยเมิ่งเหยาด้วยท่าทางที่กวนตีน “เสี้ยเมิ่งเหยา ต่อจากนี้ไป ห้องทำงานนี้เป็นของฉัน ส่วนคุณมีห้องเก็บของอยู่ชั้นล่าง ย้ายไปที่นั่นและใช้เป็นที่ทำงานของคุณละกัน ” “ ใครให้ความกล้าแก่คุณทำแบบนี้?” เสี้ยเมิ่งเหยาหายใจเข้าลึก ๆ พยายามบังคับตัวเองให้สงบลง เธออยากรู้ว่า ผู้หญิงตรงหน้าเธอที่บุกรุกครอบครองที่ของผู้อื่น เอาความมั่นใจมาจากไหนถึงได้พูดเช่นนั้น “เสี้ยเหมิงเหยา คุณก็มองตัวเองสูงไปหรือเปล่า?สู้กับคุณ ฉันยังต้องเอาความกล้าจากคนอื่นอีกเหรอ?” ผู้หญิงที่แต่งหน้าหนาหัวเราะเยาะ พูด “โอเค ดีมาก!” เสี้ยเมิ่งเหยาโกรธจนหน้าอกของเธอขึ้นและลง “รปภ!” เสี้ยเมิ่งเหยาตะโกน จัดการกับผู้หญิงที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้ ก็มีแต่ผู้รักษาความปลอดภัยที่อยู่ชั้นล่างเท่านั้น “เรียกรปภ. เหรอ?” ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดยกมุมปาก “ฉันจะรอดู ว่ารปภคนไหนกล้าไล่ฉัน” ภายในเวลาไม่ถึงสามนาที เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในเครื่องแบบสองสามคนก็ได้วิ่งขึ้นมา แต่ในวินาทีที่พวกเขาเข้ามาในห้องทำงาน พวกเขาไม่ได้มองไปที่เสี้ยเมิ่งเหยา แต่หันไปมองผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ “โยนเธอออกไป!” เสี้ยเมิ่งเหยาสั่งอย่างเย็นชา เธอไม่ได้สังเกตเห็นการผิดปกติของพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย “ประธานเสี้ย” หัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองไปที่เสี้ยเมิ่งเหยาด้วยความกระอักกระอ่วน เสี้ยเมิ่งเหยาขมวดคิ้ว ตะโกน“ ทำไม พวกคุณไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ!” “เสี้ยเมิ่งเหยา อย่าเสียเวลาเลย” ในตอนนี้ หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดหัวเราะเยาะและยืนขึ้น”ตอนนี้ฉันเป็นรองประธานบริษัท ระดับเดียวกับคุณแล้ว คุณคิดว่า พวกเขากล้าโยนฉันออกไปเหรอ?” รองประธาน? ! ผู้หญิงคนนี้กลับเป็นรองประธานบริษัท ? ! เสี้ยเมิ่งเหยาอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เธอไม่ได้กลับมาบริษัทแค่หนึ่งสัปดาห์ ทำไมถึงมีรองประธานเพิ่มมา “คุณได้รับการแต่งตั้งจากปู่คุณเหรอ?” เสี้ยหยุนเสิ้งกล่าวอย่างเย็นชา ในบริษัท ตำแหน่งระดับรองประธาน นอกจากท่านผู้บริหารเซี่ยหยุนเสิ้ง คนอื่นไม่มีสิทธิ์แต่งตั้ง สีหน้าของผู้หญิงที่แต่งหน้าจักเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอก็ไม่ยอมรับ แต่ยืนยันว่า “ใครจะแต่งตั้งฉันก็เรื่องของฉัน ยังไง ตอนนี้ฉันเป็นรองประธานของบริษัท ถ้าพูดถึงเรื่องตำแหน่ง ฉันก็ไม่ได้ต่ำกว่าคุณมากนัก ดังนั้น อย่ามาใช้น้ำเสียงหัวหน้ากับกู” “ตอนนี้ เชิญคุณไสหัวออกไปจากห้องทำงานของฉัน!” หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดชี้ไปที่ประตูและพยายามไล่คนออกไป เสี้ยเมิ่งเหยาไม่ได้พูดอะไร หยิบโทรศัพท์ของเธอออกมาโดยตรง เธอจะถามเสี้ยหยุนเสิ้งให้รู้ไปเลย หากผู้หญิงคนนี้ได้รับการแต่งตั้งจากเสี้ยหยุนเสิ้งจริงๆ เธอก็ไม่มีอะไรจะพูด “คุณจะทำอะไร?!” เมื่อเห็นเสี้ยเมิ่งเหยาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดก็ตื่นตระหนก ก้าวไปตรงหน้าเสี้ยเมิ่งเหยา เธอก็อยากจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือของเสี้ยเมิ่งเหยา เสี้ยเมิ่งเหยาก้าวถอยหลัง หลบผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดทัน ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดรู้สึกโมโห ยกมือขึ้นแล้วตบไปอย่างรุนแรง ที่บนใบหน้าสวยงามของเสี้ยเมิ่งเหยา “ผัวะ” การตบเสียงดังฟังชัด รอยมือสีแดงเลือดนิ้วห้านิ้ว ปรากฏบนใบหน้าที่ขาวเนียนของเสี้ยเมิ่งเหยา ฉวยโอกาสตอนที่เสี้ยเมิ่งเหยากำลังอึ้งอยู่ ผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดก็รีบคว้าโทรศัพท์มือถือของเสี้ยเมิ่งเหยามา ทุบมันลงบนพื้นอย่างแรง เสียง “ปัง” โทรศัพท์ของเสี้ยเมิ่งเหยาก็พังจนแหละเป็นชิ้น “ไว้หน้าแล้วยังไม่เอาอีก! กูจะบอกมึงนะ ตำแหน่งรองประธานของกู ถูกแต่งตั้งโดยลูกพี่ลูกน้องของมึง ถ้ามึงรู้กาลเทศะ ก็เคารพต่อกูหน่อย มิฉะนั้นกูจะทำให้มึงอยู่ใน บริษัทนี้ไม่ได้อีกต่อ!” หญิงสาวที่แต่งหน้าจัดด่าพร้อมกับจับเอว เสี้ยห้าวเป็นคนแต่งตั้ง? ! เขามีสิทธิ์อะไร? ! เสี้ยเมิ่งเหยาจับใบหน้าสวยงามของเธอไว้ ดวงตาที่สวยงามของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ