บทที่ 216 การควบคุมเย่ไห่ถัง “เป็นไปไม่ได้! ถ้านายเป็นทายาทที่ร่ำรวยจริงๆ นายจะมาเป็นลูกเขยตกถังข้าวสารได้ยังไง” จูกว่างฉวนรู้สึกว่าเฉินเฟิงกำลังล้อเล่นอยู่กับตนเอง ทายาทตระกูลร่ำรวย ยอมทิ้งชีวิตไฮโซ แต่มาเป็นลูกเขยตกถังข้าวสารเนี่ยนะ กินอิ่มสุขสบายเกินจนไม่มีเรื่องจะทำว่างั้นสิ? “ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมก็ช่วยไม่ได้” เฉินเฟิงยักไหล่ เขาบอกความจริงไปแล้ว แต่จูกว่างฉวนก็ยังไม่เชื่อ เขาก็จนปัญญาจริงๆ ในเวลานี้เติ้งซื่อชีได้กลับมาที่โรงแรม และพุ่งตรงไปที่ห้องชุดสุดหรูที่ชั้นบนสุดของโรงแรม หลังจากมองไปรอบ ๆ พร้อมทั้งมองรอบทิศทางว่าไม่มีคน เติ้งซื่อชีก็หยิบคีการ์ดของเขาออกมา และเปิดเข้าไปในห้องพัก ในห้องพัก มีชายชรารูปร่างผอมในชุดคลุมสีดำกำลังหลับตาและฝึกสมาธิอยู่ หลังจากเติ้งซื่อชีเข้ามาในห้อง ชายชราก็ลืมตาขึ้น พร้อมทั้งหันมามองเติ้งซื่อชี: “ตรวจสอบแล้วเป็นอย่างไรบ้าง? ” เติ้งซื่อชีโค้งคำนับเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวด้วยความเคารพ: “ลุงอู๋ผมตรวจสอบแล้ว คนที่พาเด็กสาวทั้งสี่คนไปคือคนธรรมดาคนหนึ่ง” “คนธรรมดาเหรอ?” ชายชราร่างผอมขมวดคิ้ว ทำไมคนธรรมดาถึงทำให้เขารับรู้ถึงความรู้สึกความเป็นความตายอันน่าวิตกกังวลรุนแรงขนาดนั้นได้? “แน่ใจหรือว่าเขาเป็นคนธรรมดา?” อู๋จิ่วโยพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ใช่” เติ้งซื่อชีกล่าว “ชายคนนั้นชื่อเฉินเฟิง อายุยี่สิบห้าปี แถมเขาเป็นลูกเขยตกถังข้าวสารของตระกูลเสี้ยในเมืองชางโจว … ” เติ้งซื่อชีพูดข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเฉินเฟิงโดยไม่พลาดสักคำ พอฟังจบคิ้วของอู๋จิ่วโยก็ขมวดแน่นขึ้น ข้อมูลความถูกต้องของเติ้งซื่อชีเขาไม่ได้สงสัยเลย แต่เขาไม่เข้าใจว่า คนธรรมดาคนหนึ่ง จะสามารถทำให้เขาเกิดความรู้สึกความเป็นคนตายขั้นรุนแรงขนาดนั้นได้ เป็นเพราะสัญชาตญาณของเขาผิดหรือเปล่า? เขาอดคิดไม่ได้ หลังจากนั้นไม่นานอู๋จิ่วโยก็ถอนหายใจ คิ้วของเขาก็ค่อยๆ คลี่ออก เขาอายุยี่สิบห้าปี แถมยังเป็นลูกเขยตกถังข้าวสาร คนประเภทนี้ ไม่สามารถเป็นจอมยุทธ์ได้เลย พักนี้เขาเริ่มคิดไปเองมากขึ้นเรื่อย ๆ “โอเค แกไปได้แล้ว” อู๋จิ่วโยโบกมือไปมา ตอนนี้ยืนยันแล้วว่าเฉินเฟิงไม่ใช่จอมยุทธ์ งั้นเขาก็ไม่ต้องแคลงใจอีกต่อไป “ลุงอู๋… เติ้งซื่อชีไม่ได้ออกไปทันที แถมยังมองอู๋จิ่วโยเหมือนมีอะไรจะพูด “มีอะไร? ” อู๋จิ่วโยเลิกคิ้วขึ้น เติ้งซื่อชีโค้งคำนับเล็กน้อย พร้อมทั้งพูดออกมาด้วยท่าทีเคารพ: “หลานมีบางอย่างจะขอร้อง” “พูดสิ.” “หลานต้องการขอให้ลุงอู๋ช่วยหลานสักเรื่อง” “เรื่องอะไร” “ควบคุมเย่ไห่ถัง! ” มีร่องรอยของความเกลียดชังอยู่ในดวงตาของเติ้งซื่อชี “เย่ไห่ถัง? ” อู๋จิ่วโยมองเติ้งซื่อชีแวบหนึ่งอย่างสงสัย พร้อมทั้งพูดว่า “ทำไมแกถึงคิดจะลงมือผู้หญิงคนนั้นล่ะ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คู่หมั้นของแกหรือ? ” คู่หมั้น! เติ้งซื่อชีกัดฟันของเขา บางทีในสายตาของคนนอก เย่ไห่ถังอาจเป็นคู่หมั้นของเขา แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเย่ไห่ถังมองเขาอย่างดูถูก ขนาดมือยังไม่ให้เขาแตะด้วยซ้ำ! ดอกไม้ที่เขาส่งไป เย่ไห่ถังเผาดอกไม้ไม่เหลือซาก! วันนี้เย่ไห่ถังต่อหน้าเขา กลับจับมือกับผู้ชายที่แต่งงานแล้ว แถมเขายังเชิญชายที่แต่งงานแล้วมาทานอาหารด้วย นี่มันคู่หมั้นประสาอะไร! ” ลุงอู๋ ผมไม่อยากปิดบัง นังผู้หญิงคนนั้น เธอไม่เคยคิดจะแต่งงานกับผม! ตลอดเวลา ยิ่งดีต่อเธอ สักวันหัวใจก็จะเริ่มยอมรับ ผมค่อยๆ จีบเธอเรื่อยๆ หวังว่าสักวัน เธอจะซาบซึ้ง และยอมแต่งงานกับผม “แต่สุดท้ายแล้วผมก็พบว่า ผมรักเธอข้างเดียว นังผู้หญิงคนนั้น ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้ เธอไม่เคยคิดที่จะแต่งงานกับผม แถมวันนี้ต่อหน้าผม เธอก็ยังยั่วผู้ชายที่แต่งงานแล้วอีก! ” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเติ้งซื่อชี ก็ระเบิดความโกรธอีกครั้ง เขาเกลียดเฉินเฟิง แต่เขาเกลียดเย่ไห่ถังมากกว่า! ถ้าไม่ใช่เพราะพลังด้อยกว่าเย่ไห่ถัง วันนี้เขาคงลงมือต่อหน้าเย่ไห่ถังจัดการฆ่าเฉินเฟิงให้ตาย จากนั้นก็จัดการตบเย่ไห่ถังสักสองสามครั้ง “สิ่งที่แกพูดเป็นความจริง? ” ดวงตาของอู๋จิ่วโยมืดมน เติ้งซื่อชี เป็นลูกชายของเติ้งเฟิงเหนียน ระหว่างเขากับเติ้งเฟิงเหนียนเป็นเพื่อนสนิท ดังนั้นเขาจึงถือว่าเติ้งซื่อชีก็เหมือนลูกชายของเขา ตอนนี้เขาได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งทำกับเติ้งซื่อชีแบบนั้น อารมณ์ของเขาไม่ได้ดีมากนัก “ถ้าผมโกหกสักคำ ขอให้ถูกฟ้าผ่า! ” เติ้งซื่อชีกัดฟันสาบานกับท้องฟ้า “ถ้าอย่างนั้นแกคิดจะจัดการกับเย่ไห่ถังอย่างไร?” อู๋จิ่วโยถามขึ้น พรสวรรค์ของเย่ไห่ถังแม้เขาเอง ก็ต้องชมเชย อายุเท่ากับเติ้งซื่อชียี่สิบห้าปีเท่ากัน แต่เย่ไห่ถังตอนนี้อยู่ในขั้นหมิงจิ้งขั้นสูงในทางกลับกันเติ้งซื่อชี อยู่แค่ขั้นหมิงจิ้งขั้นกลาง แม้ว่าจะฟังดูเหมือนมีความแตกต่างเพียงระดับเดียว แต่ความแตกต่างกันในความเป็นจริงแล้ว อย่างกับฟ้ากับดิน! ถ้าเติ้งซื่อชีต้องการผ่านหมิงจิ้งขั้นสูง ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามปี อีกสามปี เย่ไห่ถังมีแนวโน้มที่จะผ่านเข้าสู่ อ้านจิ้งขั้นต้นแล้ว แบบนี้เย่ไห่ถังทั้งในชางโจวและหนานหนิง จะกลายเป็นขั้นสูงสุดที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นเย่ไห่ถังจึงมีสิทธิ์ที่จะเย่อหยิ่ง เธอดูถูกเติ้งซื่อชีจึงไม่มีใครกล้าว่าอะไรเธอ “ลุงอู๋ช่วยผมสู้กับไอ้บ้านี่ให้กลับไปหมิงจิ้งขั้นกลางได้ไหม?!” เติ้งซื่อชีพูดอย่างโหดเหี้ยม ในฐานะผู้ชาย เขารับไม่ได้ กับการที่ถูกผู้หญิงกดให้ต่ำลง ดังนั้นคราวนี้เขาต้องการทำลายเย่ไห่ถังเพื่อให้เย่ไห่ถังกลับไปอยู่ในขั้นหมิงจิ้งขั้นกลาง เขาอยากจะเห็นว่าเย่ไห่ถัง ที่กลับไปอยู่ในขั้นหมิงจิ้งขั้นกลางแล้ว ยังจะกล้าแสร้งทำตัวสูงส่งต่อหน้าเขาอีกไหม! “มันก็ทำได้ แต่แกเคยถามความคิดเห็นเรื่องนี้กับเฟิงเหนียนหรือยัง? ” อู๋จิ่วโยถอนหายใจ เติ้งซื่อชีตาบอดสนิทด้วยความเกลียดชัง ถึงขั้นที่เขาต้องการทำลายเมล็ดพันธุ์ดีที่ไม่มีใครเทียบได้อย่างเย่ไห่ถังตลอดเวลาความคิดของตระกูลเติ้งก็คือ ให้เติ้งซื่อชีตามจีบเย่ไห่ถัง จากนั้นก็ให้เย่ไห่ถังแต่งงานเข้ามาอยู่ในตระกูลเติ้งอย่างเปิดเผย จนกลายเป็นคนในตระกูลเติ้ง ด้วยวิธีนี้ ผ่านไปไม่กี่ปีตระกูลเติ้งก็จะมีจอมยุทธ์อ้านจิ้งเพิ่มมาอีกหนึ่งคนอ้านจิ้งหนึ่งคู่ จนตระกูลเติ้งกลายเป็นตระกูลแรกที่ทรงพลังในหนานหนิง ทว่าตอนนี้ เติ้งซื่อชีต้องการทำลายเย่ไห่ถัง ซะเอง “เปล่า” หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง เติ้งซื่อชีก็พูดตามความจริง ต่อหน้าอู๋จิ่วโย เขาไม่กล้าโกหก “พ่อของแกไม่มีวันเห็นด้วย” อู๋จิ่วโยส่ายหัวไปมา พร้อมทั้งพูดขึ้น สีหน้าเติ้งซื่อชีดูหม่นหมอง แท้จริงแล้ว ความน่าจะเป็นที่เติ้งเฟิงเหนียนจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้นั้นมีน้อยมาก อย่างไรก็ตามเย่ไห่ถังเป็นความหวังของตระกูลเติ้งที่จะกลายเป็นยักษ์อันดับ 1 ในหนานหนิง เติ้งเฟิงเหนียนจะไม่ยินยอมตกลง ให้เขาทำลายวรยุทธ์ของเย่ไห่ถังได้ง่ายๆ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเย่ไห่ถังถึงปลอดภัย ในช่วงหลายปีปีที่ผ่านมา เติ้งเฟิงเหนียนต้องการให้ เย่ไห่ถังเป็นคนของตระกูลเติ้งทั้งกายและใจ ไม่ใช่ตัวของเย่ไห่ถังอยู่ทางนี้แต่ใจไปอยู่ที่อื่น “เอาน่า ทางพ่อแก เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับให้” อู๋จิ่วโยพลันถอนหายใจอีกครั้ง “ลุงอู๋หมายความว่าอย่างไร … จะช่วยผมใช่ไหม?!” เติ้งซื่อชีถามด้วยความประหลาดใจ เขาไม่คิดว่าอู๋จิ่วโยจะอยู่เคียงข้างเขา อู๋จิ่วโยพยักหน้าเล็กน้อย สภาพปัจจุบันของเติ้งซื่อชีผิดเพี้ยนมาก ถ้าเขาไม่ช่วยเติ้งซื่อชี เย่ไห่ถังน่าจะกลายเป็นปีศาจหัวใจของเติ้งซื่อชีและเติ้งซื่อชีจะไม่มีวันกลับมาพัฒนา การฝึกวิทยายุทธของตัวเองขึ้นมาได้ “ขอบคุณลุงอู๋! ” เติ้งซื่อชีตื่นเต้นมาก เขารีบโค้งตัวเพื่อขอบคุณอู๋จิ่วโยช่วยเขา ทางฝั่งเติ้งเฟิงเหนียนก็ไม่น่าจะขัดอะไร!