บทที่ 275 สัตว์ที่ถูกล่า ต่อให้นับถอยหลังหนึ่งหมื่นก้าว ต่อให้เฉินเฟิงเป็นจอมยุทธ์แล้วทำไม อายุของเฉินเฟิงมีอายุแค่ยี่สิบห้าหก มากสุดเขาก็แค่หมิงจิ้งขั้นสูง เขาคงจะถูกคนใดคนหนึ่งในนี้บีบตายแน่นอน “ได้ครับ คุณโห้” ถึงแม้เขาจะไม่พอใจ ทว่าหวงเฟยห้าวก็ได้แต่พยักหน้า ทว่าเขายังอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นอย่างเยาะเย้ย “ศิษย์น้อง เดี๋ยวตามพวกเราให้ติด อย่าได้หลงทางล่ะ” “อีกอย่าง ปกป้องลูกพี่ที่ไร้ประโยชน์ของนายให้ดีๆ อย่าให้เขาถูกหมีตาบอดบนเขาทำให้ตกใจจนฉี่ราดล่ะ” เฉินจื๋อเหลินทำสีหน้าที่หม่นหมอง กลับไม่ได้พูดอะไรออกมา แล้วตามคนพวกนั้นเริ่มขึ้นภูเขาไป ทว่าสำหรับคนทั่วไป การปีนขึ้นเขากลับเป็นแค่เรื่องที่ทำให้สูญเสียพลังงาน ถ้าอยากจะรักษาความว่องไวของจอมยุทธ์ ก็ต้องเสียแรงไปห้าหกเท่า ตระกูลโห้มีทหารรับจ้างยี่สิบกว่าคน ถึงแม้จะมีแรงมากกว่าคนทั่วไป ทว่ายังคงไม่สามารถหลุดพ้นจากในเป็นคนธรรมดาอยู่แล้ว ดังนั้นแค่วิ่งไปครึ่งชั่วโมง ใบหน้าของพวกเขาก็ทำสีหน้าที่เหน็ดเหนื่อยออกมาแล้ว หวงเฟยห้าวหันกลับมาแล้วคลายยิ้มเลือดเย็น แล้วมองไปที่เฉินเฟิง แม้กระทั่งทหารที่ผ่านศึกไปสงครามเป็นร้อยยังทนไม่ไหว หวงเฟยห้าวขึงตาโตทันที เฉินเฟิงตามอยู่ด้านหลังพวกเขาไม่ถึงสิบเมตร! สีหน้าของเขาดูชิว แม้กระทั่งพอสบตากับหวงเฟยห้าว มุมปากของเฉินเฟิงกระตุกยิ้มอันเจ้าเล่ห์ออกมา หวงเฟยห้าวทำสีหน้าที่โมโหและอับอายในขณะเดียวกัน ไอ้คนไร้ประโยชน์นี่ นี่มันกำลังท้าทายตัวเองใช่ไหม?! จากนั้นก็สูดลมหายใจลึกๆ หวงเฟยห้าวไม่เพียงแต่ไม่ได้ลดความเร็วลง กลับเร่งฝีเท้าของตัวเองอีกครั้ง แล้วใช้แรงทั้งหมดที่มีเดินไปข้างหน้า “หวงเฟยห้าว นายวิ่งเร็วขนาดนั้น กำลังจะไปทำคลอดหรือไง! ” หลังจากหลายนาทีผ่านไป ก็มีเสียงอันเย็นชาดังขึ้นจากด้านหลัง หวงเฟยห้าวทำนัยน์ตาที่ดูเกร็งทันที นั่นก็คือนายของเขา โห้หวงเย้น เวลานี้ใบหน้าอันสะสวยของโห้หงเย้นดูแดงก่ำ ทำให้เห็นว่ามันกินแรงเธอมาก “คุณหนู ผม……” หวงเฟยห้าวคลายยิ้มอ่อนๆ เขาแค่นึกถึงเรื่องที่จะทำให้เฉินเฟิงอับอายขายหน้าเท่านั้น กลับละเลยนายของเขาโห้หงเย้นที่เป็นแค่หมิงจิ้งขั้นสูงเท่านั้น ตอนนี้ความเร็วของเขา แน่นอนว่าโห้หงเย้นที่เป็นเพียงหมิงจิ้งขั้นสูงตามไม่ทันแน่นอน เวลานี้เขามองเฉินเฟิงอีก เขากลับยังคงสีหน้าที่ดูชิว วิ่งมานานขนาดนี้ อย่าว่าแต่ออกเหงื่อเลย แม้แต่หายใจหอบหืดยังไม่มี หวงเฟยหาวมองเฉินเฟิงอย่างอาฆาตร แล้วไม่ได้สงสัยอะไรอีก เขาถูกตบหน้าอีกแล้ว เฉินเฟิงเป็นจอมยุทธ์คนหนึ่งจริงๆ มีเพียงคนที่เคยฝึกศิลปะการต่อสู้จะมีความสามารถในการปิดบังและควบคุมการหายใจของตัวเอง ทำให้ตัวเองไม่เหมือนกันคนธรรมดา หลังจากที่เจอสถานการณ์แบบนี้ หวงเฟยห้าวรู้สึกสบายใจขึ้นไม่น้อย เริ่มจากเขาตั้งใจปีนขึ้นเขา และไม่ได้ไปหาเรื่องเฉินเฟิงอีก และเมื่อวานโห้ชิงซงจะสาบานเลยว่าจะให้เฉินเฟิงบดเป็นผงกระดูก วันนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน แม้กระทั่งมองก็ยังไม่มองเฉินเฟิงแม้แต่พริบตาเดียว เหมือนเฉินเฟิงเป็นคนตาย และตอนที่ใกล้เที่ยง ในที่สุดทุกคนที่ขึ้นถึงยอดเขาแล้ว ทว่ายู่ฉวนซานกลับยังอยู่ตรงเหวอีกฟากหนึ่ง หวงเฟยห้าวกลับไม่ได้ยืนเดินทาง ทว่ากลับถูกรับสั่งให้พักผ่อน กำลังของเขายังคงล้นเหลือ ทว่าทหารรับจ้างพวกนี้ของตระกูลโห้ และโห้หงเย้นที่เป็นแค่ลูกคุณหนู ตอนนี้แรงของเขา กลับตามไม่ทันแล้ว สถานการณ์ของยู่ฉวนใครก็ไม่รู้อย่างแท้จริง การที่ต้องเผชิญกับแบบนี้ แน่นอนว่าต้องยึดสถานการณ์ที่ดีที่สุดเป็นหลักอยู่แล้ว ตอนที่พักผ่อน ข้อดีของการมาเป็นทีมก็ได้ปรากฏขึ้น ต่อให้ตระกูลโห้จะมีอำนาจมากมาย อีกอย่างยังมีทหารรับจ้างยี่สิบกว่านาย ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการสู้รบ และก็ยังรับผิดชอบเกี่ยวกับการรักษาโรคอีกด้วย แค่ไม่กี่นาที ก็มีคนของตระกูลโห้กางเต็นท์ แล้วเอาอาหารที่ให้พลังงานสูงที่เตรียมมาตั้งแต่ไหล่เขามาเป็นอาหารป่า โห้หงเย้นเป็นคุณหนูใหญ่ ข้างๆ ของเธอก็ยิ่งต้องมีผลไม้และขนมที่สีสันสวยงามวางอยู่ เหมือนไม่ได้มาหาของล้ำค่า แต่เหมือนการมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่ ถ้าเทียบของพวกคนของตระกูลโห้ เฉิงเฟินที่มากันห้าคนเหมือนจะดูโดดเดี่ยวหน่อย ตอนที่พวกเขาขึ้นเขา พวกเขาไม่มีอะไรเอาขึ้นมาเลย ดังนั้นตอนนี้คนพวกนี้จัดอาหารกินข้าว เวลานี้ หวงเฟยห้าวคลายยิ้มอย่างสะใจแล้วลุกขึ้น ในมือของเขาเอาเป็ดย่างไว้หนึ่งตัว “ศิษย์น้อง นี่ปีนเขามาครึ่งวันแล้ว จะกินอะไรหน่อยไหม? ” หวงเฟยห้าวยกเป็ดย่างในมือขึ้นแล้วถามขึ้น “ไม่ต้องหรอก” เฉินจื๋อเหวินมองหวงเฟยห้าวด้วยสีหน้าที่เย็นชา แล้วใช้เท้าคิดก็คิดออก เวลานี้การปรากฏตัวของหวงเฟยห้าวไม่ได้เป็นผลดีแน่นอน หวงเฟยห้าวยิ้มอย่างกวนประสาท “ไม่ต้องจริงๆ หรอ? ” “หวงเฟยห้าว นายฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอ? ” เฉินจื๋อเหวินรู้สึกโมโหเล็กน้อย วิธีนี้ของหวงเฟยห้าวมันอนุบาลมาก ทว่ากลับเต็มไปด้วยความประสงค์ร้าย “ศิษย์น้อง ทำไมถึงต้องทำน้ำเสียงที่น่ากลัวขนาดนี้ด้วย? ” หวงเฟยห้าวถอนหายใจออกมา “นี่ฉันไม่ใช่ว่าเป็นห่วงที่พวกนายหิวหรือไง? นายและฉันยังไงก็คือคนที่มีจากสำนัก…….” “ไสหัวไป! ” “ได้ๆๆ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้” หวงเฟยห้าวคลายยิ้มแล้วไม่ได้โมโหอะไรอีก ทว่าก่อนจะไป เขากลับโยนเป็ดย่างลงบนพื้นที่อยู่ตรงหน้าเฉินเฟิง “ไหนๆ ศิษย์น้องฉันก็ไม่อยากกิน งั้นเป็ดย่างตัวนี้ฉันให้นาย” “กินให้อร่อยล่ะ เป็ดย่างตัวนี้อาจจะเป็นมื้อสุดท้ายของนายก็ได้ ฮ่าๆๆ ” พูดจบ หวงเฟยห้าวก็หัวเราะเสียงดังแล้วหันหลังเดินจากไป เฉินจื๋อเหวินรู้สึกโมโหมาก อยากจะชกหวงเฟยห้าวหนึ่งหมัดจนใจจะขาด หวงเฟยห้าวใช้วิธีสกปรกแบบนี้ ถึงแม้จะไม่ได้ทำร้ายร่างกายใคร ทว่ากลับทำให้คนรู้สึกรังเกียจ “คุณชายเฉิน ผมเองที่คิดไม่รอบคอบ……” เฉินจื๋อเหวินรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เขากลับนึกไม่ถึงว่าจะเกินสถานการณ์แบบนี้ขึ้น “ไม่เป็นไร” เฉินเฟิงคลายยิ้มอ่อนๆ แล้วผายมือ ถ้าหวงเฟยห้าวใช้วิธีจนมุมแบบนี้มาสร้างผลกระทบกับเขา งั้นเขาก็คงจะบอกได้ว่าหวงเฟยห้าวทำตัวอนุบาลเกินไปจริงๆ เขากลายเป็นจอมยุทธ์หั้วจิ้ง มีอะไรบ้างที่ไม่เคยเจอมาก่อน? “ไปยิงไก่ป่าหรือกระต่ายป่ามาไม่กี่ตัวสิ” เฉินเฟิงพูดขึ้น ยู่ฉวนซานเป็นผืนป่าเล็กที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ แน่นอนว่าไม่ขาดพวกไก่ป่าหรือกระต่ายป่าแน่นอน “ฮ่า? ” เฉินจื๋อเหวินรู้สึกตะลึงงัน เฉินเฟิงจะย่างสัตว์กินด้วยหรอ? ถึงแม้รู้สึกสงสัย ทว่าเฉินจื๋อเหวินกลับไม่ได้คิดมาก และก็ได้พาเฉินจื๋อโสงไปในผืนป่าที่อยู่ไม่ไกล หลังจากสิบกว่านาทีผ่านไป ทั้งสองก็ได้ล่าของกลับมาเต็ม เฉินจื๋อเหวินที่เป็นจอมยุทธ์อ้านจิ้ง ต่อให้บนพื้นมีแค่ก้อนหินเล็กๆ เขาก็สามารถเอามาเป็นเครื่องมือที่ใช้ล่าสัตว์ได้ ดังนั้นตอนอยู่ในป่า การล่าสัตว์เป็นเรื่องที่ง่ายสำหรับเขามาก พอเห็นเฉินเฟิงเริ่มเก็บฟืนเผาไฟ หวงเฟยห้าวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา สี่พี่น้องตระกูลเฉินมีความสามารถยังไงเขารู้ดีที่สุด นอกว่าฆ่าคนแล้ว พวกเขาทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง ไก่ป่ากระต่ายป่าที่พวกเขาย่างออกมา เหมือนถ่านสีดำ ถ้ากินแล้วไม่ตายก็ถือว่าโอกาสดีมากแล้ว เหมือนที่หวงเฟยห้าวคิด เฉินจื๋อเหวินทั้งสี่พี่น้อง ไม่สามารถจัดการกับไก่ป่ากระต่ายเลย ให้พวกเขาล่าสัตว์ พวกเขาถือว่าเป็นยอดฝีมือได้ ทว่าให้พวกเขาย่างไก่ป่าและกระต่าย พวกเขากลับไม่รู้ว่าควรลงไม้ลงมือยังไงดี