บทที่ 313 นางสุนัขจิ้งจอก

ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband

บทที่ 313 นางสุนัขจิ้งจอก “โอเค คราวนี้แม่ต้องจัดการไอ้ขยะนั้นดีๆ!” หลินเย่นมีความขุ่นเคืองวาบผ่านสายตาของเธอ จงไห่เป็นที่ของเธอ ขอแค่เฉินเฟิงมาที่จงไห่ เธอจะมีหลายพันวิธีที่จะปฏิบัติต่อเฉินเฟิง ทำให้เขาตายทั้งเป็น! เฉินเฟิงและหลินหวั่นชีวเดินออกจากหงส์ขาว แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่ก้าว ฝีเท้าของหญิงสาวก็หยุดลงและเธอก็ก้มคำนับให้เฉินเฟิงอย่างสุดซึ้ง “ พี่เฉินเฟิง ฉันขอโทษ หวั่นชีวทำให้คุณเดือดร้อนอีกแล้ว … ” ใบหน้าสวยงามของหญิงสาวเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ตั้งแต่เมื่อวานที่พบกับเฉินเฟิง จนถึงตอนนี้ เธอทำให้เฉินเฟิงเดือดร้อนถึงสามครั้ง ทุกครั้งที่เธอลำบากที่สุด เฉินเฟิงมักจะก้าวออกมาช่วยเหลือเธอ เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าตอนนี้เธอและแม่ของเธอจะเป็นอย่างไรหากไม่มีเฉินเฟิง เฉินเฟิงส่ายหัวและยิ้ม “ไม่เป็นไร ถ้าคุณพบปัญหาที่คุณไม่สามารถจัดการได้ในอนาคต อย่าลืมบอกผมนะ อย่าฝืนรับไว้คนเดียว” “ค่ะ” หลินหวั่นชีวกัดฟันของเธอ ใบหน้าสวยของเธอแดงก่ำ “ไปกันเถอะ ผมพาคุณไปโรงพยาบาล” เฉินเฟิงกล่าว หลินเย่นลงมือไม่รู้จักเบามือเลย ไม่กี่ทีลงไปต้องเหลือแผลช้ำให้หลินหวั่นชีวแน่นอน “ค่ะ” หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่งหลินหวั่นชีวก็พยักหน้า แต่เพียงไม่กี่ก้าว ร่างของเธอก็อ่อนตัวลงและล้มลงโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า ใกล้พื้นดินขึ้นเรื่อย ๆ ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นทั่วดวงตาที่สวยงามของหลินหวั่นชีว กำลังจะล้มลงกับพื้น ในขณะนี้ มือที่ทรงพลังขนาดใหญ่กอดเอวเรียวของหลินหวั่นชีวและรั้งตัวหลินหวั่นชีวขึ้น ทั้งตัวของเธอทับลงไปบนตัวของเฉิงเฟิง ศีรษะลึกเข้าไปในช่องอกของเฉินเฟิง กลิ่นออร่าของผู้ชายที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อนล้อมรอบหลินหวั่นชีว ใบหน้าสวยของเธอแดง “ คุณเป็นอะไร?” เฉินเฟิงขมวดคิ้ว “ไม่ … ไม่เป็นอะไร” เสียงของหลินหวั่นชีวเบาเหมือนยุง “ ไม่เป็นอะไรเหรอ?” เฉินเฟิงขมวดคิ้วและเหลือบไปเห็นน่องขาที่ขาวเรียวของเด็กสาว ซึ่งมีรอยเขียวช้ำ แถมยังบวมที่ข้อเท้าอีกด้วย สีหน้าของเฉินเฟิงมืดลง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งหมดนี้เป็นผลงานชิ้นเอกของหลินเย่น “พี่เฉินเฟิง ฉัน … ฉันไม่เป็นไร เราไปกันเถอะ” สายตาของหลินหวั่นหลบเล็กน้อย เหมือนพยายามหลบหนีจากสายตาของเฉินเฟิง เธอกำลังเตรียมจะก้าวขาออกไป แต่ความรู้สึกปวดส่งมาจากน่องขาของเธอ ทันใดนั้น เหงื่อที่มีกลิ่นหอมก็ไหลออกมาจากหน้าผากของเธอ “คุณอาจกระทบถึงกระดูกแล้ว ให้ผมอุ้มคุณละกัน” เฉินเฟิงถอนหายใจ เขาคิดไม่ถึงว่าหลินเย่นจะลงมือรุนแรงขนาดนี้ ถ้าวันนี้เขาไม่มา หลินเย่นอาจตีจนเธอตายก็เป็นไปได้ “ไม่ … ไม่ต้องพี่เฉินเฟิง … ” หลินหวั่นยังอยากจะพูดอะไรมากกว่านี้ แต่ในวินาทีถัดมา เฉินเฟิงก็อุ้มเธอขึ้น ใบหน้าสวยของหลินหวั่นเย่นแดงก่ำทันที เหมือนสามารถหยดน้ำออกมาได้ “ขอบคุณค่ะ พี่เฉินเฟิง … ” หญิงสาวฝังศีรษะของเธอไว้ในอ้อมแขนของเฉินเฟิงและพึมพำด้วยเสียงที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน โรงพยาบาลของเมืองอยู่ไม่ไกลจากหงส์ขาว เฉินเฟิงอุ้มหลินหวั่นชีวไว้แล้วเดินไปไม่ถึงสิบห้านาทีก็มาถึงห้องฉุกเฉิน เมื่อเขามาถึงห้องฉุกเฉิน เฉินเฟิงพบว่าหลินหวั่นชีวหลับไปในอ้อมแขนของเขาในเวลาที่ไม่ทราบแน่ชัด เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเธอเหนื่อยล้าเกินไป เฉินเฟิงส่ายหัว มีความเห็นอกเห็นใจหลินหวั่นชิวอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างไม่มีเหตุผล หลินหวั่นชีวไม่ต่างจากเด็กสาวคนอื่นๆ แต่เด็กสาวคนอื่นๆในวัยของเธอ ไม่จำเป็นต้องแบกรับอะไรมากมายขนาดนี้ “ เฉินเฟิง!” กำลังจะพาหลินหวั่นชีวเข้ารับการตรวจ แต่ในขณะนี้เสียงแหลมคมก็ดังขึ้นมาจากข้างหลัง หลินหลัน? เฉินเฟิงขมวดคิ้วและหันกลับมา ทั้งสามคนของตระกูลเสี้ยปรากฏตรงหน้า ใบหน้าหลินหลันเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เสี้ยเว่ยกั๋วขมวดคิ้ว ใบหน้าของเสี้ยเมิ่งเหยาเย็นชา จู่ๆเฉินเฟิงก็มีความรู้สึกไม่ดีในใจ แปะๆๆ ในตอนนี้ หลินหลันสวมรองเท้าส้นสูงและเดินไปตรงหน้าเฉินเฟิงเพียงไม่กี่ก้าว ชี้ไปที่หลินหวั่นชีวที่อยู่ในอ้อมแขนของเฉินเฟิง เธอถามว่า”นางจิ้งจอกน้อยตัวนี้เป็นใคร?!” “เธอชื่อหลินหวั่นชีว… “เฉินเฟิงขมวดคิ้วขมวดคิ้วและกำลังจะอธิบาย แต่หลินหลันไม่ฟังเลยและด่าโดยตรง”ดีเลยไอ้ขยะ!” “เมื่อสองสามวันก่อนเรื่องของเย่ไห่ถังยังไม่ได้อธิบายให้ชัดเจน วันนี้ก็มีนางนี่โผล่ขึ้นมาอีกคนละ!” “คุณเอาเมิ่งเหยาของเราไปไว้ไหน!” “คุณมียางอายบ้างไหม!” “ ความสัมพันธ์ของผมกับหลินหวั่นชีวไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!” เฉินเฟิงมองหลินหลันอย่างเย็นชา “ ไม่ใช่ความสัมพันธ์แบบนั้น?” หลินหลันยิ้มเยาะ “คุณอุ้มนางจิ้งจอกตัวน้อยตัวนี้ไว้ในอ้อมแขน ยังไม่ใช่เหรอความสัมพันธ์แบบนั้นเหรอ?คิดว่าพวกเราตาบอดกันหมดหรือไง!” ในเวลานี้ หลินหวั่นชีวลืมตาขึ้นและเห็นท่าทางดุร้ายของหลินหลัน เธอรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เธอรีบลุกจากอ้อมแขนของเฉินเฟิงและอธิบายให้หลินหลัน”คุณป้า พี่เฉินเฟิงกับฉันเพิ่งรู้จักกันเมื่อวานนี้ พี่เฉินเฟิงช่วยชีวิตฉันไว้ … ” “เผียะ” หลินหลันไม่ฟังคำอธิบายเลย ยกมือขึ้นแล้วตบลงบนใบหน้าที่สวยงามของ หลินหวั่นชีวอย่างรุนแรง “ พี่เฉินเฟิง?! อีแรด พีๆๆอะไรกัน! คุณรู้สถานะของไอ้ขยะนี่ไหม! เขาเป็นผู้ชายที่แต่งงานแล้ว!” หลินหลันดุว่าอย่างเสียงดัง ตอนแรกที่ยังโมโหที่จับข้อผิดพลาดของเฉินเฟิงไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้ เฉินเฟิงส่งมันมาด้วยตัวเอง คราวนี้ เธออยากรู้ว่าเฉินเฟิงจะพูดยังไง! หลินหวั่นชีวจับใบหน้าของเธอไว้ น้ำตาคลออยู่ในดวงตาที่สวยงามของเธอ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอคือแม่ยายของเฉินเฟิง ผู้หญิงที่สวยใบหน้าเย็นชาจนน่ากลัวที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก็คือภรรยาของเฉินเฟิง “ คุณป้า … ” “ อย่าเรียกฉันว่าคุณน้า! นางจิ้งจอกอย่างคุณไม่คู่ควร!” หลินหลันด่าไปด้วย ขณะที่เธอดุเธอยกมือขึ้นอีกครั้งเตรียมที่จะตบหลินวั่นชีวอีกครั้ง แต่คราวนี้มือของเธอถูกเฉินเฟิงจับกลางอากาศ “พอแล้ว!” เฉินเฟิงระงับความโกรธและพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหวั่นชีว” “ไม่เกี่ยวเหรอ?” หลินหลันหัวเราะเย็นชา “คุณบอกว่าไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยวเหรอ? มีสายตามากมายดูอยู่ คุณคิดว่าพวกเราเป็นคนตาบอดเหรอ?” “ หลินหลัน คุณอย่าสร้างปัญหาโดยไม่มีเหตุผล!” สีหน้าของเฉินเฟิงเปลี่ยนไปอย่างเย็นชา เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้หลินหลันต้องการทำให้เรื่องมันบานปลาย “ ฉันหาเรื่องโดยไม่มีเหตุผลงั้นหรือ?” หลินหลันชี้ไปที่จมูกของเธอ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ “ ไอ้ขยะที่นอกใจ ยังกล้ามาว่าฉันว่าหาเรื่องโดยไร้เหตุผล!” “ คุณเอาหน้ามาจากไหน!” “เฉินเฟิง เกิดอะไรขึ้นกันแน่?ฉันต้องการคำอธิบาย” ในเวลานี้ เสี้ยเว่ยกั๋วก็เดินขึ้นด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม เขาไม่รู้เรื่องของเย่ไห่ถัง แต่หลินหวั่นชีวที่อยู่ตรงหน้า เขาเห็นเฉินเฟิงอุ้มเธอไว้กับตา เขาอดสงสัยไม่ได้ “พ่อ, ผมกับหลินหวั่นชีวเพิ่งรู้จักกันเมื่อวานนี้ … ” เฉินเฟิงอธิบายอย่างอดทน เล่าเรื่องเมื่อวานที่หวางซูเจินปาดโดนรถบิลลี่ของหลินเย่นและเรื่องที่หลินเย่นทุบตีหลินหวั่นชีวอย่างรุนแรง หลังจากฟังจบ เสี้ยเว่ยกั๋วก็เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง