บทที่ 377 หลิวคุนที่ระมัดระวัง

ลูกเขยมังกร Royal Dragon Husband

บทที่ 377 หลิวคุนที่ระมัดระวัง พวกเขารีบไปที่ชางโจว และเริ่มสืบเรื่องของเฉินเฟิง เดิมคิดว่าคงต้องใช้วิธีการบางอย่าง แต่ไม่นานก็รู้ฐานะของเฉินเฟิง พวกเขาหาคนบ้านเสี้ยมาถามหลายคน ก็รู้เรื่องราวทั้งหมดได้ไม่ยาก ถึงจะได้รับการยืนยันของอู่จื้อเคอ แต่ในใจหลิวคุนยังคงหวาดหวั่น เขารู้สึกว่าเรื่องมันไม่ชอบมาพากล ถ้าเฉินเฟิงเป็นแค่ลูกเขยแต่งเข้าบ้านเมียจริง ทำไมถึงไปอยู่กับคนอย่างสือโพ่จุนได้? มันไม่สมเหตุสมผลเลยนี่นา “งั้นประวัติเมื่อก่อนของเขาล่ะ? ทำไมสืบมาได้แค่สามปีนี้?” หลิวคุนทนไม่ไหวถามออกมา เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ฐานะลูกเขยแต่งเข้าบ้านเมียของเฉินเฟิงเป็นเรื่องจริงแล้ว แต่ยังมีอีกจุดที่สงสัยอยู่ คือฐานะเมื่อก่อนของเฉินเฟิง สิ่งที่นักสืบเอกชนสามคนสืบมาได้มีแค่เรื่องราวสามปีนี้ของเฉินเฟิงในชางโจว แต่เรื่องเมื่อก่อนของเฉินเฟิงกลับไม่มีใครรู้เลย แม้แต่ภูมิลำเนาก็สืบไม่เจอ “ประวัติเมื่อก่อนของมัน?” อู่จื้อเคออึ้ง ก่อนตอบ: “ประวัติเมื่อก่อนของมัน คนที่ผมให้ไปสืบก็สืบมาไม่ได้ พวกเขาบอกว่า ถ้าจะหาจริงๆ ต้องใช้เวลาสามวัน” สามวัน? คิ้วหลิวคุนขมวดหนักขึ้น เขายังรู้สึกไม่ชอบมาพากลบางจุดอยู่ แต่จะบอกว่าจุดไหน เขาก็พูดไม่ถูก เห็นหลิวคุนเหมือนยังสงสัย อู่จื้อเคอทนไม่ไหวพูดออกมา: “พี่คุน ยังมีอะไรลังเลอยู่อีก เจ้านั่นก็แค่ลูกเขยแต่งเข้าบ้านเมีย ไม่มีแบ็คอะไรหรอก วันนั้นที่มันทำท่ามั่นใจต่อหน้าเราน่ะ ก็แค่แกล้งทำ” หลิวคุนส่ายหน้า เขารู้ว่าอู่จื้อเคอหมายความว่าไง เขาอยากไปหาเรื่องเฉินเฟิงตอนนี้เลย แต่เขามักรู้สึกว่า เรื่องนี้ไม่ปลอดภัย เฉินเฟิงไม่มีทางง่ายเหมือนข้อมูลในเอกสารแน่ เรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากัน เอาแค่รู้จักสือโพ่จุนเรื่องนี้ก็อธิบายไม่ชัดเจนแล้ว ตามปกติแล้ว ลูกเขยแต่งเข้าบ้านเมียที่ไม่ได้รับการยอมรับคนหนึ่งจะรู้จักคนใหญ่คนโตระดับสือโพ่จุนได้ยังไง แถมวันนั้นเขาสังเกตสือโพ่จุน พบว่าสือโพ่จุนเป็นคนหยิ่งทระนงมากพอดู คนแบบนี้ไม่มีทางสนิทสนมกับลูกเขยแต่งเข้าบ้านเมียคนหนึ่งแน่ เฉินเฟิงต้องมีฐานะอื่นอีก “จื้อเคอ อย่าพึ่งลงมือ คนนี้ต้องมีปัญหาแน่” หลิวคุนพูดเสียงต่ำ เขาเชื่อในการตัดสินใจของตัวเอง และยิ่งเชื่อในการมองคนของตน “มีปัญหา? เขาจะมีปัญหาอะไรได้” “ต่อให้มีปัญหาจริง ก็เป็นสมองมีปัญหาน่ะแหละ คุณชายธรรมดาที่ไหนจะวิ่งไปแต่งเข้าบ้านเมียกันมั่งล่ะ” อู่จื้อเคอพูด เขารู้สึกว่าหลิวคุนกังวลเกินไป ลูกเขยแต่งเข้าบ้านเมียคนหนึ่งจะมีแบ็คอะไรที่ไหน ถ้ามีจริง จะไปแต่งเข้าบ้านเมียหรอ? ตัวอย่างง่ายที่สุด อย่างเขากับหลิวคุน ฐานะของพวกเขาในจงไห่นี่ไม่พูดว่าใหญ่แค่ไหน แต่ก็ไม่เล็กแน่นอน พวกเขาจะไปแต่งเข้าบ้านเมียหรอ? พวกเขาไม่มีทางทำหรอก! ตีให้ตายพวกเขาก็ไม่ทำ! คุณชายอย่างพวกเขา มีใครบ้างมีเมียคนเดียว? ที่บ้านมีเมียแต่งที่เรียนจบมหาลัยดังหรือร่ำรวยมาแต่เดิม ด้านนอกก็เลี้ยงนางแบบหรือดาราเล็กๆซักหลายคนเป็นนกในกรงทอง ไม่ใช้ชีวิตสุขสบายแบบนี้ แล้ววิ่งไปเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านเมีย? น้ำเข้าสมองน่ะแหละถึงจะทำ “จื้อเคอ พี่รู้ว่านายหมายความว่าไง แต่ความคิดของคนบางคนจะเอาตรรกะปกติมาตัดสินไม่ได้” “อย่างท่านวัง มองไปทั่วหวาเซี่ย ฐานะของเขาถือว่าเป็นรุ่นที่สูงส่งที่สุด” “แต่จนถึงตอนนี้ เรื่องที่ท่านวังชอบทำที่สุดคือทำนาที่บ้านนอก ตกปลาที่ลำธาร” “คนปกติเจอท่านวังเข้า จะเห็นท่านวังเป็นแค่ตาแก่ธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีทางจับเขาไปเกี่ยวข้องกับเจ้าธุรกิจทางเรือที่โด่งดังอย่างท่านวังเป็นแน่” หลิวคุนยิ้มเศร้า อยู่ในวงการระดับสูงของจงไห่ เขาได้ยินเรื่องเสือหุ้มหนังหมูมาไม่น้อยเลย อย่างพวกลูกคุณหนูต่างๆปลอมตัวไปทำร้านแผงลอยไปซื้อรถอะไรแบบนั้น ไม่เพียงมีแต่ในนิยาย ชีวิตจริงก็มีนะ เขารับประกันไม่ได้ว่าเฉินเฟิงจะไม่ใช่คนอย่างนั้น “พี่คุน นี่พี่เล่นเอามันไปเปรียบกับท่านวังหรอ มันคู่ควรที่ไหนกัน?” อู่จื้อเคอเบ้ปาก “พี่ไม่เอาเขาไปเปรียบกับท่านวัง พี่แค่ยกตัวอย่างเรื่องท่านวังขึ้นมา พี่กลัวเจ้านั่นเองก็จะมีแบ็คเหมือนกัน” หลิวคุนพูดอย่างหน่ายใจ “พี่คุน งั้นพี่หมายความว่า อย่าพึ่งลงมือกับมันหรอ?” อู่จื้อเคอถาม “อืม” หลิวคุนพยักหน้า: “ก่อนที่จะแน่ใจเบื้องหลังของเขาจริง พวกเราจะลงมือกับเขาไม่ได้” “แต่ว่า พวกเราให้คนอื่นไปลงมือกับเขาได้!” หลิวคุนพูดเสียงหนักแน่น “ให้คนอื่น?” “อืม หวังหย่าหนานสนิทกับจางซื่อหาวไม่ใช่หรอ? ให้เธอคิดหาวิธีให้จางซื่อหาวสนใจหลินหวั่นชีว พวกเราจะได้อาศัยจางซื่อหาวเป็นตัวกลางไปสืบเรื่องเจ้านั่นดู” หลิวคุนพูดเสียงเรียบ ฐานะเบื้องหลังของจางซื่อหาวไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเท่าไหร่ แถมจางซื่อหาวยังเป็นคนเจ้าชู้มาก ถ้าเขาจะสนใจหลินหวั่นชีวขึ้นมา ก็ไม่มีอะไรน่าแปลก ต่อให้เขาทำอะไรหลินหวั่นชีวจริงๆ เฉินเฟิงก็ไม่สงสัยมาถึงเขากับอู่จื้อเคอแน่ “แหะๆ พี่คุน ไอเดียนี้ดี เจ้าจางซื่อหาวน่ะถ้าเจอของเด็ดอย่างหลินหวั่นชีว รับรองขาอ่อนเดินไม่ไหวแน่ แถมไม่ต้องใช้หวังหย่าหนาน พวกเราก็สามารถคิดหาวิธีให้มันสนใจหลินหวั่นชีวได้” อู่จื้อเคอยิ้มบอก “อืม ไม่ว่ายังไง ก็ห้ามดึงพวกเราสองคนพี่น้องเข้าไปพัวพัน ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า” หลิวคุนบอก ถ้าเฉินเฟิงมีแบ็คอะไรจริง แล้วพอพบว่าเรื่องนี้พวกเขาสองคนมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เฉินเฟิงไม่มีทางปล่อยพวกเขาแน่ “ครับ พี่คุน ผมจะไปจัดการ” อู่จื้อเคอคิดว่าเรื่องที่ตัวเองให้นักสืบตามสืบประวัติเฉินเฟิงเป็นความลับ เฉินเฟิงไม่มีทางรู้ได้ แต่กลับไม่รู้เลยว่า วันแรกที่นักสืบสามคนของเขาก้าวเท้าเข้าชางโจว ก็โดนกู้ตงเชินกับหานหลงพบเข้า พอเฉินเฟิงกลับถึงโรงแรม หานหลงก็โทรหาเขาเลย “นายน้อยเฉิน มีคนจ้างนักสืบเอกชนมาตามสืบคุณครับ” หานหลงบอกอย่างไม่ปิดบัง “อืม ผมรู้แล้ว” เฉินเฟิงพยักหน้า เขาไม่แปลกใจกับข่าวของหานหลง เขามาจงไห่แค่ไม่กี่วัน แต่ไปเตะโดนตาปลาใครๆไม่น้อยเลย ถ้าไม่เดาผิด นักสืบเอกชนที่ตามสืวเขา คงเป็นหลิวคุนกับอู่จื้อเคอเชิญมาแน่ สำหรับเรื่องนี้ เฉินเฟิงได้แต่บอกว่า ทั้งสองคนคิดมากเกินไปแล้ว ก่อนเขาจากมา เขาคิดไว้แล้วว่าต้องมีคนอยากสืบประวัติเขาแน่ เลยเตรียมการป้องกันไว้ก่อน ไม่ว่าคนพวกนั้นจะสืบยังไงก็สืบไม่ได้ถึงความลับที่แท้จริงของเขา สิ่งที่คนพวกนั้นจะสืบมาได้ จะมีเพียงแค่ข้อมูลที่เขาอยากให้คนพวกนั้นรู้เท่านั้น “นายน้อยเฉิน ทางด้านจงไห่เป็นยังไงบ้างครับ? ให้ผมกับเหล่ากู้ไปช่วยคุณไหม?” หานหลงถาม สถานที่วุ่นวายอย่างจงไห่ มีคนเพิ่มหนึ่งคน ก็มีกำลังเพิ่มขึ้น เขากับกู้ตงเซินก็ถือได้ว่าผ่านยุทธภพมาอย่างโชกโชนพอตัวแล้ว มาจงไห่จะช่วยเฉินเฟิงได้ไม่น้อยเลย เฉินเฟิงส่ายหัวบอก: “ไม่ต้อง ทางนี้ผมคนเดียวรับมือไหว”