ขณะที่เฮยเยว่เดินทางผ่านหุบเหวโกลาหล นางก็เปล่งกลิ่นอายที่ พิเศษออกมา นางก าหินไว้ในมือ มันเป็ นหินที่สามารถให้กาเนิดจิตสานึกได้ “ข้าจะไม่ทาอีกแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย” หินนั้นอ้อนวอน ขอร้อง “ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก” น้าเสียงของเฮยเยว่นั้นเงียบสงบไร ้ซึ่งอารมณ์ใด ๆ สถานที่แห่งหนึ่งในความโกลาหลกาลังประสบกับภัยพิบัติ สายฟ้ าอันน่าสะพรึงกลัวยังคงโจมตีบริเวณนั้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งมีชีวิตจานวนนับไม่ถ้วนร ้องโหยหวนอย่างน่าสังเวชขณะที่ พวกเขากระจัดกระจายไปทุกทิศทุกทาง พวกเขาส่วนใหญ่ถูกสายฟ้ าผ่าจนกลายเป็ นฝุ่นผง ผู้ปกครองสถานที่แห่งนั้นเผยสีหน้าซีดเซียว เขาเฝ้ าดูขณะที่ชายหนุ่มออกจากสถานที่นั้นอย่างสงบ สายฟ้ า ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงเขา เขาต้องการโจมตีและสังหารชายหนุ่มคนนี้ อย่างไรก็ตาม วิญญาณของเขาสั่นคลอน สายฟ้ าอันทรงพลังได้ มุ่งเป้ าเข้าใส่เขา และในลมหายใจต่อมา มันก็ได้ผ่าลงมาที่เขา หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ เขาไม่ควรต้องจบลงเช่นนี้ แต่นั่นเป็ นเพราะความโลภของเขา เมื่อนึกถึงคาพูดของชายหนุ่มคนนั้น เขาก็รู ้สึกหวาดกลัวมาก ยิ่งขึ้น “เจ้ากล้าคิดจะแย่งชิงสมบัติของข้าหรือ? เจ้าไม่รู ้หรือว่าสิ่งมีชีวิต ใดที่มีเจตนาร ้ายต่อข้าจะต้องประสบกับภัยพิบัติ?” “เจ้าและเมืองของเจ้าจะต้องประสบกับภัยพิบัติอย่างแน่นอน!” ในเวลานั้นเขาได้เยาะเย้ยและกักขังชายหนุ่มไว้ ในที่สุดมหาภัยพิบัติก็มาถึงจริง ๆ ตู้ม! สายฟ้ าอันน่าสะพรึงกลัวผ่าลงมา เขาพยายามอย่างเต็มที่แต่ก็ไม่เป็ นผล เขาถูกสายฟ้ าผ่าจนกลายเป็ นเถ้าถ่าน เมืองของเขาก็ล่มสลายเช่นกัน ฉู่เอ๋อร ์มองย้อนกลับไปแล้วส่ายหัว เขาเตือนอีกฝ่ ายแล้วว่าหาก พวกเขายั่วยุเขาจะต้องประสบกับภัยพิบัติ แต่พวกเขากลับไม่เชื่อ เขาถอนหายใจอยู่ภายในใจ เขายังไม่เคยต่อสู้เป็ นจริงเป็ นจังกับผู้ใดในความโกลาหลเลย ศัตรูของเขาจะต้องเผชิญกับความโชคร ้ายและภัยพิบัตินานา ประเภทหลังจากท าให้เขาขุ่นเคือง ช่างน่าสลดใจยิ่งนัก! แม้ว่ายอดฝีมือจะโจมตีเขา แต่ผลลัพธ ์ก็จะเหมือนเดิม ครั้งหนึ่งเขาได้รับบาดเจ็บจากยอดฝีมือ ขณะที่เขากาลังหลบหนี ยอดฝี มือที่ไล่ตามเขาก็ประสบกับภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า ใน ท้ายที่สุด อีกฝ่ายก็ถูกกลืนกินโดยสิ่งมีชีวิตโกลาหลขนาดยักษ์ สิ่งมีชีวิตโกลาหลมีไม่มากนัก และเป็ นเรื่องยากที่จะพบเจอ อีกฝ่ายพบเจอกับสิ่งมีชีวิตโกลาหลนี้ตอนที่ไล่ตามฉู่เอ๋อร ์ ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งมีชีวิตโกลาหลขนาดยักษ์ดูเหมือนจะไม่พอใจ ยอดฝีมือคนนั้นและกลืนเขาเข้าไปโดยตรง มันเป็ นเรื่องบังเอิญ? มันยากที่จะเชื่อ ฉู่เอ๋อร ์ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และส ารวจความโกลาหลต่อไป เขาเกรงว่าตนจะไม่สามารถหาศัตรูที่เหมาะสมได้ ครั้งหนึ่งเขาเคยพบกับยอดฝีมือขอบเขตเบิกฟ้ าแยกปฐพี ยอด ฝีมือคนนี้ไม่กล้าฆ่าเขา ดังนั้นอีกฝ่ ายจึงทาได้เพียงสั่งสอนบทเรียน และท าให้เขาบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น ยอดฝีมือก็จะถูกฟ้ าผ่าในทุก ๆ สอง สามวัน ในท้ายที่สุด เขาก็สูญเสียแขนไป ตั้งแต่นั้นเป็ นต้นมา ภัยพิบัติก็เกิดขึ้นทาให้ยอดฝีมือคนนั้นพิกล พิการ มันน่าเศร ้ามาก! หลังจากข่าวนี้แพร่กระจายไป คนที่จาฉู่เอ๋อร ์ได้ก็วิ่งหนีทุกครั้งที่ เห็นเขา อีกฝ่ายกลัวว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นกับพวกเขาเช่นกัน คนเดียวที่กล้ายั่วยุเขาคือคนที่ไม่เคยได้ยินชื่อของเขา และคนที่ เคยได้ยินชื่อแต่จาหน้าเขาไม่ได้ ฉู่เอ๋อร ์อยู่ในอารมณ์โศกเศร ้า เขาตัดสินใจเปลี่ยนตัวตนและสารวจความโกลาหลต่อไปเพื่อหา สหายใหม่ หากเขาไม่ปิดบังตัวตน ก็คงไม่มีใครกล้าเป็ นสหายกับเขาเพราะ กลัวว่าจะเกิดปัญหา ในความเป็ นจริง ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่มีความอาฆาตพยาบาทต่อ เขา ก็จะไม่มีภัยพิบัติใด ๆ เกิดขึ้น เหตุใดพวกเขาจึงมีเจตนาร ้ายต่อเขา? ภายในสถานที่แห่งความโกลาหล มารพุทธะสวมชุดสีขาวดั่ง หิมะและนั่งสมาธิบนแท่นดอกบัว แสงแห่งพุทธะรอบตัวเขาหนาแน่น และเสียงสวดมนต์ก็ดังก้องไปรอบ ๆ เขาก าลังสวดมนต์อยู่ ด้านล่างเขามีสิ่งมีชีวิตจานวนมากที่สนใจในธรรมะของพุทธ ศาสนา แม้แต่ผู้นาของคนเหล่านี้ก็เป็ นถึงยอดฝี มือขอบเขตเบิก โลกา ในขณะนี้ พวกเขาทั้งหมดนั่งลงโดยประสานมือเข้าด้วยกันและ ก้มหัวลง จากนี้ไปพวกเขาจะกลายเป็ นส่วนหนึ่งของนิกายพุทธ ปัจจุบันเฉียนหมิงก าลังต่อสู้กับอัจฉริยะแห่งความโกลาหลสอง สามคน มือสังหารจักรพรรดิถูกไล่ล่า และฉู่ผิงฟ่ านได้สังหารสิ่งมีชีวิต โกลาหลด้วยดาบของเขา นับตั้งแต่ที่พวกเขาออกจากเต๋าสวรรค์เพื่อท้าทายความโกลาหล ติงเยว่และคนอื่น ๆ ก็ได้สร ้างชื่อให้กับตนเอง และถูกขนานนามว่า เป็ นผู้ที่ไร ้เทียมทาน มีอัจฉริยะมากมายที่ต้องการต่อสู้กับพวกเขา อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เคยพ่ายแพ้มาก่อน ความโกลาหลครึกครื้นอย่างมาก เหล่าอัจฉริยะผงาดขึ้นและ ท่องไปในความโกลาหลเพื่อรักษาความสงบเรียบร ้อย ขุมอานาจทั้งหมดในความโกลาหลปฏิบัติตามกฎเดียวกัน เพื่อให้อัจฉริยะได้เติบโตและพัฒนาต่อไป เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว บ้านพักเล็ก ๆ ของฉู่เซวียนยังคงมุ่งไปข้างหน้าพร ้อมกับการ ขยายตัวของความโกลาหล พวกเขาอยู่ห่างจากตาแหน่งเดิมกว่าหนึ่งล้านล้านลี้ ในวันนี้ ภายใต้การแนะนาของฉู่เซวียน ในที่สุดซูเซียนเอ๋อร ์ก็ บรรลุขอบเขตเบิกโลกา ฉู่เซวียนมองไปที่ระบบ มันยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาและดูเหมือนว่าจะเป็ นเช่นนี้ ตลอดไป เขาไม่สามารถใช ้ระบบได้ เขาต้องพึ่งพาการฝึกฝนของตนเอง เพื่อที่จะก้าวข้ามความโกลาหลให้ได้โดยเร็วที่สุด บางทีระบบอาจจะเสร็จสิ้นการพัฒนาและเริ่มต้นใหม่หลังจากที่ เขาก้าวข้ามความโกลาหลเท่านั้น…