จากนั้นเขาก็หยุดชั่วคราว เขามองไปที่วิหคทองคาเขย่านภาและวิหคเพลิงบนต้นไม้ด้วยสี หน้างุนงง “วิหคทองค า? วิหคเพลิง?” “มีปัญหาอะไรหรือไม่?” ฉู่เซวียนถามด้วยความสงสัย รูปลักษณ์แห่งความทรงจาปรากฏบนใบหน้าของเขาขณะที่เขา พูดว่า “ในยุคสมัยของข้า ทั้งสองตัวตนนี้เป็ นตัวตนในตานาน” “แน่นอนว่าข้าไม่ได้หมายถึงลูกหลานของพวกเขา ในตอนนั้น จริง ๆ แล้วมีทายาทของตัวตนในตานานทั้งสองนี้ในโลกตะวันสวรรค์ และความโกลาหล แต่สายเลือดของพวกเขาค่อนข้างไม่บริสุทธิ์” “สองตัวนี้ นอกจากจะอ่อนแอกว่าเล็กน้อยแล้ว พวกเขายังมี สายเลือดที่บริสุทธิ์มาก หากไม่ใช่เพราะพวกเขาอ่อนแอมาก ข้าคง เข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็ นตัวจริง” ความสนใจของฉู่เซวียนนั้นเพิ่มขึ้น วิหคทองค าเขย่านภาและวิหคเพลิงเป็ นรางวัลจากระบบ เขาอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าพวกเขาคือสิ่งมีชีวิตในตานานที่เลี่ย เทียนพูดถึงหรือไม่ เดิมทีเขาคิดว่าวิหคเพลิง ซึ่งเป็ นหนึ่งในสี่อสูรศักดิ์สิทธิ์ในเก้า ดินแดนนั้นได้หายไปเนื่องจากระบบ อย่างไรก็ตาม ฉู่เซวียนไม่ได้คิดแบบนั้นอีกต่อไป นับตั้งแต่เขาได้เรียนรู ้ว่าความโกลาหลนั้นพิเศษ และถูกท าลาย ลงในมหาสงครามนั้น เขาสงสัยว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ในเก้าดินแดน เป็ นเพียงต้นกาเนิดที่ถูกทิ้งไว้ของพวกเขาเท่านั้น การหายตัวไปและการปรากฏตัวอีกครั้งเนื่องจากระบบนี้มี แนวโน้มว่าพวกเขาจะได้กลับมาสู่ต้นกาเนิดที่แท้จริง นอกจากนี้ อสูรศักดิ์สิทธิ์อีกสามตัวก็เหมือนกัน “วิหคทองค าและวิหคเพลิงรุ่นแรกหายไปไหน?” เลี่ยเทียนจ้องมองไปที่วิหคทองคาและวิหคเพลิง ยิ่งเขามองดู พวกเขามากเท่าใด เขาก็ยิ่งรู ้สึกเหลือเชื่อมากขึ้นเท่านั้น เหตุใดสายเลือดของพวกเขาถึงบริสุทธิ์ขนาดนี้? แม้แต่จักรพรรดิวิหคเพลิงในยุคของเขายังไม่มีสายเลือดบริสุทธิ์ เช่นนี้ด้วยซ้า “ต านานเล่าว่าวิหคแดงและวิหคทองค าเป็ นตัวตนขอบเขตจ้าว เหนือสูงสุดพวกเขาไปส ารวจอาณาเขตแห่งความว่างเปล่าและ หายไป” เลี่ยเทียนตอบ ฉู่เซวียนคิดอย่างลึกซึ้ง เมื่อวิหคทองคา แมววิญญาณสวรรค์ และบุปผากลืนวิญญาณ เข้าสู่โลกตะวันสวรรค์ พวกมันไม่ได้ได้รับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แม้ว่าอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่จะเปลี่ยนแปลง แต่การเปลี่ยนแปลงก็ ไม่ได้ใหญ่นัก นี่เป็ นเพราะมีต้นกาเนิดในเก้าดินแดนอยู่ส่วนหนึ่ง หรือไม่? เลี่ยเทียนมองไปรอบ ๆ และเห็นพยัคฆ์ขาวอยู่ใต้ต้นไม้โบราณ เขาเงียบ เขารู ้สึกว่าฉู่เซวียนไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็น เป็ นไปได้หรือไม่ที่อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ตัวกับเขา? แน่ นอนว่าเขาไม่คิดว่าพวกมันจะเป็ นอสูรศักดิ์สิทธิ์สี่ตัว ดั้งเดิม เขาคิดแค่ว่าพวกมันเป็ นทายาทสายตรงของอสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้ง สี่ตัว เขามองไปที่แมววิญญาณสวรรค์และพบว่ามันดูคุ้นเคย มันดู เหมือนพยัคฆ์ขาวขนาดย่อม “ข้าจะพักฟื้นสักพัก” หลังจากที่เลี่ยเทียนพูดจบ เขาก็บินออกจากลานเล็ก ๆ และไปที่ สระน้าใต้หน้าผา ที่นั่นเขาเห็นมังกรฟ้ าและเต่าดา ‘ภูมิหลังของคน ๆ นี้ไม่ได้ง่ายดาย’ ฉู่เซวียนเหลือบมองไปที่วิหคเพลิง แต่ไม่ได้ใช ้ความสามารถ สอดส่องต้นกาเนิดมาเพื่อวิเคราะห์ที่มาของมัน ไม่ว่าจะเป็ นวิหคเพลิงรุ่นแรกหรือไม่นั้นไม่สาคัญ เหตุใดขอบเขตจ้าวเหนือสูงสุดจานวนมากจึงเลือกที่จะสารวจ อาณาเขตแห่งความว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ที่นั่นจริง ๆ หรือ? หรือมันซ่อนความลับบางอย่างเกี่ยวกับโลกที่ยังไม่ได้บอกเล่า? ฉู่เซวียนไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาแค่ต้องอยู่บ้านและเติบโตให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ยังมีหนทาง อีกยาวไกลก่อนที่เขาจะบรรลุขอบเขตจ้าวเหนือสูงสุด เป้ าหมายปัจจุบันของเขาคือบุกทะลวงและเข้าถึงขอบเขตเต๋า ปฐมกาล เขานั่งโต๊ะกับซูเซียนเอ๋อร ์และกินอาหารแสนอร่อย ในที่สุดเขาก็ หวนนึกถึงความสุขที่หายไปนานของชีวิตอีกครั้ง เขาฝึกฝนมามากกว่าสิบล้านปี และพลาดสิ่งดี ๆ ในชีวิตไป หลังจากเพลิดเพลินกับมื้ออาหารแล้ว ฉู่เซวียนยังคงพักผ่อนบน เก้าอี้ของเขาต่อไป เขาหรี่ตาและพยายามสัมผัสถึงต้นกาเนิดมหาเต๋า ต้นก าเนิดมหาเต๋าเติบโตอย่างรวดเร็ว และถึงแม้ว่ามันจะอยู่ไกล มาก และมีสิ่งกีดขวางจากกฎที่แยกมันออก แต่เขาก็ยังคงสัมผัสและ ควบคุมมันได้ ฉู่เซวียนพลิกมือของเขา และยันต์หยกเต๋าสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นใน มือของเขา เขาสังเกตยันต์หยกเต๋าสวรรค์ และพบว่าเต๋าสวรรค์มีการพัฒนา ตามปกติและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ฉู่เซวียนพยายามติดต่อติงเยว่และคนอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม เขาตระหนักว่าแม้ว่าเขาจะมียันต์หยกเต๋าสวรรค์ แต่เขาก็ไม่สามารถติดต่อติงเยว่และคนอื่น ๆ ได้ มันถูกขัดขวางโดยกฎที่ไม่อาจหยั่งรู ้และอยู่เหนือธรรมชาติ เต๋าสวรรค์ยังไม่แข็งแกร่งพอ จากนั้นเขาก็วางยันต์หยกเต๋าสวรรค์ หลังจากสังเกตหุบเขาเล็ก ๆ สักพัก เขาก็ตัดสินใจอาศัยอยู่ที่นี่ … เขาไม่สามารถนั่งเฉย ๆ บนเก้าอี้และไม่ทาอะไรเลย เขายังคงต้องทาบางสิ่งเพื่อฆ่าเวลา เขาหยิบเมล็ดออกมาและสร ้างจอบ เขานาจอบไปที่หุบเขาเพื่อปลูกผลไม้และสมุนไพรวิญญาณเพื่อ ฆ่าเวลา และสร ้างความบันเทิงให้ตนเอง หนึ่งพันปีผ่านไปในพริบตา ฉู่เซวียนอาศัยอยู่ในหุบเขามาพันปีแล้ว เขาได้รับรางวัลปีละครั้ง และได้รับรางวัลนับพันรางวัล ส่วนใหญ่เป็ นรางวัลการฝึกฝน รางวัลที่ได้รับทุก ๆ ศตวรรษนั้นค่อนข้างมาก และรางวัลที่ได้รับ ทุก ๆ หนึ่งพันปีก็ยิ่งมากขึ้นไปอีก เป็ นเวลากว่าพันปี ที่ฉู่เซวียนไม่ได้ฝึ กฝนและใช ้ชีวิตแบบ ธรรมดาและสบาย ๆ เลี่ยเทียนตกตะลึง … คน ๆ หนึ่งจะทาตัวราวกับชาวนาทั่วไปในหุบเขาเล็ก ๆ ทุกวันได้ อย่างไร นี่คือยอดฝีมือขอบเขตเต๋าเหนือลิขิตจริงหรือ? หากเป็ นเขาคงทนไม่ไหว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเขาไม่สามารถออกจากหุบเขาได้ เลี่ย เทียนจึงทาได้เพียงพักฟื้นอย่างสันโดษเท่านั้น เขาตื่นขึ้นมาสามครั้งในรอบพันปี เพียงเพื่อชี้แนะซูเซียนเอ๋อร ์ เท่านั้น เวลาที่เหลือเขานอนหลับและฝึกฝน เขากลัวว่าเขาจะไม่สามารถทนต่อชีวิตที่น่าเบื่อนี้ได้ถ้าเขายังคง ตื่นอยู่ เขาต้องการออกจากหุบเขา แต่ฉู่เซวียนไม่อนุญาต ดังนั้นนี่เป็ นวิธีเดียวที่จะฆ่าเวลาได้ ภายในพันปีมานี้ ซูเซียนเอ๋อร ์ได้บรรลุขอบเขตเต๋าศักดิ์สิทธิ์ ซึ่ง เทียบเท่ากับขอบเขตปฐมโกลาหล ฉู่เซวียนนอนเอนกายบนเก้าอี้ จิบชาแล้วหายใจยาวเหยียด ร่างกายของเขาผ่อนคลาย เขาไม่จ าเป็ นต้องฝึกฝน และเขาสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เพียงแค่ อยู่บ้าน นี่คือสิ่งที่เขาต้องการ ในที่สุดเขาก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเต๋าปฐมกาลหลังจากพันปีที่ ผ่านมา “ท่านอยู่บ้านมานับพันปี แล้ว ท่านเป็ นคนเงียบ ๆ ขยันขันแข็ง และชีวิตข อ ง ท่ าน เต็ ม ไปด้ว ยค ว าม ส นุ ก ส น าน แ ละค ว าม กระฉับกระเฉง ท่านได้รับรางวัล การทะลวงขอบเขตเต๋าปฐมกาล” นี่คือรางวัลสาหรับเหตุการณ์สาคัญพันปี ขอบเขตเต๋าปฐมกาลเป็ นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ กฎแห่งปฐมโกลาหลภายในมวลสารปราณโกลาหลแห่งการ สรรค์สร ้างในร่างกายของเขาได้รับความสมบูรณ์แบบแล้ว เส้นทางเต๋าที่เชื่อมโยงพวกมันไว้ก็สมบูรณ์แบบเช่นกัน และมีกฎ แห่งปฐมโกลาหลล้อมรอบมัน เขาสร ้างเต๋าของเขาได้อย่างแท้จริง กฎแห่งปฐมโกลาหลนั้นได้รับมาจากมหาเต๋า หลังจากที่ความ โกลาหลขนาดใหญ่ได้ถูกท าลายลง มหาเต๋าในเก้าดินแดนนั้นเทียบเท่ากับมหาเต๋าฉบับย่อยของมัน เต๋าสวรรค์เป็ นมหาเต๋าที่แซงหน้ามหาเต๋าจากทั้งเก้าดินแดน แต่ ยังขาดเมื่อเปรียบเทียบกับมหาเต๋าแห่งความโกลาหลที่ยิ่งใหญ่ ภายในพันปี ที่ผ่านมา ต้นกาเนิดมหาเต๋าก็ได้เสร็จสิ้นการ เปลี่ยนแปลงแล้ว และยังได้สร ้างเต๋าอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ ฉู่เซวียนจึงแข็งแกร่งกว่ายอดฝีมือขอบเขตเต๋าปฐม กาลขั้นต้นคนอื่น ๆ มาก เต๋าสวรรค์ยังพัฒนาไปสู่การสร ้างเต๋า หนึ่งพันปีในโลกตะวันสวรรค์หมายความว่าหนึ่งพันล้านปีผ่าน ไปในความโกลาหล ความโกลาหลทั้งสองได้ปะทะกันและหลอมรวมกันแล้ว กฏแห่งปฐมโกลาหลทั้งเก้าได้ถูกกลืนกินโดยเต๋าสวรรค์ ก่อนที่ ความโกลาหลทั้งสองจะปะทะกันและหลอมรวมเข้าด้วยกันนานแล้ว หลังจากการหลอมรวมของความโกลาหลและมหาภัยพิบัติแห่ง ความโกลาหล เต๋าสวรรค์ก็เริ่มแทรกซึมและกลืนกินกฏแห่งปฐม โกลาหลอื่น ๆ ยอดฝีมือขอบเขตปฐมโกลาหลต้องการยับยั้งมันโดยธรรมชาติ ซึ่งส่งผลให้เกิดความขัดแย้งมากมาย ในช่วงมหาภัยพิบัติแห่งความโกลาหล ยอดฝีมือขอบเขตปฐม โกลาหลของทั้งสองฝ่ ายได้เริ่มต่อสู้เพื่ออานาจเหนือความโกลาหลที่ เป็ นหนึ่งเดียว เป็ นเรื่องที่ควรค่าแก่การกล่าวถึงว่าติงเยว่ และศิษย์คนอื่น ๆ ของ ฉู่เซวียนได้บรรลุขอบเขตปฐมโกลาหลแล้ว อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงต้องใช ้เวลานานหากต้องการก้าว ข้ามความโกลาหล ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากเต๋าสวรรค์ยังไม่ได้หลอมรวมความ โกลาหลทั้งสองเข้าด้วยกัน พวกเขาจึงไม่สามารถออกจากความ โกลาหลด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันได้ พวกเขาจะไม่สามารถอยู่ ในอาณาเขตแห่งความว่างเปล่าได้นานนัก