บทที่ 93 หานเฟยเอ๋อกลายเป็นเน็ตไอดอลในโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ทายาทเศรษฐีฉบับหนุ่มจน / ที่แท้….ฉันเป็นลูกเศรษฐี

บทที่ 93 หานเฟยเอ๋อกลายเป็นเน็ตไอดอลในโซเชียลเน็ตเวิร์ก   เฉินเกอรู้สึกสนใจเป็นอย่างมาก จึงให้หวงหยงหาวพูดรายละเอียดให้ชัดเจน   “แฮ่ม (กระแอมเสียง) ผมขออธิบายอย่างนี้นะครับพี่ คฤหาสน์หยุนติ่งไม่ใช่เป็นเพียงบ้านพักธรรมดา แต่มันแสดงถึงสถานะที่สูงส่งเหมือนกับชื่อของมัน ซึ่งโปรเจคนี้ได้ไปก่อสร้างบนยอดเทือกเขาจินหลิง บริเวณโดยรอบก็ได้สร้างคฤหาสน์เรียบเรียงกันเป็นแถวแล้ว เมื่อไปยืนอยู่ตรงนั้นก็เหมือนกับอยู่บนก้อนเมฆบนฟากฟ้า ซึ่งสามารถชมวิวทิวทัศน์ทั้งเมืองจินหลิงได้ทุกซอกทุกมุม!” หวงหยงหาวพูดไปด้วยและเกิดความรู้สึกโหยหาไปด้วย。 พูดสักจนน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ!   เฉินเกอถามว่า “บ้านหลังนั้นคงแพงใช่ไหม?”   เฉินเกอคิดว่าจะซื้อบ้านสักหลังหนึ่ง และเขาคิดจะทุ่มทุนมหาศาลจำนวนเงินหลายสิบล้านเพื่อจะได้ซื้อคฤหาสน์หลังหนึ่ง จะได้จอดรถอะไรได้สะดวก   ดังนั้น จึงอยากจะถามราคาของคฤหาสน์หยุนติ่ง   “เพ๊ะ!”   หวงหยงหาวพ่นเหล่าออกมาจากปาก พูดด้วยตาโตค้างว่า “โอ๊ด! พี่ บ้านหลังนี้มันไม่ใช่แพงธรรมดานะ พี่รู้ไหมว่าต้องใช้เงินเท่าไหร่ มูลค่ากว่าเจ็ดร้อยกว่าล้าน!”   ถ้าคุณพูดว่าเงินเจ็ดร้อยล้านเอามาลงทุนทำธุรกิจ พ่อของหวงหยงหาวก็กล้าคว้าออกมา   แต่ทว่าซื้อล้านหลังละเจ็ดร้อยล้านที่มิได้มีผลต่อธุรกิจแต่อย่างใด   ก็เท่ากับแค่บริโภคอย่างเดียว เศรษฐีทั่วไปไม่กล้าทำกันอย่างนี้หรอก   นอกเสียจากมีเงินเย็นที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้แล้ว   ดังนั้นหวงหยงหาวยังคงมีความหวาดกลัวกับราคาบ้านหลังนี้เป็นอย่างมาก   ต้องรู้ว่าอย่างวันนี้หวงหยงหาวได้เชิญเหล่าทายาทเศรษฐีมาร่วมงานปาร์ตี้ที่สนุกสนาม ก็เสียค่าใช้จ่ายไปแค่หกเจ็ดแสนเท่านั้นเอง   “แน่นอน สำหรับพี่ชายแล้วเงินแค่นี้ไม่มีปัญหาอะไรหรอก ผมจำได้ว่าพี่สาวบุญธรรมเคยคว้าเงินหนึ่งถึงสองร้อยล้านเพื่อซื้อรถแต่ง!”   หวงหยงหาวมีความคิดจะให้เฉินเกอลองดู   เพราะเขารู้ว่าเงินแค่นี้ไม่มีปัญหาสำหรับเฉินเกออยู่แล้ว   แต่ทว่าเฉินเกอกลับไม่คิดอย่างนั้น   เจ็ดร้อยล้านหรือ!ซื้อบ้านอยู่สักหลังหนึ่ง จำเป็นต้องสิ้นเปลืองขนาดนี้ไหม!   เฉินเกอส่ายหัว ตัดสินใจเลือกซื้อคฤหาสน์ประมาณสิบยี่สิบล้านจะสมเหตุสมผลกว่า   “ไม่ซื้อก็ไม่เป็นอะไร อีกสามวันพวกเราไปดูด้วยกันนะ แค่ไปดูคงจะได้ใช่ไหมพี่?”หวงหยงหาวพูดอย่างไม่สบอารมณ์   ถ้าเฉินเกอซื้อจริงๆ ตัวเองก็จะได้เข้าไปอยู่ด้วย มันถึงจะเรียกว่าหรูของแท้!   “ก็ได้ ถ้ามีเวลาพวกเราไปเที่ยวด้วยกัน!”  เฉินเกอเห็นวันนี้หวงหยงหาวเตรียมการต้อนรับให้ตนอย่างอลังการ ถึงแม้จะรู้ว่าที่เข้าใกล้เขามีวัตถุประสงค์แอบแฝงอยู่ แต่ความรู้สึกถูกยกย่องนั้นก็ทำให้เฉินเกอรังเกียจไม่ลง   จึงไม่สะดวกที่จะปฏิเสธหวงหยงหาว จึงได้ตอบตกลง   หลังจากนั้น เหล่าทายาทเศรษฐีก็ไปเล่นกระดานโต้คลื่น มันเป็นอะไรที่มีความสุขท้าทายมากเลย   แน่นอน ผู้หญิงเกือบทุกคนต่างก็ห่างจากกลุ่มๆหนึ่ง นั้นก็คือกลุ่มที่มีเฉินเกอเป็นศูนย์กลาง   ไม่ว่าเฉินเกอจะเดินไปถึงไหน ตรงนั้นก็จะมีผู้หญิงค่อยติดตามหลังมากมาย   ทุกคนต่างพยายามแสดงจุดเด่นของตนสุดฤทธิ์ เพื่อจะได้หว่านเสน่ห์ใส่เฉินเกอ เพื่อเฉินเกอจะได้สนใจในตัวพวกเธอ   แต่ทว่าเฉินเกอรู้สึกเหนื่อยล้าแล้ว ไม่มีแรงจะไปเล่นสนุกับสาวๆทังหลายอีก   ตอนบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว   ปาร์ตี้เรือสำราญจบลง   ตอนแรกหวงหยงหาวยังเชิญเฉินเกอไปเที่ยวที่อื่นต่อ แต่เฉินเกอได้ปฏิเสธไป เพราะเฉินเกอไม่เหมือนกับหวงหยงหาวที่ไม่จำเป็นต้องเก็บหน่วยกิตการเรียนก็ได้   พรุ่งนี้วันจันทร์ ตัวเองยังต้องไปเรียนอีก!   จึงมีไป๋เสี่ยวเฟยรับผิดชอบไปส่งเฉินเกอกลับไปที่มหาลัย   หลังจากกลับไปถึงที่หอพัก พวกหยางฮุยคงจะไปเล่นเน็ตแล้ว ไม่เห็นมีใครอยู่เลย   เฉินเกอที่เหนื่อยมาสองวันแค่ล้มตัวลงกับเตียงก็หลับทันที จนมีเสียงเปิดประตูดัง เอี๊ยด อ๊าด ปลุกให้ตื่นขึ้นมา   “หยางฮุย เฉินเกอลับมาแล้วใช่ไหม!”   “อะไรนัก?กลับมาแล้ว?ทำไมถึงปิดเครื่องล่ะ?”   พวกหยางฮุยกับหลี่ปินกลับมาแล้ว   เพื่อนฝูงต่างจ้องมองเฉินเกอด้วยท่าทีตื่นเต้นแล้วพูดด้วยรอยยิ้มออกมา   “ออ มือถือผมปิดตั้งนานแล้ว เหนื่อยมากเลยยังไม่ได้ชาร์จแบต นอนจนถึงหกโมงเย็นแล้ว พวกนายเข้าเน็ตนานขนาดนี้เลยหรอ?”   เฉินเกอมองดูนาฬิกาข้อมือ ที่แท้ก็หลับไปตั้งสามชั่วโมง   “โธ่ ยังมาเข้าเน็ตอะไร?เฉินเกอ ผมสงสัยว่าสองวันนี้นายออกไปท่องเที่ยวหรือไปหาสาวๆกันแน่ นายไม่ดูข้อความของชั้นเราเลย?”   หลี่ปินพูดด้วยความวู่วาบเล็กน้อย   ก่อนหน้านี้เฉินเกอแค่บอกพวกเขาว่าไปเที่ยวกับเพื่อนคนหนึ่ง ไม่ได้บอกรายละเอียดว่าไปทำอะไรกันแน่   ดังนั้นพวกหลี่ปินกับหยางฮุยไม่รู้ว่าสองวันนี้เฉินเกอไปทำอะไรมาบ้าง   สำหรับเรื่องที่หลี่ปินพูดว่าไปหาสาว ฮาฮา! เฉินเกอทำแล้วจริงๆ   เป็นหญิงสาวที่สวยงามกันทุกคนเลย!   เฉินเกอยิ้มแล้วพูดว่า“ หาสาวอะไรกัน รีบพูดมาฟังสิว่าห้องพวกเราเกิดอะไรขึ้น?”   “ก่อนนายจะไป มีดาราพิธีกรสาวที่ชื่อหานเฟยเอ๋อทำการPKใช่ไหม เห้ มันป็นไปอย่างที่พวกเราคาดการณ์ สุดท้ายหานเฟยเอ๋อก็คว้าถ้วยเหรียญทอง กลายเป็นดาราสาวเพียงหนึ่งเดียวที่ไลฟ์สดซอฟต์แวร์นี้ วันนั้นหานเฟยเอ๋อได้รับค่าตอบแทนจากยอดวิวมากกว่าสองแสนเชียวนะ!เหลือเชื่อเลยใช่ไหม!”   หลี่ปินทั้งอิจฉาและเกลียด อิจฉาที่คนอื่นสามารถหาเงินได้มากมายในหนึ่งวัน และเกลียดที่ตัวเองไม่ใช่ผู้หญิง?   “อืม ดังนั้นเริ่มตั้งแต่เมื่อวานก็มีสำนักพิมพ์มาสัมภาษณ์หานเฟยเอ๋อ หัวข้อนั้นเท่ห์ระเบิดไปเลย นั้นก็คือ นักศึกษาสาวในมหาวิทยาลัยจินหลิง ไลฟ์สดวันหนึ่งแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่กลับมารายได้กว่าสองแสน!”   “โอ้โห!สรุปแล้วคือมีข่าวเกี่ยวกับลักษณะนี้ไปหมดเลย เพราะหนังสือพิมพ์ได้มาทำข่าว ทำให้สถานีโทรทัศน์จินหลิงก็มีคนมาสัมภาษณ์เป็นวีดีโอด้วย เมื่อกี้พวกเราก็ไปถ่ายวีดีโอในฐานะเพื่อนในห้องเรียนของหานเฟยเอ๋อด้วย ฮาฮา ผมยังได้เข้ากล้องด้วยนะ!”   หยางฮุยพูดเสริมเรื่องราวทั้งหมด   ตอนนี้เฉินเกอจึงเข้าใจแล้ว   หานเฟยเอ๋อดังแล้ว จึงมีการสัมภาษณ์คนรอบข้างด้วย ก็คล้ายกับรายการโทรทัศน์ที่ขอสัมภาษณ์เหมือนกัน หลังจากที่สัมภาษณ์เจ้าตัวแล้วก็สัมภาษณ์เพื่อนมิตรญาติสหายอะไรประมาณนั้น   ปกติจะเตรียมสคริปการพูดก่อนเสมอ   ฮาฮา คิดไม่ถึงว่าตัวเองใช้สถานะคนสามัญธรรมดาก็ทำให้หายเฟยเอ๋อมีของขวัญชิ้นโบว์แดงด้านการเงินในการไลฟ์สดได้   ทำให้หานเฟยเอ๋อมีชื่อเสียงโด่งดัง   มันทำให้เฉินเกอไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี   “เฉินเกอ รีบเปลี่ยนเสื้อเร็ว คืนนี้หานเฟยเอ๋อเลี้ยงข้าวที่ห้องครัวเจียหยวน เป็นที่เดียวกับที่นายเคยเลี้ยง ตอนนี้จองเสร็จแล้ว!ไปกันทั้งห้องเลย!”   หยางฮุยตบบนเตียงเบาๆแล้วก็ไปเปลี่ยนเสื้อ   “โอเค!”   ครั้งนี้เฉินเกอตอบอย่างมีความสุข   สาเหตุที่หนึ่งก็เป็นเพราะเขาพักผ่อนได้พอสมควรแล้ว ตอนนี้จึงเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมา   สาเหตุที่สองคือ ตนเป็นคนดันหานเฟยเอ๋อให้ดัง เธอเลี้ยงฉลอง ตนจะไปกินก็คงไม่เป็นอะไรหรอก?   มันเป็นสิ่งที่สมควรอยู่แล้ว!   เฉินเกอเปลี่ยนเสื้อเสร็จอย่างรวดเร็วเหมือนกับพวกหยางฮุย ต่างวิ่งลงจากตึกไปอย่างกับหมาป่า   หน้าประตูมหาลัย   เพื่อนในห้องเรียนของเฉินเกอได้มารอแล้ว   หานเฟยเอ๋อไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เมื่อก่อนเป็นเพียงคนไลฟ์สดตัวน้อยๆคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอเป็นคนที่โด่งดังในโซเชียล สามารถหาเงินก้อนโตได้แล้ว   จึงเป็นจุดศูนย์กลางของทุกคน   “พี่เฟยเอ๋อ พวกเราเรียกDD(แอพเรียกรถ)กัน?”   ตอนนี้หวงเหมาตามประกบทุกฝีก้าว ตั้งแต่ครั้งก่อนที่สวี่ตงกับพี่ชายของเขาสวี่ชาวตีลูกชายเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองหลินจิง ก็ถูกซ้อมจนหนักไม่กล้ามาเรียนอีก ตอนนี้คนในห้องที่ยังคงสดใสสามารถกระโดดโลดเต้นได้ก็เหลือเพียงหวงเหมาเท่านั้น   “เรียกDDอะไรกัน ผมโทรไปที่บริษัทบริการรถแล้ว ให้พวกเขาส่งรถออดี้มาสิบคัน พวกเราก็นั่งรถนี้ไป ใช่สิ หวงเหมา คุณไปเช็คจำนวนคนดูสิว่าใครยังมาไม่ถึงบ้าง?”   “ได้เลย!”หวงเหมาไปทำตามอย่างตั้งใจเหมือนกับเป็นหน้าที่ของตัวเองอย่างนั้น แถมยังตะโกนเสียงดังอีกด้วย “อย่าเพิ่งคุยกันนะ คนที่ถูกผมเรียกชื่อให้บอกว่ามานะครับ!”   เช็คชื่อเสร็จอย่างรวดเร็ว   หวงเหมาวิ่งมาบอกว่า “พี่เฟยเอ๋อ ตอนนี้เหลือพวกที่พักที่เดียวกับหยางฮุยและเฮาหลานลันที่ยังไม่มา เฮาหลานลันบอกว่าเธอไม่สบาย นอนอยู่ที่หอพักคนเดียว!”   “โอเค ฉันรู้แล้ว แล้วพวกหยางฮุยล่ะ?แค่เปลี่ยนเสื้อทำไมชักช้าจัง!”หานเฟยเอ๋อที่สวมแว่นสีไวน์แดงได้เอามือกอดอกไว้ พลางพูดอย่างเคร่งขรึม เพราะตอนนี้เป็นเน็ตไอดอลแล้ว ต้องทำตัวให้ดูดีเข้าไว้   “มาแล้ว มาแล้ว พวกหยางฮุยมาแล้ว!”   มีผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาขณะนี้   พวกหอพักเดียวกับหยางฮุยทั้งหกคน กำลังวิ่งเหยาะๆมา   “เอะ?เฉินเกอไม่ใช่ออกไปเที่ยวหรอ?ทำไมกลับมาแล้วล่ะ?”   “ใช่สิ ให้ตายเถอะ อาจเป็นเพราะได้ยินว่ากินข้าว เขาจึงรีบกลับมา ใครจะรู้ว่าเงินที่ถูกหวยของเขาใช้หมดหรือยัง ปากบอกว่าท่องเที่ยว แต่อาจจะออกไปทำงานก็ได้!”  คนทางเฉินเกอยังเดินมาไม่ถึง ก็มีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นมา……