บทที่254 ที่แท้คุณอยู่นี่เองหรอ ลี่เหวินหยางลุกขึ้นยืนและตะโกนโดยตรง หยางเหวินหลงพวกเขาก็หยุดทันที “ไอ้หนุ่ม นายอยากรนหาที่ตายใช่ไหม?” หยางเหวินหลงเดินเข้าไปหาลี่เหวินหยางด้วยสีหน้าที่โหดร้าย “พวกคุณอย่าทำอะไรมั่วๆนะ พวกคุณรู้หรือไม่ว่าคุณพ่อของพี่หยางคือใคร?” แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมานี้เจียงเฉว่ฉิงจะผ่านประสบการณ์บางอย่างมา แต่ว่า เห็นเหตุการณ์ที่มืดมนเช่นนี้เธอก็ไม่เคยเห็นจริง ๆ และด้วยเหตุนี้เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ความรู้สึกปลอดภัยที่จ้าวเจี๋ยนำมาให้เธอในตอนแรกก็หายไปหมดในชั่วพริบตา ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วลี่เหวินหยางกลับยิ่งโดดเด่นมากกว่า ในขณะนี้เจียงเฉว่ฉิงรู้สึกหวาดกลัว เลยอยากจะใช้ภูมิหลังครอบครัวของพี่หยางมาข่มขู่เขาเพื่อให้เขาหวาดกลัว “เหอะ!เป็นใครหรอ?” เจียงเฉว่ฉิงกำลังจะตอบกลับ ก็ถูกลี่เหวินหยางจับแขนของเธอไว้และให้เธอหุบปาก “เฉว่ฉิง ฉันเคยพูดแต่แรกแล้วว่า ต่อไปนี้เรื่องของฉันจะไม่ให้พ่อของฉันมีส่วนร่วมอีก คุณไปยืนที่ข้างหลังของฉัน ไม่เป็นไรนะ ฉันจัดการเอง!” ลี่เหวินหยางกล่าว “ห๊ะ?แต่ว่าพี่หยาง!” “ไปยืนที่ข้างหลังฉัน!” ลี่เหวินหยางตะคอกใส่เจียงเฉว่ฉิงอย่างมีอำนาจครอบงำ เจียงเฉว่ฉิงพยักหน้าอย่างหนัก และแม้ว่าจะโดนตะคอกใส่ แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกมีความปลอดภัยที่ห่างหายไปนาน แล้วไปยืนที่ข้างหลังอย่างเชื่อฟัง “พี่หลงใช่ไหม ฉันชื่อลี่เหวินหยาง และตัวฉันเอง ก็มีบริษัทเล็ก ๆเป็นของตัวเอง เหอะๆ ฉันรู้ว่าคุณค่อนข้างมีชื่อเสียงในวงการบนท้องถนน และอย่ามองว่าพี่ชายบุญธรรมของฉันมาจากจินหลิง แต่เขาก็รู้จักคุณนะ!” ลี่เหวินหยางกล่าวด้วยยิ้มพร้อมกับวางมือข้างหนึ่งไว้ในกระเป๋าของเขา “โอ๊ะ?” หยางเหวินหลงแสร้งทำเป็นตกใจ ส่วนหลินเสี่ยวเฟิง เมื่อเห็นว่าลี่เหวินหยางจัดการกับสิ่งต่าง ๆได้สงบใจเย็นขนาดนี้ ในใจของเขาก็รู้สึกชื่นชมมากยิ่งขึ้น “พี่ชายบุญธรรมของคุณก็รู้จักฉัน?และก็มาจากจินหลิงงั้นหรอ ชื่ออะไร?” หยางเหวินหลงหยุดสักครู่แล้วถามขึ้น “จินเปียว กองกำลังในเขตอำเภอผิงอันและจินหลิงตอนนี้ ต่างก็เรียกเขาว่าจินซานเย๋ พี่หลงคุณไม่เคยได้ยินหรอ ?” ลี่เหวินหยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อะไรนะ?จินเย๋เป็นพี่บุญธรรมของคุณ?” ใบหน้าของหยางเหวินหลงซีดลงโดยตรง บอกตามตรงว่าแสร้งได้ค่อนข้างเหมือนมาก “ถุย จินเย๋เป็นคนอะไร?คนของบริษัทการค้าจินหลิงน่ะหรอ จะรู้จักกับคุณ?” หยางเหวินหลงถามด้วยความสงสัย หลินเสี่ยวเฟิงก็เริ่มสงสัย และคิดในใจว่าเป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง ลี่เหวินหยางจะยอดเยี่ยมขนาดนี้เชียวหรอ? นับจินซานเย๋คนนั้นเป็นพี่บุญธรรม? “ฮึ ๆ คุณไม่เชื่อใช่ไหม?ถ้าคุณไม่เชื่อ ฉันสามารถโทรศัพท์หาพี่จินได้นะ ให้เขาเป็นคนพูดกับคุณโดยตรง!” ลี่เหวินหยางพูดอยู่ ก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปที่เบอร์โทรศัพท์ของจินเปียว แน่นอน ว่าเขาได้พูดคุยกับพี่จินไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ขอให้เขาช่วยพูดอะไรบางอย่างให้ต่าง ๆนานา จุดประสงค์หลักก็คืออยากจะสั่งสอนศัตรูของเขาคนหนึ่ง หลังจากนั้น จินเปียวเห็นว่าเรื่องคราวก่อนก็ไม่ได้ช่วยเขาไว้ ครั้งนี้จึงตัดสินใจช่วยเหลือลี่เหวินหยางสั่งสอนศัตรูของเขาสักหน่อย จึงตอบตกลงไป “พี่จิน ยุ่งอยู่หรือเปล่า?ทางนี้ฉันมีปัญหานิดหน่อย……อืม ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงแรมจินหรูยี่และมีคนหนึ่งที่ชื่อหยางเหวินหลงปิดกั้นฉันและเพื่อนของฉันไว้!” “อะไรนะพี่จิน?คุณอยู่แถวๆโรงแรมหรูยี่และก็จะมาที่นี่ด้วย?” ลี่เหวินหยางมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย ก่อนหน้านี้เพียงแค่พูดกันในโทรศัพท์ไว้ว่า ตอนนี้ขอแค่ให้พี่จินช่วยพูดอะไรบางอย่างเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าพี่จินเขาจะมาด้วยตัวของเขาเอง และในขณะนี้ เขาก็วางสายลงด้วยความตื่นเต้น “ใช่จินเย๋จริง ๆหรอ?” หยางเหวินหลงแสร้งทำเป็นตกใจอย่างมาก และยังแสร้งทำเป็นตกใจจนไม่กล้าขยับตัว เงื่อนไขการร่วมมือแสดงกับลี่เหวินหยางในครั้งนี้ ก็คือทำความรู้จักกับจินเย๋ผ่านลี่เหวินหยาง เพราะอย่างไรก็ตามหยางเหวินหลงรู้ว่าตอนนี้ทางครอบครัวของลี่เหวินหยางนั้นโคตรเจ๋ง ถ้ามิเช่นนั้นคงไม่ร่วมเล่นกับเขามั่วๆแบบนี้หรอก “ฮึ ตอนนี้พวกคุณคงรู้จักเกรงกลัวแล้วมั้ง!” เจียงเฉว่ฉิงกล่าว เมื่อกี้คนพวกนี้ทุบโทรศัพท์ของเธอจนพังไปหมด จนตอนนี้ความโกรธของเธอก็ยังคงไม่ลงไป จากนั้นไม่นาน ประตูของห้องโถงถูกเปิดออกทันที คนที่เดินเข้ามาเป็นชายหนุ่มที่สวมใส่เสื้อสูทกับรองเท้าหนัง “ใครโวยวายหาเรื่อง?” ชายหนุ่มสายตาดุจนกอินทรี พูดขึ้นเบาๆ หยางเหวินหลงมองไปที่ชายหนุ่ม ก็ตกตะลึงอึ้งไปสักพัก:“ใช่จินเย๋คุณจริง ๆด้วย ฮ่าฮ่า น้องชื่อหยางเหวินหลง เล่นอยู่ในย่านตลาดทางเหนือตลอด!มีความเข้าใจผิดกันนิดหน่อย!” สำหรับจินเปียว เขาถูกคนอื่นเชิญมาร้อง KTVที่อยู่บ้านหลังหนึ่งข้างๆของโรงแรมจินหรูยี่และเขาก็คิดในใจว่าได้รับความช่วยเหลือจากครอบครัวของลี่เหวินหยางมากมายขนาดนี้ มันคงจะไม่ดีถ้าหากว่าไม่ช่วยเหลืออะไรเขาสักนิด ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินมาดูด้วยตัวเอง “เหอะๆ ฉันคิดว่าเป็นเรื่องอะไรซะอีก?เหวินหยาง คุณไม่ได้รับบาดเจ็บใช่ไหม……?” จินเปียวถามขึ้น “ผมไม่ได้รับบาดเจ็บครับพี่จิน!” ลี่เหวินหยางเดินไปที่ข้างๆของจินเปียว และหยิบบุหรี่ขึ้นมาแล้วยื่นให้หนึ่งม้วน และจุดไฟให้ แต่จินเปียวเพิ่งดูดไปเพียงไม่กี่ที บุหรี่ก็ตกลงไปอยู่บนพื้นอย่างอัตโนมัติ “พี่จิน คุณเป็นอะไร?” ลี่เหวินหยางถามด้วยความสงสัย “คุณ……คุณอยู่ที่นี่?” จินเปียวมองไปที่เฉินเกอที่นั่งอยู่ด้วยความตระหนกตกใจ เฉินเกอเป็นใคร เขาเข้าใจดีมากที่สุดแล้ว และเขาก็เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่อยู่ในกลุ่ม ที่คุ้นเคยกับเฉินเกอเป็นอย่างดี และสำหรับเฉินเกอ ก็คาดไม่ถึงจริง ๆว่าคนขับรถที่ซื่อสัตย์และซื่อตรงอย่างเสี่ยวจิน จะเล่นได้ค่อนข้างดีกับคนที่เที่ยวแบบเอ้อระเหยลอยชายอย่างลี่เหวินหยาง “อืมๆ!” เฉินเกอพยักหน้า และหลิวเมิ่งที่อยู่ด้านข้าง เพื่อที่เขาจะได้พูดคุยกับลูกพี่ใหญ่สักสองสามคำ จึงเดินไปที่ตรงหน้าของจินเปียวและพูดอย่างแผ่วเบา: “จินเย๋ ไอ้หนุ่มคนนี้แหละ ที่วันนี้พวกเราบอกว่าจะสับเขา!” “อะไรนะ คนที่พวกคุณบอกว่าจะตี คือ……คือเขา?”จินเปียวตกใจอย่างมาก “ฮึ จินเย๋ ไอ้หนุ่นคนนี้ทำให้น้องชายบุญธรรมของคุณขุ่นเคือง และนั้นก็คือตบหน้าฉันด้วย ดูนะฉันจะไปจัดการเขา!” หยางเหวินหลงพวกเขาต่างก็ไม่รู้ว่าสีหน้าของจินเปียวหมายความว่าอย่างไร และกำลังจะไปจัดการเขาในตอนนี้ ก็เห็นจินเปียวยกขาขึ้นมาแล้วเตะไปที่หยางเหวินหลงที่น้ำหนักราวแปดสิบกว่ากิโล จนล้มลงบนพื้นอย่างหนัก “แม่งเอ๊ย พูดจาหยาบคายไม่ดี ฉันเอาคุณตายแน่!” จินเปียวเป็นพนักงานขับรถ แน่นอนว่าเขาสามารถต่อสู้ได้อยู่แล้ว และกลุ่มคนพวกนี้จะตีคุณชายเฉิน งั้นก็เท่ากับว่าตัวเองก็จะตีคุณชายเฉินด้วยเช่นกันน่ะสิ? ก่อปัญหาใหญ่แล้ว! ลี่เหวินหยางผงะ ไม่ใช่คุยกันไว้ว่าพี่จินเพียงแค่แตะหยางเหวินหลงนิดหน่อยก็ได้แล้วไม่ใช่หรอ ทำไมพี่จินถึงได้เตะเขา? “พี่จิน คุณ?” เพี๊ยะ! จินเปียวยกมือขึ้นและตบไปที่ใบหน้าของลี่เหวินหยางอย่างดุเดือด “แม่งเอ๊ย ไอ้คนเลินเล่อไม่รู้จักความตาย!” จากนั้นก็เตะอีกครั้งไปที่ลี่เหวินหยาง จนถูกเตะออกไป เจียงเฉว่ฉิงพวกเขาทั้งหมดต่างมองดูด้วยความตกตะลึง “นี่มันเกิดอะไรขึ้น?พี่จินไม่ใช่คนที่ลี่เหวินหยางเรียกมาหรอ?ทำไมถึงได้ทุบตีคนทั้งสองฝ่าย?” หลินเสี่ยวเฟิงกำมือของลูกสาวตัวเองสวี่ซินไว้อย่างแน่น คนเหล่านี้ไม่ว่าใครก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถยั่วยุได้เลย ลี่เหวินหยางถูกตีจนใบหน้าของเขาบวมไปแล้วหนึ่งข้าง:“พี่จิน พี่ตีผมทำไม?” รู้สึกน้อยอกน้อยใจจนร้องไห้ออกมาโดยตรง เดิมทีเรื่องของวันนี้นั้นง่ายมาก ๆ นั้นก็คือต้องการแค่อยากให้พี่จินกับ หยางเหวินหลงร่วมมือกับตัวเองแสร้งทำเป็นสักหน่อย จากนั้นก็รุมตีเฉินเกอสักครั้ง แต่ผลสุดท้าย ตัวเองกลับโดนตี และรวมทั้งหยางเหวินหลงก็ถูกตีอีกด้วย เมื่อเห็นจินเปียวสนก็ไม่สนใจลี่เหวินหยาง และเหยียบนิ้วมือของเขาแล้วเดินตรงเข้ามาหาทุกคน หลินเสี่ยวเฟิงก็รู้สึกประหม่า:“จินเย๋ พวกเราไม่ได้ไปทำอะไรให้คุณขุ่นเคือง แล้วนี่คุณจะทำอะไรน่ะ!” เจียงเฉว่ฉิงก็ตกใจกลัวจนถอยหลังสองสามก้าว เพราะว่าในขณะนี้จู่ ๆจินเปียว ก็หยิบขวดไวน์แดงขึ้นมาขวดหนึ่ง และเดินไปที่ตรงหน้าของเฉินเกอ ด้วยรอยยิ้มที่ซื่อตรงแล้วพูดว่า:“ที่แท้คุณอยู่นี่!คุณฟังฉันพูดนะ เรื่องราวไม่ใช่อย่างที่คุณคิด!” ในขณะที่เขาพูดอยู่ ก็เติมไวน์ให้เฉินเกอจนเต็ม ก็ขาดแค่คุกเข่าอย่างประหม่าให้เฉินเกอแล้ว “ห๊ะ?นี่มันสถานการณ์อะไรกัน?” ผู้คนต่างตกตะลึง