บทที่293 รถของเฉินเกอ “อะไรนะ? พวกเรายังมีเพื่อนนักเรียนอีกคหนึ่งที่เกิดวันเกิดนี้เหมือนกันเหรอ?” เฉินเชาเลิกคิ้วแล้วหัวเราะ เพื่อนนักเรียนหญิงคนนั้นว่า “ใช่น่ะสิ วันนี้เป็นวันเกิดของลี่ไค่ ฮ่าๆ ตอนแรกที่โทรหาลี่เสี้ยวเขาไม่มีเวลา บวกกับที่พี่เชาเลี้ยงข้าวด้วย!” ลี่ไค่ก็เป็นเพื่อนตอนมัธยมต้นเหมือนกัน เป็นคนประเภทที่จริงใจและตรงไปตรงมาประมาณนั้น ตอนนั้นคะแนนอยู่ที่โหล่ของห้องเลย ที่บ้านเปิดโรงงานปูนซีเมนต์ เพราะว่าไม่ใช่คนที่อดทนต่อการเรียน พอจบมัธยมต้นก็กลับไปทำงานที่บ้าน ตอนนี้ ทุกๆคนเบนสายมองไปที่ลี่ไค่ “โอ้โหเจ้าไค่ วันนี้วันเกิดนายทำไมถึงไม่บอกอะไรสักคำล่ะ อย่างนี้ก็น่าอายน่ะสิ ฮ่าๆ!” เฉินเชาพูด “ก็ใช่น่ะสิลี่ไค่ ที่แท้วันนี้ก็เป็นวันเกิดของนายด้วยเหมือนกันเหรอ! มาๆๆ เพิ่มวีแชทของลี่ไค่เป็นเพื่อน โอนอั่งเปาวันเกิดให้ลี่ไค่กัน!” กลุ่มชายหนุ่มและหญิงสาวพูดขึ้นอย่างเห็นด้วย คุณครูหวังพูดขึ้น “เจ้าพวกคนหนุ่มสาวสมัยนี้ฉลองวันเกิดก็ไม่ให้ของขวัญกันแล้วนะ จำได้ว่าตอนฉันอายุเท่าพวกเธอต้องทำของขวัญขึ้นมาเองแล้วเอาไปให้! ตอนนี้มีวีแชทแล้ว สะดวกสบายดีจริง!” “แน่นอนค่ะครู วันเกิด แต่งงาน ใส่ซองแค่ส่งอั่งเปาให้ก็จัดการได้ทุกปัญหาแล้วค่ะ!” สาวๆหัวเราะกัน “ลี่ไค่นายเพิ่มเพื่อนในวีแชทสิ แล้วรับอั่งเปาด้วย!” “โอเคๆ ขอบคุณเพื่อนๆนักเรียนทุกคนมาก! วันเกิดของฉัน คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นวันเดียวกันกับพี่เชา!” เห็นว่าเพื่อนๆนักเรียนดีกับตัวเองขนาดนี้ ลี่ไค่ก็รู้สึกซาบซึ้งมาพูดขอบคุณซ้ำๆ “อย่างนั้นวันนี้ก็ถือว่าบังเอิญจริงๆแล้ว ลี่ไค่ท้องแล้วหนึ่งเดือน วันเกิดชนกับพี่เชาพอดี แต่ว่าทุกคนอย่าลืมนะ ตอนมัธยมต้นใครอีกคนที่มีวันเกิดตรงกันกับเฉินเชา?” ลี่เสี่ยวหลิงเห็นว่าทุกๆคนส่งอั่งเปาให้กับลี่ไค่ก็เลยรีบพูดขึ้นบ้าง “ใครน่ะ? ไม่เห็นจะจำได้เลย!” เพื่อนนักเรียนสงสัย “เหอะ แน่นอนว่าก็ต้องเป็นเฉินเกอไง วันนี้เป็นวันเกิดของเฉินเกอเขาเกิดวันเดียวกันกับเฉินเชา วันนี้บวกลี่ไค่เพิ่มไปอีก พวกเขาทั้งสามคนเกิดวันเดียวกัน” ลี่เสี่ยวหลิงพูด “อ้อๆ เฉินเกอก็เกิดวันนี้เหรอ!” เพื่อนนักเรียนหยักหน้าแสดงว่ารับรู้ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไร “จริงสิเฉินเชา ได้ยินมาว่าตอนบ่ายที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนมีงาน พวกเราไปเที่ยวด้วยกันไหม พ่อฉันบอกว่าทางโน้นสนุกสนานมาก! ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาทำลายความเงียบอย่างตื่นเต้น “ใช่ๆ แถวหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนดูสนุกสนานมาก ไปด้วยกันเถอะ!” ทุกคนก็เริ่มตอบรับขึ้นมา “ทางฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เอาอย่างนี้ไหมพวกเรานับรถกัน รอตอนบ่ายคุณครูหยางครูก็ไปด้วยนะครับ พวกเราไปด้วยกันลองดูว่าจะไปด้วยกันทั้งหมดได้ไหม จะได้ไม่ต้องเช่ารถด้วย!” เฉินเชาออกความเห็น จากนั้นทุกคนก็เริ่มนับจำนวนคน รถนั้นมีพอแล้ว แต่ว่านับไปนับมาก็ยังขาดที่นั่งของอีกหนึ่งคนอยู่ “อย่างนี้ก็น่าอึดอัดนะสิ เกินมาหนึ่งคน ต้องเช่ารถเพื่อคนๆเดียวแบบนี้ก็ไม่คุ้มนะ!” ผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น “เหอะๆ อย่างนั้นเฉินเกอก็ไม่ต้องไปแล้วกันนะ เขายังต้องไปทำกิจการต่อนี่ ถ้าเกิดว่าพวกเราพาเฉินเกอไปด้วยอาจจะขัดขวางเวลาการดำเนินกิจการของเขาก็ได้!” ผู้ชายคนหนึ่งหัวเราะ “พูดถูก เฉินเกอไม่ต้องไปหรอก ฮ่าๆ!” “ฉันไม่ไป พวกนายไปเที่ยวน่ะดีแล้ว คุณครูหวัง วันนี้ผมก็มาก็เพราะว่าอยากจะมาเจอครู ตอนแรกวันนี้ตั้งใจจะมาเชิญคุณครูไปงานเลี้ยงวันเกิดผม แต่ก็ไม่สะดวก รออีกสองวันผมค่อยไปหาครูใหม่ที่บ้าน ผมยังมีเรื่องให้ทำ ต้องขอตัวก่อน!” เฉินเกอขยับมาข้างคุณครูหวังแล้วพูดขึ้น “เสี่ยวเกอเอ๋ย อย่างนั้นก็ได้ เธอยังมีงานก็ไปทำงานก่อนเถอะ!” คุณครูหวังเห็นว่าทุกคนเปลี่ยนมาเป็นดูถูกเฉินเกอ รู้ว่าเฉินเกอทนนั่งต่อไปไม่ได้ก็เลยพูดขึ้น แล้วก็หันไปมองลี่เสี่ยวหลิง ลี่เสี่ยวหลิงพยักหน้า บอกลาคุณครูหวังแล้วก็เตรียมตัวจะไป “โถ่เอ๊ยแค่นี้จะไปแล้วเหรอ อะไรคือการบอกว่าวันนี้มาเจอคุณครูหวังกัน? จะบอกว่าแล้วพวกเราตรงนี้ไม่ใช่เพื่อนนักเรียนหรือยังไงกัน?” มีผู้หญิงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “ใช่น่ะสิ ก็แค่ไม่ได้ส่งอั่งเปาให้นายเอง ต้องขนาดนี้ด้วยเหรอ!” “เฉินเกอ เรื่องนี้ฉันจะต้องอธิบายกับนายหน่อย ฉันไม่ได้ไม่อยากจะไม่ให้อั่งเปาวันเกิดกับนายนะ ก็แค่ไม่อยากจะเพิ่มเพื่อนนายในวีแชทเฉยๆ ฮ่าๆๆ!” “เชี้ย อันนี้แรงมาก!” กลุ่มคนก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งแต่ไหนมา การหยอกล้อเฉินเกอก็คือความสุขของทุกๆคน เฉินเกอไม่ได้พูดอะไร ยังไงการจะตบหน้าทุกคนก็เป็นเรื่องง่ายๆ แต่ว่าเรื่องหยาบคายแบบนี้เฉินเกอไม่เคยที่จะใส่ใจทำ ดังนั้น หลังจากนั้นก็เลยพาลี่เสี่ยวหลิงออกไป ส่วนหวังเสว่นะเหรอ มองหลังของเฉินเกอที่กำลังจากไป ก็ส่ายหน้า ตามจริงแล้ว ถึงแม้ว่าหวังเสว่จะไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่ในช่วงเวลาทั้งหมดก็มองเฉินเกออยู่ คิดว่าการแสดงออกในวงเหล้าของเฉินเกอถ้าเอามาเปรียบเทียบกับเฉินเชาบอกได้เลยว่าห่างกันเยอะมาก ตอนนั้นที่ตัวเองไม่ได้เลือกเขา ถูกต้องมากแล้วจริงๆ! “น่าโมโหมากเฉินเกอ นายดูคำพูดที่คนพวกนั้นพูดสิ แล้วไหนจะหยางเขอนั่นอีก จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชอบนายกันอยู่อีก ฉันนี่ยอมเลยจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าสนิทกันอยู่บ้าง ฉันก็คงจะด่าคนพวกนั้นแทนนายไปแล้ว!” ลี่เสี่ยวหลิงโมโหเสียจนหายใจถี่ “จะโกรธพวกเขาไปขนาดนี้ไปทำไมกัน!” เฉินเกอพาลี่เสี่ยวหลิงเดินกลับพลางแล้วก็พูดไปพลาง ไม่ถึงยี่สิบนาที ทั้งสองคนก็กลับมาถึงหมู่บ้าน “เฉินเกอนายเลี้ยงวันเกิดที่ไหน? ให้ฉะนช่วยทำอาหารให้นายไหม? ตอนนี้ฉันทำบะหมี่เป็นแล้ว ฉันทำบะหมี่อายุยืนให้นายเอง!” ลี่เสี่ยวหลิงบอก ราวกับยังกังวลเรื่องที่เฉิเนกอโดนวันเกียรติในวันนี้อยู่ ยังไงก็เป็นตัวเองที่ชวนเฉินเกอไป แล้วพูดขึ้นอีกว่า “ส่วนคำพูดของคนพวกเขา ยังไงตอนนี้ลี่เสี้ยวก็ไปได้สวย ถ้าไม่หนักหนาอะไรนายก็ไปทำงานกับลี่เสี้ยว ฉันก็ไปทำงานกับลี่เสี้ยว พวกเราก็มาอยู่ด้วยกันเหมือนตอนม.3!” “ได้สิ พวกเราสามคนอยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อน!” เฉินเกอยิ้มแล้วก็ตบไหล่ของลี่เสี่ยวหลิง “แต่ว่าวันเกิดปีนี้ไม่ได้อยู่บ้านหรอกนะ พวกเราต้องไปฉลองที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียน ฉันจองที่ที่สถานที่ท่องเที่ยวน้ำพุร้อนเอาไว้แล้ว!” “หา? สถานที่ท่องเที่ยวน้ำพุร้อน? เฉินเกอ นายโม้หรือเปล่าเนี่ย อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ว่ามีคนเหมาทั้งสถานที่ท่องเที่ยวน้ำพุร้อนแล้ว แถมยังเหมาภัตตาคารทั้งหมดเลยด้วย!” ลี่เสี่ยวหลิงรีบพูด “นายจองที่ได้ยังไง?” บอกตามตรง เฉินเกอเองก็ไม่รู้ว่าหลี่เจิ้นกั๋วจะจองภัตาคารทั้งไปทำไม ถ้าตามที่คิดไว้ล่วงหน้า ครั้งนี้คงไม่เกินสามสิบคน แต่ว่าเขาก็คงมีแผนของเขา เฉินเกอก็ไม่ได้ถาม จากนั้นเฉินเกอก็มองลี่เสี่ยวหลิงแล้วยิ้ม “อีกเดี๋ยวเธอก็รู้เอง ไปกันเถอะ ตอนนี้แปดโมงกว่าแล้ว พวกเราเองก็รีบไปหน่อยดีกว่า ไม่แน่ว่าฉันอาจจะต้องรับคนอีกนะ!” “จริงหรือหลอกเนี่ยเฉินเกอ แต่ว่าตอนนี้พวกเราจะไปยังไงล่ะ ไปที่หมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนมันก็มีระยะห่างอยู่พอสมควรนะ?” ลี่เสี่ยวหลิงถาม รู้สึกว่าเฉินเกอนี่แปลกขึ้นเรื่อยๆแล้ว “แน่นอนว่าต้องขับรถสิ รถของฉันจอดอยู่ในซอย ฉันขับออกมา พาเธอแล้วก็อากงหวูอาม่าหวูไปด้วยกัน!” เฉินเกอแกว่งกุญแจรถในมือ พาลี่เสี่ยวหลิงมายังในซอย ลี่เสี่ยวหลิงพอมองเห็นรถ ทันใดนั้นก็ชะงักไป “โอ้โห ออดี้A6 เฉินเกอ นี่รถของนาย?” ลี่เสี่ยวหลิงตกใจจนนิ่งค้าง “ไม่ใช่รถของฉัน ขับอยู่เป็นรถของบริษัท ส่วนรถของฉัน อีกพักใหญ่กว่าจะมา!” เฉินเกอยิ้ม มองลี่เสี่ยวหลิงที่อึ้งจนตาค้างแล้วพูดขึ้น “เธอขึ้นรถไปก่อน ฉันจะไปเรียกอากงหวู………”