ตอนที่ 13 จักรพรรดิประหลาดใจ

ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน

ครั้งนี้​โครงกระดูก​กลับมา​รวมกัน​อีกครั้ง​ เหลือ​เพียง​เงาบาง​ๆ ประหนึ่งว่า​จะสูญสลาย​ไป​เมื่อใด​ก็ได้​ “อะไร​อีกแล้ว​นี่​” ใน​ใจของ​โครงกระดูก​แตกสลาย​เล็กน้อย​ มอง​ไป​รอบด้าน​อย่าง​งงงวย​ “นี่​ นี่​มัน​…กระดานหมากรุก​?” “ไม่ นี่​ไม่ใช่กระดานหมากรุก​ธรรมดา​ เป็นไปได้​ไหม​ว่า​นี่​ก็​คือ​อาวุธ​เซียน​?” “ฉิบหาย​แล้ว​!” โครงกระดูก​จิตใจ​ปั่นป่วน​จน​สบถ​ออกมา​ นี่​คือ​ปุถุชน​ธรรมดา​จริงๆ​ หรือ​? ไม่สน​แล้ว​ ขอ​เพียง​ข้า​ควบคุม​ปุถุชน​คน​นี้​ได้​ อาวุธ​เซียน​เหล่านี้​ก็​จะเป็น​ของ​ข้า​ ต่อให้​มัน​จะถูก​โจมตี​ถึงสอง​ครั้ง​ แต่​การ​ต่อกร​กับ​ปุถุชน​คน​หนึ่ง​นั้น​มัน​มั่นใจ​มาก​ อ้อม​กระดานหมากรุก​ไป​อย่าง​ระมัดระวัง​สักหน่อย​ ประตู​ใหญ่​ก็​อยู่​ไม่ไกล​แล้ว​ เดิน​ไป​ทีละ​ก้าว​ๆ เห็น​อยู่​ทนโท่​ว่า​กำลังจะ​ออกจาก​ประตู​ใหญ่​แล้ว​ ลำแสง​สีทอง​สาย​หนึ่ง​ก็​ปรากฏ​ขึ้น​ฉับพลัน​ ราวกับ​เป็น​ม่าน​พลัง​ บีบบังคับ​ให้​มัน​ถอยกลับ​ไป​ “อะไร​อีก​เล่า​” มัน​เดา​ได้​แต่แรก​แล้ว​ว่า​ไม่มีทาง​ง่ายดาย​เช่นนี้​ เมื่อ​สังเกต​ดี​ๆ มีหนังสือ​เก่าแก่​เล่ม​หนึ่ง​วาง​อยู่​บน​ชั้น​หนังสือ​ด้านหลัง​ของ​มัน​ บน​ปก​ประทับ​ตัวอักษร​สีดำ​ขนาดใหญ่​ไว้​ ลัง​กาว​ตา​ร​สูตร​[1]! ลำแสง​สีทอง​แผ่ออก​มาจาก​ปกหนังสือ​ นำพา​แสงศักดิ์สิทธิ์​ออกมา​กักขัง​มัน​ไว้​ที่นี่​ “คือ​อะไร​กัน​” โครงกระดูก​มอง​พระ​สูตร​ด้วย​ความตกใจ​ มอง​ความผิดปกติ​ไม่ออก​แม้แต่น้อย​ ใน​ตอนนั้น​เอง​ หน้าปก​ของ​พระ​สูตร​ก็​มีแสงสีทอง​สาดส่อง​ ถึงกับ​ก่อตัว​เป็น​สมณะศีรษะ​โล้น​รูป​หนึ่ง​ด้วย​ สมณะมอง​โครงกระดูก​ สีหน้า​พลัน​เคร่งขรึม​ พนม​มือสอง​ข้าง​เข้าหา​กัน​ เอ่ย​อย่าง​เห็นใจ​ “อ​มิตา​ภพุทธ​ ร่าง​มาร​ของ​ประสก​นั้น​หนักหนา​เหลือเกิน​ ไฉน​ไม่วาง​มีด​แล้ว​หัน​มาหา​พระพุทธองค์​เล่า​” “อะไร​วะ​เนี่ย​ มาให้​ข้า​สังหาร​ซะเถอะ​!” โครงกระดูก​ยก​มือขึ้น​มา ปราณ​กระบี่​สาย​หนึ่ง​พุ่งตรง​เข้า​ฟัน​ศีรษะ​ไร้​เส้น​ผม​ สมณะสีหน้า​ขึงขัง​ ใบหน้า​พลัน​เปลี่ยนไป​ พูด​ด้วย​น้ำเสียง​เย็นเยียบ​ “เจ้ามด​ปลวก​กล้า​มาสอน​จระเข้​ว่ายน้ำ​หรือ​? มังกร​ศักดิ์สิทธิ์​ เทพ​ศักดิ์สิทธิ์​คุ้ม​ครองโลก​ ปัญญา​พระพุทธองค์​ โอม​ มณี ปัท​เม หุม!”​ รัศมี​แสงสีทอง​สาด​สอง​ออกมา​ฉับพลัน​ ราวกับว่า​มีสมณะนับไม่ถ้วน​มาสวดมนต์​ บท​สวด​มหาศาล​กำลัง​ท่วม​กด​มัน​ให้​จม รัศมี​สีทอง​ทะลัก​ทะลาย​เข้าไป​ใน​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​ ไม่นาน​ ทุกสิ่ง​ก็​กลับมา​สงบเงียบ​ แกร็ก​ ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ผลัก​ประตู​เข้ามา​ “เมื่อกี้​เหมือน​ได้ยิน​เสียง​อะไร​” เขา​กวาดตา​มอง​รอบ​หนึ่ง​ เห็น​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​อยู่​หน้า​ประตู​ ก็​ชะงัก​ไป​ครู่หนึ่ง​ พึมพำ​ว่า​ “ฉัน​จำได้​ว่า​เอา​ไป​วาง​ไว้​ที่​ มุมแล้ว​นี่​ ทำไม​มาอยู่​ที่นี่​ได้​ สมแล้ว​ที่​เป็น​สมบัติ​ล้ำค่า​ ขยับ​เอง​ได้​ด้วย​” ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ดีใจ​ขึ้น​มา หยิบ​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​ไป​วาง​กลับ​ที่​เดิม​ กระบี่​มาร​: สมบัติ​ล้ำค่า​บ้าบอ​อะไร​เล่า​ เทียบ​กับ​ของ​บ้าน​เจ้าแล้ว​ข้า​ก็​เป็น​แค่​ขยะ​ ได้​โปรด​ปล่อย​ข้า​ไป​เถอะ​ ต่อให้​มัน​โง่เง่ากว่า​นี้​ ก็​รู้​ว่า​ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ต้อง​ไม่ใช่คนธรรมดา​ มิหนำซ้ำ​ยัง​อาจจะ​เป็น​ผู้ยิ่งใหญ่​ซึ่งมีพลัง​มหัศจรรย์​ ออกมา​เที่ยวเล่น​ใน​โลก​มนุษย์​ “ว่า​กัน​ว่า​เหล่า​ผู้ยิ่งใหญ่​ล้วน​ชอบ​ใช้ฟ้าดิน​เป็น​กระดาน​หมาก​ ท่องเที่ยว​ใน​โลก​มนุษย์​ หรือว่า​ข้า​จะกลายเป็น​หมาก​ตัว​หนึ่ง​ที่​เขา​เลือก​?” กระบี่​มาร​ตัว​สั่นเทิ้ม​ “ข้า​ไม่อยาก​เป็น​หมาก​ ได้​โปรด​ปล่อย​ข้า​ไป​ด้วย​ อีก​อย่าง​ บอก​สมณะกลุ่ม​นั้น​ว่า​ให้​เลิก​สวดมนต์​ข้าง​หู​ข้า​ด้วย​ ข้า​จะบ้า​ตาย​อยู่แล้ว​” น่าเสียดาย​ที่​มัน​ถูก​พระ​สูตร​ผนึก​อยู่​ แม้แต่​จะพูด​ก็​พูด​ไม่ได้​ ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ย่อม​ไม่มีทาง​ได้ยิน​คำ​รำพึงรำพัน​ใน​ใจของ​มัน​ เขา​รู้สึก​ว่า​ใน​ห้อง​ของ​ตนเอง​ขาด​พลัง​ชีวิต​ไป​บ้าง​ คิด​ จะปลูก​ต้นไม้​สักหน่อย​ ช่างน่าเสียดาย​ ช่วง​สาย​เขา​เข้าไป​วน​อยู่​ใน​ป่า​มาตั้ง​หนึ่ง​รอบ​ ไม่เจอ​ต้นไม้​ที่​เหมาะสม​เลย​ ไว้​หา​โอกาส​ถามลั่วซืออวี่​ดีกว่า​ นาง​เป็น​ผู้​บำเพ็ญ​เซียน​ ไม่สู้ให้​นาง​ช่วย​หา​ต้น​ไม้ดอก​ไม้ประดับ​มาให้​สักหน่อย​ ตนเอง​ไม่เพียง​เลี้ยง​อาหาร​นาง​ ยัง​ช่วย​นาง​ออกอุบาย​ ขอ​ต้นไม้​นิดหน่อย​ไม่มากเกินไป​ล่ะ​มั้ง อีก​อย่าง​เด็ก​คน​นั้น​ ค่อนข้าง​คุย​ง่าย​ คงจะ​ไม่ปฏิเสธ​ ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ไม่รู้​ว่า​ใน​ราชวงศ์​เซียน​เฉียน​หลง​ตอนนี้​ จักรพรรดิ​อยู่​ใน​ห้อง​ทรง​พระ​อักษร​ คิ้ว​ขมวด​แน่น​ ใบหน้า​เต็มไปด้วย​ความ​เดือดดาล​ “ปัง​!” เขา​เหวี่ยง​สาส์น​ใน​มือ​ทิ้ง​ ตบ​โต๊ะ​อย่าง​แรง​ เอ่ย​ด้วย​โทสะ​ “มีอย่าง​ที่ไหน​! มีอย่าง​ที่ไหน​! สรุป​แล้ว​เรา​หรือ​เขา​ที่​เป็น​จักรพรรดิ​” เหล่า​ขันที​โดยรอบ​รีบ​ค้อม​กาย​ ไม่กล้า​แม้แต่​จะหายใจ​แรง​ เงียบงัน​ด้วย​ความเกรงกลัว​ ตุ้บ​ๆๆ ขันที​คน​หนึ่ง​รีบร้อน​วิ่ง​เข้ามา​ใน​ห้อง​ทรง​พระ​อักษร​ “กราบทูล​ฝ่าบาท​ องค์​หญิง​รอง​และ​ฮองเฮา​อยู่​ด้านนอก​ มาขอ​เข้าเฝ้า​พ่ะย่ะค่ะ​” “พวก​นาง​มาทำไม​กัน​” จักรพรรดิ​ชะงัก​ไป​เล็กน้อย​ “ให้​เข้ามา​” ลั่วซืออวี่​กับ​จงซิ่ว​ค่อยๆ​ เดิน​เข้ามา​ เอ่ย​ขึ้น​พร้อมกัน​ “ถวายบังคม​เสด็จ​พ่อ​/จักรพรรดิ​” “ซืออวี่​ พวก​เจ้ามาได้​อย่างไร​” จักรพรรดิ​มอง​ไป​ยัง​ทั้งสอง​ คิ้ว​ซึ่งขมวด​มุ่น​คลาย​ลง​น้อย​ๆ ความ​เอ็นดู​และ​รู้สึก​ผิด​ฉาย​วาบ​ใน​สายตา​ที่​มอง​ลั่วซืออวี่​ ลั่วซืออวี่​เป็น​บุตรสาว​คน​แรก​ของ​เขา​ และ​เป็น​บุตรสาว​ที่​เขา​รัก​ที่สุด​ ใน​ใจเขา​อยาก​ให้​นาง​ใช้ชีวิต​โดย​ปราศจาก​ความ​เดือดเนื้อร้อนใจ​ แต่​ตนเอง​ใน​ฐานะ​จักรพรรดิ​กลับ​ไม่อาจ​ทำ​เช่นนั้น​ได้​ “ฝ่าบาท​ เมื่อ​ครู่​พวก​ข้า​ได้ยิน​เสียง​พระองค์​พิโรธ​จาก​ด้านนอก​ เกิดเรื่อง​อะไร​ขึ้น​หรือ​เพคะ​” จงซิ่ว​เอ่ยปาก​ ถาม “วันนี้​ตวนมู่เจิ้น​ถึงกับ​กล้า​ยก​เรื่อง​งาน​อภิเษก​ของ​บุตรชาย​เขา​กับ​ซืออวี่​ขึ้น​มาตอนที่​เรา​ออก​ว่าราชการ​ช่วง​เช้า เขา​กำลัง​บีบ​เรา​เรื่อง​การ​แต่งงาน​หรือ​? มีอย่าง​ที่ไหน​กัน​!” น้ำเสียง​ของ​จักรพรรดิ​ทุ้ม​ต่ำ​ จงซิ่ว​กับ​ลั่วซืออวี่​สบตา​กัน​ครั้งหนึ่ง​ ถอนหายใจ​ออกมา​พร้อมกัน​ พวก​นาง​ไม่คิด​ว่า​ตวนมู่เจิ้น​จะรีบร้อน​กดดัน​เช่นนี้​ บ้าบิ่น​ทำได้​ถึงขั้น​นี้​แล้ว​! ทว่า​ยัง​ดี​ที่​ตอนนี้​มีคำแนะนำ​ของ​ปรมาจารย์​ ไม่เช่นนั้น​พวก​นาง​ก็​คง​ไม่รู้​ว่า​ควร​ทำ​อย่างไร​ ทันใดนั้น​ จงซิ่ว​ก็​ยิ้ม​พลาง​เอ่ย​ว่า​ “ฝ่าบาท​ทรง​อย่า​ได้​กังวล​พระทัย​ ตวนมู่เจิ้น​แสดง​ความ​กระเหี้ยนกระหือรือ​ออก​ มาไม่นับว่า​เป็นเรื่อง​แย่​” “ฮองเฮา​กล่าว​เช่นนี้​หมายความว่า​อย่างไร​” จักรพรรดิ​ชะงักงัน​ไป​ชั่วขณะ​ เพื่อ​ราชวงศ์​เซียน​เฉียน​หลง​ เขา​ไร้​ซึ่งหนทาง​ จำต้อง​ใช้วิธี​ให้​ลั่วซืออวี่​อภิเษก​กับ​บุตรชาย​ของ​ราชครู​ ด้วยเหตุนี้​จึงทะเลาะ​กับ​ลั่วซืออวี่​ไป​ไม่น้อย​ จงซิ่ว​เอง​ก็​ไม่เห็นด้วย​กับ​เรื่อง​นี้​มาโดยตลอด​ แต่​ก็​จนปัญญา​เช่นกัน​ เหตุใด​วันนี้​เปลี่ยนใจ​ปุบปับ​ ไม่คาดคิด​ว่า​ลั่วซืออวี่​จะถึงกับ​ยิ้ม​ออกมา​ “เสด็จ​พ่อ​เพคะ​ อันที่จริง​ท่าน​ใจเย็น​ แล้ว​ตอบรับ​คำขอ​ของ​ตวนมู่เจิ้น​ไป​ก่อน​ก็ได้​เพคะ​” “เจ้าให้​ข้า​ใจเย็น​?” จักรพรรดิ​งงงัน​สุดขีด​ เอ่ย​ขึ้น​อย่าง​ไม่อยาก​เชื่อ​ “หรือว่า​เจ้าถูกใจ​บุตรชาย​ของ​ตวนมู่เจิ้น”​ ลั่วซืออวี่​แค่น​เสียง​ “แหวะ​ ให้​ตาย​ข้า​ก็​ไม่แต่งงาน​กับ​คนสารเลว​พรรค์​นั้น​หรอก​เพคะ​!” “แล้ว​เจ้าจะ?” จักรพรรดิ​สับสน​ไป​หมด​แล้ว​ แววตา​ของ​ลั่วซืออวี่​เปี่ยม​ไป​ด้วยความยินดี​ นาง​เอ่ย​อย่าง​ตื่นเต้น​ว่า​ “เสด็จ​พ่อ​เพคะ​ อันที่จริง​ข้า​แก้ปัญหา​ได้​แล้ว​!” “จริง​หรือ​” สีหน้า​ของ​จักรพรรดิ​พลัน​เต็มตื้น​ ทว่า​จากนั้น​ก็​ขมวดคิ้ว​ “ใน​เมื่อ​มีวิธี​ ไฉน​จึงยัง​ให้​ข้า​ตอบรับ​ว่า​จะให้​เจ้าอภิเษก​กับ​บุตรชาย​ของ​ตวนมู่เจิ้น​อีก​เล่า​” “เสด็จ​พ่อ​ พวกเรา​ทำ​เช่นนี้​ได้​…” ใน​ตอนนั้น​ ลั่วซืออวี่​ก็​เล่า​วิธี​ที่​ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​บอก​ “ดี​ ดี​ ดีมาก​!” จักรพรรดิ​กระจ่างแจ้ง​ใน​ทันใด​ รู้สึก​ราวกับ​ยกภูเขาออกจากอก​ เมื่อ​เป็น​เช่นนี้​ ไม่เพียง​ตัดทอน​อำนาจ​ของ​ทั้งสอง​ ยัง​สามารถ​ใช้โอกาส​นี้​เสริม​อำนาจ​ให้​ตนเอง​ สมบูรณ์แบบ​เป็น​ที่สุด​! จักรพรรดิ​มอง​ลั่วซืออวี่​ เอ่ย​อย่าง​เอ็นดู​ “เพียงแต่​ทำ​เช่นนี้​จะลำบาก​เจ้า” ด้วย​แผนการ​นี้​ เขา​ไม่เพียง​ต้อง​ยอม​ยก​ลั่วซืออวี่​ให้​กับ​บุตรชาย​ของ​ตวนมู่เจิ้น​ ยัง​ต้อง​ให้​ลั่วซืออวี่​ไป​ยั่วยวน​บุตรชาย​ของ​อัครมหาเสนาบดี​อีก​ ลั่วซืออวี่​ต้อง​เสียสละ​ไม่น้อย​ “ข้า​ไม่เป็นไร​ เจ้าสอง​คน​นั้น​ก็​ไม่ได้​เป็น​คนดี​เด่​อะไร​ ข้า​ได้​สั่งสอน​พวกเขา​ด้วย​ตนเอง​ ดีใจ​จะตาย​ไป​เพคะ​” ลั่ว​ซื่อ​อวี่​ยิ้ม​เย็นเยียบ​ แต่​ก็​รู้สึก​กระตือรือร้น​ที่จะ​ลอง​ นาง​มั่นใจ​ใน​ตนเอง​ ไม่ว่า​จะเป็น​บุตรชาย​ของ​ราชครู​หรือ​บุตรชาย​ของ​อัครมหาเสนาบดี​ สายตา​ที่​พวกเขา​มอง​นาง​ล้วน​ไม่บริสุทธิ์​ กระดิก​ปลายนิ้ว​ก็​จับ​พวกเขา​มาเล่น​ใน​กำมือ​ได้​แล้ว​ ความรู้สึก​แบบนี้​ต้อง​ดีมาก​แน่ๆ​ “ฮ่าๆๆ ซืออวี่​ ไม่เสียแรง​ที่​พ่อ​รัก​เจ้า ถึงกับ​เป็นห่วง​ใน​ส่วน​ของ​ข้า​” จักรพรรดิ​ปลื้ม​ปีติ​จน​ยิ้ม​ออกมา​ พึงพอใจ​เป็น​ที่สุด​ ลั่วซืออวี่​ยิ้ม​ประดักประเดิด​ “เอ่อ​ เสด็จ​พ่อ​เพคะ​ ข้า​ไม่ได้​เป็น​คน​คิด​ ปรมาจารย์​ท่าน​หนึ่ง​ชี้แนะ​ข้า​มา” “ปรมาจารย์​? ผู้ใด​หลักแหลม​ถึงเพียงนั้น​ ความ​ปราดเปรื่อง​เช่นนี้​ ต้อง​รีบ​เรียก​เข้ามา​ใน​ราชสำนัก​ ข้า​จะปูนบำเหน็จ​เก้า​เสนาบดี​ให้​เขา​!” จักรพรรดิ​เอ่ย​อย่าง​ร้อนรน​ ลั่วซืออวี่​ยิ้ม​ขมขื่น​ “เสด็จ​พ่อ​ เกรง​ว่า​เขา​จะไม่สนใจ​พวกเรา​หรอก​เพคะ​” จักรพรรดิ​ขมวดคิ้ว​ พูด​อย่าง​เคือง​โกรธ​ “สามหาว​นัก​! คิด​ว่า​ตนเอง​เป็น​เซียน​หรือ​อย่างไร​” ลั่วซืออวี่อด​นึก​ภาพ​รอยยิ้ม​เย้ยหยัน​ของ​ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ไม่ได้​ เหล่า​เซียน​มายืน​อยู่​เบื้องหน้า​เขา​แล้ว​อย่างไร​? จงซิ่ว​ซึ่งอยู่​ด้าน​ข้า​งอด​ไม่ได้​ พูด​ขึ้น​มาว่า​ “ฝ่าบาท​ คน​ผู้​นี้​เป็น​ปรมาจารย์​ผู้​ปลีก​วิเวก​ท่าน​หนึ่ง​! เกรง​ว่า​…จะเป็น​เซียน​จริงๆ​!” “อะไร​นะ​!” จักรพรรดิ​ลุก​พรวด​ขึ้น​มา ใบหน้า​เต็มไปด้วย​ความ​ตกตะลึง​ เขา​รู้​ว่า​ฮองเฮา​ไม่มีทาง​เอ่ย​คำพูด​เช่นนี้​พล่อยๆ​ ใน​เมื่อ​พูด​ออกมา​แล้ว​ ก็​ย่อม​ต้อง​เชื่อถือได้​ “เสด็จ​พ่อ​ ปรมาจารย์​ท่าน​นี้​เก่งกาจ​มาก​” ใน​ดวงตา​ของ​ลั่วซืออวี่​แฝงความเคารพ​และ​ศรัทธา​ อด​ไม่ได้​ที่จะ​เล่า​ประสบการณ์​ครั้งแรก​และ​ครั้ง​ที่สอง​ที่​นาง​ได้​พบ​กับ​ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ให้​จักรพรรดิ​ฟัง “นี่​ นี่​ นี่​มัน​…” เมื่อ​ได้​ฟังคำ​พรรณนา​ของ​ลั่วซืออวี่​ แม้แต่​สภาพ​จิตใจ​ของ​จักรพรรดิ​ยัง​พลัน​เต็มตื้น​ ความยินดี​ถาโถมขึ้น​มา แตงโม​ที่​เทียบ​เท่ากับ​ผล​ปราณ​ได้​ อาหาร​รสชาติ​เลิศ​ล้ำ​ กอปร​กับ​สติปัญญา​ที่​สามารถ​แก้ไข​วิกฤต​ของ​ราชวงศ์​เซียน​เฉียน​หลง​ได้​อย่าง​ง่ายดาย​ นี่​คือ​สิ่งที่​เซียน​เท่านั้น​จึงจะมีได้​! บุคคล​ระดับ​นี้​ เป็นไป​ได้มา​กว่า​จะเป็น​เซียน​จริงๆ​! “อัจฉริยบุคคล​หลบซ่อน​จาก​โลกีย์​! ไม่คิด​เลย​ว่า​ปรมาจารย์​ระดับ​นี้​จะอยู่​ใน​เขต​ของ​ราชวงศ์​เซียน​เฉียน​หลง​ของ​ข้า​ แต่​ข้า​กลับ​ไม่เคย​ค้นพบ​” จักรพรรดิ​ทอดถอนใจ​ ใน​ใจของ​เขา​คิดมาก​ว่า​ลั่วซืออวี่​เสีย​อีก​ ปรมาจารย์​ระดับ​นี้​ชำนาญ​ด้าน​การ​วางแผนการ​ สามารถ​จัดการ​การ​ใหญ่​ใน​ใต้​หล้า​อย่าง​ง่ายดาย​ เขา​สามารถ​แก้​วิกฤต​ของ​ราชวงศ์​เซียน​เฉียน​หลง​ได้​สบาย​ๆ นั่น​หมายความว่า​เขา​ก็​สามารถ​ผลัก​ราชวงศ์​เซียน​เฉียน​หลง​ลง​สู่หุบเหว​ได้​สบาย​ๆ เหมือนกัน​ไม่ใช่หรือ​! ถึงขนาด​ว่า​ไม่ลงมือ​ด้วย​ตนเอง​ เพียงแค่​วางแผน​อยู่​หลัง​ม่าน​ ทั้ง​ใต้​หล้า​ก็​อยู่​ใน​มือ​เขา​แล้ว​ “ห้าม​ล่วงเกิน​ ห้าม​ล่วงเกิน​โดย​เด็ดขาด​!” สีหน้า​ของ​จักรพรรดิ​เต็มไปด้วย​ความ​หวาดผวา​ เอ่ย​เน้นย้ำ​อย่า​งอด​ไม่ได้​ “ได้​พบ​กับ​ปรมาจารย์​ระดับ​นี้​นับว่า​เป็น​วาสนา​อัน​ยิ่งใหญ่​ ต้อง​คิด​หา​วิธี​ประจบ​เอาใจ​ให้​ดี​ที่สุด​” ลั่วซืออวี่​ก็​คิด​เช่นนี้​ “เสด็จ​พ่อ​ ข้า​กับ​เสด็จ​แม่ย่อม​รู้​ข้อ​นี้​ดี​ ครั้งแรก​ที่​ข้า​พบ​ปรมาจารย์​ ข้า​ได้​มอบ​หยก​ป้องกันตัว​ให้​เขา​ไป​แล้ว​” “เจ้าทำได้​ถูกต้อง​!” จักรพรรดิ​พยักหน้า​อย่าง​ชื่นชม​ “ต้อง​เป็น​เพราะ​เจ้าทำให้​ปรมาจารย์​ซาบซึ้ง​จาก​ใจจริง​ตั้งแต่แรก​พบ​ เขา​ถึงยอม​ชี้แนะ​แก่​พวกเรา​” “แต่ว่า​ เพียง​ป้าย​หยก​ชิ้น​เดียว​ออกจาก​แร้นแค้น​ไป​สักหน่อย​ ปรมาจารย์​เป็น​บุคคล​ระดับ​ไหน​ ย่อม​ไม่สนใจ​ จำต้อง​แสดง​ความจริงใจ​ของ​พวกเรา​!” จักรพรรดิ​ได้​ตัดสินใจ​ไว้​แล้ว​ เพียงแต่ว่า​ ก่อนที่จะ​ไป​พบ​ปรมาจารย์​ เขา​จำต้อง​จัดการ​เรื่อง​หนึ่ง​ ราชครู​กับ​อัครมหาเสนาบดี​ ครา​นี้​เรา​มีปรมาจารย์​คอย​ช่วยเหลือ​ ต่อกร​กับ​พวก​เจ้ามัน​จะไป​ยาก​อะไร​? ………………………………………… [1] ลัง​กาว​ตา​ร​สูตร​ เป็น​พระ​สูตร​เก่าแก่​เล่ม​หนึ่ง​ใน​ศาสนาพุทธ​นิกาย​มหายาน​