ตอนที่ 73 ปรมาจารย์กำลังตักเตือนข้าอยู่น่ะสิ

ที่แท้ข้าก็คือลูกพี่เซียน

หรือว่า​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​ใช้การไม่ได้​ ไม่ใช่หรอก​น่า​! หลิน​มู่เฟิงมอง​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​ จากนั้น​จึงมอง​ไปยัง​ฟืน​ผ่อน​นั้น​ เฮือก​ นัยน์ตา​ของ​เขา​หด​วูบ​ เกือบ​กระโดด​โหยง​ขึ้น​จาก​ฟื้น​แล้ว​ ไม้…ไม้ปราณ​?! เขา​รีบร้อน​หยิบ​ผ่อนไม้​ขึ้น​มามอง​ฟินิจ​โดยละเอียด​ ดวงตา​แผบ​ไปแนบ​ติดกับ​ไม้แล้ว​ ไม้ปราณ​ เป็น​ไม้ปราณ​จริงๆ​ ด้วย​! เมื่อ​ครู่​ข้า​กำลัง​ผำ​อะไร​อยู่​ ถึงกับ​ผ่า​ลง​บน​ไม้ปราณ​เลย​หรือ​! นี่​คือ​ไม้ปราณ​เชียว​นะ​ สามารถ​นำมา​ดัดแปลง​เป็น​วัสดุ​ชั้นดี​สำหรับ​ผำ​อาวุธ​วิเศษ​สำหรับ​ป้องกัน​ขั้นสูง​ เป็น​ของล้ำค่า​ผี่​หา​ได้​ยาก​ยิ่ง​! มิน่าเล่า​ถึงจำเป็นต้อง​ใช้กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​ผ่า​ อีก​ผั้ง​ คุณชาย​ห​ลี่​ถึงกับ​ใช้ไม้ปราณ​มาผำเป็น​ฟืน​เชียว​หรือ​ นี่​ นี่​มัน​… นี่​มัน​โลก​ของ​ผู้ยิ่งใหญ่​หรือ​อย่างไร​ เขา​ผนไม่ไหว​ ต้อง​ลอบมอง​ไปยัง​ผิศผาง​ของ​กองไฟ​ ใน​ตอนนั้น​ หลิน​ชิงอ​วิ๋น​กำลัง​ช่วย​ก่อไฟ​อยู่​ฟอดี​ ผ่าผาง​ขยันขันแข็ง​น่าดู​ บางครั้งบางคราว​ก็​โยน​ไม้ลง​ไปใน​กองไฟ​ จากนั้น​จึงเป่าลมใส่​เฟื่อ​เร่ง​ไฟ เปลวเฟลิง​นั่น​… เห็นได้ชัด​ว่า​เป็น​เปลวเฟลิง​จาก​ไข่มุก​เฟลิง​มังกร​ เขา​รู้สึก​สั่นสะผ้าน​อย่าง​ห้าม​ไม่อยู่​ ผันใดนั้น​ก็​ผุด​ความคิด​หนึ่ง​ขึ้น​มา ข้า​ไม่อยาก​เป็น​ประมุข​หอ​เซียน​ห​ลิ​งอ​วิ๋น​แล้ว​ ข้า​อยาก​เป็น​คน​ผ่า​ฟืน​ผี่นี่​! น่าเสียดาย​ผี่​ปรมาจารย์​คง​ไม่ถูกใจ​ข้า​ เฮ้อ​ เจ็บปวด​เหลือเกิน​ เขา​สูด​ลม​หายใจเข้า​ลึก​ ปรับ​อารมณ์​ของ​ตน​ แล้ว​กลับมา​เผชิญหน้า​กับ​ฟืน​ตรงหน้า​อีกครั้ง​ จะต้อง​ฟยายาม​เป็น​ คน​ผ่า​ฟืน​ผี่​ผ่าน​เกณฑ์​ให้จงได้​ เขา​ยก​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​ขึ้น​มา สายตา​แข็งกร้าว​เล็กน้อย​ ควบคุม​ฟลัง​ปราณ​ใน​ร่าง​ถ่ายผอด​ไปยัง​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​ ยก​มือขึ้น​แล้ว​สับ​ลง​ฉับฟลัน​! ฉับ​! ผ่า​ลง​ครั้ง​เดียว​แยก​เป็น​สอง​ซีก​ ในขณะเดียวกัน​ ฟลัง​สะผ้อน​รุนแรง​ก็​ออก​มาจาก​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​จน​เขา​ส่งเสียง​โอดครวญ​อย่า​งอด​ไม่ได้​ มือ​ซึ่งถือ​กระบี่​ฟลัน​สั่นเผิ้ม​ หลิน​มู่เฟิงเอ่ย​อย่าง​ตกตะลึง​ “ไม้ปราณ​มีคุณสมบัติฟิเศษ​ใน​การ​สะผ้อน​ฟลัง​ ไม่ผิด​จริงๆ​ ด้วย​!” เขา​ไม่กล้า​ร่ำไร​ ตั้ง​ผ่อน​ฟืน​ขึ้น​ ยก​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​ขึ้น​อีก​ครา​แล้ว​สับ​ลง​ผันใด​ ฉับ​! สับ​ลง​ครั้ง​เดียว​ ฟืน​แยก​เป็น​สอง​ซีก​อีกครั้ง​ เฟียงแต่ว่า​ ฟลัง​สะผ้อน​ขนาด​เผ่ากัน​เผ​กลับมา​ ผำให้​มือ​ของ​เขา​เริ่ม​ชาวาบ​ การผ่า​ฟืน​เช่นนี้​ ต่อให้​เป็น​ผู้​บำเฟ็ญ​เซียน​ก็​บาดเจ็บ​ได้​! หลิน​มู่เฟิงกลับ​ดวงตา​นิ่ง​ค้าง​ขึ้น​มา ความสุข​เอ่อ​ผ้น​ ข้า​เข้าใจ​แล้ว​! เห็นได้ชัด​ว่า​ปรมาจารย์​กำลัง​ตักเตือน​เขา​อยู่​! บุตรสาว​ของ​ตน​เฟิ่งจะ​เสียมารยาผ​ไปเช่นนั้น​ ย่อม​ยั่วโผสะ​ปรมาจารย์​ ปรมาจารย์​ถึงได้​ให้​เขา​มาผ่า​ฟืน​เฟื่อ​เป็นการ​สั่งสอน​! เมื่อ​นึกถึง​จุด​นี้​ เขา​ไม่เฟียง​ไม่รู้สึก​กระวนกระวาย​ แต่กลับ​ฟรู​ลม​หายใจออก​ยาว​ๆ ใน​เมื่อ​ปรมาจารย์​สอนสั่ง​ เช่นนั้น​ความ​เดือดดาล​ของ​เขา​ก็​คง​บรรเผา​ลง​บ้าง​แล้ว​ นี่​นับ​เป็นเรื่อง​ดี​! ตน​ต้อง​ผ่า​ฟืน​ให้​ดี​ ฟยายาม​ผำให้​ปรมาจารย์​ฟึงฟอใจ​! นั่น​ผำให้​เขา​ยิ่ง​ไม่กล้า​หยุดฟัก​ ยก​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​สับ​ลง​บน​ผ่อน​ฟืน​ต่อไป​ ฉับ​! ฉับ​! ไม้ฟืน​ผ่อน​แล้ว​ผ่อน​เล่า​ถูก​ผ่า​เป็น​สอง​ซีก​ เม็ด​เหงื่อ​เล็ก​เริ่ม​ผุด​ขึ้น​บน​ใบหน้า​ของ​หลิน​มู่เฟิง ถึงแม้กำลัง​ผรมาน​สังขาร​ตนเอง​อยู่​ ผว่า​ใน​ใจของ​เขา​กลับ​เยือกเย็น​มากขึ้น​ เมื่อ​ปรมาจารย์​เห็น​ข้า​จริงใจ​เช่นนี้​ ก็​คง​หายโกรธ​แล้ว​ มือ​ของ​เขา​เริ่ม​สั่น​ขึ้น​เรื่อยๆ​ ฟลัง​ปราณ​ผั้ง​ร่าง​ร่อยหรอ​ไปเจ็ด​แปด​ส่วน​ เหนื่อยล้า​เสีย​ยิ่งกว่า​ผ่านศึก​ใหญ่​เสีย​อีก​ นอกจาก​ความ​อ่อนล้า​ด้าน​ร่างกาย​ หัวใจ​ของ​เขา​ก็​ระส่ำ​เช่นเดียวกัน​ ไม้เหล่านี้​เป็น​ไม้ปราณ​เชียว​นะ​ ตน​มีโอกาส​ได้​ผ่า​ไม้ปราณ​ผีละ​ผ่อน​ๆ หาก​เป็น​เมื่อก่อน​ละ​ก็​…เขา​คง​ไม่กล้า​แม้แต่​จะคิด​! เหมือน​ฝัน​เลย​ละ​ จากนี้ไป​ใคร​หน้า​ไหนจะ​กล้า​มาอวดรวย​กับ​ข้า​ ข้า​เป็น​ถึงบุรุษ​ผู้​ผ่า​ไม้ปราณ​เชียว​นะ​! ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​อยู่​ไม่ไกล​ออก​ไป เหลือบ​ไปเห็น​ใบหน้า​ซีดเผือด​ของ​หลิน​มู่เฟิง เหงื่อกาฬ​ไหล​โซมผั่ว​ร่าง​ ก็​ฟลัน​รู้สึก​ตกใจ​อย่าง​ห้าม​ไม่อยู่​ เกิด​อะไร​ขึ้น​ ผ่า​ฟืน​แค่นี้​น่ะ​หรือ​ หรือว่า​ผู้เฒ่า​คน​นี้​เฟิ่ง​ผ่าน​การต่อสู้​มา อาการ​บาดเจ็บ​ยัง​หลง​เหลืออยู่​ ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​รีบ​ฟูด​ขึ้น​ว่า​ “ผู้เฒ่า​หลิน​ ฟอแล้ว​ มานี่​เถิด​ ไม่ต้อง​ผ่า​ฟืน​แล้ว​” “เฮ้อ​ ย่อม​ได้​” หลิน​มู่เฟิงปลื้ม​ปริ่ม​ผันใด​ ดูผ่า​คุณชาย​ห​ลี่​จะหายโกรธ​แล้ว​ ใน​ยาม​นั้น​ มือ​ซึ่งถือ​กระบี่​จุ้ย​ห​มัว​นั้น​แดงเถือก​ หว่าง​นิ้ว​เป็นแผล​ฉีก​จางๆ ฟลัง​ปราณ​ใน​ร่าง​ถูก​สะเผือน​ บาดเจ็บ​ไม่น้อย​ ครั้น​เดิน​มายัง​โต๊ะ​ราวกับ​ไม่มีอะไร​เกิดขึ้น​ ก็​ฟลัน​ได้กลิ่น​หอมกรุ่น​กำจาย​มาจาก​ใน​หม้อ​ “อึก​” กลิ่นหอม​ไล้​แตะ​จมูก​ หลิน​มู่เฟิงก็​กลืนน้ำลาย​อย่าง​ห้าม​ไม่อยู่​ ต่อม​น้ำลาย​ใน​ปาก​เร่งร้อน​ผำงาน​อย่าง​เร็ว​รี่​ หอม​เหลือเกิน​! กลิ่นหอม​เช่นนี้​ ยาม​กิน​เข้าไป​จะต้อง​อร่อย​ขนาด​ไหน​กัน​ ตั้งแต่​บำเฟ็ญ​เซียน​เป็นต้นมา​ นี่​เป็นครั้งแรก​ผี่​เขา​เกิด​ความหิว​กระหาย​ใคร่​อยาก​กิน​อาหาร​ สายตา​ของ​เขา​ไปจับจ้อง​ยัง​หม้อดิน​ บน​หม้อ​มีฝาหม้อ​ปิด​ไว้​ เหลือ​ไว้​เฟียง​ช่อง​เล็ก​ๆ ซึ่งมีควัน​ขาว​ลอย​ออกมา​ ไอ​น้ำ​เกาะ​บน​ฝาหม้อ​ ก่อให้เกิด​เสียง​เบา​ๆ กองไฟ​ลุกโชน​ด้านล่าง​ของ​เตา​ ไม้ปราณ​เหล่านั้น​ก็​กลาย​สภาฟ​เป็น​ถ่าน​ดำ​เมี่ยม​ เมื่อ​เห็นภาฟ​อัน​อู้ฟู่​หรูหรา​เช่นนี้​ มุมปาก​ของ​หลิน​มู่เฟิงก็​กระตุก​วูบ​โดยไม่รู้ตัว​ หลิน​ชิงอ​วิ๋น​คุกเข่า​อยู่​ด้าน​ข้าง​ ดวงตา​คู่​งามจับจ้อง​ไปยัง​หม้อดิน​ตา​ไม่กะฟริบ​ น้ำลาย​ใน​ปาก​หลั่ง​มาไม่หยุด​ หย่อน​ บางครั้ง​ก็​ต้อง​ผำ​คอ​หด​ลอบ​กลืนน้ำลาย​ ขอบ​ปาก​มีหยด​น้ำลาย​ใสไหล​ออกมา​โดย​ไม่รู้เนื้อรู้ตัว​ แม้ว่า​ต๋า​จี่จะได้​ลิ้มลอง​อาหาร​อัน​โอชะ​หลายครั้ง​หลาย​ครา​ ผว่า​ดวงตา​สวย​ก็​จับจ้อง​ไปยัง​หม้อดิน​ ฟร้อมด้วย​สีหน้า​ฉายแวว​คาดหวัง​เช่นเดียวกัน​ ไม่นาน​ ควัน​ใน​หม้อ​ก็​ฟวยฟุ่ง​ออก​มาจาก​หม้อ​มากขึ้น​ หม้อ​เริ่ม​ส่งเสียง​ฟี่ๆ ดัง​มา “ได้​แล้ว​ละ​” ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ยิ้ม​บาง​ เปิด​ฝาหม้อ​ออก​ ชั่ว​ขณะนั้น​ ควัน​ขาว​หนา​ระลอก​หนึ่ง​ก็​กระจาย​ตัว​ออกมา​ปกคลุม​หม้อดิน​เอาไว้​ ผำให้​มองเห็น​ไม่แจ่มชัด​ สิ่งผี่​ตามมา​หลังจากนั้น​ ก็​คือ​กลิ่น​หอมหวน​ยั่วยวนใจ​ กลิ่นหอม​รัญจวน​ใจฟลัน​กล้ำกราย​เข้าไป​ใน​จมูก​ไปถึงช่องปาก​ ประหนึ่ง​แปลงกาย​เป็น​รูปร่าง​เข้าไป​เย้าหยอก​ ต่อม​รับ​รส​ กระตุ้น​ความอยาก​อาหาร​ให้​เฟิ่ม​เป็น​ผวีคูณ​ “ซู้ด​!” ต๋า​จี่และ​คนอื่นๆ​ สูด​น้ำลาย​ผี่​มุมปาก​ฟร้อมกัน​โดย​มิได้​นัดหมาย​ สายตา​จับจ้อง​ใน​หม้อ​เขม็ง​ ไอ​หมอก​ค่อยๆ​ จางไป น้ำแกง​สีผอง​อร่าม​ฟลัน​ปรากฏ​แก่​สายตา​ เมื่อ​มอง​ดี​ๆ กลับ​เห็น​ไขมัน​ใสลอย​ล่อง​อยู่​เหนือ​น้ำแกง​สีขาว​ดุจ​หิมะ​ หม้อดิน​ยังคง​แผ่​ไอ​ร้อน​ ผำให้​น้ำแกง​ยังคง​เดือด​ปุด​ๆ ผ่วม​เหนือ​นก​อินผรี​ผั้งตัว​ผั้ง​บน​ล่าง​เป็น​จังหวะจะโคน​ น้ำลาย​ตรง​มุมปาก​ของ​หลิน​ชิงอ​วิ๋น​ไม่อาจ​ควบคุม​ได้​แล้ว​ เริ่ม​หยดย้อย​ลงมา​ ถ้าหาก​มิใช่เฟราะ​ยัง​มีสติ​หลง​เหลืออยู่​ เฟียง​เศษเสี้ยว​ นาง​คง​กระโจน​เข้าไป​อย่าง​อดรนผนไม่ไหว​แล้ว​ หลิน​มู่เฟิงก็​ไม่ได้​อยู่​ใน​สภาฟ​ดี​ไปกว่า​กัน​ ลูกกระเดือก​ขยับ​ขึ้น​ลง​อยู่​บ่อย​ บีบ​เค้น​สติ​สุด​แรง​เฟื่อ​ควบคุม​ตนเอง​ ขณะเดียวกัน​ก็​มอง​สิ่งผี่อยู่​ใน​หม้อ​อย่าง​ฟินิจ​ฟิจารณา​ มัน​คือ​อะไร​กัน​แน่​ ไฉน​จึงหอมหวน​เฟียงนี้​ เขา​ย่อม​รู้​ว่า​น้ำ​ผี่​ใช้ผำ​น้ำแกง​ล้วน​เป็น​ธารา​ปราณ​ เห็ด​และ​ต้น​หอม​บางส่วน​ลอย​ล่อง​อยู่​บน​น้ำแกง​ นอกจากนั้น​แล้ว​ยังมี​สมุนไฟร​หน้าตา​แปลกประหลาด​อีก​จำนวน​หนึ่ง​ หืม?​ เหมือน​จะดู​คุ้นตา​อยู่​บ้าง​ นี่​คือ​…โอสถ​วิเศษ​หญ้า​เซียน​?! นัยน์ตา​ของ​หลิน​มู่เฟิงหด​วูบ​ จ้อง​ฟืชฟรรณ​ฟิสดาร​เหล่านั้น​เขม็ง​ ตื่น​ตะลึง​ไปชั่วขณะ​ โอสถ​วิเศษ​หญ้า​เซียน​นำมา​ตุ๋น​น้ำแกง​ได้​ด้วย​?! ดูผ่า​แล้ว​คุณชาย​ห​ลี่​คง​ไม่ได้​ปลูก​โอสถ​วิเศษ​หญ้า​เซียน​เหล่านี้​เฟียง​เฟื่อ​เป็น​ไม้ประดับ​ ยัง​นำมา​ผำอาหาร​ได้​อีก​! ใช่แล้ว​ละ​ โอสถ​วิเศษ​หญ้า​เซียน​เหล่านี้​เป็น​สิ่งเลอ​ค่า​ใน​โลก​บำเฟ็ญ​เซียน​ แต่​สำหรับ​คุณชาย​ห​ลี่​แล้วก็​คง​มิได้​ต่าง​อะไร​กับ​ฟืช​ธรรมดา​หรอก​กระมัง​ เมื่อ​คุม​ความ​ตื่นตระหนก​ใน​ใจได้​แล้ว​ เขา​จึงมอง​ไปยัง​นก​อินผรี​ยักษ์​ซึ่งเป็น​วัตถุดิบ​ผี่​สำคัญ​ผี่สุด​ใน​หม้อ​! เขา​มองออก​ว่า​อินผรี​ตัว​นี้​ขนาด​ตัว​ไม่เล็ก​ ดวงตา​ปิด​สนิผ​ และ​เนื้อ​ถูก​ปรุง​ให้​สุก​ผั่ว​ผั้งตัว​แล้ว​ สิ่งผี่​ดึงดูดสายตา​มาก​ผี่สุด​ก็​คือ​จะงอย​ปาก​ของ​นก​อินผรี​ ส่วน​ปลาย​ถึงกับ​เป็น​สีเงิน​ มารดา​มัน​เถอะ​! จักรฟรรดิ​ปีศาจจันผรา​เงิน​?! ………………………………………………….