จักรพรรดิลั่วและลั่วซืออวี่แทบบีบคั้นตนเองถึงขีดสุด ท้ายที่สุดก็กินไอศกรีมจนหมดภายในช่วงเวลาเพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว ยามนั้น พวกเขารู้สึกเพียงว่าตนเองได้สิ้นใจไปนับสิบรอบ ยิ่งไปกว่านั้น ทุกรอบยังต้องแสดงสีหน้านิ่งสงบ ห้ามมีพิรุธ เฮ้อ ลำบากเหลือเกิน จักรพรรดิลั่วกล่าวอย่างนบนอบ “คุณชายหลี่ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับในวันนี้ พวกข้าขอตัวก่อน” วันนี้อาการปางตายไปหลายครั้งเหลือเกิน สมองแจ่มแจ้งมากเกินไป เขาต้องรีบกลับไปประมวลผล “ไม่ต้องเกรงใจ” หลี่เนี่ยนฝานยิ้มละไม พูดไปตามตรงว่า “จริงสิ พวกท่านพอจะรู้บ้างไหมว่ามีกิจกรรมขนาดใหญ่จัดขึ้นที่ไหน” “กิจกรรมขนาดใหญ่?” จักรพรรดิลั่วชะงักงันไป เผยสีหน้าใคร่ครวญอย่างหนัก กิจกรรมที่คุณชายหลี่พูดถึงต้องมีความหมายลึกซึ้งอย่างแน่นอน ความคิดของเขาแล่นปราด สมองใคร่ครวญความนัยในคำพูดของหลี่เนี่ยนฝานอย่างเอาเป็นเอาตาย เพียงแต่เท่าไรก็คิดไม่ออก พานเอาเร่งร้อนอยู่ไม่สุข ผ่านไปชั่วขณะ เขาก็กัดฟันพูดออกไปว่า “ไม่รู้ว่าคุณชายหลี่หมายถึงกิจกรรมใดหรือ” หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยตอบ “กิจกรรมที่เหมือนกับเทศกาลเซิ่งหยวนก็ได้ ข้าจะพาต๋าจี่ไปเดินเล่นดูความคึกคักสักหน่อย” อุดอู้อยู่ในบ้านทั้งวันอึดอัดเสียจริง ในเมื่อมาแล้ว ก็ย่อมต้องออกไปดูโลกบำเพ็ญเซียนบ้าง แถมยังมีต๋าจี่อยู่ด้วย ต้องออกไปเที่ยวให้มากสักหน่อย “เรื่องนั้น…” หน้าผากของจักรพรรดิลั่วผุดเม็ดเหงื่อออกมา เขาโง่เขลาเกินกว่าจะกระจ่างในความหมายอันลึกล้ำในคำพูดของคุณชายหลี่ กิจกรรมที่คุณชายหลี่พูดถึงคืออะไรกันแน่นะ น่าปวดหัวเหลือเกิน! เมื่อเห็นว่าจักรพรรดิลั่วเงียบงันไปเนิ่นนาน หลี่เนี่ยนฝานก็ยิ้มเอ่ย “หากตอนนี้ไม่มีก็ไม่เป็นไร มีเมื่อไหร่รบกวนท่านบอกข้าก็พอ” กิจกรรมทำนองนี้เกรงว่าปีหนึ่งคงมีเพียงไม่กี่ครั้ง ถ้าหากตอนนี้ไม่มีก็ธรรมดา จักรพรรดิลั่วกระวนกระวายใจ รีบร้อนพยักหน้าตอบไป “ย่อมได้!” หลี่เนี่ยนฝานกำลังจะเดินไปส่งจักรพรรดิลั่วและลั่วซืออวี่ที่ประตู จู่ๆ ก็พูดว่า “จริงสิ ยังมีเรื่องจะรบกวนพวกท่านอีกเรื่อง” เขาหันหลังไป หยิบกล่องใบเล็กออกมาจากในห้อง ก่อนจะยื่นให้ลั่วซืออวี่ “ครั้งก่อนฉินม่านอวิ๋นมา ข้ารับปากนางว่าจะมอบโน้ตเพลงให้ เพียงแต่หลายวันมานี้นางก็ยังไม่มารับไป ไ ไม่รู้ว่าพวกท่านสะดวกช่วยข้านำไปให้นางไหม” โน้ตเพลง? มอบให้ฉินม่านอวิ๋น? ลั่วซืออวี่และจักรพรรดิลั่วใจกระตุกวูบพร้อมกัน มองไปยังกล่องใบเล็กอย่างอิจฉาตาร้อน หน็อยแน่อารามเต๋าหลินเซียน หน็อยแน่ฉินม่านอวิ๋น ฝีมือร้ายกาจไม่เบา ถึงกับได้รับความโปรดปรานจากปรมาจารย์ถึงเพียงนี้ อารามเต๋าหลินเซียนบำเพ็ญวิถีเพลงฉิน โน้ตเพลงที่คุณชายหลี่มอบให้มีหรือจะธรรมดา คงจะล้ำค่าเสียยิ่งกว่าเคล็ดวิชาเซียนกระมัง! ในใจของเขารู้สึกซับซ้อน แต่กลับไม่กล้าบังเกิดความคิดอื่นใด เพียงแต่กล่าวอย่างเคารพว่า “คุณชายหลี่วางใจเถิด ข้าจะต้องนำไปส่งให้ถึงมือ” “เช่นนั้นก็ขอขอบคุณ” หลี่เนี่ยนฝานเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม ในที่สุดก็แก้เรื่องคิดไม่ตกไปได้เรื่องหนึ่งแล้ว ลั่วซืออวี่และจักรพรรดิลั่วเดินออกมาจากเรือนสี่ประสาน พวกเขามองกล่องไม้ใบเล็กในมือ นัยน์ตาเปี่ยมแววริษยา วาสนาครั้งใหญ่ ต้องเป็นวาสนาครั้งใหญ่อย่างแน่นอน! มูลค่าของโน้ตเพลงนี้เกรงว่าจะไม่ได้ด้อยไปกว่ากระดาษเขียนคำอวยพรเลย! “เฮ้อ แม้แต่น้ำแข็งทมิฬพันปีอารามเต๋าหลินเซียนก็ยังยกมาให้คุณชายหลี่ เห็นทีมาตรฐานการประจบประแจงก็มิได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลย!” จักรพรรดิลั่วพรูลมหายใจยาว เอ่ยอย่างเศร ร้าหมอง “ผู้เฒ่าเหยาเมิ่งจีนั่นยามปกติเย่อหยิ่งจะตายไป ลับหลังไม่รู้ว่าไปประจบประแจงปรมาจารย์อย่างไร” ในใจของเขารู้สึกชอกช้ำ อดคิดไม่ได้ว่า ‘เรื่องคำใบ้ของปรมาจารย์ น่ากลัวว่าเหยาเมิ่งจีคงจะกระจ่างในความหมายอันลึกล้ำ แต่ตนกลับคิดไม่ออกสักที มิน่าเล่าเขาถึงได้รับความโป ปรดปรานจากปรมาจารย์’ “ซืออวี่ เจ้าว่ากิจกรรมที่ปรมาจารย์พูดถึงนั้นหมายความว่าอย่างไรกันแน่” จักรพรรดิลั่วเอ่ยถาม ลั่วซืออวี่ขมวดคิ้วส่ายหน้า “ข้าไม่รู้ แต่มาคิดดูแล้วต้องไม่ใช่กิจกรรมธรรมดาเป็นแน่” จักรพรรดิลั่วถอนหายใจยาว “ข้าก็คิดเช่นนั้น เฮ้อ ถ้าหากพวกเรากระจ่างในความนัยของปรมาจารย์ได้เร็ว ไหน เลยจะต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับความโปรดปรานจากปรมาจารย์” ลั่วซืออวี่เอ่ยว่า “ท่านพ่อ เรื่องเร่งด่วนในตอนนี้คือจัดการสิ่งที่ปรมาจารย์มอบหมายให้สำเร็จ” “เจ้าพูดได้ถูกต้อง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดความผิดพลาด ข้าจะไปอารามเต๋าหลินเซียนกับเจ้าด้วย!” จักรพรรดิลั่วพยักหน้า ทั้งสองแปลงเป็นลำแสง มุ่งหน้าสู่อารามเต๋าหลินเซียน ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่าโน้ตเพลงนี้เป็นของดี แต่ก็ไม่กล้าเล่นไม่ซื่อแม้แต่น้อย ถึงขั้นว่าไม่กล้านึกสงสัยด้วยซ้ำไป ผ่านไปสี่ชั่วยาม ลั่วซืออวี่และจักรพรรดิลั่วลงมาหยุดยังหน้าประตูอารามเต๋าหลินเซียน หลังจากรายงานไปแล้ว ไม่นานก็มีคนมานำทางเข้าไปยังโถงใหญ่ของอารามเต๋าหลินเซียนด้วยตนเอง โดยมีฉิน ม่านอวิ๋นรออยู่ด้านใน ฉินม่านอวิ๋นยิ้มเอ่ย “ม่านอวิ๋นคำนับจักรพรรดิลั่ว ซืออวี่ ไม่พบกันนาน” ลั่วซืออวี่กล่าวว่า “ท่านพี่ม่านอวิ๋น คุณชายหลี่ไหว้วานให้พวกเรานำของมามอบให้ท่าน” คุณชายหลี่? ดวงตาของฉินม่านอวิ๋นเป็นประกายทันใด รีบเอ่ยขึ้นอย่างเร่งร้อน “คุณชายหลี่ให้เจ้านำของมามอบให้ข้า? แล้วได้บอกอะไรไหม” “คุณชายหลี่บอกว่าเป็นโน้ตเพลง” ลั่วซืออวี่ตอบ “หรือว่าจะเป็นเพลงลอบโจมตีสิบด้าน” ลมหายใจของฉินม่านอวิ๋นพลันถี่กระชั้นขึ้นมา ดวงตางามสะคราญจ้องมองลั่วซืออวี่ “รีบนำมาให้ข้าดูเร็ว!” ช่วงนี้นางอยู่ที่อารามเต๋าหลินเซียนมาโดยตลอด สิ่งที่คิดในห้วงสำนึกมากที่สุดคือเพลงลอบโจมตีสิบด้าน ทว่ากลับไม่กล้าไปรับจากหลี่เนี่ยนฝาน คำชี้แนะก่อนอาจารย์ปิดด่านกักตนยังคงดังก้องอยู่ข้างหู อยู่ๆ จะให้เดินดุ่มเข้าไปขอโน้ตเพลงก็ไม่เข้าท่าเท่าไร นัก นางรอคอยคำใบ้มาโดยตลอด จำต้องรอโอกาสเหมาะสมถึงจะไปพบหน้าคุณชายหลี่ได้ นึกไม่ถึงว่าคุณชายหลี่จะถึงกับออกตัวนำโน้ตเพลงฉินมาให้เอง น่าปลื้มปีติเหลือเกิน ลั่วซืออวี่หยิบกล่องออกมาพลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ท่านพี่ม่านอวิ๋น ท่านถึงกับทำให้คุณชายหลี่มอบของให้ สรุปแล้วท่านทำอะไรหรือ” “เรื่องนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่ข้าจะทำได้ แต่เป็นเพราะอาจารย์!” ฉินม่านอวิ๋นยิ้มบาง พูดต่อว่า “ในเมื่อคุณชายหลี่เป็นปรมาจารย์ ในคำพูดของปรมาจารย์ย่อมแฝงความหมายอันลึกซึ้ง อาจารย์ล้วนขบคิดทุกประโยคที่เขาพูดจนกระจ่างอย่างถ่องแท้ เ เพื่อให้มั่นใจว่าสิ่งที่ปรมาจารย์บอกนั้นปราศจากความผิดพลาดจึงจะหยุด และด้วยเหตุนี้จึงทำให้คุณชายหลี่พึงพอใจกระมัง” “ข้าว่าแล้วเชียว!” จักรพรรดิลั่วผ่อนลมหายใจยาว สมองนี่มันเป็นของดีจริงๆ มีความรู้ก็เปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้ ลั่วซืออวี่พยักหน้า ส่งกล่องใบเล็กให้ฉินม่านอวิ๋น ฉินม่านอวิ๋นสีหน้าพลันอิ่มเอิบ ปรางแก้มแดงระเรื่อ รีบเปิดออกอย่างตื่นเต้น “แกร็ก!” กล่องเปิดออก ด้านในมีผ้าฝ้ายผืนหนึ่งวางนิ่งอยู่ เมื่อเปิดผืนผ้าออก บนนั้นประทับเนื้อเพลงโจมตีสิบด้าน! “เฮือก” ฉินม่านอวิ๋นพรูลมหายใจยาว ดวงตางามพริ้งเพรามองกวาดไปบนโน้ตเพลง ลมหายใจถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ เก็บงำรอยยิ้มมุมปากไม่ไหว โน้ตเพลงเซียน ต้องเป็นโน้ตเพลงเซียนแน่! ในฐานะเทพธิดาของอารามเต๋าหลินเซียน นางร่ำเรียนดนตรีมาแต่เยาว์วัย กวาดตามองไปปราดเดียวก็มองออกว่าโน้ตเพลงนี้เหนือกว่าเพลงใดๆ ของอารามเต๋าหลินเซียน ทันทีที่กระจ่างอย่าง งถ่องแท้ จะต้องเป็นดนตรีเซียนแน่นอน! ผ่านไปเนิ่นนานกว่าจะข่มความตื่นเต้นในใจได้ ชั่วขณะนั้น ในห้วงสำนึกของนางก็เกิดความคิดขึ้นมา ไม่สิ! ปรมาจารย์ไหนเลยจะส่งมอบโน้ตเพลงให้โดยไร้เหตุผล ในนั้น…จะต้องมีความหมายอันลึกล้ำอยู่เป็นแน่!