กลาง​ป่าที่อยู่​ไม่ไกล​ออก​ไป ผู้เฒ่า​ชุด​น้ำตาล​กับ​ผู้เฒ่า​ชุด​เทา​ยังคง​ซ่อนตัว​อยู่​ใน​ความมืด​ กำลัง​มองดู​ว่า​จะมีโอกาส​ฉกฉวย​ผลประโยชน์​อะไร​หรือไม่​ แต่​ไม่คาดคิด​ว่า​จะได้​เห็น​ฉาก​ที่​น่าอัศจรรย์​ใจเช่นนี้​ สมอง​พวกเขา​มีเสียง​หวึ่งๆ​ ราวกับ​อยู่​ใน​ความฝัน​ หาก​บอ​กว่า​มาร​ตน​นั้น​ทำให้​พวกเขา​ตกตะลึง​ เช่นนั้น​นก​กระดาษ​นั่น​ก็​ล้มล้าง​โลกทัศน์​ของ​พวกเขา​ไปอย่าง​สิ้นเชิง​ ไม่กล้า​แม้แต่​จะคิด​ นี่​มัน​ของ​วิเศษ​อะไร​กัน​? สมบัติ​ตระกูล​เซียน​ก็​ยัง​ไม่มีสิ่งแปลกประหลาด​เหนือธรรมชาติ​เช่นนี้​กระมัง​? ศาสตรา​เซียน​? พับ​กระดาษ​เป็น​ศาสตรา​เซียน​? ผู้เฒ่า​ชุด​น้ำตาล​สูด​หายใจ​เฮือก​ เอ่ย​ด้วย​เสียง​สั่นเทา​ “ผู้​…ผู้พิทักษ์​ใหญ่​ เจอ​สถานการณ์​เช่นนี้​เรา​ควร​ทำ​เช่นไร​?” ผู้พิทักษ์​ใหญ่​เหลือบมอง​เขา​เบา​ๆ ปราด​หนึ่ง​ “เจ้าโง่รึเปล่า​ ยัง​ต้อง​ถามอีก​รึ​? ก็​ต้อง​ทำ​ทุก​วิถีทาง​เพื่อ​สร้าง​สัมพันธ์​น่ะ​สิ! รีบ​ตาม​ข้า​มาทำ​ผลงาน​ให้​ดี​!” พวก​ฉิน​ม่าน​อวิ๋น​กำลัง​หารือ​ว่า​จะกำจัด​ตระกูล​หลิ่ว​อย่างไร​ สีหน้า​เปลี่ยนไป​เล็กน้อย​ หัน​มอง​ไปทาง​ความมืด​ ก็​เห็น​ผู้เฒ่า​ชุด​น้ำตาล​กับ​ผู้เฒ่า​ชุด​เทา​เดิน​ออกมา​ทีละ​คน​ ใบหน้า​พวกเขา​ประดับ​ด้วย​รอยยิ้ม​เป็นมิตร​ เอ่ยปาก​ว่า​ “ผู้พิทักษ์​กับ​รอง​ผู้พิทักษ์​ตระกูล​หลิ่ว​ คารวะ​ท่าน​ผู้อาวุโส​!” “คน​ตระกูล​หลิ่ว​รึ​?” กู้​ฉางชิงขมวดคิ้ว​เล็กน้อย​โดย​ไม่เป็นที่​สังเกตเห็น​ เผย​สีหน้า​ประหลาดใจ​ “ฉาก​เมื่อ​ครู่​ช่างตื่นเต้น​ยิ่งนัก​ พวก​ข้า​ทั้งสอง​รีบ​มาที่นี่​ เตรียม​จะลงมือ​ช่วยเหลือ​ คิดไม่ถึง​ว่า​จะได้​เห็น​ฉาก​ที่​น่า​เหลือเชื่อ​เช่นนั้น​ น่าทึ่ง​จริงๆ​!” น้ำเสียง​ผู้พิทักษ์​ใหญ่​เต็มไปด้วย​ความประหลาดใจ​ เขา​มอง​ฉิน​ม่าน​อวิ๋น​ “ของ​วิเศษ​สิ่งนั้น​ของ​แม่นาง​เปิดหูเปิดตา​ข้า​จริงๆ​ ไม่ทราบ​ว่า​มีที่มา​ใด​หรือไม่​” ฉิน​ม่าน​อวิ๋น​เอ่ย​เรียบๆ​ “ผู้ยิ่งใหญ่​ท่าน​หนึ่ง​มอบให้​ข้า​” “หือ​? ผู้ยิ่งใหญ่​?” ผู้พิทักษ์​ใหญ่​อึ้ง​ไปเล็กน้อย​ กล่าว​ด้วย​ความอิจฉา​ “นึกไม่ถึง​ว่า​แม่นาง​จะโชคดี​ถึงเพียงนี้​ ได้​พบ​เจอ​ผู้ยิ่งใหญ่​เช่นนั้น​ ช่างน่าอิจฉา​จริงๆ​” ฉิน​ม่าน​อวิ๋น​เอ่ย​ด้วย​สีหน้า​เรียบ​เฉย​ “ไม่ทราบ​ว่า​พวก​ท่าน​ทั้งสอง​มาด้วย​เหตุใด​?” ผู้พิทักษ์​ใหญ่​เอ่ย​ว่า​ “ไม่ขอ​ปิดบัง​ นาย​น้อย​ของ​พวกเรา​ถูก​คนชั่ว​ทำร้าย​ที่นี่​ พวกเรา​จึงรีบ​มา ด้วย​เรื่อง​นี้​จึงอยาก​ให้​ประมุข​หุบเขา​กู้​ช่วยเหลือ​สักหน่อย​” “อ้อ​?” กู้​ฉางชิงมุมปาก​ยกขึ้น​เล็กน้อย​ “เรื่อง​นี้​ข้า​บังเอิญ​รู้​ว่า​ นาย​น้อย​ของ​พวก​ท่าน​ได้​ตาย​ไปแล้ว​” “อะไร​นะ​?” ผู้พิทักษ์​กับ​รอง​ผู้พิทักษ์​สีหน้า​เปลี่ยน​ ดวงตา​ฉายแวว​อาฆาต​ เอ่ย​อย่าง​ไร้​ความปรานี​ “ขอ​ประมุข​แห่ง​หุบเขา​กู้​โปรด​บอ​กว่า​เป็น​ผู้ใด​!” กู้​ฉางชิงพูด​ติดตลก​ “อ้อ​ ก็​คน​ที่​พวก​ท่าน​เพิ่ง​เรียก​ว่า​ผู้ยิ่งใหญ่​เมื่อครู่นี้​ไงล่ะ​ พวก​ท่าน​ว่า​บังเอิญ​หรือไม่​? แปลกใจ​ไหม​?” ผู้พิทักษ์​กับ​รอง​ผู้พิทักษ์​อ้าปากค้าง​ สมอง​ดัง​หวึ่งๆ​ อึ้ง​อยู่กับที่​ ไม่มีคำพูด​ใด​ ความ​หนาวเหน็บ​ผุด​ขึ้น​จาก​ฝ่าเท้า​ พุ่ง​ทะลุ​ขึ้น​ฟ้า จน​หนัง​ศีรษะ​พวกเขา​ชา หวาดกลัว​ถึงจุดสูงสุด​ หลิ่ว​หรู​เซิงเกิด​อะไร​ขึ้น​? เขา​เป็น​หมู​รึ​? ถึงได้​โง่จน​ไปล่วงเกิน​ผู้ยิ่งใหญ่​เช่นนั้น​! ผ่าน​ไปนาน​ สีหน้า​ผู้พิทักษ์​เปลี่ยนไป​ครั้งแล้วครั้งเล่า​ เขา​พยายาม​ระงับ​ความหวาดกลัว​ใน​ใจ ปั้น​หน้ายิ้ม​ “บังเอิญ​จริงๆ​ เฮ้อ​ ดูท่า​ไม่พูดความจริง​คง​ไม่ได้​ เมื่อ​ครู่​ที่​ข้า​พูด​ไปเป็น​เรื่องไ ไร้สาระ​ ทุกท่าน​อย่า​ได้​เก็บ​มาใส่ใจ ต่อไปนี้​ที่​ข้า​พูดถึง​จะเป็น​เรื่องจริง​” เขา​เผย​สีหน้า​เหนื่อยหน่าย​ เอ่ย​ด้วย​ความขมขื่น​ “จริงๆ​ หลิ่ว​หรู​เซิงมิใช่คน​ตระกูล​หลิ่ว​อีกแล้ว​ เขา​หักหลัง​ตระกูล​หลิ่ว​ จึงถูก​ตระกูล​หลิ่ว​ขับไล่​ไปนาน​แล้ว​! แต่กลับ​ยัง​ใช้ชื่อ​ตระกูล​หลิ่ว​บังหน้า​ เที่ยว​ก่อกรรม​ทำชั่ว​ตามอำเภอใจ​ น่ารังเก กียจ​เป็น​ที่สุด​ ที่​พวก​ข้า​มาใน​ครั้งนี้​ก็​เพื่อ​จับตัว​เขา​กลับ​ไป ตาย​แล้ว​ก็ดี​ ตาย​แล้ว​ก็ดี​!” รอง​ผู้พิทักษ์​ก็​พยักหน้า​ “ใช่แล้ว​ เป็น​เช่น​นี้แหละ​ หาก​ไม่มีเรื่อง​ใด​แล้ว​พวกเรา​ขอตัว​ก่อน​ ทุกท่าน​ไม่ต้อง​ส่ง” เมื่อ​สิ้น​เสียง​ พวกเขา​ก็​หันหลัง​เตรียมตัว​หนี​ ทว่า​วินาที​ถัดมา​ งูไฟสาย​หนึ่ง​ก็​รัด​พวกเขา​ไว้​ หัวใจ​ทั้งสอง​ตกลง​สู่ก้น​เหว​ กล่าว​ด้วย​ความตกใจ​ปน​โกรธเกรี้ยว​ “ผู้อาวุโส​กู้​ นี่​มัน​เรื่อง​อะไร​กัน​?” กู้​ฉางชิงยิ้ม​ตอบ​ “ท่าน​ทั้งสอง​ ข้า​ไม่พูด​คง​ไม่ได้​ พวก​ท่าน​มาได้เสีย​พอดิบพอดี​ ข้า​ก็​กังวล​อยู่​ว่า​จะทำ​ความดี​ชดเชย​ความผิด​ได้​อย่างไร​ พวก​ท่าน​มาให้​ถึงที่​ เช่นนั้น​ก็​ไม่พูดมาก​ให้​เสียเ เวลา​ ข้า​จะส่งพวก​ท่าน​ออกเดินทาง​เลย​แล้วกัน​!” เพลิง​งูไฟลุกโชน​ เพียง​ชั่วพริบตา​ ก็​ไม่หลงเหลือ​เงาผู้เฒ่า​ทั้งสอง​อีกต่อไป​ “นี่​ก็​ถือ​เสีย​ว่า​เป็น​ดอกเบี้ย​แล้วกัน​” กู้​ฉางชิงสูด​หายใจ​ หัน​ตัว​กลับ​โค้ง​คำนับ​ไปทาง​เซียน​เค่อจ​วี​อย่าง​นอบน้อม​ เอ่ย​ด้วย​ความสัตย์จริง​ “ฉางชิงรู้สึก​ผิด​และ​ละอายใจ​ต่อ​การกระทำ​ที่​ไม่รู้​ก่อนหน้านี้​เป็น​อย่างยิ่ง​ ขอให้​ท่าน​ผู้ ยิ่งใหญ่​รอ​ชมผลงาน​ของ​ข้า​ ให้​ข้า​ได้​ชดใช้​ความผิด​ของ​ตน​!” ผู้เฒ่า​ที่​เหลือ​อีก​สามคน​ได้​รู้​ว่า​ประมุข​แห่ง​หุบเขา​ของ​ตน​เคย​กระทำ​เช่นนี้​มาก่อน​ ก็​ตกใจ​จน​ใบหน้า​ไร้​สีเลือด​และ​กลายเป็น​สีดำ​ “ประมุข​หุบเขา​ ท่าน​เลอะเลือน​แล้ว​รึ​! นี่​มิใช่ทำให้​ทางแคบ​ลง​หรือ​?” “คำสั่ง​ของ​ผู้ยิ่งใหญ่​เช่นนี้​ยัง​กล้า​ปฏิเสธ ประมุข​หุบเขา​ ดูท่า​ก่อนหน้านี้​ข้า​ประเมิน​ท่าน​ต่ำ​ไปจริงๆ​” “ตระกูล​หลิ่ว​ใช้อำนาจ​ใน​ทาง​ที่​ผิด​จน​เคยตัว​ สมควร​ได้รับ​ภัย​ใน​ครั้งนี้​” “เข่น​นั้น​ยัง​รอ​อะไร​อยู่​? เอา​เวลา​ไปกวาดล้าง​ตระกูล​หลิ่ว​สิ!” “ไปกัน​เถอะ​!” …….. วันรุ่งขึ้น​ ท้องฟ้า​สว่าง​ด้วย​แสงแรก​ของ​วัน​ ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ยืน​อยู่​ข้าง​หน้าต่าง​ มองออก​ไปด้านนอก​ เผย​รอยยิ้ม​ออกมา​อย่า​งอด​ไม่ได้​ “ดูเหมือน​ฝน​จะหยุด​แล้ว​” มอง​จาก​ด้านใน​ โลก​ทั้ง​ใบ​ราวกับ​ถูก​ชะล้าง​ ทุกอย่าง​กลับ​เหมือน​ใหม่​ สดใส​สวยงาม​อย่าง​มาก​ “ต๋า​จี่น้อย​ เช้านี้​อยาก​กิน​อะไร​? กับข้าว​ดูเหมือน​จะเหลือ​ไม่มาก​แล้ว​” “อะไร​ง่ายๆ​ ก็​พอ​” ต๋า​จี่มอง​ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ ริมฝีปาก​บาง​ขบ​เม้ม พูด​ด้วย​ความหงุดหงิด​ “น่าเสียดาย​ต๋า​จี่ทำอาหาร​ไม่เป็น​ ไม่เช่นนั้น​คง​ไม่ต้อง​ลำบาก​คุณชาย​ห​ลี่​ให้​ลงมือทำ​ด้วย​ตนเอง​” ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ยิ้ม​อย่าง​อดไม่ได้​ “ไม่เป็นไร​ อีก​อย่าง​ที่​บ้าน​ก็​ยังมี​เสี่ยว​ไป๋ไม่ใช่หรือ​?” เขา​ทอดถอนใจ​อย่าง​ช่วยไม่ได้​ “เฮ้อ​ ใน​วันที่​ไม่มีเสี่ยว​ไป๋ คิดถึง​เขา​จริงๆ​ๆ” ทั้งสอง​ทาน​อาหารเช้า​ที่​เรียบง่าย​ ด้านนอก​ก็​มีเสียงเคาะ​ประตู​ดัง​เข้ามา​เบา​ๆ “ก๊อก​ๆๆ” “คุณชาย​ห​ลี่​อยู่​หรือไม่​?” ตามมา​ด้วย​น้ำเสียง​สุภาพ​อ่อนน้อม​ของ​ฉิน​ม่าน​อวิ๋น​ “แกร็ก”​ ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​เปิด​ประตู​ เห็น​คน​ที่อยู่​ด้านนอก​ ก็​พูด​ด้วย​ความประหลาดใจ​ “เป็น​พวก​ท่าน​เอง​รึ​ อรุณสวัสดิ์​” ฉิน​ม่าน​อวิ๋น​ ลั่วซืออวี่​และ​สอง​พี่น้อง​กู้​จื่อ​เหยา​ยืน​อยู่​นอก​ประตู​ ฉิน​ม่าน​อวิ๋น​พูดเสียงต่ำ​ “คุณชาย​ห​ลี่​ เรื่อง​ใกล้​จะเสร็จสิ้น​แล้ว​” นาง​ยังมี​ความกังวล​อยู่​บ้าง​ หาก​มิใช่เพราะ​เห็น​สัญญาณฝน​หยุด​ตก​ นาง​คง​ไม่กล้า​มารบกวน​ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​ผงะ​ไปเล็กน้อย​ จากนั้น​ก็​ผ่อน​ลมหายใจ​โล่ง​ “ลำบาก​พวก​ท่าน​แล้ว​จริงๆ​” ฉิน​ม่าน​อวิ๋น​ใจชื้น​ขึ้น​มาเล็กน้อย​ รีบ​เอ่ย​ “คุณชาย​ห​ลี่​ จริงๆ​ แล้ว​สอง​ท่าน​นี้​คือ​บุตรชาย​หญิง​ของ​ประมุข​แห่ง​หุบเขา​เมฆาคราม​ เรื่อง​นี้​เพราะ​พวกเขา​ถึงได้​สำเร็จ​อย่าง​ราบรื่น​เช่นนี้​” ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​มอง​สอง​พี่น้อง​กู้​จื่อ​เหยา​ด้วย​ความประหลาดใจ​ แม้จะเดา​ได้​ว่า​ทั้งสอง​มีเบื้องหลัง​ไม่ธรรมดา​ แต่​ก็​คิดไม่ถึง​ว่า​จะเป็น​ถึงบุตร​ของ​เจ้าแห่ง​หุบเขา​ ตน​ได้​เกาะ​ขาใหญ่​เช่นนี้​ ไม่เสียแรง​ที่​ฉัน​ทำ​มื้อ​เช้าครั้งก่อน​อย่าง​พิถีพิถัน​ “อย่างไร​ก็​ขอบคุณ​จริงๆ​!” ห​ลี่​เนี่ย​น​ฝาน​มอง​พวกเขา​ กล่าว​เชื้อเชิญ​ด้วย​รอยยิ้ม​ “กิน​อะไร​มาหรือยัง​? ไม่เช่นนั้น​เข้ามา​นั่ง​ มาดื่ม​สุรา​สักหน่อย​หรือไม่​?” “ไม่…ไม่ต้อง​หรอก​” กู้​จื่อ​เหยา​กลืนน้ำลาย​ ปฏิเสธอย่าง​ยากลำบาก​ ครั้งนี้​พวกเขา​รับ​คำสั่ง​จาก​ท่าน​พ่อ​ให้​มาเอาใจ​ผู้ยิ่งใหญ่​ ทำ​ความดี​ลบล้าง​ความผิด​ แม้ผู้ยิ่งใหญ่​จะเกรงใจ​ แต่​พวกเขา​ก็​ไม่กล้า​จะถือโอกาส​ขอ​กิน​ฟรี​ พูด​ออก​ไปพวกเขา​คง​ไม่เชื่อ​ ข้า​ปฏิเสธพร​มื้อ​นี้​ด้วย​ตนเอง​ ผี​เท่านั้น​ที่​รู้​ว่า​ข้า​ต้อง​ใช้ความกล้าหาญ​มาก​เพียงใด​