ปล่อยเพื่อให้ตายใจ? เสิ่นเฉียวกัดริมฝีปากล่าง ใช้แรงดึงมือของตัวเองกลับมา “คุณคิดมากไปแล้ว ฉันไม่มีกะจิตกะใจแบบนั้นหรอก” ไม่มีเหรอ? เย่โม่เซินตรึงเธอด้วยแววตาที่คมกริบ น้ำเสียงข่มขู่เล็กน้อย เสิ่นเฉียวเม้มริมฝีปาก จ้องมองเย่โม่เซินด้วยสายตาที่ไม่กะพริบ “คุณก็รู้ว่าฉันถูกวางยา ฉันก็เลยสะลึมสะลือ ดังนั้นถึงทำเรื่องเหล่านั้น สิ่งเหล่านั้นคุณก็จะนับรวมด้วยเหรอ?” “อ้อ?” ฝีปากบางของเย่โม่เซินริมยกโค้งขึ้นอย่างชั่วร้าย ทันใดนั้นเขาได้ยื่นมือไปดึงเสิ่นเฉียวเข้ามาในอ้อมอก มืออีกข้างจับอยู่ที่ท้ายทอยของเธอ ระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองจู่ๆก็ใกล้กันมาก “สะลึมสะลือ? คุณทำไมถึงยังปฏิเสธเย่หลิ่นหานได้อธิบายให้ผมฟังหน่อย? ยัยผู้หญิงแต่งงานรอบสอง ยังไม่ยอมรับเหรอว่าคุณชอบผม?” ในขณะนี้เหมือนมีสายฟ้าฟากที่ตัวของเสิ่นเฉียว เธอมองดูเย่โม่เซินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม หัวใจเต้นเร็วขึ้นทันที เขามีคิ้วที่คมเข้มและจมูกที่โด่ง ยังมีริมฝีปากที่บางเหมือนมีด เขาทั้งสองใกล้กันมาก ลมหายใจได้รวมเป็นหนึ่งเดียว เสิ่นเฉียวยังเห็นความรู้สึกลึก ๆ ในดวงตาสีดำของเขา ที่น่าแปลกคือ เสิ่นเฉียวเหมือนโดนมนต์สะกด มองไปที่เขาอย่างเหม่อลอยและถาม “แล้วคุณล่ะ?” เย่โม่เซินอึ้งไปทันที เสิ่นเฉียวมองเขา: “คุณชอบฉันมั้ย?” เย่โม่เซินชะงัก แล้วหรี่ตาลง เสิ่นเฉียวหายใจเข้าเฮือกใหญ่ แล้วจ้องมองเขาที่อยู่ใกล้เอื้อมอย่างไม่ขยับ: “เย่โม่เซิน ความรักของฉันจะไม่มีทางมอบให้กับคนที่ไม่ได้รักฉัน หรือคนที่เกลียดฉัน คุณไม่ชอบฉัน แล้วทำไมฉันต้องชอบคุณ?” “หึ” เย่โม่เซินยิ้มอย่างเยาะเย้ย: “ที่แท้นี่คือเหตุผลที่คุณไม่ยอมรับความจริง? ยัยผู้หญิงแต่งงานรอบสอง ทั้งๆที่คุณหวั่นไหวแล้ว ขณะที่คุณปฏิเสธเย่หลิ่นหานแล้วเดินมาทางผม คุณก็รู้แล้วว่าใจคุณต้องการอะไร ไม่ใช่เหรอ?” “ใช่ ฉันรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่ฉันก็รู้ว่า ฉันต้องการพิสูจน์อะไร? ฉันเคยมีอะไรกับคุณแล้ว ดังนั้นจะมีอีกครั้งก็ไม่เห็นจะเป็นไร ตอนนี้คุณฟังเข้าใจหรือยัง?” เสิ่นเฉียวรู้ดีว่า เย่โม่เซินไม่มีทางชอบเธอ แค่เรื่องลูกในท้องของเธอ เขาก็ไม่มีวันยอมรับเธอได้ ดังนั้น……..เธอจะ ไม่สามารถแสดงออกว่าตัวเองมีใจให้กับเย่โม่เซินได้แม้แต่นิดเดียว เพื่อหลีกเลี่ยง…….การเยาะเย้ยและความปากร้ายของเขาที่ไม่รู้จะจบสิ้น แน่นอนมือของเย่โม่เซินที่อยู่หลังคอของเธอได้เพิ่มแรงบีบขึ้นมาทันที ใกล้กันแค่นี้ เสิ่นเฉียวรับรู้ได้ถึงไฟโกรธในตัวเขา “ยัยผู้หญิงแต่งงานรอบสอง ยั่วโมโหผมแล้วสนุกมากมั้ย?” เสิ่นเฉียวเม้มปาก พูดอย่างจริงจัง: “ฉันก็แค่พูดความจริงเท่านั้น” แผ่นอกเย่โม่เซินกระพือขึ้นลง สายตาที่คมกริบจ้องเขม็งเธอ จู่ๆก็ยิ้มอย่างเย็นเยือก: “ดี ขอให้คุณรักษาทัศนคติแบบนี้จนกว่าจะออกจากบ้านตระกูลเย่ ก่อนที่คุณจะออกไปจากบ้านตระกูลเย่ หากให้ผมรู้เข้าว่าคุณไปมาหาสู่กับผู้ชายคนไหนหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมล่ะก็ ผมจะทำให้คุณร้องไห้จนต้องขอร้องผม” “คุณวางใจได้ ฉันไม่มีทางทำให้ตระกูลเย่ต้องขายหน้า แน่นอนหากคุณเห็นว่าฉันอยู่ที่นี่แล้วรกหูรกตาคุณ งั้นเรา……สามารถเลื่อนเวลา………” “พอแล้ว ออกไปได้แล้ว” เสิ่นเฉียวยังไม่ทันพูดจับก็ถูกเย่โม่เซินพูดขัดจังหวะอย่างหยาบคาย เสิ่นเฉียวอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นเม้มปากแล้วพยักหน้า:“ได้ ฉันไปนอนห้องข้างๆ” จากนั้นเธอก็หันหลังเดินออกไปข้างนอก ขณะที่หันหลังเด็ดเดี่ยวมาก ไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย เย่โม่เซินมองตามแผ่นหลังบางๆของเธอ รอยยิ้มเย็นชาค่อยๆปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ช่างเป็นผู้หญิงที่ใจแข็งเหลือเกิน พูดว่าไปก็ไปเลย ลืมบุญคุณคน ลืมไปหมดแล้ว ว่าเมื่อกี้ใครเป็นคนช่วยเธอ สมควรตาย! เสิ่นเฉียวไปถึงอีกห้องหนึ่ง ไม่คิดว่าตรงนี้ยังมีเสื้อผ้าของเย่โม่เซินที่ถูกทิ้งไว้ตรงนี้ เธอเหม่อไปสักพัก แล้วก็ขึ้นไปนอนบนเตียง * ในงานเลี้ยงครบปีหานเส่โยวรอตั้งนานก็ไม่เห็นสายตาของเย่โม่เซิน มองอีกครั้งเย่หลิ่นหานก็ได้หายไปจากงานเลี้ยงแล้ว เดิมทีถ้วยรางวัลที่ภาคภูมิใจสำหรับเธอตอนนี้กลับไม่มีความหมายแล้ว เธอจึงได้เลิกสนทนากับคนที่พยายามมาตีสนิทและยกยอเธอ แล้วไปเปลี่ยนชุดโดยตรง กลับได้ยินคนที่อยู่ในห้องเปลี่ยนชุดกำลังนินทาคนอื่นอยู่ “กาว…กาวหยุนถ้าหากเป็นภรรยาของคุณชายเย่ งั้นครั้งนี้พวกเราคงต้องตายแน่เลย?” “เธอกลัวอะไร กาวหยุนที่โมโห เห็นได้ชัดว่าในใจยังมีความโกรธอยู่ เมื่อกี้ฉันแค่ตกใจ แต่ว่ามาคิดอย่างละเอียดแล้ว สายตาที่คุณชายเย่มองเธอ ถึงแม้ว่าจะเป็นภรรยา ก็ไม่ใช่ภรรยาที่เขารัก ไม่อย่างนั้น เขาจะลดตำแหน่งให้ภรรยาตัวเองมาอยู่แผนกเดียวกับพวกเราเหรอ?” “ถึงแม้ว่า…….คุณชายเย่จะไม่ดีกับเธอ แต่ว่ารองประธานเย่ล่ะ? ยังไงฉันก็น่ากังวลนะ พรุ่งนี้พวกเราจะถูกไล่ออกมั้ย? ครั้งนี้ที่ช่วยพี่เฉียงเวย พวกเราถือว่าซวยมากๆเลย” หานเส่โยวยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่าผิดปกติ เดินอ้อมไปยังทางต้นเสียงโดยตรง เตะประตูออกอย่างหยิ่งผยอง “พวกแกคุยอะไรกันอยู่?” กาวหยุนและชุยหมิ่นลี่คืนนี้ต่างได้รับความหวาดกลัวกันมาแล้ว ตอนนี้การปรากฏตัวกะทันหันของหานเส่โยว ทำให้พวกเธอตกใจเป็นอย่างมาก “คุณ คุณ คุณ คุณจะทำอะไรน่ะ?” ชุยหมิ่นลี่ตกใจจนต้องหลบไปอยู่ที่ด้านหลังของกาวหยุน: “คุณเป็นเพื่อนผู้หญิงคนนั้นใช่ไหม? ฉันจะบอกคุณ…..ไม่ใช่พวกเราที่จะทำร้ายเธอ และพวกเราก็ทำไม่สำเร็จ เธอได้ถูกช่วยไปแล้ว” “ทำร้ายคน? เมื่อกี้พวกแกบอกว่าจะทำร้ายใครนะ? เพื่อนของฉัน?” หานเส่โย่วก็เข้าในทันที ที่พวกเธอพูดถึงน่าจะเป็นเสิ่นเฉียว ถึงว่าล่ะจู่ๆถึงไม่เห็นเสิ่นเฉียว เธอก้าวไปข้างๆและถามอย่างดุเดือด: “พวกแกทำอะไรเธอ?” กาวหยุนหรี่ตาลง พูดอย่างเย็นชา: “ถึงแม้คุณจะเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลหานพวกเราก็ไม่กลัวหรอก ตระกูลหานถึงแม้จะมีบริษัทที่ยิ่งใหญ่ ก็คงไม่สามารถยื่นมือมายุ่งเรื่องของตระกูลเย่มั้ง พวกเราได้ถูกคนไหว้วางให้วางยาผู้หญิงคนนั้น เพื่อเอาเธอส่งมอบให้กับหัวหน้าแผนกของพวกเรา แต่ว่ารองประธานเย่ได้ปรากฏตัวมาช่วยเธอไปแล้ว จากนั้นคุณชายเย่ก็ได้ปรากฏตัวอีกคน เรื่องราวทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ คุณก็ได้รู้เรื่องที่อยากรู้แล้ว ปล่อยพวกเราไปได้หรือยัง?” พูดจบ กาวหยุนได้ดึงชุยหมิ่นลี่ออกมาโดยตรง กำลังจะก้าวเท้าออกไปข้างนอก “หยุดก่อน!” หานเส่โยวใช้เสียงที่เย็นเยือกหยุดเขาทั้งสองไว้ กาวหยุนขมวดคิ้ว: “คุณยังจะทำอะไรอีก? คุณคงไม่คิดว่าจะทำอะไรเราสองคนได้จริงๆมั้ง?” หานเส่โยวยิ้มอย่างเย็นชา เมื่อกี้พวกแกพูดว่า……….คุณชายเย่เป็นคนพาเธอไป?” “ใช่ไง ทำไมเหรอ?” ความดุร้ายปรากฏขึ้นในดวงตาของหานเส่โยว หลังจากที่เธอได้รับถ้วยรางวัลรอไปตั้งนานก็ไม่เห็นสายตาของเย่โม่เซิน เธอยังนึกว่าเขาไปไหนเสียอีก ที่แท้ก็มาช่วยเสิ่นเฉียวนี่เอง ไม่ได้! ท่าทางที่ตื่นตระหนกของเขา เห็นได้ชัดว่ามีต่อใจเสิ่นเฉียว เพียงแต่ตอนนี้เขาทั้งสองยังไม่มีใครยอมรับมัน หากปล่อยให้มันพัฒนาต่อไป งั้นอนาคตเสิ่นเฉียวจะไปจากเย่โม่เซินได้อย่างไรกัน? หากเสิ่นเฉียวไม่ไปจากเย่โม่เซิน เธอหานเส่โยวจะมีโอกาสได้อย่างไรกัน? คิดถึงตรงนี้ หานเส่โยวอารมณ์ร้ายขึ้นมาทันที ยื่นมือไปกระชากผมที่ยาวของกาวหยุนและชุยหมิ่นลี่ ใช้แรงไปโขกกับฝาผนัง “อ๊า!” ทั้งสองคนตกใจจนร้องเสียงหลง ท่าทางของหานเส่โยวตอนนี้น่ากลัวเหมือนตัวอสุรกายที่กินคน “ฉันให้พวกแกทำสิ่งเหล่านี้ พวกแกก็รอผลกรรมที่จะตามมาละกัน!”