เขาถาม เสิ่นเฉียวไม่ตอบ แต่ส่ายหัวยังอยู่ในอ้อมแขน อันที่จริงก่อนที่เขาจะมาเสิ่นเฉียวคิดอย่างใจเย็นว่าเธอไม่ได้ทำและก็ไม่ใช่เสี่ยวเหยียนเป็นคนทำ หากเธอต้องเผชิญหน้าก็จะไม่กลัว ท้ายที่สุดเธอจะรับมือทุกอย่างคนเดียว แต่ตอนนี้เย่โม่เซินรีบวิ่งมาหาเธอ ดวงตาสีดำคู่นั้นเต็มไปด้วยความวิตกกังวลที่มองเธอ ทำให้ความคับแค้นใจของเธอระเบิดออกมา เธอคิดว่าเธอไม่อาจจัดการดูแลทุกอย่างได้เพียงลำพัง เธอต้องอธิบายทุกสิ่งให้ชัดเจน แต่ … ถ้าซือฉีนเป่าโชคร้ายจริงๆล่ะก็ … เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับพวกหล่อนเป็นแน่ หลายคนในที่เกิดเหตุไม่พอใจเธอทั้งนั้นและอาจมีหลายคนที่จะใช้โอกาสนี้จัดการเธอ หลินเจียงรีบมาหลังจากที่เขาได้รับข้อความจากเสิ่นเฉียวแจ้งว่าเกิดเรื่องกับซือฉีนเป่า จึงรีบตามมาใครจะรู้ว่าจะเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ภรรยาเก่าของตัวเองกำลังอยู่อ้อมกอดของผู้ชายคนอื่น นี่ทำให้เขารู้สึกโกรธและพูดด้วยความโกรธ “คุณส่งข้อความมาเพื่อแสดงให้ผมเห็นสิ่งนี้หรือ” เมื่อได้ยินเสียงของหลินเจียง เสิ่นเฉียวตื่นจากภวังค์ ข้างหน้าของเธอคือกลิ่นอายที่คุ้นเคยของเย่โม่เซินเพราะเมื่อสักครู่ตกอยู่ในความกลัว ตอนนี้กลับสู่ความเป็นจริง เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ แต่เมื่อเธอกำลังจะตอบกลับศีรษะของเธอก็ถูกรั้งลง เย่โม่เซินกดเธอกลับเข้าไปในอ้อมแขนของเขาและพูดอย่างเย็นชาว่า “ไปให้พ้น” ออร่าที่ทรงพลังบนร่างของเขาแผ่ออกไปทำให้หลินเจียงกดดันแทบจะยืนไม่อยู่ เขามองไปที่เย่โม่เซินจากนั้นก็พูดอย่างสั่นๆว่า “ไม่ใช่ว่า …ผมอยากจะมาเอง … เธอส่งข้อความมาและให้ผมมาที่นี่” เมื่อได้ยินแล้วริมฝีปากบางๆเย่โม่เซินก็ตอบกลับอย่างเย็นชา”จริงเหรอ” เสิ่นเฉียวดิ้นรนในอ้อมแขนของเขาและในที่สุดก็พูดเสียงอู้อี้ “ฉันโทรหาเขา” หลินเจียงรู้สึกภาคภูมิใจทันที “เห็นมั้ย คุณดูสิเธอยอมรับแล้ว” ดวงตาของเย่โม่เซินเย็นชาเล็กน้อย ในที่สุดเสิ่นเฉียวก็ดิ้นออกจากอ้อมแขนของเขาแล้วมองไปที่หลินเจียง “จุดประสงค์ของฉันคือให้ไปเฝ้าที่ห้องฉุกเฉิน ฉันเขียนอะไรลืมที่ฉันบอกไปหรือเปล่า” เมื่อได้ยินแล้วหลินเจียงก็นึกถึงข้อความดังกล่าวบอกว่าซือฉีนเป่ามีบางอย่างผิดปกติ เสิ่นเฉียวมองไปที่ห้องฉุกเฉิน หลินเจียงนึกขึ้นได้ “เธอหมายถึงเป่าเอ๋ออยู่ในห้องฉุกเฉินเหรอ” เสิ่นเฉียวไม่พูด ถือว่ายอมรับ หลินเจียงเปลี่ยนสีหน้าและชี้หน้าอย่างโกรธเกรี้ยวใส่เสิ่นเฉียว “เกิดอะไรขึ้นกับเป่าเอ๋อ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเด็ก ฉันจะต้องเอาเรื่องเธอให้ถึงที่สุด ทำไมเธอแย่แบบนี้ เธอลงมือเหรอ ถ้าเด็กเป็นอะไรเรื่องไม่จบง่ายๆแน่” เสิ่นเฉียวกัดริมฝีปากล่างของเขาและพูดอย่างเย็นชา “นายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงหาว่าฉันเลว” “นี่ยังต้องคิดอะไรอีก หลังจากหย่ากับฉันเธอต้องเสียใจเธออิจฉาที่เป่าเอ๋อท้อง เธอเลยอยากจะทำร้ายเธอเพราะเราไม่มีลูกกันมาก่อน เธอจึงอยากฆ่าลูกคนเดียวของฉัน เสิ่นเฉียว คิดไม่ถึงว่าจะเป็นผู้หญิงแบบนี้ … ผู้หญิงแบบนี้ใจคอโหดเหี้ยม คุณก็ระวังถูกเธอหลอก” เมื่อพูดถึงตรงนี้ จู่ๆหลินเจียงก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมา “คุณชายเย่ ผู้หญิงแบบนี้คุณไม่ควรเก็บเธอไว้ข้างกาย นับประสาอะไรกับคำพูดเธอเชื่อถือไม่ได้ ไม่อย่างนั้นวันหนึ่งจะถูกเธอทำร้าย ผมเป็นตัวอย่างที่ยังมีชีวิต” “…” เสิ่นเฉียวกัดริมฝีปากล่างอย่างไม่เต็มใจไอ้นี่ ตอนที่ยังแต่งงานกันอยู่เขาทำอะไรไม่เคยทำอะไรเพื่อเธอมาก่อน หลังจากหย่ามาเจอกันก็พยายามทำให้เธอเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ตอนนี้เสิ่นเฉียวกังวลมากขึ้นว่าเย่โม่เซินจะเชื่อสิ่งที่เขาพูดหรือไม่ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้เสิ่นเฉียวมองไปที่เย่โม่เซินและรู้สึกประหม่า “อย่าเชื่อที่เขาพูด …มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย” เย่โม่เซินเลิกคิ้วริมฝีปากบางๆของเขาค่อยๆเลิกขึ้นและเยาะเย้ย “ที่รัก เธอตกหลุมรักผู้ชายแบบนี้และแต่งงานกับเขามาได้ยังไงตั้งสองปี สองปีที่แล้วไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ เธอโง่หรือเปล่า” สิ่งที่พูดนี้ทำให้เสิ่นเฉียวหน้าแดงขึ้นมาเธอฟังเทียบเคียงประชดประชันว่า “มันควรจะเป็นการโต้กลับที่ดุเดือด” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เสิ่นเฉียวก็ตะลึง แม้กระทั่งหลินเจียงก็เช่นกัน เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เย่โม่เซินก็กวาดสายตามองไปยังหลินเจียงอย่างเยาะเย้ย “คุณเป็นอดีตสามีที่ไร้ประโยชน์ของเฉียวเฉียว ไม่เคยออกค่าชั้จ่ายในบ้าน แถมยังมีชู้อีกด้วยเหรอ” เสิ่นเฉียวมองไปที่เย่โม่เซินที่แตกต่างออกไป ไม่คาดคิดว่าเขาจะออกหน้าพูดช่วยเธอและ … เขารู้มากจริงๆ หาใคร … มาตรวจสอบเขาหรือ คุณพูดเรื่องไร้สาระอะไร ฉีนเป่าไม่ใช่มือที่สาม” หลินเจียงคงไม่คาดคิดมาก่อนว่าเย่โม่เซินจะหันมาโจมตีชายร่างใหญ่คนหนึ่งพูดจนหน้าแดง “ผู้หญิงคนนี้ใช้ไม่ได้และใจร้ายใจมาร ผมจึงทิ้งเธอไปแต่งงานกับคนอื่น” “ในวันหย่าของคุณ มือที่สามตั้งครรภ์ได้สองสามเดือน คุณยังกล้าพูดว่าคนอื่นไม่ดีเหรอ” ข้อมูลของหลินเจียงถูกเซียวซู่ตรวจสอบมาแล้ว เซียวซู่รู้เรื่องชัดเจน ได้ยินเขาต่อว่าเสิ่นเฉียวเช่นนั้น เซียวซู่อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อรายงานความไม่ยุติธรรมให้แทนเสิ่นเฉียว “ผู้ชายอย่างคุณ หลังจากแต่งงานสองปีเอาเงินที่คุณได้รับไปให้มือที่สามคนนั้นใช่มั้ย พอถูกรางวัลลอตเตอรี่มาหย่ากับภรรยาตัวเอง ตอนนี้ยังไม่รู้สึกละอายใจมาใส่ร้ายคนอื่นและน่าขายหน้าจริงๆ อย่าเรียกตัวเองว่าผู้ชายเถอะ” สิ่งที่เซียวซู่พูดนั้นไม่น่าฟัง หลินเจียงนัยน์ตาสีแดง “คุณ” “การหย่าร้างเป็นสิ่งที่ดีและอยู่ห่างจากผู้ชายอย่างคุณ คุณนายน้อยสองจะมีชีวิตที่มีความสุขมากขึ้น” “พูดไปพูดมา” เย่โม่เซินยิ้มน้อยๆ ริมฝีปากบางของเขาเผยให้เห็นส่วนโค้งที่สวยงามและนิ้วของเขาทาบกับเสิ่นเฉียวแล้วค่อยๆถูจุดสีน้ำเงินและสีม่วงให้เธอ ท่าทางอบอุ่นชั่วครู่เสิ่นเฉียวก็รู้สึกว่าแผลดีขึ้นมาก “ฉันอยากจะขอบคุณชายขี้โกงคนนี้ด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ผมคงหาภรรยาที่ดีขนาดนี้ไม่ได้หรอกมั้ง” เขามองเสิ่นเฉียวและพูดอย่างจริงจังและอ่อนโยน ในตอนนี้ดวงตาของเขาเป็นประกายราวกับดวงดาวยามเช้ามืดในท้องทะเล ครู่หนึ่งเสิ่นเฉียวเกือบจะคิดว่าสิ่งที่เขากำลังบอกตัวเองนั้นเป็นความจริง แต่ … เสิ่นเฉียวก็รู้สึกอย่างรวดเร็วมันเป็นเพียงแค่การเล่นละคร ฐานะภรรยาของเขา เย่โม่เซิน ต้องไม่ทำให้เขาเสียหน้า เขาเพียงต้องการรักษาหน้าของเขา เมื่อนึกถึงสิ่งนี้เสิ่นเฉียวยิ้มตามด้วยรอยยิ้มหวาน “ใช่ฉันต้องขอบคุณนายด้วยที่เลือกหย่ากับฉัน ถ้านายยังไม่หย่ากับฉัน ฉันอาจจะไม่รอดพ้นจากทะเลแห่งความทุกข์และยังคงโง่เง่าถูกนายหลอกลวง” หลังจากพูดเช่นนั้น เธอใช้มือโอบคอของเย่โม่เซินแล้วพิงเขา “ตอนนี้ฉันได้พบกับสามีที่ดีเช่นนี้ฉันอยากขอบคุณจริงๆ” “พวกคุณ … “ หลินเจียงไม่คาดคิดว่าคู่รักคู่นี้จะแสดงความรักต่อหน้าเขา ด้วยความโกรธพวกเขาจึงกำหมัดแน่นและพูดอะไรไม่ออก