เสิ่นเฉียวหลับลึก เมื่อเธอตื่นขึ้นมาเธอก็เห็นว่าห้องนั้นเต็มไปด้วยแสงแดดก่อนที่จะรู้ตัวว่าดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว ไปจับโทรศัพท์โดยที่ไม่รู้ตัวแต่เหมือนกับจับไปมีแต่ความว่างเปล่าและรู้สึกแตกต่าง เธอตัวเเข็ง จากนั้นมองไป ถึงรู้ว่าตัวเองที่จริงแล้วนอนอยู่บนเตียงของเย่โม่เซิน อึ้งอยู่ประมาณห้าวินาทีเต็มๆ เสิ่นเฉียวนั่งลง เมื่อคืนเธอก็นอนอยู่ที่ที่นอนของตัวเองนิ ทำไมตื่นขึ้นมาอยู่บนที่นอนของเขาได้? เสิ่นเฉียวตรงไปที่ที่นอนของตัวเอง ถึงรู้ว่าที่นั่นโดนเก็บไปแล้ว เอ๊ะ ให้ตาย! ไอ้คนเลว นี่ให้คนใช้เก็บของของเธอไปอีกแล้ว เขาจะเล่นวิธีแบบนี้อีกกี่ครั้ง? เสิ่นเฉียวยกผ้านวมแล้วลุกขึ้นด้วยความโกรธ จากนั้นเห็นโทรศัพท์อยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอหยิบขึ้นมาดูเวลา พึ่งรู้ว่าเกือบจะบ่ายแล้ว นอนถึงตอนนี้ ตอนนี้เธอยิ่งนานเข้ายิ่งสามารถนอนได้นานขึ้นแล้ว เสิ่นเฉียวเคาะหัวตัวเอง จากนั้นลุกขึ้นไปอาบน้ำ เพราะเมื่อคืนไม่ได้อาบน้ำแล้วนอนเลย ดังนั้นเสิ่นเฉียวรู้สึกว่าตอนนี้ไม่สบายไปทั้งตัว ดังนั้นเธอจึงรีบไปอาบน้ำ ตอนที่ถอดเสื้อ เมื่อวานเธอทั้งวันก็ไม่ได้ทายานิ ทำไมเสื้อผ้าถึงมีรอยยา? เสิ่นเฉียวถือเสื้อผ้าด้วยความงุนงง ทันใดนั้นก็คิดถึงเมื่อวานกลางดึกเหมือนกับว่ามีมือคู่หนึ่งกำลังกดไปที่หลังของเธอ ความรู้สึกนั้นทั้งอบอุ่นและเยือกเย็น เหมือนเมื่อก่อนที่เขาทายาให้ไม่มีผิด ความอบอุ่นระหว่างนิ้ว ความเยือกเย็นของยา แต่ว่า เสิ่นเฉียวเมื่อคืนวานคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป อีกอย่างเธอก็ไม่ตื่น เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้ถือสาอะไร ตอนนี้คิดขึ้นได้ เป็นเย่โม่เซินเป็นคนทายาให้เธอตอนกลางดึก? พยักหน้า เสิ่นเฉียวหัวเราะอย่างขมขื่นครั้งหนึ่ง : “จะเป็นไปได้ยังไง? ” เขาเกลียดคุณและมันก็สายเกินไป ยังจะมาทายาให้เธอกลางดึก? คิดมากไป เสิ่นเฉียวเอาเสื้อผ้าคว้างไปที่ชั้นข้างๆ จากนั้นเปิดฝักบัวอาบน้ำ รอตอนที่เธออาบน้ำเสร็จออกมา ทันใดนั้นมีแม่บ้านมาเคาะประตู เสิ่นเฉียวก็ไปเปิดประตู พอเปิดประตูเกือบจะถูกสายตาที่นอกประตูทำให้ตกใจแล้ว พวกแม่บ้านดันราวแขวนเสื้อเข้ามาในห้อง จากนั้นก็นำมาแขวนไว้ที่ตู้เสื้อผ้าทีละตัวๆ “นี่พวกเธอ…….ทำอะไร? ” “คุณนายน้อยสอง นี่คือคุณชายเย่สั่งให้พวกเราเอาเขามา ทั้งหมดนี่เป็นของคุณนายน้อยสอง” รอส่งเสื้อผ้าเสร็จ ยังต้องส่งเครื่องประดับกองโต และยังมีเครื่องสำอางและแก็ตเจ็ตเครื่องประดับ มากมายนับไม่ถ้วน จากนั้นยังตั้งใจเพิ่มตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งใหญ่ๆ สองหลัง แม่บ้านมองเธออย่างเคารพ : “คุณชายสองพูดแล้ว คุณนายน้อยสองมีความต้องการอะไรให้รีบบอก เขาจะทำตามที่คุณต้องการ” พูดจบ คนรับให้ผู้หญิงใบหน้าเต็มไปด้วยความอิจฉา คุณชายสองทำดีกับคุณนายน้อยสองดีเกินไปแล้ว เสิ่นเฉียว:“……” เย่โม่เซินเมื่อก่อนก็ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ดังนั้นในห้องเขาเรียบง่าย ตอนนี้เพิ่มของของเธอแล้ว ก็เลยกองพะเนินขึ้นมา แต่มองที่ของที่อยู่ข้างหน้า ในใจของเสิ่นเฉียวกลับไม่อบอุ่นขึ้นมา ใจของเธอตกลงไปด้านล่าง ทำแบบนี้…..จะทำให้เธออบอุ่นขึ้นมาได้ยังไง? ในทางกลับกัน สำหรับเธอ การชดเชยด้วยของเหล่านี้ถือเป็นความอัปยศอดสู หนาว เสิ่นเฉียวยกมุมปากแล้วหัวเราะออกมาอย่างเลือดเย็น : “นี่เขาหมายความว่าอะไร? คิดว่าเอาของพวกนี้มาก็สามารถซื้อฉันได้แล้วหรอ? เธอไปบอกเขา ถึงเป็นแบบนี้ฉันก็ไม่เปลี่ยนการตัดสินใจของฉัน ” “เอ่อ? ” แม่บ้านอึ้ง หน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจแล้วมองมาที่เธอ เสิ่นเฉียวมองเธอ รู้ว่าเธอหน้าเต็มไปด้วยความมึนงง ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี “คุณนายน้อยสอง คำพูดเมื่อกี้…….” “เมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดอะไร วันนี้เธอลำบากเลย ที่นี่ฉันไม่ขาดอะไร เธอกลับไปเถอะ” แม่บ้านพยักหน้า “ได้ค่ะคุณนายน้อยสอง งั้นฉันไปก่อนนะคะ คุณต้องการอะไรก็เรียกใช้ฉันได้นะคะ ” “โอเค ขอบใจ” ตอนเธอไปแล้ว เสิ่นเฉียวนั่งลงที่ขอบเตียง จ้องมองที่เสื้อผ้าที่เพิ่มขึ้นมา มีสีสันมากเลย เสียดาย เธอไม่สนใจสักอย่าง หรือว่าเย่โม่เซินคิดว่า ผู้หญิงขาดของพวกนี้ ชอบของพวกนี้ ดังนั้นแค่เอาของพวกนี้มาซื้อเธอก็ได้แล้ว แต่ว่า แม้ว่าเธอจะยากจนมากจนกินอะไรไม่ได้ก็ตาม เธอก็ไม่อยากเป็นที่ถูกกอดซ้ายกอดขวา เย่โม่เซินทางนี้กำลังจะเซ็นต์สัญญาไปฉบับหนึ่ง เซียวซู่ก็รายงานว่าของส่งไปถึงแล้ว เย่โม่เซินนิ่งไปสักพัก จากนั้นพูดว่า : “ให้ของพวกนี้ เธอจะชอบจริงๆ หรอ? ” “มากกว่านั้นแน่นอน ” เซียวซู่ถอนหายใจ : “อยากจะเอาใจผู้หญิงคนนึง ให้ของพวกนี้แน่นอนว่าสำคัญมาก แต่ก็กลับไม่สำคัญ ที่สำคัญที่สุด…..ก็คือคุณนายเย่” ฟังแล้ว เย่โม่เซินขมวดคิ้ว : “ฉันคนนี้? ” เซียวซู่พยักหน้า ท่าทางราวกับกองทหารบอกทางให้เขา ให้คุณนายน้อยสองรู้ว่าคุณชอบเธอ “เดี๋ยวเดี๋ยว ” เย่โม่เซินขมวดคิ้วขัดจังหวะคำพูดเขา หัวเราะอย่างเย็นชา : “ใครบอกว่าฉันชอบเธอแล้ว? ” เซียวซู่: “……งั้นคุณชายสองไม่ชอบคุณนายน้อยสองหรอ? ” เย่โม่เซิน:“……” เซียวซู่ : “งั้นคุณเอาใจเธอทำไม? ” เย่โม่เซินขมวดคิ้ว ไม่มีคำตอบ แค่มองสายตาเย็นชาของเซียวซู่ เหมือนกับวินาทีต่อไปจะไปฆ่าคนอย่างนั้น “โอเคโอเคโอเค คุณชายสองไม่ชอบคุณนายน้อยสอง คุณชายสองแค่ไม่อยากให้คุณนายน้อยสองชอบคนอื่นเฉยๆ ” ไม่มีทางอื่นแล้ว ใครให้หัวหน้าครอบครัวเขาช่วยหน้า? งั้นผู้ช่วยแบบเขาได้แต่แสดงไปด้วย ไม่ก็ไม่ชอบหรอ? “ยังไงคุณชายเย่อิงจากที่ผมพูดเมื่อกี้ไปทำก็ไม่เลวนะ! ” เย่โม่เซินอยู่ดีๆ ก็คิดอะไรขึ้นได้ เขาจ้องที่เซียวซู่ดูอยู่สักพัก : “นายมีแฟนไหม? ” เซียวซู่โสดมาหลายปีแล้ว พูดถึงเรื่องนี้เขาค่อนข้างจะหน้าแดง : “ไม่มี” “ไม่เคยมีเลย? ” เซียวซู่พยักหน้า : “ใช่แล้ว คุณชายเย่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผม? ” “เหอะ ” เย่โม่เซินหัวเราะอย่างเย็นชา : “นายไม่มีแฟน ยังกล้ามาสอนฉันจีบผู้หญิง ” “ คุณชายเย่ ผมไม่มีแฟนไม่ใช่เพราะผมจีบไม่ติด แต่เป็นเพราะผมไม่มีเวลามีความรัก! ” เซียวซู่กัดฟันเพื่อชี้แจงให้ตัวเอง เขาโสดมาหลายปีแบบนี้ไม่ใช่เพราะเป็นผู้ช่วยให้เย่โม่เซินหรอ? กลางดึกกลับนอนอยู่ก็ยังโดนปลุกขึ้นมา น่าจะบริการให้เย่โม่เซินตลอด 24 ชั่วโมง! วัยหนุ่มของเขาก็เต็มไปด้วยงาน แล้วจะมีความรักยังไง? “หรอ? ” เย่ใม่เซินมองไปที่เขาอย่างเชื่อครึ่งสงสัยครึ่ง เห็นได้ชัดว่าสงสัย เซียวซู่รู้สึกว่าศักดิ์ศรีลูกผู้ชายถูกทำร้าย โกรธจนกัดฟัน : “ถ้าหากคุณชายเย่คิดว่าวิธีของผมพึ่งไม่ได้ งั้นก็ไปหาคนอื่นเถอะ! ” พูดจบเขาก็หันแล้วเดินไป เย่โม่เซินก็ไม่ได้เรียกเขาไว้ แค่คิดถึงคำพูดของเขาเมื่อกี้ ความอ่อนโยน ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองชอบเธอ? นี่จะอ่อนโยนยังไง? ให้ตายเถอะ! แม่งเอ้ย! เย่โม่เซินสบถออกมาเสียงต่ำ ทันใดนั้นก็ผลักของทั้งหมดบนโต๊ะลงอย่างหงุดหงิด