“จะว่าไปก็ใช่แหละ” “ทำงาน ๆ !” หานมู่จื่อพาเสี่ยวหมี่โต้วเดินไปยังโซนอาหารสด ร่างเล็ก ๆ ของเสี่ยวหมี่โต้วแต่กลับต้องเข็นรถเข็นนั้น ก็ตรงไปที่ด้านหน้าของหานมู่จื่อ แล้วพูดขึ้น: “หม่ามี๊ น้าเสี่ยวเหยียนทำปลาทอดได้อร่อยที่สุดเลย อีกเดี๋ยวพกวเราไปซื้อปลามาแช่ไว้ในตู้เย็น พอตกค่ำก็ให้น้าเสี่ยวเหยียนกลับมาทำให้กินดีมั้ย?” “ได้สิ งั้นพวกเราไปดูกันเถอะ” “อื้ม!” 2 แม่ลูกนั้นดูกันอยู่นาน สุดท้ายก็เลือกเอาปลาสวย ๆ ที่มีไขมันมากมาตัวหนึ่ง หลังจากนั้นก็ไปเลือกเนื้อวัว อย่าคิดว่าเสี่ยวหมี่โต้วนั้นมีแค่แก้มกลม ๆ กับร่างเล็ก ๆ เท่านั้น แต่เขานั้นยังเป็นนักกินตัวน้อยที่แท้จริงอีกด้วย เขาชอบที่จะหลอกล่อให้เสี่ยวเหยียนทำอาหารอร่อย ๆ ให้เขากินอยู่เสมอ เวลาที่ได้มาซูเปอร์มาร์เก็ตนั้นสำหรับเขาแล้วถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก หลังจากที่ใช้เวลาไปได้สักพัก เสี่ยวหมี่โต้วก็เลือกของหยิบของใส่เข้าไปในรถเข็นไม่น้อย ตอนที่อยู่ต่างประเทศ ส่วนมากแล้วมักจะเป็นเสี่ยวเหยียนที่พาเสี่ยวหมี่โต้วไปซูเปอร์มาร์เก็ต ดังนั้นหานมู่จื่อจึงไม่ค่อยได้เดินซื้อของนัก จะไปก็แค่ซื้อข้าวของเครื่องใช้ประจำวันเป็นบางครั้ง เพราะงั้นเธอจึงไม่ค่อยเข้าใจนักเกี่ยวกับเรื่องของสด แต่ว่าเสี่ยวหมี่โต้วนั้นกลับสามารถแยกแยะได้อย่างรวดเร็วว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี หลังจากดูดีแล้วก็หยิบมันใส่ลงไปในรถเข็นทันที เมื่อพวกเขาซื้อของที่โซนของสดเสร็จ รถเข็นก็แน่นแล้ว “นี่ลูกรัก ทั้งหมดนี่เรียนมาจากน้าเสี่ยวเหยียนอย่างนั้นเหรอ?” เสี่ยวหมี่โต้วพยักหน้า: “ใช่ครับหม่ามี๊ ก่อนหน้านี้เวลาที่แม่ออกไปหาแรงบันดาลใจ ผมกับน้าเสี่ยวเหยียนก็มักจะมาเลือกซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ควรจะซื้อของแบบไหนยังไงน้าเสี่ยวเหยียนต่างก็เป็นคนสอนผม” เมื่อพูดจบ เสี่ยวหมี่โต้วก็เชิดคางขึ้นเพื่อรอรับคำชม หานมู่จื่อยื่นมือไปลูบหัวน้อย ๆ ของเขา ด้วยความชื่นชมอย่างไม่ลังเล: “เก่งมากเสี่ยวหมี่โต้วน้อยของแม่ หลังจากนี้โตไปอยากจะเป็นเชฟมั้ย?” เมื่อได้ยิน เสี่ยวหมี่โต้วรีบส่ายหน้าทันที: “ไม่ดีกว่าครับ!” “ทำไมล่ะ?” “น้าเสี่ยวเหยียนบอกว่า หน้าตาดีแบบผมเนี่ย โตขึ้นไปแล้วต้องไปเป็นดาราไม่งั้นงจะน่าเสียดายแย่” หานมู่จื่อ: “……” แม่สาวคนนี้นี่ สอนอะไรให้กับเสี่ยวหมี่โต้วกันนะ? เธอยิ้มขึ้นเล็กน้อย และถามขึ้นโดยไม่รอช้า: “งั้นเสี่ยวหมี่โต้วเองล่ะอยากจะเป็นดารามั้ย?” เสี่ยวหมี่โต้วก็ยังคงส่ายหน้า: “ไม่ชอบครับ” รอยยิ้มของหานมู่จื่อก็ยิ่งกว้างขึ้นไปอีก: “งั้นเสี่ยวหมี่โต้วอยากทำอะไรล่ะ?” ทันใดนั้นเสี่ยวหมี่โต้วก็กำมือขึ้นมาในอากาศ: “หม่ามี๊ โตขึ้นไปเสี่ยวหมี่โต้วอยากจะเป็นทหาร รับใช้ประเทศชาติ!” เมื่อได้ยิน ฝีก้าวของหานมู่จื่อก็หยุดชะงักลงในทันที เสี่ยวหมี่โต้วเงยหน้าขึ้น: “เป็นอะไรไปหรอครับหม่ามี๊?” “เปล่าหรอกจ้ะ” หานมู่จื่อหยุดเดินก้มหน้าลงและบีบเนื้อที่แก้มของเสี่ยวหมี่โต้ว: “เป็นความฝันที่ดีมากเลยล่ะ ขอแค่เสี่ยวหมี่โต้วชอบ หม่ามี๊ก็จะไม่ห้ามเอาไว้หรอก” “ขอบคุณครับหม่ามี๊!ผมรู้อยู่แล้วว่าหม่ามี๊น่ะต้องซัพพอร์ตเสี่ยวหมี่โต้วแน่นอน!” เสี่ยวหมี่โต้ว นั้นจับและลูปที่หน้าของหานมู่จื่อ หลังจากนั้นก็จุ๊บลงที่แก้ม 1 ที รอยยิ้มในแววตาของหานมู่จื่อนั้นก็ลึกซึ้งยิ่งขึ้น: “เธอเนี่ยน้า……ไปกันเถอะ พวกเราไปดูที่ชั้นสองกัน ไปดูข้าวของเครื่องใช้กัน。” “แต่ว่าหม่ามี๊ รถเข็นนี่อาจจะใส่ของไม่พอแล้ว พวกเราไปคิดเงินของพวกนี้ก่อนแล้วค่อยไปชั้นสองดีกว่า ~” “ได้สิ” หานมู่จื่อจึงได้พาเสี่ยวหมี่โต้วไปที่เคาน์เตอร์คิดเงิน หลังจากนั้นก็เอาของต่าง ๆ วางเอาไว้อีกด้าน และสองแม่ลูกก็ขึ้นไปที่ชั้นสองด้วยกัน หลังจากขึ้นไปที่ชั้นสองแล้ว หานมู่จื่อก็ได้ไปเห็นเข้ากับเสื้อผ้าที่นั่นพอดี และพบว่าเสื้อผ้าชุดนั้นดูค่อนข้างแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปดูให้ละเอียดสักหน่อย เสี่ยวหมี่โต้วมองไปรอบ ๆ ทันใดนั้นก็พูดขึ้น: “หม่ามี๊แม่รอผมอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมไปเอารถเข็นมาให้ ~” “อื้ม ระวังหน่อยล่ะ” เป็นเพราะว่าเสี่ยวหมี่โต้วนั้นมีความสามารถและความมั่นใจในตัวเองมาก ดังนั้นหานมู่จื่อจึงไว้ใจเค้าเป็นอย่างมาก แค่เขาบอกว่าจะไปเอาก็ปล่อยให้เค้าไปเอาได้ เสี่ยวหมี่โต้วรีบก้าวเพื่อที่จะไปเอารถเข็นมาอย่างรวดเร็ว “โม่เซิน ช่วยเอาของข้างบนนั้นใส่รถเข็นให้ฉันหน่อยสิ” ส้งอานชี้ไปยังแก้วที่อยู่บนสุดของชั้นวาง เย่โม่เซินนั้นตัวสูง เพียงแค่เอื้อมมือขึ้นไปหยิบแก้วลงมาก็เรียบร้อยแล้ว “ซื้อพอรึยัง?” ส้งอานเหลือบตาไปมองเขา: “ทำไมเธอถึงใจร้อนนักล่ะ?นาน ๆ ทีจะได้มาเมืองซู วันนี้มื้อเที่ยงก็อยู่กินข้าวที่นี่สิ?เดี๋ยวป้าเข้าครัวเอง แถวนี้เองก็คงไม่มีอะไรที่จะต้องซื้อแล้ว ไปดูของสดที่ชั้นล่างเถอะ” เมื่อพูดจบ ส้งอานก็หันตัวเพื่อที่เดินไปชั้นล่าง เมื่อเดินไปข้างหน้าก็ได้เห็นเข้ากับเด็กตัวน้อยแสนน่ารัก ที่หันหลังเข็นรถเข็นอยู่ แถมยังอยู่ตัวคนเดียวอีกด้วย รูปร่างตัวน้อย ๆ ของเขานั้นทำให้เป็นที่น่าหลงใหลเป็นอย่างมาก พริบตานั้นส้งอานก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างที่ผูกพันกัน เหมือนกับว่าอยากที่จะก้าวตามเขาไป “ลิฟต์ลงชั้นหนึ่งไปทางนี้” เสียงอันเย็นชานั้นดังขึ้นมาจากด้านหลัง ทำให้ส้งอานได้สติกลับมา เธอหันหน้ามาและพูดขึ้น: “ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวฉันกลับมา” หลังจากนั้นเมื่อหันหน้ากลับไปก็พบว่าเด็กตัวน้อยที่เข็นรถเข็นกลับไม่อยู่ซะแล้ว เอ๋ เมื่อกี้เค้าก็ยังอยู่ตรงนี้อยู่เลยนี่? ส้งอานอดไม่ได้ที่จะเดินตรงไปลองมองหาเขาดู แต่สุดท้ายก็กลับไม่พบร่างของเด็กนั่นเลย ส่วนทางด้านเย่โม่เซินนั้นก็ดูเหมือนว่าจะอดทนรอไม่ไหวแล้ว เข็นรถเข็นตามมาและถามด้วยเสียงอันเย็นชาว่า: “มีอะไร?” “เปล่าไม่มีอะไร” ส้งอานส่ายหน้า: “เมื่อกี้นี้เห็นเด็กน้อยคนนึงหน้าตาน่ารักมาก แค่เห็นด้านหลังก็รู้สึกว่าน่ารักแล้ว ไม่คิดว่าแค่แป๊บเดียวก็หาไม่เจอซะแล้ว” เมื่อได้ยิน เย่โม่เซินก็ขมวดคิ้วและพูดขึ้น: “ถ้าชอบงั้นก็คลอดออกมาสักคนสิ” ส้งอานเหลือบตาไปมองเขา: “พูดบ้าอะไรกัน?อายุฉันก็ปูนนี้แล้วจะให้มีลูก จะไม่เป็นที่น่าขายหน้าของคนอื่นเอาหมดรึไง?” พูดจบส้งอานก็หันตัวและเดินจากไป เย่โม่เซินก็ตามไปโดยไม่ได้แสดงสีหน้าอะไร ส้งอานที่อยู่ด้านหน้าก็กลับพูดขึ้นมาอย่างไม่ระวังว่า: “ฉันว่าเธอน่ะรีบหาภรรยาสักคน แล้วมีลูกก็ไม่เลวนะ แบบนี้ป้าอย่างฉันเองก็ได้ผลดีไปด้วย แล้วก็ตอนนี้ฉันก็ไม่ต้องทำงานยุ่ง พอถึงเวลาก็สามารถช่วยดูแลเด็กแทนพวกเธอสามีภรรยาได้” เมื่อได้ยินคำว่าลูก ใบหน้าของเย่โม่เซินก็มืดมนขึ้นมาบ้าง ทันใดนั้นก็พูดขึ้น……5 ปีก่อนเสิ่นเฉียว ตอนที่มีเสียงร้องขอให้รักษาเด็กเอาไว้นั้น ถ้าหาก……ถ้าหากว่าตอนนี้เธอไม่ได้จากไป จนถึงตอนนี้เด็กก็คงจะมีอายุราว ๆ 5 ปีแล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้น เย่โม่เซินก็มีอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาบ้าไปแล้วรึไงกันนะ?ลูกนั่นไม่ใช่ลูกของเขาสักหน่อย แล้วเขาจะมาคาดหวังอะไรกับเด็กคนนี้กัน?เย่โม่เซินหลับตาลง และเอามือบีบที่ขมับของตนเอง “หลังจากนี้อย่าพูดเรื่องพวกนี้อีกล่ะ น่ารำคาญ” ส้งอานหันหน้ากลับไปมองเขา “เธอคิดว่าฉันอยากจะพูดเหรอ?อายุก็มากปูนนี้แล้ว อยากเรียนรู้ความโดดเดี่ยวแบบป้าคนนี้หน่อยอย่างงั้นเหรอ?นั่นน่ะคงจะไม่ได้หรอก ถ้าเกิดว่าเธอตัวคนเดียวไปจนแก่ แล้วถ้าฉันตายไปจะเอาหน้าที่ไหนไปเจอแม่ของเธอกัน” “……ไม่ต้องพูดแล้ว” เย่โม่เซินได้ยินเธอพูดถึงความตาย ก็ต่อว่าออกมาอย่างไม่พอใจ ส้งอานก็ทำเสียงไม่พอใจขึ้นมาก ชิ: “เรื่องอะไรก็ห้ามไม่ให้พูด เธอนี่เรื่องเยอะจริง ๆ เลยนะ คนแบบเธอเนี่ย……นอกจากหล่อและรวยแล้วก็คงจะไม่มีอะไรดีแล้วล่ะ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงยังเป็นโสดมาถึงตอนนี้” นอกจากหล่อและรวย ก็คงจะไม่มีอะไรดีแล้วอย่างงั้นเหรอ? เย่โม่เซิน: “……” “ไปเถอะ ลงไปชั้นล่างเลือกซื้อที่โซนอาหารสดสักหน่อย!”