“พวกคุณเข้าใจก็ดีแล้ว หึหึ” เฉินเฟยอายและทำอะไรไม่ถูก ได้แต่หัวเราะ เสี่ยวเหยียนกลับยืนเหงื่อตกอยู่ด้านข้าง ตามที่เธอได้รับรู้มาหลินซิงหั่วไม่ใช่คนแบบนี้นี่นา ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้คนรู้สึกว่าหลินซิงหั่วน่าจะเป็นผู้หญิงที่ใจเย็นและมั่นคง แต่นึกไม่ถึงกลับมีนิสัยที่ตรงกันข้าม แต่ว่า……เป็นแบบนี้ก็คบง่ายดี “เอ๊ะ นี่เป็นผลงานใหม่ของคุณเหรอ?” หลินซิงหั่วมองเห็นภาพวาดบนโต๊ะของหานมู่จื่อ แล้วถามเธอ หานมู่จื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ พยักหน้าและอธิบายให้เธอฟัง “ใช่ค่ะ นี่เป็นร่างออกแบบที่ฉันวาดไว้ครึ่งหนึ่ง ยังไม่ได้ทำแพทเทิร์น” “มีคนสั่งจองหรือยัง?” หลินซิงหั่วหยิบขึ้นมาดูอย่างละเอียด จากนั้นก็ถาม หานมู่จื่อตะลึง แล้วก็ส่ายหัว: “ยังไม่มีค่ะ” “งั้นฉันจองได้ไหม?” หลินซิงหั่วยิ้มๆ แววตามองหานมู่จื่อด้วยความคาดหวัง: “ร่างออกแบบภาพนี้ฉันดูแล้วก็ชอบ Shelly ได้ไหม?” “เอ่อ?” หานมู่จื่อกระพริบๆตา เหมือนไม่อยากจะเชื่อเลย: “แต่ว่างานนี้ คุณรู้สึกว่าเหมาะสมกับคุณไหม?” “ไม่เป็นไรหรอก Shelly คุณรู้ไหม ว่าฉันเป็นแฟนคลับคุณนะ เสื้อผ้าที่คุณออกแบบฉันชอบมากเป็นพิเศษ งานของวันนี้ฉันยิ่งชอบเลยล่ะ! ได้ไหม!” เธอกระตือรือร้นขนาดนี้ หานมู่จื่อก็ไม่อยากจะปฏิเสธเธอ จึงพยักหน้า “ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” “เฉินเฟย คุณรีบเองเงินมัดจำออกมา” เฉินเฟย: “…….” เขารู้สึกตกใจจนตาโต เร็วขนาดนี้เลยเหรอ? เขานึกว่าหลินซิงหั่วจะเรื่องมากสักอีก? เพราะปกติให้เธอเลือกเสื้อผ้า เธอจะลังเลอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นวันนี้ตั้งใจขอเวลาสิบห้านาทีให้เธอ แต่นึกไม่ถึงว่าห้านาทีก็ไม่ถึงก็เรียบร้อยแล้ว? ครั้งแรกที่เฉินเฟยรู้สึกว่าหลินซิงหั่วเป็นคนที่เรียบง่ายขนาดนี้ แต่ว่า เขาก็เคยดูผลงานของหานมู่จื่อแล้ว ก็ดีจริงๆ ทุกๆชุดก็ใส่บนตัวของคนที่เหมาะสม “แต่ว่า……” หานมู่จื่อพูดแล้วก็หยุดชะงัก จากนั้นก็พูดต่ออีกว่า: “ร่างที่ออกแบบครั้งนี้เป็นชุดที่ใส่งานเลี้ยงภายในครอบครัว ฉันได้ยินมาว่า คุณหลินจะไปร่วมงานเปิดตัวละคร? ชุดนี้คงจะไม่ค่อยเหมาะสมกับงานเท่าไหร่? ถ้าคุณยินดี ให้ฉันออกแบบอีกชุดที่เหมาะกับงานเปิดตัวละครได้” ได้ยินดังนั้น หลินซิงหั่วดีใจจนลืมตาโต: “จริงเหรอคะ? ดีเลยค่ะ ฉันยังกำลังกังวลอยู่เลยว่าอีกสักพักหนึ่งจะมีงานเลี้ยงครอบครัวไม่มีชุดกระโปรงใส่ ชุดนี้ถึงตอนนั้นฉันก็ใส่ได้พอดีเลย!” หานมู่จื่อ: “……” คนๆนี้เป็นนางฟ้าที่สวรรค์ให้ลงมาช่วยเธอชัดๆเลยใช่ไหม? ในตอนที่เธอเพิ่งจะเปิดบริษัท ก็สนับสนุนขนาดนี้ หานมู่จื่อยักคิ้วแล้วก็ยิ้ม: “คืออย่างนี้นะคะ คุณหลิน บริษัทของฉันก็เพิ่งจะเริ่มต้น ชุดงานเลี้ยงครอบครัวชุดนี้ฉันเป็นคนออกแบบให้ ส่วนงานเปิดตัวละคร ฉันจะให้ทีมงานของฉันออกแบบให้คุณ จนกว่าคุณจะพอใจ ส่วนที่ฉันออกแบบด้วยตนเอง ก็ถือว่าเป็นของขวัญขอบคุณสำหรับลูกค้าท่านแรก คุณคิดว่าไงคะ?” “ได้ค่ะ” หลินซิงหั่วคุยง่ายกว่าที่เธอคิดไว้เยอะจริงๆ เสี่ยวเหยียนยืนตะลึงอยู่ข้างๆ “คุณเก่งขนาดนี้ ทีมงานของคุณก็ต้องเก่งเหมือนกันแน่นอน ฉันเชื่อใจคุณ” “เฉินเฟย รีบเอาสัญญาออกมาเลยค่ะ” เฉินเฟยพยักหน้า หยิบสัญญาที่ร่างไว้ล่วงหน้าออกมา “คุณ Shellyครับ นี่คือสัญญา คุณดูก่อนนะครับ” เสี่ยวเหยียนรีบเดินหน้าไปรับสัญญาไว้ จากนั้นยืนดูอยู่ข้างๆ หลังจากที่หลินซิงหั่ววางแบบลง แล้วก็เดินไปมาอยู่ในสำนักงานอีกครั้ง จากนั้นก็กระโดดไปอยู่ตรงหน้าของหานมู่จื่อ ทำหน้าเขินอายแล้วเอ่ยปากพูด: “คืออย่างนี้…… Shelly ที่จริงแล้ว……” เธออยากจะพูดแต่ก็หยุดไปตั้งนานก็ยังไม่พูดออกมา หานมู่จื่อรู้สึกแปลกใจ “หือ?” “ที่จริง ฉันเป็นแฟนคลับของคุณ!” สุดท้ายหลินซิงหั่วก็ยอมกัดฟันพูดออกมา เสี่ยวเหยียนที่กำลังนั่งดูสัญญาอยู่ข้างๆ รู้สึกแปลกใจจึงเงยหน้าขึ้น “ดังนั้น ฉัน……ขอลายเซ็นได้ไหม?” มีคนกำลังเขินและหยิบสมุดโน้ตออกมาจากกระเป๋าเสื้อออกมา ยื่นไปตรงหน้าให้หานมู่จื่อ เสี่ยวเหยียนเดินสะดุดจนเกือบจะล้มไปข้างหน้า ส่วนเฉินเฟยก็ทำเป็นไอ แล้วหันไปด้านข้าง แกล้งทำเหมือนมองไม่เห็นภาพนี้ ถ้าแฟนคลับของหลินซิงหั่วรู้ ว่านางฟ้าของพวกเค้ากำลังขอลายเซ็นกับคนอีกคนล่ะก็ งั้น……พวกแฟนคลับก็คงจะรู้สึกว่าโลกนี้มันลึกลับเกิน แต่ว่าโลกนี้ก็ลึกลับเช่นนี้อยู่แล้ว หลังจากที่หลินซิงหั่วเห็นผลงานของหานมู่จื่อแล้วชอบมาก ครั้งนี้ได้ยินว่าดีไซน์เนอร์เป็นเธอ จึงขอร้องให้เฉินเฟยยังไงก็ต้องหาเวลาว่างออกมา ไปเจอไอดอลของเธอด้วยตนเอง! หานมู่จื่อเห็นสมุดโน้ตที่อยู่ตรงหน้าของตนเอง ก็รู้สึกตะลึง นึกไม่ถึง……เธอยังมีแฟนคลับอยู่ในประเทศด้วย อีกทั้งยังเป็นนางฟ้าในใจของคนทั้งประเทศ ทันใดนั้น เธอรู้สึกดีใจจนน้ำตาจะไหล แต่ก็รับสมุดไว้ด้วยใบหน้าที่ยิ้ม: “Shelly เป็นชื่อที่ใช้ตอนอยู่ต่างประเทศ ตอนนี้กลับมาในประเทศแล้ว ฉันแซ่หาน ชื่อหานมู่จื่อ” “เพราะจังเลย!” หลินซิงหั่วเหมือนแฟนคลับสาวตัวน้อยชื่นชมเธอ หานมู่จื่อ: “……ขอบคุณค่ะ” เธอหยิบปากกาออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและเซ็นชื่อตนเองลงไปในสมุดโน้ต จากนั้นก็ยื่นสมุดและปากกาไปข้างหน้า: “ฉันก็เป็นแฟนคลับของคุณ ขอลายเซ็นของคุณด้วยได้ไหมคะ?” ทันใดนั้น หลินซิงหั่วทั้งตกใจและดีใจ เธอเอามืออุดปากไว้ ถามด้วยความตกใจ: “คุณเป็นแฟนคลับของฉัน? จริงๆเหรอคะ??? โอ้พระเจ้า! ฉันไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม? แล้ว……แล้วคุณเคยดูผลงานเรื่องไหนของฉันบ้างคะ?” เสี่ยวเหยียนพูดอะไรไม่ถูกเลย หานมู่จื่อมีไอดอลที่ไหนกันล่ะ? ตอนที่อยู่ต่างประเทศ เธอก็อยู่คนเดียวตลอด ยังกล้าพูดว่าตนเองเป็นแฟนคลับของหลินซิงหั่ว ประจบประแจงก็ไม่ดูว่าฝ่ายตรงข้ามเขาเป็นใคร “ละครย้อนอดีตเรื่องแรกของคุณ กวีบรรพกาลฉันเคยดู” “ว้าว! กวีบรรพกาลเป็นละครเรื่องแรกที่ฉันเข้าวงการ นึกไม่ถึงว่าคุณก็เคยดู นั่นก็เป็นเรื่องที่ฉันชอบมากที่สุด” หลินซิงหั่วเล่าออกมาโดยไม่รู้ตัว ได้ยินว่าหานมู่จื่อเป็นแฟนคลับของเธอ ทั้งตัวของเธออารมณ์ดีขึ้นมาทันที ดึงตัวหานมู่จื่อไปอีกข้างและคุยอะไรเยอะแยะมากมาย ในตอนที่พวกเธอกำลังคุยกันอยู่นั้น เสี่ยวเหยียนและเฉินเฟยมีเวลาว่างพอดี พวกเขาจึงได้ทำการเซ็นสัญญาให้เรียบร้อยและเฉินเฟยก็ได้จ่ายค่ามัดจำแล้วด้วย เวลาสิบนาทีก็ได้ผ่านไปในพริบตา “ที่รัก เรา…..ควรจะกลับได้แล้ว” เฉินเฟยเตือนด้วยเสียงเบาๆหนึ่งเสียง “ฉันจะบอกอะไรให้……” หลินซิงหั่วยังกำลังคุยกับหานมู่จื่อไม่หยุด หานมู่จื่อยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา เหมือนกำลังเอาใจเด็กๆอย่างนั้น “ซิงหั่ว…….” เฉินเฟยตะโกนเรียกและยังฝืนยิ้มอยู่ หลินซิงหั่วก็ยังไม่สนใจเขา ยังคุยกับหานมู่จื่ออยู่เหมือนเดิม สุดท้ายเฉินเฟยทนไม่ไหว จึงเดินเข้าไปตะโกนบอก: “หลินซิงหั่ว คุณจะถ่ายหรือไม่ไปถ่ายละครแล้ว! อยากจะโดนด่าใช่ไหม!” เสียงตะโกนนี้ ทำให้ผู้หญิงทั้งสามคนในสำนักงานตกใจหมด เสี่ยวเหยียนตกใจจนเอามือจับไว้ที่หน้าอก ส่วนหานมู่จื่อตกใจจนเสียขวัญ เสียงนั้นมาอย่างกะทันหันเกินไปจริงๆ…… หลินซิงหั่วก็ตกใจจนหน้าซีด ตั้งนานจึงตอบด้วยความฝืนทน: “เฉินเฟย คุณเกินไปแล้วนะ คุณทำให้มู่จื่อตกใจแล้วรู้ไหม?”