ในค่ำคืนที่เยียบเย็นเหมือนน้ำ วิลล่าไห่เจียงที่ใหญ่โตเงียบสงบ เสียงลมทะเลโบกพัดเข้าชายฝั่ง คืนนี้ลมแรงมาก จนได้กลิ่นของน้ำทะเลชื้น ๆ โชยมาในอากาศ แต่ในขณะนี้ หลังจากที่เย่โม่เซินอาบน้ำเสร็จก็หยิบโทรศัพท์มือถือจากนั้นไปนั่งที่โซฟา แล้วจ้องอย่างเอาเป็นเอาตาย โทรศัพท์มือถือแสดงหน้าแรกของWechat เย่โม่เซินเปิดดูข้อมูลที่หลินชิงชิงส่งมา คือนามบัตรที่เธอแนะนำให้เขา หลังจากที่เปิดนามบัตรแล้ว ก็เห็นข้อมูลส่วนตัวของหานมู่จื่อ มองดูอยู่นานแต่ก็ยังไม่ลงมือเพิ่มบุคคลนี้ลงไปในรายชื่อ ชื่อเล่นในโปรไฟล์ของเธอเป็นภาษาอังกฤษชื่อว่าShelly ส่วนรูปโปร์ไฟล์เป็นเปลือกหอยประณีตงดงาม ส่วนมือที่กุมเปลือกหอยนั้นเรียวยาวขาวสะอาดตา มือคู่นี้ เย่โม่เซินคุ้นเคยเป็นอย่างดี มือคู่นั้น เมื่อห้าปีก่อนเคยถูกเขาบีบอยู่ในฝ่ามือตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วน เคยขีดข่วนผิวหนังบนร่างเขา สุดท้ายเย่โม่เซินก็หลับตาลงอย่างอดทนที่จะไม่เอื้อมมือไปกดเพิ่มเพื่อน หลังจากกลับมาตอนบ่าย เขาก็นั่งเป็นบ้าอยู่ตรงนี้ตั้งนาน แต่ก็ยังไม่มีความกล้าที่จะเพิ่มเพื่อนผู้หญิงคนนั้น อย่างที่น้องสาวของภรรยาบอก ผ่านไปแล้วห้าปี ดูเหมือนตอนนี้เธอจะไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว อีกอย่างถ้าเขาเพิ่มเธอเป็นเพื่อนล่ะก็ เธอจะยอมรับหรือไม่? เขาคิดไม่ถึงมาก่อนเลยว่าตัวเองจะทำเรื่องที่ซับซ้อนแบบนี้ เขาขมวดคิ้วแล้ววางโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะ แล้วร้องคร่ำครวญอยู่ในลำคอเบา ๆ นิดหน่อย เย่โม่เซิน นายถูกผีเข้าเหรอ? เมื่อห้าปีก่อนผู้หญิงคนนี้ได้ออกไปจากชีวิตนายแล้ว เธอจากไปอย่างไร้เยื่อใย ผ่านไปห้าปี ดูเหมือนจะไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว สุดท้ายเย่โม่เซินก็เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือ จับจ้องหน้าแรกนั้นของWechatแล้วหรี่ตาลงอย่างอันตราย ในตอนที่เขาคิดจะถอยนั้น ผลปรากฏว่านิ้วไปกดโดนปุ่มเพิ่มเพื่อน เพียงชั่วครู่ ในใจของเขาก็เต้นอย่างบ้าคลั่งขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ทำตามหัวใจแล้วส่งคำขอเป็นเพื่อนไป หลังจากส่งคำขอเป็นเพื่อนไป หัวใจของเย่โม่เซินราวกับประกายไฟที่ตกลงบนทุ่งหญ้าแห้ง แต่ทันใดนั้นเปลวไฟก็พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า หนึ่งนาทีสองนาที เย่โม่เซินถือโทรศัพท์รอแล้วสิบนาที แต่ฝ่ายนั้นก็ยังไม่อนุมัติคำขอเป็นเพื่อน สีหน้าของเย่โม่เซินเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด หลังจากนั้นเขาก็ด่าด้วยเสียงต่ำ “สมควรตาย!” ผู้หญิงคนนี้คงไม่รู้ว่าเลขที่บัญชีนี้เป็นของเขา ดังนั้นเลยตั้งใจไม่เพิ่มเขาหรอกนะ? พอคิดถึงตรงนี้ เย่โม่เซินก็เหมือนจะบ้าไปแล้ว ลุกขึ้นและคว้ากุญแจรถออกไป เดินไปไม่กี่ก้าวเขาก็หยุดลง แล้วโทรศัพท์หาเซียวซู่ “ทำบัญชีWechatสักสองสามบัญชีให้ฉัน ภายในห้านาที” “อะไรนะครับ?” เซียวซู่นึกว่าตนเองฟังคำขอที่ไร้เหตุผลอย่างนี้ของเขาผิดไป จึงไม่สามารถตอบสนองได้ไปชั่วขณะ “ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง?” เย่โม่เซินตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ เซียวซู่รีบพยักหน้า: “รู้เรื่องครับ” “อย่างนั้นยังไม่รีบไปจัดการอีก!” ตื๊ด! หลังจากที่อีกฝ่ายวางสายไปแล้ว เซียวซู่ก็รู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงตัดสายจากโทรศัพท์ ดึกดื่นแล้ว คุณชายเย่จะเอาเลขบัญชีWechatมาขนาดนั้นไปทำอะไร? บริษัทจะพัฒนาธุรกิจใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมเขาไม่รู้อะไรเลย? แต่ท่าทางฉุนเฉียวเหมือนระเบิดที่ถูกจุดไฟเมื่อสักครู่ของเย่โม่เซิน ทำให้เขาไม่กล้าพูดมาก แล้วรีบไปจัดการแทนให้เย่โม่เซิน ห้านาทีหลังจากนั้นในที่สุดเย่โม่เซินก็ได้รับเลขที่บัญชีที่เซียวซู่ส่งมา แล้วหัวเราะอย่างเย็นชา:“นายช้าเกินไปแล้ว” หลังจากนั้นก็วางสายไป หลังจากนั้นเขาก็เปิดโน้ตบุ๊ก แล้วลงชื่อเข้าใช้Wechat เซียวซู่ช่วยเขาสมัครบัญชีWechatกว่าสิบบัญชี แม้จะไม่รู้ว่าเขาไปเอามาจากไหน แต่เย่โม่เซินใช้ได้ก็พอแล้ว เขาเริ่มลงชื่อจากอันแรก หลังจากนั้นก็หาเลขที่บัญชีWechatของหานมู่จื่อแล้วกดเพิ่มเพื่อนเข้าไป ผลปรากฏว่ารอมากว่าสิบนาทีอีกฝ่ายก็ยังไม่ตอบกลับ เขาจึงเปลี่ยนเป็นอีกเลขบัญชีหนึ่ง ครั้งนี้เขาเรียนรู้และฉลาดขึ้นแล้ว ได้พิมพ์ข้อความเพื่อยืนยัน: คุณคือนักออกแบบ? ผลคือรอไปสิบกว่านาทีอีกแล้ว ฝ่ายนั้นก็ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ เชี้ย! เย่โม่เซินรู้สึกบ้าคลั่งนิดหน่อยแล้ว ผู้หญิงคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่? เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง นี่มันก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว หรือว่าจะนอนหลับแล้วแน่เลย? เป็นไปไม่ได้ ตอนที่เขาส่งคำเชิญก่อนหน้านี้ยังไม่ถึงสี่ทุ่ม พอคิดได้แบบนี้ เย่โม่เซินก็โทรศัพท์หาเซียวซู่ เซียวซู่รู้สึกพูดไม่ออกเล็กน้อยในตอนที่รับสายเย่โม่เซิน “คุณชายเย่มีคำสั่งอะไรอีกเหรอครับ?” “ฉันถามนาย” น้ำเสียงของเย่โม่เซินเย็นชา:“คน ๆ หนึ่งเขาจะทำอะไรในตอนสี่ทุ่มกว่ากันบ้าง?” เซียวซู่ถูกคำถามที่ไม่ชัดเจนนี้ถามจนโง่ไปแล้ว“เย่ คุณชายเย่? ที่พูดหมายความว่าอย่างไรครับ?” เย่โม่เซินจุดบุหรี่หนึ่งม้วน ควันไฟที่ปรากฏขึ้นนี้ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาของเขาเคร่งเครียดขึ้นมา “ถามนาย ก็แค่ตอบ” เซียวซู่ทั้งกลัวทั้งตกใจแล้วเอ่ย:“ตอนสี่ทุ่ม อาจจะนอนหลับแล้วครับ!” “หืม?” นอนหลับแล้วจริง ๆ เหรอ? อย่างนั้นดูเหมือนว่าเขาจะต้องรอถึงวันพรุ่งนี้แล้ว? แต่ทำไมเย่โม่เซินมักจะรู้สึกว่าผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะไม่ได้นอนหลับเร็วขนาดนั้น ปรากฏว่าฝ่ายเซียวซู่นั้นหยุดไปสักพัก ทันใดนั้นก็พูดต่อ:“ถ้าตอนสี่ทุ่มยังไม่นอนหลับล่ะก็ ยังสามารถทำเรื่องอื่นได้อีกเยอะ” พอได้ยิน เย่โม่เซินก็ขมวดคิ้วขึ้นมา“เรื่องอะไร?” รู้สึกได้ว่าเย่โม่เซินสนใจหัวข้อสนทนานี้มาก เซียวซู่จึงตั้งใจบอกคำตอบที่ตนเองนึกได้ทั้งหมดให้กับเย่โม่เซิน “คุณชายเย่ ตามการคาดคะเนของผม สี่ทุ่มเป็นเวลานอนหลับของคนที่มีวินัยในตัวเอง แต่สมัยนี้วัยรุ่นในเมืองใหญ่ต่างก็ไม่ได้นอนหลับกันเช้าขนาดนั้น ดังนั้นในเวลานี้ถ้าไม่ใช้ชีวิตตอนกลางคืน ก็กำลังทำงานล่วงเวลาอยู่ หรือว่า ถ้าเป็นคนที่มีครอบครัวแล้วก็จะกล่อมลูกเข้านอน โอ้ หรือว่ากำลังมีเซ็กส์” ประโยคสุดท้ายนั้น เซียวซูพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว และเย่โม่เซินก็ขมวดคิ้วสนใจประโยคนี้เป็นพิเศษ แล้วหรี่ตาลงอย่างอันตราย:“มีเซ็กส์?” น่าแปลก เซียวซู่รู้สึกว่าน้ำเสียงนั้นดูเหมือนจะมีไอสังหารเพิ่มมากขึ้น นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? หลายปีมานี้ถึงแม่เย่โม่เซินจะเคร่งขรึม แต่ก็อารมณ์แปรปรวน แต่ว่าคืนนี้…ทำไมถึงฉุนเฉียวขนาดนี้? “คุณชายเย่ เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” “ที่ตอบคำถามฉัน ที่นายพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงใช่ไหม?” เซียวซู่เหงื่อตก:“เกือบจะเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ!” “ดังนั้น ที่คนนั้นไม่ตอบนาย เพราะกำลังมีเซ็กส์?” “เอ่อ…คุณชายเย่ ที่ผมเพิ่งจะพูดไปก็มีตั้งเยอะ ทำไมคุณถึง…” จำแค่สิ่งนี้ หรือว่า… ทันใดนั้นเซียวซู่ก็นึกถึงสิ่งสำคัญบางอย่างได้ “ใครไม่ตอบข้อความของคุณชายเย่เหรอครับ?” เย่โม่เซินเลิกคิ้วแล้วยิ้มอย่างเย็นชา:“อยากตาย?” “ไม่ ไม่กล้าครับ!” เย่โม่เซินวางสายโทรศัพท์อีกครั้ง พอได้ยินเสียงตัดสาย เซียวซู่ก็รู้สึกแปลก ๆ แล้ว ทำไมคุณชายเย่ถึงถามคำถามแปลก ๆ ขึ้นมาอย่างกะทันหันล่ะ ท่าทางแบบนี้ดูเหมือนเมื่อห้าปีก่อนตอนที่คุณชายเย่ชอบคุณนายน้อยเลย ทำเรื่องพวกนี้เหมือนกันเป๊ะ! หรือว่า!! คุณชายเย่จะมีคนที่ชอบอีกแล้ว??? พอคิดถึงตรงนี้ เซียวซู่ก็หน้าเปลี่ยนสี กระโดดขึ้นมาทันที ใครกัน? ที่ถึงกับสามารถเข้าตาเย่โม่เซินได้!