ในที่สุดลูน่าก็หลุดพ้นจากความกระหายเลือด เธอสามารถลดการเผาผลาญพลังเวทลงได้จนถึงขีดสุด และยังสามารถรวบรวมพลังเวทจากบริเวณโดยรอบได้ราวกับหายใจเข้าออก แม้วันเวลาจะผ่านไปนาน 40 ปี แต่รูปลักษณ์ภายนอกของลูน่าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย “ทีนี้จะทำอะไรต่อดีล่ะ” ลูน่าครุ่นคิด เธอบรรลุเป้าหมายแล้ว แต่ยังไม่มีเป้าหมายต่อจากนั้น ถ้าจะให้พูดก็คงเป็นการเอาชนะโลแกน แต่ในช่วงหลังนี้โลแกนคนนั้นก็แทบไม่ได้ต่อสู้อย่างเห็นได้ชัด แม้รูปลักษณ์ภายนอกของโลแกนจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เวลาที่เขาใช้สอนลูน่ากลับน้อยลงทุกที ในขณะเดียวกัน เวลาทำสมาธิก็ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้เขาใช้เวลาเกือบทั้งวันหมดไปกับการทำสมาธิ “อีกไม่นานแล้ว” เป็นคำพูดติดปากของโลแกนในช่วงนี้ แม้แต่จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังต้องเผชิญกับจุดจบที่ใกล้เข้ามา “อาจารย์ใหญ่ ไม่อยากมีชีวิตนิรันดร์เหรอ” ลูน่าถามโลแกน อาจารย์ใหญ่คือคำที่ลูน่าใช้เรียกโลแกน เพราะเขาเป็นอาจารย์ของคานซึ่งเป็นอาจารย์ของฉัน เลยเรียกว่าอาจารย์ใหญ่ แม้ลูน่าจะไม่เคยใช้หรือทดลอง แต่เธอสามารถเปลี่ยนคนที่เธอดูดเลือดให้กลายเป็นบริวารได้ ถ้าเป็นมนุษย์ธรรมดาจะกลายเป็นผีดูดเลือด แต่ถ้าเป็นชาวอาซูราอย่างโลแกนก็จะกลายเป็นราชาอมตะ โลแกนตอบว่า “เจ้ารู้ไหมว่าข้าอายุเท่าไร 120 เชียวนะ เป็นมนุษย์ที่มีอายุยืนที่สุด ข้าเป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน และจะครองสถิติผู้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลกด้วย เท่ระเบิด แต่ถ้ากลายเป็นอันเดด สถิติพวกนั้นก็จะไร้ค่า ทั้งฉายาจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานและผู้ที่มีอายุยืนที่สุดในโลกก็จะกลายเป็นการกระทำที่ขี้โกงแทน เพราะฉะนั้นอย่าได้ทำอะไรที่ไม่เข้าเรื่อง” โลแกนหัวเราะเห็นฟัน “นั่นสินะคะ อาจารย์ใหญ่เท่มาก” ลูน่าคิดเช่นนั้นจากใจ โลแกนเป็นคนที่มีชีวิตเหลือจะเชื่อ แต่เขามีความเชื่อในการใช้ชีวิตนั้น เขาไม่ให้ค่ากับการเลิกเป็นมนุษย์เหมือนคาน และตั้งเป้าจะเป็นที่สุดในฐานะมนุษย์ นั่นเป็นวิถีชีวิตที่น่านับถือ ระหว่างนั้นเอง โลแกนก็หยุดนิ่งไปในขณะทำสมาธิ ลูน่าสังเกตว่าไม่มีการไหลเวียนของพลังเวทในตัวโลแกนแล้ว “ฉันเอาชนะอาจารย์ใหญ่ไม่ได้จนถึงวันสุดท้ายเลยสินะคะ” ลูน่าพูดเช่นนั้นแล้วออกจากบานูกูตที่พักของโลแกนไป ── ลูน่าออกมาสู่โลกภายนอกเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี เธอจะอยู่ที่บานูกูตก็ได้ แต่สุดท้ายเธอก็เหมือนจะทนอยู่คนเดียวไม่ได้ เป้าหมายที่มุ่งหน้าไปคือบ้านเกิดสำหรับลูน่า คฤหาสน์ของนายหน้าค้ามนุษย์เมสัน ถ้าเมสันกับมอลลี่ยังมีชีวิตอยู่ก็คงอายุประมาณ 80 อาจจะกำลังใช้ชีวิตอยู่ในช่วงวาระสุดท้าย โลกมนุษย์ที่เธอจากมานานนั้นมีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป ลูน่าใช้เครื่องรางซึ่งเป็นของต่างหน้าที่คานทิ้งไว้ แล้วเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้สะดุดตา แต่เมืองก็เปลี่ยนไปมากจนน่าตกใจ โลกที่ลูน่ารู้จักเป็นโลกที่มีแต่ประเทศเล็ก ๆ ตั้งกระจัดกระจาย แต่ปัจจุบันหลายประเทศรวมตัวกันเป็นประเทศเดียวแล้ว ชื่อประเทศนั้นก็คืออาณาจักรราม โลกกำลังรวมตัวกันอย่างรวดเร็วโดยกษัตริย์รามนาถผู้ถูกขนานนามว่าเป็นราชาแห่งนักรบ ประเทศที่คฤหาสน์ของเมสันตั้งอยู่ก็ถูกอาณาจักรรามพิชิต และการค้ามนุษย์ก็ถูกสั่งห้ามเช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น เนื่องจากหลายประเทศรวมตัวกันเป็นประเทศขนาดใหญ่ การกระจายสินค้าจึงเฟื่องฟู และจำนวนสินค้าที่วางจำหน่ายในร้านค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด “รัถพยายามอย่างหนักเลยนะเนี่ย” ลูน่าพึมพำเมื่อเห็นตราประจำอาณาจักรรามที่คุ้นตาติดอยู่ตามท้องถนน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของเมสัน ── คฤหาสน์ของเมสันดูเก่าสมกับที่อยู่มานาน แต่ก็ยังคงได้รับการดูแลดีอย่างที่คาดไว้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง ภายในบริเวณคฤหาสน์จึงมีเด็ก ๆ อยู่ (ไม่ใช่ว่าการค้ามนุษย์ถูกสั่งห้ามแล้วเหรอ) ลูน่าสงสัยจึงเคาะประตูคฤหาสน์ คนที่ออกมาเปิดประตูเป็นหญิงที่เลยวัยกลางคนแต่งตัวเรียบร้อย แต่พอเห็นหน้าลูน่าเธอก็ตกใจ “ลูน่า!? เอ๊ะ หลานของลูน่า?” ลูน่าคุ้นหน้าผู้หญิงคนนั้น เธอจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้นแล้วพยายามนึก “หรือว่าจะเป็นโดโรธี?” เธอคือเพื่อนคนแรกของลูน่า เด็กผู้หญิงที่เคยอยู่ด้วยกันที่บ้านนายหน้าค้ามนุษย์ “อ้าว ใช่ลูน่าจริง ๆ เหรอ ทำไมถึงยังสาวขนาดนี้ล่ะ” “มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นน่ะ” แม้จะดูไม่เหมือนรูปลักษณ์ของลูน่าที่จะสามารถทำสำเร็จได้ด้วยอะไรหลายอย่าง แต่โดโรธีก็ยิ้ม “อะไรหลายอย่าง นั่นสินะ ก็ผู้ใช้เวทซื้อเธอไปนี่เนอะ คงมีอะไรหลายอย่างจริง ๆ นั่นแหละนะ” เหมือนโดโรธีจะคาดเดาไปเองถึงสถานการณ์ของลูน่าในตอนนี้หลังจากที่เห็นลูน่าสวมเสื้อคลุมนักเวทสีขาว เธอดูจะประเมินพลังของเวทมนตร์ไว้ค่อนข้างสูง แต่ก็เข้าทางลูน่าพอดี ลูน่าจึงปล่อยเรื่องนั้นให้เลยตามเลย “ที่สำคัญกว่า ทำไมโดโรธีถึงอยู่ที่นี่ล่ะ ทั้งที่เกลียดคฤหาสน์หลังนี้ขนาดนั้น” ตอนที่โดโรธีออกจากบ้านนายหน้าค้ามนุษย์ เธอดูดีใจออกนอกหน้า และยังบอกด้วยว่าจะไม่กลับมาอีกแล้ว “ฉันก็มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้นเหมือนกัน หลายอย่างเลยแหละ เข้าไปข้างในกันเถอะ เดี๋ยวฉันเอาชามาให้” เมื่อลูน่าได้รับเชิญจากโดโรธี​ เธอก็เข้าไปในคฤหาสน์ ด้านในดูเก่าอย่างที่คิด แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนกับในความทรงจำของลูน่า เธอจึงรู้สึกราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในอดีต ที่ที่โดโรธีพาไป คือห้องรับแขกที่เมสันเคยใช้เจรจาธุรกิจกับขุนนางและคนอื่น ๆ โดโรธียกชามาเสิร์ฟบนโต๊ะที่ในสมัยนั้นมันเป็นเครื่องเรือนราคาแพง แต่ตอนนี้มันกลายเป็นของโบราณโดยสมบูรณ์ “โดโรธี ชาเป็นของชั้นสูงนี่ จะดีเหรอ ที่เอาของแบบนั้นมาเสิร์ฟให้ฉัน” ชาที่ลูน่ารู้จักเป็นของราคาแพง ดูไม่ใช่ราคาที่คนธรรมดาทั่วไปจะซื้อมาดื่มได้ “พูดอะไรของเธอน่ะลูน่า ชามันไม่ใช่ของแพงอะไรขนาดนั้นสักหน่อย” โดโรธีหัวเราะ “แต่เมื่อก่อนมันเป็นของชั้นสูงไม่ใช่เหรอ” “นั่นมันนานมาแล้วนะ ตั้งแต่ที่ราชาแห่งนักรบขยายอาณาเขตไปทางตะวันออกไกล ราคาชาก็ลดลงเยอะเลยไม่ใช่หรือไง ที่ผ่านมาเธอไปอยู่ไหนมาเนี่ย” โดโรธีทำหน้าแปลกใจ “อืมก็นะ ฉันอยู่ในชนบทที่แทบไม่มีคนอาศัยอยู่จนถึงเมื่อไม่นานมานี้เอง เพราะงั้นเลยไม่รู้เรื่องอะไรในช่วงนี้เลยน่ะ” “งั้นเหรอ ผู้ใช้เวทนี่ลำบากจังเนอะ” ดูเหมือนโดโรธีจะตีความไปเองอีกแล้ว แต่คราวนี้กลับถูกซะส่วนใหญ่ ฉันลำบากจริง ๆ นั่นแหละ “แล้วทำไมโดโรธีถึงกลับมาที่คฤหาสน์หลังนี้ล่ะ” “อ๋อเรื่องนั้นน่ะเหรอ นั่นสินะ ตอนที่ฉันออกจากคฤหาสน์หลังนี้ ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่กลับมาอีกเหมือนกันนั่นแหละ ที่จริง เจ้านายที่ซื้อฉันไปใจดีกว่ามอลลี่มากทีเดียว ที่นั่นฉันได้รับคำชมเพียบเลยละ ทั้งที่ในคฤหาสน์หลังนี้ฉันไม่เคยได้รับคำชมเลยแม้แต่ครั้งเดียวแท้ ๆ แต่ที่นั่นบอกว่า ‘โดโรธีสุดยอด ทำได้ทุกอย่างเลย’ ฉันดีใจมาก เลยทำงานอย่างสุดความสามารถ แล้วตำแหน่งของฉันก็สูงขึ้นเรื่อย ๆ ฉันได้รับมอบหมายให้อบรมสั่งสอนพวกเด็ก ๆ ที่เข้ามาทีหลังด้วยนะ แต่เด็กพวกนั้นทำงานไม่เป็นเลยสักนิด ท่าทางคนขายจะไม่ได้สอนอะไรมามากมาย ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ ฉันเลยเผลอต่อยไปด้วยความโมโหเหมือนมอลลี่ แล้วสอนจนกว่าจะทำได้น่ะ” โดโรธีจิบชาเบา ๆ แล้วก็ยิ้มราวกับหวนคิดถึงอดีต “นั่นก็เลยทำให้คนอย่างฉันมีค่าขึ้นมา เพราะฉันได้รับการฝึกฝนจากมอลลี่มาอย่างเต็มที่ยังไงล่ะ ตัวหนังสือฉันอ่านออก คำนวณง่าย ๆ ฉันก็ทำได้ เลยได้รับมอบหมายให้ทำงานสำคัญ ๆ จนสุดท้ายก็ได้รับฐานะตำแหน่งที่ดี ฉันแต่งงานแล้วนะ ตอนนี้มีหลานแล้วด้วย” ลูน่าพบตัวเองอีกคนในตัวของโดโรธี เธอคิดว่าหากตัวเองไม่ได้สืบเชื้อสายมาจากชาวอาซูรา ก็อาจมีชีวิตที่มีความสุขเหมือนกับผู้หญิงตรงหน้าก็เป็นได้ โดโรธีไม่ได้สังเกตเห็นความรู้สึกนั้นของลูน่าและยังคงพูดต่อไป “แล้วในที่สุดฉันก็เข้าใจ ว่าทำไมฉันถึงมีความสุขได้ มันเป็นเพราะมอลลี่สอนฉันอย่างสุดความสามารถยังไงล่ะ ฉันก็เพิ่งเข้าใจหลังจากที่สอนคนอื่นไปแล้วเหมือนกัน ว่าการสอนคนอื่นนั้นมันยาก ยากจริง ๆ ต่อให้เด็กคนนั้นทำไม่ได้ ก็ใช่ว่าฉันจะเดือดร้อนสักหน่อย ปล่อยไว้งั้นยังจะสบายกว่าอีก ถ้าไม่มีความรักก็ทำไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีความรักน่ะนะ ถึงมอลลี่จะเป็นคนน่ากลัวจริง ๆ แต่ความรักก็ลึกซึ้งพอ ๆ กับที่น่ากลัวนั่นแหละ ส่วนเมสันก็ คงทำไปเพื่อธุรกิจละมั้ง” โดโรธีหัวเราะ แล้วลูน่าก็หัวเราะตาม “ถึงพวกเราจะไม่มีแม่ แต่มอลลี่ก็ทำหน้าที่นั้นแทนได้อย่างดีเยี่ยม เพราะงั้นหลังจากเลี้ยงลูกโตจนมีหลานแล้ว ฉันก็มีเวลาว่างบ้าง เลยกลับมาที่บ้านของตัวเองน่ะ ไม่ใช่แค่ฉันนะ มีกลับมาหลายคนเลย ถึงจะได้รับการเลี้ยงดูจากมอลลี่และได้รับอิสรภาพจากคนที่ซื้อไปแล้วก็ตาม พวกเราเลยผลัดกันดูแลพวกเด็ก ๆ น่ะ” โดโรธีทอดสายตาไปยังเด็ก ๆ ที่เดินอยู่ตามทางเดิน “การค้ามนุษย์ถูกสั่งห้ามแล้วไม่ใช่เหรอ” ลูน่าถามสิ่งที่ตัวเองกำลังสงสัย “แน่นอนสิ ตอนนี้ที่นี่น่ะ กลายเป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำก็ยังเหมือนเดิมนั่นแหละ แค่ไม่ได้รับเงินก็เท่านั้น”