เซียวอวี๋กลับมาที่คฤหาสน์อีกครั้ง เขาเดินเข้ามาที่ห้องโถง ซึ่งนั่นทำให้พ่อบ้านหงส์ หัวหน้าทหารฮุ่ยรวมถึงเหล่าสะใภ้ทั้งห้าต่างประหลาดใจ เมื่อวานนี้พวกเขาคิดว่าเซียวอวี๋นั้นกลับมาเพื่อเงิน แต่หากว่าเขาจะจากไปแล้ว ใยตอนนี้ถึงกลับมาที่นี่อีก? …………. …………. เซียวอวี๋กำลังกังวลเรื่องเงิน เขาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะเสวนากับผู้ใด ให้พวกเขาเชื่อในสิ่งที่พวกเขาต้องการจะเชื่อ เขาเลือกที่จะกลับไปที่ห้องของเขาและขบคิดถึงวิธีแก้ปัญหาที่เขากำลังเผชิญอยู่ นี่ยังคงเป็นอีกคืนหนึ่งที่เซียวอวี๋ไม่อาจข่มตาหลับได้ลง รุ่งเช้าเขาก็ออกจากห้องไปขณะดวงตาแดงก่ำจากการอดนอน เขาขี่ม้าออกจากเมืองด้วยท่าทางเซื่องซึม ขณะที่เขาขบคิดเรื่องทองอยู่ในหัวตลอดเวลา ทันใดนั้นก็มีทหารโผล่ออกมาจากมุมหนึ่งของประตูเมืองและชนเข้ากับม้า ม้าที่เซียวอวี๋ขี่อยู่เกิดอาการตกใจและยกขาหน้าขึ้น เซียวอวี๋ซึ่งไม่ได้มีประสบการณ์การขี่ม้ามากนักจึงล่วงหล่นจากหลังม้า “อา! ซวยล่ะ! ท่านลอร์ด!” ทหารนายนั้นรีบกุลีกุจอเข้ามาช่วยพยุงเซียวอวี๋ขึ้นด้วยความหวาดกลัว เซียวอวี๋รู้สึกมึนศีรษะเพราะถูกเหวี่ยงลงมา เขามองไปที่ทหารนายนั้น “เจ้าไม่มีนัยต์ตาหรือ? วิ่งออกมาทำอะไร?” ทหารนายนั้นหวาดกลัวที่จะถูกลงโทษเขาจึงอธิบายอย่างเร่งร้อน “ท่านลอร์ด นายท่านได้โปรดเมตตาข้าด้วย กลุ่มโจรเขี้ยวมังกรได้เข้าปล้นหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียง หัวหน้าทหารฮุ่ยกำลังเรียกรวมพลเพื่อออกไปจัดการพวกมันขอรับ” “หืม กลับมีพวกโจรอยู่ในดินแดนของข้าด้วย? พวกมันเป็นใครถึงกล้าที่จะมาปล้นในดินแดนของข้า?” เซียวอวี๋กล่าวด้วยความโกรธ “พวกมันคือกลุ่มโจรเขี้ยวมังกรขอรับท่านลอร์ด พวกมันได้เข้าปล้นพวกเรามาหลายครั้งแล้ว” ทหารนายนั้นหันเหหัวเรื่องและดึงความสนใจของเซียวอวี๋ให้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มโจรแทน “กี่ครั้งกันที่พวกมันกล้าทำเช่นนี้? พวกมันมีกันอยู่เท่าไร?” มีประกายความคิดแล่นขึ้นในหัวของเซียวอวี๋ และตอนนี้เขาต้องการข้อมูลมากกว่านี้ “กลุ่มเขี้ยวมังกรมีกันอยู่ราวๆ 200 – 300 คนขอรับ ส่วนใหญ่แล้วพวกมันจะออกปล้นตามหมู่บ้านต่างๆ” นายทหารรีบกล่าวรายงาน เซียวอวี๋ทราบว่ามีการปล้นชิงเกิดขึ้นภายในดินแดนของเขา เดิมทีดินแดนแห่งนี้ก็อยู่ในเขตกันชนระหว่างขุมอำนาจต่างๆอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีโจรร้ายชุกชุม อย่างไรก็ตาม เหล่าชนเผ่าเร่ร่อนหรือกลุ่มโจรพวกนี้ไม่ได้เข้าโจมตีเมืองของเขาเนื่องจากกำแพงสูงที่ล้อมรอบเมืองเอาไว้ นอกจากนี้เมืองของเซียวอวี๋ยังไม่มีน้ำมันหรือน้ำ ดังนั้นพวกมันจึงไม่คิดที่จะมายุ่มย่ามกับเมืองแห่งนี้ “กองโจรงั้นหรือ….ฮ่าฮ่าฮ่า! ตอนนี้เรากำลังขาดแคลนเงินและพวกมันก็ปรากฏตัวออกมาในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ ฮ่าฮ่าฮ่า!” เซียวอวี๋เริ่มเปล่งเสียงหัวเราะราวกับคนเสียสติ ทหารนายนั้นมองดูการแสดงออกของลอร์ดและคิดว่าท่านลอร์ดคนนี้คงเพี้ยนไปแล้ว พวกโจรออกปล้นเงินทองและทรัพยากร แต่ลอร์ดของเขาคนนี้ดูราวกับโจรใหญ่จะไปออกปล้นพวกมันอีกทอดหนึ่ง ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เซียวอวี๋กำลังจะออกปล้นพวกโจร! แน่นอนว่าพวกมันอาจจะมีเงินทองเพียงเล็กน้อยหรืออาจจะกองใหญ่เลยก็เป็นได้ โจรที่ปล้นจากโจรนั้นไม่นับว่ามีความผิดตามกฏหมาย นี่เป็นธุรกิจที่คุ้มค่าอย่างยิ่ง “เอาล่ะ ฉันจะต้องออกปล้นพวกโจร!” เซียวอวี๋ตะโกนออกมาพร้อมหัวเราะ ……….. ……….. เซียวอวี๋และกรอมกำลังเดินเข้าไปในค่ายของพวกโจรโดยไร้ซึ่งความกังวลใดๆ หลังจากที่สังเกตุการณ์มาระยะหนึ่งแล้ว เซียวอวี๋มีนักรบออร์คใหม่ 30 นาย พร้อมด้วยนักรบออร์คที่ผ่านศึกอีก 8 นาย เขาจะนำกองกำลังกลุ่มนี้เข้าเข่นฆ่าสังหารพวกโจรให้หมดสิ้น นักรบออร์คที่บาดเจ็บอีก 2 นายนั้นยังคงพักฟื้นอยู่ที่ฐาน เซียวอวี๋สั่งให้นักรบออร์คทั้ง 38 นายคอยเตรียมพร้อมอยู่ภายในป่า ในขณะที่เขาและกรอมจะออกมาสำรวจค่ายของพวกโจร เซียวอวี๋พบว่าพวกโจรนั้นมีราวๆ 200 คนที่ยังอยู่ภายในค่าย อุปกรณ์สวมใส่ของพวกมันล้วนเก่าขาดและขึ้นสนิม พวกมันดูเหมือนพวกขอทานมากกว่าพวกทหารที่ได้รับการฝึกปรือ เซียวอวี๋คาดการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางฝั่งเขา เขามีนักรบออร์คอยู่ 38 นาย ดังนั้นแน่นอนว่าฝ่ายของเขาอาจจะมีการสูญเสียเกิดขึ้นหากว่าเขานำพวกนักรบออร์คออกรบในศึกครั้งนี้ เซียวอวี๋รู้สึกเศร้าหมอง เขาไม่ต้องการจะสูญเสียกำลังพลอันแสนมีค่าของเขาไป “พวกเราจะไม่บุกโจมตีโดยตรง พวกเราจะใช้วิธีอื่น” เซียวอวี๋ส่งสัญญาณให้กรอมขณะที่มีความคิดหนึ่งปรากฏขึ้นในหัวของเขา พวกเขาเดินเข้าไปที่กระโจมหลังหนึ่ง หลังจับพวกมันบางคนมาสอบสวน เขาก็ได้ข้อมูลมาว่าพวกโจรได้นำสิ่งของต่างๆที่พวกมันปล้นมาเก็บไว้ที่กระโจมแห่งนี้ เซียวอวี๋และกรอมต่างหยิบฉวยของมีค่าต่างๆและวิ่งออกมา กรอมได้ใช้ดาบของเขาสังหารพวกโจรที่ลาดตระเวณไปหลายคนในขณะที่จากมา เซียวอวี๋และกรอมต่างใช้วินด์วอร์คหลบหนีอย่างรวดเร็ว ……….. ……….. “แย่แล้วหัวหน้า! พวกเราถูกปล้น! เร็วเข้า! พวกเราถูกปล้นแล้ว!” เกิดความอลม่านขึ้นภายในค่ายของพวกโจร รังโจรของพวกมันกลับถูกปล้นแล้ว “ไอ้เวรตะไลตัวไหนกันที่กล้าปล้นของของพวกเรา?” ชายที่รูปร่างแข็งแกรงเดินออกมาจากกระโจม ดวงตาข้างหนึ่งของเขาคาดไว้ด้วยที่ปิดตา ขณะที่บนร่างของเขาสวมใส่ไว้ด้วยเกราะโซ่ “ข้าไม่รู้หรอกหัวหน้า! แต่มันได้เอาสิ่งของไปบ้างเล็กน้อย อีกทั้งมันยังฆ่าพี่น้องของเราอีก!” ลูกสมุนรีบกล่าวรายงานหัวหน้าของมันอย่างรวดเร็ว “เวรเอ๊ย! พวกมันต้องการให้บิดาผู้นี้ออกโรงเองงั้นรึ แกะรอยตามพวกมันไป ข้าจะใช้กระโหลกของพวกมันแทนแก้วไวน์!” หัวหน้าเหล่าโจรตะโกนออกมาด้วยความฮึกเหิม เหล่าโจรต่างวิ่งออกมาจากค่ายเพื่อค้นหาร่องรอยของกรอม กรอมได้ปรากฏตัวออกมาเป็นครั้งคราวเพื่อล่อพวกมันติดตามไป เขานำพวกโจรไปยังสถานที่ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าโดยเซียวอวี๋ การซุ่มโจมตีนั้นพร้อมแล้ว! เซียวอวี๋ได้คุลมร่างของกรอมด้วยผ้าคลุมดังนั้นพวกมันจึงมองไม่เห็นผิวกายของเขา นั่นเป็นเหตุให้พวกมันไม่ได้ระแคะระคายเลยว่าพวกมันกำลังเผชิญหน้าอยู่กับออร์ค ภูมิประเทศของป่าแห่งนี้มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก พวกโจรนั้นไม่สามารถติดตามร่องรอยของกรอมได้อีก พวกมันกระจายตัวกันเพื่อออกค้นหา ในมุมมองของพวกมัน ศัตรูเป็นเพียงมนุษย์รนหาที่ตายคนหนึ่ง ดังนั้นพวกมันจึงออกล่าโดยไม่ได้ระมัดระวังใดๆ กุญแจสำคัญนั้นอยู่ที่กับดักของเซียวอวี๋ เซียวอวี๋วางแผนที่จะแบ่งแยกพวกมันและค่อยๆจัดการพวกมันทีละส่วน จะเกิดการสูญเสียอย่างมากหากว่าเขาให้กองทัพออร์คเข้าปะทะกับพวกโจรกว่า 200 คนโดยตรง “อย่าได้คำรามเสียงดัง! ลงมือฆ่าพวกมันทันทีที่เข้ามาใกล้ จะต้องไม่มีใครรอดชีวิตออกจากที่นี่ไปได้” เซียวอวี๋ออกคำสั่งแก่เหล่านักรบออร์คไม่ให้ส่งเสียงเอะอะ เพราะมันจะทำให้พวกโจรเตลิดหนีไปจนหมด พวกนักรบออร์คนั้นไม่ได้สวมเสื้อคลุมหรือฮู้ดใดๆ ดังนั้นรูปลักษณ์ของพวกมันย่อมสร้างความหวาดกลัวแก่ศัตรู “เอาเลย!” เซียวอวี๋เฝ้าดูพวกโจรหลายสิบคนเคลื่อนร่างใกล้เข้ามา เขาออกคำสั่งแก่กรอมและเหล่านักรบออร์คทันที “อาาา…อา…มะ..” มีเสียงกรีดร้องดังออกมา แต่มันยังไม่ทันดังพอจะเตือนเหล่าโจร “เอ๊ะ…..พวกอสู….” พวกมันส่วนใหญ่กลับตกตายในทันที พวกมันตายก่อนที่จะรู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับอะไร นักรบออร์ค 38 นายนั้นเกินพอที่จะกำจัดเหล่าโจรหลายสิบคนในเวลาไม่ถึง 10 วินาที “ถอยก่อน!” เซียวอวี๋ออกคำสั่งล่าถอยหลังจากจัดการฝูงโจรไปหลายสิบคน ………………. ………………. “เกิดอะไรขึ้น? พวกเราตายได้ยังไง?” เหล่าโจรกลุ่มนี้ได้ยินเสียงเรียกของสหายจึงรีบวิ่งตรงมาที่นี่ แต่พวกมันกลับพบเพียงซากศพมากมาย “พวกมันเข่นฆ่าคนของเราในเวลาเพียงช่วงสั้นๆ ศัตรูคือฝ่ายไหนกัน? อา! ดูห้าศพนั่นสิ มันถูกผ่าเป็นสองส่วน! ศัตรูแข็งแกร่งเพียงใดกัน?” เหล่าโจรมองเห็นเลือดเจิ่งนองไปทั่วพื้น ภาพที่อยู่เบื้องหน้านี้ทำให้พวกมันหวาดกลัว “ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้มาเพียงลำพัง พวกมันน่าจะมีกันราวๆ 30 หรืออาจจะมากกว่านั้น อย่าได้แยกย้ายกันแล้ว” หัวหน้ากลุ่มโจรคำรามด้วยความเจ็บแค้น …………… …………… “มีอีกกลุ่มกำลังมาทางด้านนี้” เซียวอวี๋มองดูกลุ่มโจรที่กำลังใกล้เข้ามา “พวกเอ็งระวังตัวเอาไว้ พวกมันอาจเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว” หัวหน้ากลุ่มโจรกล่าวออกมาขณะที่ใช้มีดในมือฟันหญ้าที่สูงท่วมตัว “อ๊ากก….” มีเสียงที่น่าสังเวชดังขึ้นขณะที่มีโจรถูกดึงเข้าไปในพงหญ้าและไม่กลับออกมาอีก “ระวังตัว! พวกมันอยู่ที่นี่” พวกโจรต่างส่งเสียงร้องขึ้นเตือนเหล่าสหาย แต่ภายในใจของพวกมันกลับเต็มไปด้วยความกลัว อ๊ากกก! พวกนักรบออร์คได้พุ่งตัวออกมาจากหญ้าและเหวี่ยงขวานยักษ์ที่อยู่ในมือเข้าใส่พวกโจร พวกโจรกลายเป็นตกตะลึงเมื่อพบเห็นออร์ค พวกมันยังไม่ทันได้มีเวลาตอบสนองใดๆก็ต้องกลายเป็นศพเสียก่อน ข้อผิดพลาดของพวกมันทำให้สายเกินไปที่ปกป้องชีวิตเอาไว้ได้ …………. …………. เซียวอวี๋พึงพอใจเป็นอย่างมากเมื่อมองไปที่ซากศพที่กระจัดกระจายอยู่ภายในป่าหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง พวกโจรถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมากหลังผ่านการซุ่มโจมตีอยู่หลายครั้ง พวกโจรส่วนใหญ่ไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะหลบหนี ความเร็วของพวกนักรบออร์คนั้นสูงมาก ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงกรอมที่มีวินด์วอร์คอีก แม้ว่าพวกโจรส่วนใหญ่จะถูกสังหารไปมากมาย แต่ก็ยังมีบางคนที่หลบซ่อนสำเร็จ พวกมันหลบหนีไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้ พวกมันหนีกลับมาที่ค่ายและรายงานสิ่งที่พบเห็นแก่หัวหน้าของพวกมัน “หัวหน้า! ไอ้พวกที่โจมตีเรามันเป็นออร์ค! ออร์ค! พวกมันราวกับอสูรกายและมีขวานยักษ์อยู่ในมือ!” “พร่ำเพ้ออะไรของแก ออร์คบ้าบออะไร? พวกออร์คมันสูญพันธ์ุไปหมดแล้วโว้ย!” หัวหน้าเหล่าโจรไม่ยินยอมเชื่อสิ่งที่สมุนของมันรายงาน “เป็นออร์คจริงๆนะหัวหน้า! ออร์คตัวเป็นๆ! ผิวของพวกมันเป็นสีเขียวแล้วในปากก็มีเขี้ยวงอโค้งออกมาด้วย! มันสูงยิ่งกว่าหัวหน้าซะอีก! เรี่ยวแรงมหาศาล พวกเราไม่ใช่คู่มือของพวกมันเลย พวกมันจะฉีกพวกเราทุกคนเป็นชิ้นๆ!” สมุนโจรยังคงร้องไห้อย่างหวาดกลัว หัวหน้าโจรมองไปที่สมุนโจรคนนั้น มันจะมีออร์คได้อย่างไร? พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นสิบๆปีแล้ว! พวกเขายังไม่เคยเห็นออร์คสักตัว จริงอยู่ที่มันมีโทรลล์อยู่บ้าง แต่พวกมันก็ไม่ได้ออกจากป่ามาบ่อยนัก “นำข้าไปหาพวกมัน” หัวหน้าโจรหมุนมีดในมือเล่น เขาต้องรักษาขวัญกำลังใจของเหล่าโจรไว้ให้ได้ กำจัดต้นตอแห่งความขลาดนั่นไปซะ! เมื่อหัวหน้าโจรก้าวออกมาจากกระโจมก็ต้องตกตะลึงค้าง จ้าวหยวนมองเห็นออร์คที่มีรูปร่างสูงกว่า 2 เมตรหลายสิบตนกำลังยืนอยู่ในค่ายของเขา พวกมันล้วนตัวสูงใหญ่ แต่มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกมัน กรอมผู้ยืนอยู่ด้านข้างของเซียวอวี๋มีกลิ่นอายความกดดันวนเวียนอยู่รอบกายของเขา ที่ใบหน้าของเขามีสีป้ายทาเอาไว้ทำให้ดูดุดัน เขาดูแข็งแกร่งกว่าพวกออร์คที่เหลือทั้งหมดเสียอีก “แก…..ท่านเป็นใคร? ท่านต้องการอะไรจากข้า?” การแสดงออกของจ้าวหยวนเปลี่ยนไปราวกับคนละคน เสียงของเขาสั่นเมื่อมองเห็นเหล่าออร์คจำนวนมาก เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าสิ่งที่มีอยู่เพียงแค่ในนิทานกล่อมเด็กจะมาปรากฏตัวอยู่ที่เบื้องหน้าของเขาตอนนี้ เขาเคยได้ยินตำนานเล่าขานเกี่ยวกับผู้ชื่นชอบสงคราม เผ่าพันธุ์ออร์ค และในเวลานี้ ตำนานที่ร่างสูงใหญ่และทรงพลังที่ว่าก็มายืนอยู่เบื้องหน้าของเขาแล้ว จ้าวหยวนทราบว่าเหล่าสมุนโจรภายใต้ร่มธงของเขาไม่เคยพบศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน พวกเขาเพียงเคยปะทะกับพวกมนุษย์ ไม่ใช่อสูรกายที่อยู่เบื้องหน้า เซียวอวี๋ก้าวขึ้นมา “เหล่าโจรร้ายจงฟังให้ดี! ข้าคือลอร์ดผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้! เซียวอวี๋! พวกเจ้าได้เข้าปล้นชิงภายในดินแดนของข้าและดินแดนข้างเคียงมาช้านาน! วันนี้ข้ามาเพื่อกวาดล้างพวกเจ้า” “อะไรนะ? ผู้นำของตระกูลเซียว?” เหล่าโจรต่างใช้สายตามองสำรวจเซียวอวี๋ แต่พวกมันกลับทำใจเชื่อไม่ลง จ้าวหยวนทราบข้อมูลมาว่าผู้ครองดินแดนแห่งนี้ยังเยาว์วัย แต่เขาก็ได้ยินมาอีกเช่นกันว่าเจ้าเด็กน้อยนั่นเอาแต่เที่ยวเตร่ ดื่มกินไปวันวัน ไม่สนใจการปกครองเมืองอันใด เซียวอวี๋ใช้มือจับคางของตนเองและมองไปที่หัวหน้าของเหล่าโจร “ใช่แล้ว ข้าคือผู้ปกครองดินแดนแห่งนี้! ตอนนี้ข้ามีทางเลือกให้แก่พวกเจ้า หากพวกเจ้าส่งมอบทองที่ปล้นออกมาทั้งหมดแล้วล่ะก็ ข้าจะละเว้นชีวิตของพวกเจ้า แต่หากว่าไม่….ข้าจะบดขยี้ค่ายนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง!”