ภาค 2 ตอนที่ 70 หนึ่งดาบขาดสองท่อน ขาดไหม

Jun Jiu Ling หวนชะตารัก

เสียง​ร้องไห้​ฉีก​กระชาก​ความเงียบสงบ​ของ​สายฝน​ยาม​ราตรี​ ทว่า​หลังจากนั้น​ก็​ฟื้น​คืน​สู่ความสงบ​อีกครั้ง​ ไม่รู้​ว่า​ผ่าน​ไป​นาน​เท่าใด​ สายฝน​หยุด​ลง​ แมลง​ฤดูร้อน​กลับมา​ครวญคราง​ เสียง​ฝีเท้า​แผ่วเบา​ดัง​ขึ้น​ใน​จวน​เรือน​ยาม​ดึกดื่น​ หยุด​อยู่​ที่​ด้านหน้า​ประตู​ข้าง​อย่าง​รวดเร็ว​ ดาล​ประตู​ของ​ประตู​ข้าง​แขวน​อยู่​ครึ่งหนึ่ง​แต่​ไม่ได้​ลง​ดาล​อยู่​ ฟางจิ่น​ซิ่ว​มอง​อยู่​เงียบๆ​ ครู่หนึ่ง​ ทนไม่ไหว​หันหน้า​กลับมา​ ราตรี​สีดำ​สนิท​ทั้ง​ผืน​ แสงโคม​วูบ​ไหว​อยู่​ข้างใน​เป็น​บางครั้ง​ นาง​เหมือน​จะมองเห็น​ใน​ความมืด​มีเงาคน​เลือนราง​มอง​นาง​อยู่​ แต่​ก็​เหมือนกับ​เพียงแค่​ตาลาย​เท่านั้น​ ยัง​หวัง​ว่า​ใคร​จะมาส่งตนเอง​งั้น​หรือ​? ฟางจิ่น​ซิ่ว​ยิ้ม​หยัน​ตนเอง​ ก้ม​ศีรษะ​ลง​มอง​ห่อ​ผ้าใบ​น้อย​ใน​มือ​ นี่​เป็น​นาง​หยวน​ให้​นาง​ไว้​ เดิมที​นาง​วางแผน​ว่า​สิ่งใด​ล้วน​ไม่เอา​ไป​ ใน​เมื่อ​ไม่ได้​เป็น​คุณหนู​สามตระกูล​ฟางอีกต่อไป​แล้ว​ ถ้าเช่นนั้น​สอง​มือ​ว่างเปล่า​มาก็​สอง​มือ​ว่างเปล่า​จากไป​เถอะ​ แต่​นาง​หยวน​บอ​กว่า​เป็น​คน​อย่า​ได้​ตรง​ทื่อ​มะลื่อ​ขนาด​นั้น​ บังคับ​ยัด​ห่อ​ผ้าใบ​น้อย​ใบ​หนึ่ง​ให้​นาง​ “อย่าง​น้อย​เสื้อผ้า​ผลัดเปลี่ยน​ติดตัว​ก็​ต้อง​เอา​ไป​นะ​” นาง​ว่า​ ฟางจิ่น​ซิ่ว​สะพาย​ห่อ​ผ้า​ไว้​บน​ไหล่​ เงยหน้า​ยก​ดาล​ประตู​ลงมา​ ผลัก​ประตู​เปิด​ ก้าว​ยาว​ๆ เดิน​ออก​ไป​ ประตู​ถูก​ดึง​ปิด​ลง​ ตัดขาด​เงาของ​เด็กสาว​ ฟางอ​วิ๋น​ซิ่ว​ที่​ยืน​อยู่​ด้านหลัง​ต้นไม้​อดกลั้น​ไม่อยู่​ร้องไห้​ออกมา​ “นาง​ไหว​หรือไม่​น่ะ​ ตอนนี้​ดึกดื่น​อยู่​ รอ​ฟ้าสว่าง​ค่อย​ไป​ก็​ไม่สาย​นี่​” นางร้องไห้​พูด​ ฟางอ​วี้​ซิ่ว​ลูบ​หัวไหล่​นาง​ปลอบประโลม​ “ให้​นาง​ทำ​ตามใจ​เถอะ​” นาง​ว่า​ “อย่า​กังวล​ น้อง​สามเป็น​คน​ที่​เก่งกาจ​มาก​คน​หนึ่ง​” ส่วน​อีก​ด้าน​หนึ่ง​ นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​ฟางถอนหายใจ​มอง​นาง​หยวน​ที่​กำลัง​คุกเข่า​อยู่​ตรงหน้า​ “เจ้าไป​พักผ่อน​เถอะ​” นาง​ว่า​ นาง​หยวน​โขก​ศีรษะ​สอง​ครั้ง​ “ขอบ​คุณนาย​หญิง​ผู้เฒ่า​” นาง​ว่า​ “ไม่ต้อง​ขอบคุณ​ ขอบคุณ​ไป​ขอบคุณ​มาไม่มีความหมาย​อะไร​ พรุ่งนี้​เรื่อง​ที่​ต้อง​ทำ​ยัง​มาก​นัก​ เตรียมใจ​กัน​ไว้​เถอะ​” นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​ฟางเอ่ย​ขึ้น​ มอง​ท้องฟ้า​ยาม​ราตรี​ ทิศตะวันออก​กำลังจะ​สว่าง​ วัน​ใหม่​กำลังจะ​มาเยือน​อีกครั้ง​แล้ว​ ยาม​ที่​สีท้องฟ้า​สว่าง​ บน​ถนน​ก็​เบียดเสียด​เต็มไปด้วย​ผู้คน​แล้ว​ ราวกับ​คน​ทั้ง​หยาง​เฉิงล้วน​ออกมา​ ความจริง​ไม่ใช่แค่​คน​หยาง​เฉิง คน​ที่​ได้ข่าว​ล่วงหน้า​ พยุง​ผู้เฒ่า​จูงเด็กน้อย​มาจาก​อำเภอ​หมู่บ้าน​ค้าง​เคียง​ตั้งแต่​คืน​วาน​ก็​ต่อ​แถว​ยาว​อยู่​หน้า​ประตูเมือง​แล้ว​ เพราะ​วันนี้​เป็น​วัน​ประหาร​นักโทษ​คดี​ใหญ่​ของ​เต๋อเซิ่ง​ชางอำเภอ​หยาง​เฉิง นาที​นั้น​ที่​รถ​นักโทษ​ลาก​ซ่งอวิ้น​ผิง​โผล่​ออก​มาจาก​ห้องขัง​ ฝูงชน​ที่​รอคอย​บน​ถนน​ก็​ขยับ​เบียด​โห่ร้อง​ คน​ที่​เตรียม​ผัก​ใบไม้​เน่า​ไว้​ก่อน​แล้วก็​ขว้าง​ไป​ราวกับ​สายฝน​ รายละเอียด​ความผิด​ของ​นายอำเภอ​ห​ลี่​และ​ซ่งอวิ้น​ผิง​แม้ไม่ได้​ประกาศ​ความผิด​ออก​สู่สาธารณะ​แต่​คำเล่าลือ​สะเปะสะปะ​บิน​ไป​ว่อน​แล้ว​ เพรา​เกี่ยวข้อง​ไป​ถึงเต๋อเซิ่ง​ชาง ทั้ง​เกี่ยวข้อง​กับ​เรื่อง​เก่า​สิบ​กว่า​ปีก่อน​ คน​ที่​ชมดู​ความสนุก​เบียดเสียด​จน​บ่า​ชน​หลัง​ แม้นี่​ไม่ใช่ขุนนาง​ทุจริต​ ถึงขนาดที่​พูด​ให้​ละเอียด​ขึ้น​มานี่​ก็​เป็น​ความแค้น​ส่วนบุคคล​ ไม่เกี่ยวข้อง​กับ​คนอื่น​ แต่​ประการ​ที่หนึ่ง​ฐานะ​ขุนนาง​ของ​นายอำเภอ​ห​ลี่​ทำให้​เหล่า​ประชาชน​หวาดกลัว​ทั้ง​ยัง​ใจผวา​ มีนาย​ท่าน​ขุนนาง​ที่​จิตใจ​ดำมืด​คิด​แย่ง​ทรัพย์สิน​คนอื่น​เช่นนี้​ ใคร​กล้า​รับประกัน​ว่า​ผู้อื่น​จะไม่โชคร้าย​ใน​มือ​เขา​ ประการ​ที่สอง​ซ่งอวิ้น​ผิง​พูด​ให้​ชัด​ฐานะ​เป็น​ผู้ดูแล​ร้าน​ของ​ผู้อื่น​ เป็น​ขี้ข้า​ กลับ​ทำ​เรื่อง​หลอก​หลวง​นาย​เช่นนี้​ คน​ทุกคน​ล้วน​รู้สึก​อกสั่นขวัญแขวน​ ใคร​กล้า​รับประกัน​ว่า​คน​ข้าง​กาย​ตน​ไม่มีคน​ที่​เจตนาร้าย​เช่นนี้​อยู่​ ดังนั้น​แต่ละ​คนใน​อก​ล้วน​โกรธแค้น​ด้วยใจ​ยุติธรรม​ เรียกร้อง​ความยุติธรรม​ รู้สึก​ดั่ง​เกิด​กับ​ตนเอง​ ที่​สำคัญ​ยิ่งกว่า​ก็​คือ​ บน​ถนน​วาง​ผัก​ใบไม้​เน่า​มากมาย​หลาย​ตะกร้า​ไว้​ก่อน​ให้​ทุกคน​ได้​ใช้ เรื่อง​ที่​สะดวก​ทั้ง​ไม่เสียแรง​แล้ว​ยัง​สนุก​ ไม่ทำ​ก็​เสียเปล่า​ ใบไม้​เน่า​เหล่านี้​แน่นอน​ว่า​เป็น​ตระกูล​ฟางวาง​ไว้​ หาก​ไม่ใช่เกรง​บรรดา​ขุนนาง​ตรวจ​ต​ตรา​การ​ประหาร​ที่​เชิญมาจาก​เมือง​ไท่​หยวน​เป็นพิเศษ​ ใบไม้​เน่า​เหล่านี้​คง​วาง​ไว้​ตั้งแต่​หน้า​ประตู​ห้องขัง​จวน​ที่ว่าการอำเภอ​จรด​ถนน​ตะวันออก​แล้ว​ เมื่อ​ขุนนาง​ตรวจตรา​การ​ประหาร​กับ​ทหาร​ผู้​คุมตัว​ตี​ฆ้อง​เปิดทาง​บน​ถนนใหญ่​ ผัก​ใบไม้​เน่า​เหล่านั้น​ก็​โยน​จบ​ระลอก​แรก​ไป​แล้ว​ ซ่งอวิ้น​ผิง​ด้านใน​รถ​นักโทษ​ก็​กลายเป็น​เละเทะ​ดูไม่ได้​อย่างยิ่ง​ ป้ายประกาศ​ความ​ผิดที่​เสียบ​อยู่​บน​แผ่น​หลัง​เบี้ยว​ไป​แล้ว​ นักโทษ​หลวง​ซ่งอวิ้น​ผิง​ไม่กี่​คำ​นี้​ล้วน​ถูก​ใบไม้​ผัก​กลบ​ไป​แล้ว​ ซ่งอวิ้น​ผิง​รู้สึก​ว่า​นอกจาก​ลมหายใจ​แล้ว​ ยังมี​ความหวาดกลัว​ที่​ไม่รู้​สาเหตุ​ ความหวาดกลัว​นี้​เดิม​ไม่น่าแปลก​ คน​จะต้อง​ตาย​แล้ว​ย่อม​ต้อง​หวาดกลัว​ แต่​นอกจาก​หวาดกลัว​ความตาย​ ยังมี​ความหวาดกลัว​ต่อ​ความว่างเปล่า​เมื่อ​ทุกสิ่ง​สลาย​หาย​สิ้น​ไป​อีกด้วย​ เขา​ซ่งอวิ้น​ผิง​อยู่​ที่​หยาง​เฉิงมาเกือบ​ยี่สิบ​กว่า​ปี​ รีบเร่ง​แสวงหา​ชื่อเสียง​กลายเป็น​คนดี​คนดัง​ ภักดี​กตัญญู​รู้​มารยาท​ เดิน​ออก​ไป​ใคร​ไม่รู้จัก​เขา​ผู้ดูแล​ใหญ่​ซ่ง ใคร​ไม่ยก​นิ้วโป้ง​ชื่นชม​เบื้องหลัง​ ชื่อเสียง​สร้าง​ขึ้น​มาไม่ง่าย​ ล้ม​ลง​ไป​กลับ​ง่ายดาย​เช่นนี้​ สายตา​ที่​ถูก​ผม​ปรก​บัง​ของ​ซ่งอวิ้น​ผิง​พร่ามัว​มอง​ไป​รอบด้าน​ ชาวบ้าน​เหล่านั้น​ไม่ปิดบัง​ความเกลียดชัง​โกรธแค้น​สักนิด​ บน​เหลา​สุรา​สอง​ด้าน​คน​ร่ำรวย​สูงศักดิ์​ผู้​มีหน้ามีตา​รังเกียจ​รวมถึง​ดูแคลน​ แต่ไหนแต่ไร​มาเขา​ไม่เคย​คิด​ว่า​จะมีวันนี้​ เหมือนกับ​กำลัง​ฝัน​ ตื่น​จาก​ฝัน​แล้ว​เขา​จะยังคง​เป็น​ผู้ดูแล​ใหญ่​ที่​ทุกคน​ชื่นชม​ ตระกูล​ฟางเชื่อใจ​เคารพ​ก่อนหน้านี้​หรือไม่​? ที่จริง​หาก​ใช้ชีวิต​อย่างนั้น​ทั้ง​ชีวิต​ก็​ไม่เลว​เหมือนกัน​นะ​ ใน​ใจซ่งอวิ้น​ผิง​พลัน​สำนึก​เสียใจ​อยู่​บ้าง​ แต่​ความสำนึก​เสียใจ​นี้​สาย​ไป​แล้ว​ เพราะ​มีทหาร​เปิดทาง​ รถ​นักโทษ​จึงผ่าน​ถนนใหญ่​ที่​เบียดเสียด​มาอย่าง​รวดเร็ว​ มาถึงด้านหน้า​แท่น​ประหาร​แล้ว​ ด้านหน้า​แท่น​ประหาร​บรรดา​ทหาร​ล้อม​เป็นพื้น​ที่ว่าง​แถบ​หนึ่ง​ บน​เวที​สูงบรรดา​ขุนนาง​น้อย​ใหญ่​ที่​มาจาก​เมือง​ไท่​หยวน​นั่ง​อยู่​ข้างบน​ ซ่งอวิ้น​ผิง​ถูกลาก​ลง​มาจาก​รถ​นักโทษ​ ชักนำ​ให้​ใน​ที่​นั้น​เอะอะ​ขึ้น​พัก​หนึ่ง​ แต่​จากนั้น​เสียง​เอะอะ​นี้​ฉับพลัน​ก็​สลาย​หาย​ไป​ รอบด้าน​เปลี่ยนเป็น​เงียบงัน​ ความ​เงียบงัน​มาอย่าง​ฉับพลัน​ ซ่งอวิ้น​ผิง​มอง​ไป​โดยไม่รู้ตัว​ มองเห็น​ด้านใน​ฝูงชน​มากมาย​ถี่ยิบ​มีที่​แถบ​หนึ่ง​แหวก​ทางออก​ มีคน​กลุ่ม​หนึ่ง​สวม​เสื้อ​ผ้าป่าน​ไว้ทุกข์​เดิน​ออกมา​ คน​เหล่านี้​แทบ​ทั้งหมด​เป็น​ผู้หญิง​ ที่​นำหน้า​คือ​นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​ฟางที่​มีเส้น​ผม​ขาวโพลน​ ฟางเฉิงอวี่​ที่​พยุง​นาย​หญิง​ผู้เฒ่า​ฟางอยู่​เป็น​ผู้ชาย​เพียง​คนเดียว​ คน​ทั้งหมด​ล้วน​ถูก​ขวาง​ไว้​ด้านนอก​ แต่​เมื่อ​เห็น​คน​กลุ่ม​นี้​เดิน​มา บรรดา​ทหาร​ที่​เห็นได้ชัด​ว่า​คุย​กัน​ไว้​ก่อน​แล้ว​กลับ​เปิดทาง​ให้​ “เวลานี้​ไม่อาจ​สังหาร​คู่แค้น​ด้วยมือ​ตนเอง​ต่อหน้า​ผู้คน​ได้​อีกแล้ว​” มีขุนนาง​อด​ไม่ได้​เอ่ย​ขึ้น​ การตาย​ของ​นายอำเภอ​ห​ลี่​ประกาศ​ต่อ​สาธารณะ​ว่า​เป็น​การฆ่าตัวตาย​ด้วย​กลัว​ความผิด​ ไม่ว่า​ความจริง​ใช่หรือไม่​ใช่ก็​แพร่​ออก​ไป​แล้ว​ คำพูด​นี้​ยังคง​พูด​ออกมา​ไม่ได้​ ซ่งอวิ้น​ผิง​ก็​หวาดกลัว​อยู่​บ้าง​ ผู้หญิง​เหล่านี้​คง​ไม่ตบ​ตี​เขา​ตาย​ตรงนี้​ใช่ไหม​? นั่น​ยัง​ไม่สู้หนึ่ง​ดาบ​ตัด​ศีรษะ​ให้​ไว​เสีย​ดีกว่า​ ที่​โชคดี​ก็​คือ​ผู้คน​ตระกูล​ฟางไม่ได้​โถมเข้ามา​ แต่​หยุด​ยืน​อยู่​ที่​ด้านล่าง​แท่น​ประหาร​ แต่ละคน​ๆ สีหน้า​เคียดแค้น​ทั้ง​ยัง​โศกเศร้า​จ้องเขม็ง​ที่​เขา​ ซ่งอวิ้น​ผิง​หลุบ​สายตา​ หลัง​ฝูงชน​เงียบ​ไป​ครู่หนึ่ง​ก็​เปลี่ยนเป็น​วุ่นวาย​ขึ้น​มา เพราะ​เพชฌฆาต​ขึ้นแท่น​มาแล้ว​ เช่นเดียวกับ​ขุนนาง​ผู้​ตรวจตรา​การ​ประหาร​ เพชฌฆาต​ก็​เชิญมาจาก​เมือง​ไท่​หยวน​เป็นพิเศษ​เช่นกัน​ ว่า​กัน​ว่า​เป็น​ปรมาจารย์​มือ​เก๋า​ผู้​มีฝีมือ​การ​ตัดหัว​มาสิบ​กว่า​ปี​คน​หนึ่ง​ ท่าทาง​น่าเกรงขาม​อย่าง​มาก​ สูงใหญ่​กำยำ​หน้าตา​ดุร้าย​ กอด​ดาบ​หัว​ผี​ขึ้นแท่น​ ให้​บรรดา​ชาวบ้าน​หยาง​เฉิงตกใจ​สูด​ลมหายใจ​หนาว​ยะเยือก​เข้าไป​ ท่ามกลาง​อากาศ​ฤดูร้อน​เสพติด​ยิ่งนัก​ หลัง​เพชฌฆาต​ยืน​ดีแล้ว​ ชาวบ้าน​ต่าง​กลั้นลมหายใจ​ ส่วน​ขุนนาง​บน​เวที​ก็​เริ่มต้น​อ่าน​ประกาศ​ความผิด​ แม้เรื่อง​นี้​แต่เดิม​ต้นสายปลายเหตุ​ฉบับ​ต่างๆ​ ล้วน​เล่าลือ​กัน​มานาน​มาก​แล้ว​ แต่​จนกระทั่ง​วันนี้​ถึงได้​ฟังคำตัดสิน​อย่าง​เป็นทางการ​ที่​ชัดเจน​ ชาวบ้าน​ล้วน​ตั้ง​หู​รอ​ฟัง นัก​เล่านิทาน​ที่​เดินทาง​มาจาก​ที่​ต่างๆ​ ล้วน​ตั้ง​หู​ยก​พู่กัน​จดบันทึก​ไม่หยุด​ ทุกสิ่ง​ใน​วันนี้​จะกลายเป็น​ทรัพยากร​ใน​การหากิน​ของ​พวกเขา​ การ​ประกาศ​ความผิด​นี้​ละเอียด​กว่า​ครั้งก่อน​ๆ มาก​นัก​ ประการ​ที่หนึ่ง​คดีความ​เริ่ม​พูด​ตั้งแต่​ยี่สิบ​กว่า​ปีก่อน​ ประการ​ที่สอง​เป็น​คำ​ขอร้อง​ของ​ตระกูล​ฟาง ตระกูล​ฟางต้องการ​ให้​บรรดา​ชาวบ้าน​กระจ่าง​ คำสาป​ที่​พวกเขา​แบกรับ​หลาย​ปี​นี้​ไม่ใช่ภัยพิบัติ​ฟ้าแต่​เป็น​ภัย​พาล​คน​ ความผิด​มากมาย​ทอด​ต่อ​อ่าน​ไป​ถึงครึ่ง​ชั่ว​ยาม​ บรรดา​ชาวบ้าน​ฟังจน​เพลิน​ บางครั้ง​เข้าใจ​บางครั้ง​อุทาน​ตกใจ​บางครั้ง​โศกเศร้า​บางครั้ง​โกรธเกรี้ยว​ บรรดา​นัก​เล่านิทาน​ตวัด​พู่กัน​เร่ง​จด​ไป​พลาง​ ใน​ใจมั่นใจ​ไป​พลาง​ ประกาศ​ความผิด​นี้​ต้อง​เชิญสหาย​ร่วม​อาชีพ​เกลา​สำนวน​มาก่อน​แน่​ ไม่เช่นนั้น​ไม่มีทาง​เรียบง่าย​เข้าใจง่าย​เช่นนี้​ อ่าน​ประกาศ​คำตัดสิน​เสร็จสิ้น​ บรรดา​ชาวบ้าน​ท่าทาง​ยัง​ติด​อยู่​ใน​ห้วง​อารมณ์​ แต่​ต่อมา​จะเป็นช่วง​ที่​ยิ่ง​คึกคัก​ยิ่ง​คาดหวัง​ ฝูงชน​จึงอด​ไม่ได้​วุ่นวาย​ขึ้น​มาอีกครั้ง​ ขุนนาง​ตรววจ​ตรา​การ​ประหาร​พิสูจน์​ยืนยัน​ตัว​นักโทษ​อย่าง​เข้มงวด​ ขาน​เรียกชื่อ​ซ่งอวิ้น​ผิง​ออกมา​ เพชฌฆาต​ก้าว​ขึ้นไป​ข้างหน้า​ เที่ยงตรง​แสงตะวัน​ส่อง​ลงมา​เงาร่าง​เหมือน​จะสูงขึ้น​ดุจดั่ง​ผี​ร้าย​จาก​นรก​ ชาวบ้าน​เต็ม​ลาน​เงียบสงัด​ทันที​ สายตา​ทั้งหมด​ล้วน​รวม​อยู่​ที่​ดาบ​หัว​ผี​ใน​มือ​เพชฌฆาต​ ซ่งอวิ้น​ผิง​นิ่ง​สนิท​ไป​แล้ว​ ตรงข้าม​เกิด​ความกล้า​บางอย่าง​ขึ้น​มา “ยี่สิบ​ปี​ให้หลัง​เป็น​ลูกผู้ชาย​คน​หนึ่ง​อีกครั้ง​” เขา​ร้อง​เสียงดัง​ เสียง​นี้​ทำให้​ชาวบ้าน​ตื่นเต้น​อย่าง​มาก​ ส่งเสียง​เอะอะ​ขึ้น​มาเป็น​ระลอก​ๆ “เริ่ม​ประหาร​!” ขุนนาง​บน​เวที​สูงเห็นได้ชัด​ว่า​ไม่พอใจ​ปฏิกิริยา​เช่นนี้​ โยน​ป้าย​เบิก​ตัว​นักโทษ​ร้อง​เสียงดัง​ เพชฌฆาต​มือหนึ่ง​ดึง​ป้ายประกาศ​ความผิด​ออก​ ยก​ดาบ​หัว​ผี​ขึ้น​สูง “เชิญสู่ปรโลก​” เขา​ตวาด​เสียงดัง​ เขย่าขวัญ​ชาวบ้าน​ที่อยู่​ใกล้​ๆ ให้​ใจสะดุ้ง​ขึ้น​มาสามครั้ง​ หลัง​เสียงร้อง​ ดาบ​ที่​ยกขึ้น​สูงก็​ตวัด​ลงมา​ บรรดา​ชาวบ้าน​กลั้นหายใจ​กัดฟัน​ แต่กลับ​ไม่ได้​เห็นภาพ​ศีรษะ​ตก​พื้น​เลือด​พุ่ง​สามฉื่อ​ ดาบ​หัว​ผี​ของ​เพชฌฆาต​ฟัน​เข้าที่​หัวไหล่​ของ​ซ่งอวิ้น​ผิง​ ถาก​เพียง​ลำคอ​ครึ่งหนึ่ง​ของ​เขา​ไป​อย่าง​น่าหวาดเสียว​ เลือด​ทะลัก​ออกมา​ คน​ก็​กรีดร้อง​ล้ม​ลง​ไป​ แต่กลับ​ไม่มีศีรษะ​คน​ตก​พื้น​จบชีวิต​ นี่​ทำให้​คน​ตกใจกลัว​เกินไป​แล้ว​ น่า​ตกใจกลัว​ยิ่งกว่า​ศีรษะ​คน​ตก​พื้น​ เพราะ​คน​ที่​ศีรษะ​ตก​ห้อย​ไป​ครึ่งหนึ่ง​คน​นั้น​ยัง​มีชีวิต​อยู่​ ยังคง​กรีดร้อง​ ชาวบ้าน​ที่​ล้อม​ชมอยู่​ก็​กรีดร้อง​พร้อมเพรียงกัน​ ……………………………………….

zhang4 - Jun Jiu Ling หวนชะตารัก - ภาค 2 ตอนที่ 70 หนึ่งดาบขาดสองท่อน ขาดไหม