ตอนที่ 623 ถังโฉ่วผู้วิปลาส ถังโฉ่วยังคงนิ่งเงียบไร้ความรู้สึก สายตาของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ในพื้นที่ซึ่งไม่รู้จักเซี่ยอวี่อันรู้สึกกระวนกระวาย เหมือนกับว่าเขาย้อนกลับไปอยู่ที่สถาบันศึกษา เกี่ยวกับการดำเนินการทดสอบใหญ่ ด้านหลังของเขา กองพลนางแอ่นยังคงเงียบ ถังโฉ่วไม่สนใจว่าเซี่ยอวี่อันจะคิดยังไง เขาต้องการกวาดทหารสำหรับเช่าออกไปจากประตู ฮึ่ม..อนาคตของนายท่านจะต้องอยู่ที่กองทัพพญาหมีซึ่งนำโดยแม่ทัพถังโฉ่วผู้ลือชื่อแน่นอน! ไม่ว่าเขาจะไม่เต็มใจหรือโกรธเพียงใดก็ตาม สำหรับถังโฉ่วคำสั่งของถังเทียนคือคำบัญชาสูงสุดและเขาขัดขืนไม่ได้ อารมณ์ส่วนอารมณ์ งานก็คืองาน ถังโฉ่วจริงจังกับงานของเขาทั้งหมด ดังนั้นเขาจึงเตรียมพร้อม วิธีการที่เป็นเอกลักษณ์ของกองทัพดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกปิงรวบรวมรายงานไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เป้าหมายก็คือการจัดสร้างกองทัพพญาหมีในฐานะเป็นแหล่งอ้างอิง ถังโฉ่วผู้ชื่นชมและยึดถือท่านปิงเป็นแบบอย่างไม่เคยปล่อยผ่านรายงาน เขาพลิกดูรายงานครั้งแล้วครั้งเล่าจนถึงขนาดจดจำได้แทบทุกคำและทำการวิเคราะห์ประเมินนับครั้งไม่ถ้วนจนเกิดความชำนาญ ความเข้าใจของเขาที่มีต่อกองทัพดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์อยู่ในระดับที่ลึกซึ้ง เพื่อเป็นผู้นำทหารที่มีประสบการณ์และรอบรู้เนื่องจากมีเวลาพอเขาจะสร้างความเข้าใจของตัวเองต่อวิธีการต่อสู้รูปแบบใหม่และนั่นคือความเข้มแข็งของแม่ทัพผู้มีชื่อเสียง ถังโฉ่วเปิดสมุดเล่มเล็กที่แขวนอยู่ที่เอวอย่างเฉยเมย “การทดสอบแรกจะเป็นเรื่องการผสานพลัง” เซี่ยอวี่อันถอนหายใจ เนื่องจากคนที่มาจากสถาบันที่แท้จริงจะต้องรู้เป็นธรรมดาว่าการผสานพลังคือชีวิตของกองทัพและในการฝึกฝนประจำวันของเขา เขามองว่าการผสานพลังเป็นการฝึกที่สำคัญที่สุด แต่คำพูดต่อมาของถังโฉ่วทำให้เขามีสีหน้าเปลี่ยน “การทดสอบนี้จะดำเนินการในเงื่อนไขโหดหินที่สุด สภาพแวดล้อมสำหรับการทดสอบก็คือสภาพพลังงานผันผวนระดับเจ็ด” ถังโฉ่วประกาศการทดสอบสภาพแวดล้อมด้วยสีหน้าเฉยเมย แต่กองกำลังนางแอ่นฮือฮาทันที นายทหารผู้ช่วยของเซี่ยอวี่อันทนไม่ไหวถึงกับแค่นเสียง “เจ้าจงใจทำเรื่องนี้ให้ยุ่งยากหรือเปล่า? พลังงานผันผวนระดับเจ็ด เจ้าเข้าใจไหมว่ามันยากเย็นขนาดไหน?” สีหน้าของเซี่ยอวี่อันบิดเบี้ยวไม่แพ้กัน ความผันผวนของพลังงานระดับเจ็ดเกิดขึ้นหลังจากเกิดการระเบิดขนาดใหญ่ความผันผวนของพลังงานจะปั่นป่วนรุนแรงมากและในสถานการณ์เช่นนั้น ต้องการจะผสานพลังงานให้ถี่ขึ้นเป็นเรื่องที่ยากสุดๆ ไป๋เยี่ยอ้าปากต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วเขาได้ยินเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกของถังโฉ่ว “ตามรายงานที่ข้าได้รับ ถ้าข้าเข้าใจไม่ผิด เรากำลังซื้อกองทัพฝีมือดีใช่หรือไม่?” ไป๋เยี่ยได้แต่เงียบ คำพูดของถังโฉ่วไม่ผิดตามที่ระบุในกระดาษ ไป๋เยี่ยเองก็ตบอกรับรองกับเหมิ่งหนานด้วยความมั่นใจว่าเขาจะเอากองทัพที่แข็งแกร่งมาให้เขา หลังจากใช้เงินมากมายซื้ออุปกรณ์ให้พวกเขา พวกเขาจะมีมาตรฐานเทียบเท่ากองทัพระดับเงิน และนอกจากนี้พวกเขาได้รับการคัดเลือกภายใต้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดที่สุด เขาพูดทุกอย่างที่เขาต้องพูด แต่นั่น… ไป๋เยี่ยอดมองไปทางถังเทียนไม่ได้‘เบื้องหลังของเสี่ยวเหมิ่งไม่ง่ายอย่างที่ข้าคิดจริงๆ’ ใครก็ตามก็สามารถบอกได้เมื่อผู้เชี่ยวชาญรับงาน การแสดงผลงานด้วยมาตรฐานน้อยสุดของถังโฉ่วไม่ใช่มาตรฐานของผู้นำธรรมดาเลย เซี่ยอวี่อันห้ามผู้ช่วยแม่ทัพของเขา และพูดอย่างใจเย็น “ก็ได้!” คนที่ต้องการซื้อกองทัพที่แท้จริงมักจะจุกจิกเสมอ เซี่ยอวี่อันเริ่มกังวลถึงคำมั่นสัญญาที่ผู้ซื้อบอกเขาไว้ แต่หลังจากเห็นความต้องการกองทัพที่แท้จริง เขาเชื่อมั่นอย่างเต็มที่กับความศรัทธาที่ดีของเขา และถังโฉ่วก็พูดถูก ถ้าพวกเขาไม่ใช่ทหารมือดี เขาจะมีคุณสมบัติรักษาสัญญาได้ยังไง? วิธีการของดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ได้จัดทำมาเป็นเวลานานแล้ว และพวกเขาก็ได้ผ่านการทดสอบทุกประเภทในอดีตมาแล้วดังนั้นถังโฉ่วจึงเตรียมอุปกรณ์เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่มีความผันผวนของพลังงานระดับเจ็ด เสาพลังงานทั้งสี่ถูกฝังลงในพื้นลึก30 เมตร และกองทัพจะอยู่ในพื้นที่กึ่งกลางสี่เสาซึ่งจะยิงลำแสงสี่สายเชื่อมเป็นม่านพลังแสง ผนึกม่านพลังสี่เหลี่ยมกักกองทัพไว้ภายใน ภายในม่านพลังแสงพลังงานเริ่มผันผวน แม้แต่อากาศเริ่มจะไม่เสถียรอย่างเห็นได้ชัด ความผันผวนอยู่ในระดับสูงเหมือนกับว่ามีพายุเกิดขึ้นภายใน “เริ่มได้!” ถังโฉ่วประกาศเริ่มต้นทดสอบอย่างเฉยเมย เซี่ยอวี่อันเริ่มมีส่วนร่วมกับการผสานความถี่พลังงานของกองกำลัง ทหารกองพลนางแอ่นไม่สามารถผสานพลังเองได้ภายในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง พวกเขารู้สึกเหมือนกับว่าพวกเขาเริ่มถูกผลักบ้าง ถูกฉุดบ้างหลายคนไม่สามารถยืนหยัดได้มั่นคงอย่างเห็นได้ชัด ถังโฉ่วเริ่มจดข้อความลงในสมุดบันทึกอย่างเฉยเมย สีหน้าของไป๋เยี่ยบิดเบี้ยว การดำเนินการของเซี่ยอวี่อันย่ำแย่มากการผสานพลังของพวกเขาทำได้เพียง 30%แต่เมื่อคิดดูแล้ว ถ้าเป็นเขาเองอยู่ภายในนั้น เผชิญกับการทดสอบทันทีผลของเขาไม่มีทางดีกว่า เขาได้แต่พูดว่าถังโฉ่วผิดธรรมดาเกินไปอย่างแท้จริง! ความคงทนของการผสานพลัง30% เป็นภาพที่น่าอนาถอย่างแท้จริง ก็หมายความว่าในเรื่องของการสู้รบพลังความสามารถที่สูงสุดของของกองกำลังนางแอ่นอาจมีแค่ 30% ท่านต้องรู้ นี่คือค่าที่สูงสุดในทางทฤษฎี แต่ในการรบจริง ความสามารถในการรบที่แท้จริงจะต่ำกว่าค่าในทฤษฎีเสมอ ขณะนั้นเองคนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาถึงและไป๋เยี่ยเห็นสวีจินมีท่าทางอย่างเดียวกัน ด้านหลังสวีจินเป็นกลุ่มคนที่น่าเกลียด ไป๋เยี่ยรู้ว่านั่นเป็นทหารที่สมาคมการค้าสวีจี้พามา แต่เป็นกลุ่มที่ไร้ระเบียบมากทำให้ไป๋เยี่ยมองพวกเขาอย่างดูแคลน ‘สวีจินปกติเป็นคนเชื่อถือได้ เขาพากลุ่มคนที่ไม่เหมาะสมนี้มาได้ยังไง’ สายตาของไป๋เยี่ยมองดูผู้นำเป็นหญิงสาวผมแดง นางมีผมแดงเพลิงรูปร่างเพรียวระหง ถือดาบยักษ์ (ดาบเคลย์มอร์) นางดูอ่อนหวานแต่ก็ห้าวหาญ ทันใดนั้นมีชื่อหนึ่งผุดขึ้นมาในความคิดของไป๋เยี่ย ตาของเขาเป็นประกายและสีหน้าของเขาเปลี่ยนไป ‘หรือว่าจะเป็น…’ สวีจินทักทายถังเทียนอย่างกระตือรือร้น ขณะที่สตรีผมแดงและกลุ่มของนางมองดูการทดสอบและมองดูหน้าของพวกเขาแล้วไม่ค่อยสบายใจ คนตาสามเหลี่ยมกลืนน้ำลายและกล่าว “หัวหน้าการทดสอบดูเหมือนจะเขี้ยวลากดินทีเดียว!” คนอื่นพยักหน้า สตรีผมแดงแค่นเสียง“ไม่ได้เรื่อง!” แต่ตัวนางเองก็มีลางไม่ดี ถังโฉ่วไม่สนใจแม้แต่คนที่มาถึง เขาเพ่งอยู่กับกองกำลังนางแอ่น ผลที่น่ากลัวไม่ทำให้เขาประหลาดใจ แต่เขาไม่หยุดพวกเขา เขาเตรียมบททดสอบที่โหด แต่ยังไม่เห็นพลังของกองกำลังนางแอ่น เขาใช้อีกครั้งหนึ่งและใช้ดูความอดทนและความสามารถในการประเมินและผสานกันของพวกเขา สำหรับคนฝีมือดีทุกคน คนหลังๆ สำคัญที่สุด เมื่อเห็นเซี่ยอวี่อันและพวกที่เหลือฝืนทนได้ ถังโฉ่วไม่ได้รู้สึกสงสารแต่เขากลับปิดสมุดบันทึกเล่มเล็กในมือและเดินไปข้างหน้า และพูดอย่างเย็นชา “ความถี่ของการผสานพลัง 30% ผลที่ย่ำแย่ขนาดนั้น พวกเจ้ายังเรียกตัวเองว่าฝีมือดีได้อีกหรือ? อย่าทำให้เสียชื่อทหารฝีมือดี นี่แค่เป็นการทดสอบแรก อีกแปดการทดสอบที่ตามมาโหดและเข้มงวดกว่าครั้งก่อน ถ้าพวกเจ้าคิดว่าทำไม่ได้ อย่างนั้นก็ยอมแพ้ซะ ไม่มีอะไรน่าอายรู้พลังความเข้มแข็งของตัวเองมีความสำคัญในสงครามเพื่อให้สามารถรักษาชีวิตตัวพวกเจ้าเองให้รอด” พวกบุรุษกำยำที่อยู่ข้างสตรีผมแดงหน้าซีดกันหมด มันเรื่องบ้าอะไรกันวะนี่ ทะ…ทดสอบโหดนี่แค่ข้อแรกหรือนี่? และยังมีการทดสอบโหดอีกแปดอย่างที่โหดกว่ารออยู่? มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเจ้าคนผิดปกตินี่ร้ายกาจผิดธรรมดานัก? คำตำหนิของถังโฉ่วทำให้เซี่ยอวี่อันตาแดง เขามีอารมณ์ที่อ่อนโยน แต่ก็มีความภูมิใจอยู่ภายใน และเต็มไปด้วยความมั่นใจกับทหารของตนเอง ‘นี่ยังไม่พอใจทำให้เจ้านั่งดูข้างๆอย่างสบายใจอีกหรือ? คราวนี้เจ้ามาที่นี่เพื่อเอาเกลือทาเรา เจ้ายังทำไม่พอใช่ไหม? จะให้ยอมแพ้เงียบๆ ล้มเหลวเงียบๆ ไม่มีใครรู้ไม่มีใครคิดสิ่งที่เราคิด เราทุกคนมีชีวิตจนวันสุดท้ายแล้วเจ้าคิดจะให้เราเลิกหรือ?’ ความคิดและจิตใจของเซี่ยอวี่อันเหมือนมีเพลิงลุกโชน “อย่าต้านพลังงานผันผวน!” “ผ่อนคลายร่างกายของพวกเจ้าเชื่อใจคู่หูของพวกเจ้า!” “ให้เพ่งถึงจังหวะการประสาน จังหวะ!” “ทำเหมือนที่เราทำตามปกติ หนึ่ง สอง สาม อย่างนั้นนั่นแหละ!” “ทำได้ดีมาก!” …… ไป๋เยี่ยมองดูร่างแปลกประหลาดในม่านพลังแสง เสียงคำรามของเซี่ยอวี่อันผมที่เรียบร้อยกลายเป็นยุ่งเหยิง ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยดินโคลน เขาทุ่มเทพลังกวัดแกว่งแขน พลังงานที่ผันผวนทำให้ร่างของเขาโอนเอนอยู่ในความยุ่งเหยิง ปัง,กระแสอากาศทำให้เซี่ยอวี่อันกระแทกกับโคลนอย่างแรง เซี่ยอวี่อันไม่ได้คร่ำครวญ เขาดิ้นรนลุกขึ้นยืนและยังคงโบกแขนคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวและนำทหารต่อไป ไป๋เยี่ยตื่นตัวอย่างมาก เขาไม่เคยเห็นเซี่ยอวี่อันเป็นอย่างนั้น ในใจของเขาเซี่ยอวี่อันสง่างามเป็นกันเองและนุ่มนวลเสมอ ไป๋เยี่ยมองดูถังโฉ่วที่ยังเมินเฉยไม่มีร่องรอยอารมณ์แม้แต่น้อย “40%ระดับยังน่าเป็นห่วง! หลังจากผ่านไปอีกสามสิบนาทีเจ้าเพิ่มได้เพียง 10%?พวกเจ้ารู้ไหมว่าในเวลาสงครามจะเกิดอะไรขึ้น? มันพอจะให้พวกเจ้าตายได้ถึง 300 ครั้ง! และหลังจากตาย 300 ครั้งเจ้ายังยกระดับความถี่การผสานพลังได้ 10% นั่นคือการเสียสละที่แย่ 55%คือขั้นต่ำ นั่นคือค่าที่พวกเจ้ายังอยู่ห่างไกลและขอย้ำเตือนด้วยว่า ขั้นต่ำของทหารชั้นยอดคือ 70% พวกเจ้าเริ่มรู้สึกสิ้นหวังบ้างหรือยัง?” เสียงที่เย็นชาและเฉยเมยของเขาทำให้ไป๋เยี่ยเกิดแรงกระตุ้น เขาอยากจะต่อยหน้าเจ้าหมอนั่น ผิดผู้ผิดคนเกินไปแล้ว! เซี่ยอวี่อันไม่สนใจคำของเขาและยังคงคำรามและนำทหารของเขา การฝึกฝนอย่างต่อเนื่องของเซี่ยอวี่อันเริ่มส่งผล ความถี่ของการผสานพลังเริ่มสูงขึ้น ทหารเริ่มคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมพลังผันผวนรุนแรง เซี่ยวอวี่อันค่อยค้นพบเคล็ดลับ แต่เพราะเขาตะโกนอย่างต่อเนื่องคอของเขาเริ่มแหบแห้ง ใครๆที่อยู่ในกองกำลังนางแอ่นเคยเห็นเขาทุ่มเทอย่างนี้บ้างเล่า? ตาของทุกคนเปลี่ยนเป็นสีแดงและพวกเขาไม่สนใจอะไรอื่น พลังงานที่ผันผวนรุนแรงกระแสอากาศที่ปั่นป่วนทำให้พื้นดินภายในม่านพลังแสงอ่อนลงมากและม่านพลังเริ่มปกคลุมไปด้วยสิ่งสกปรกและโคลนสั่นสะเทือน เสียงกระแทก และเสียงคราง ฉากภาพรุนแรง และทุกคนที่มองก็ตะลึง หน้าของสวีจินกลายเป็นซีดขาว เมื่อคิดว่ากองทัพของเขาเองจะต้องผ่านการทดสอบอย่างเดียวกัน หนังของเขาถึงกับชา หลังจากผ่านไปสองชั่วโมง ความถี่ในการผสานพลังของพวกเขาถึง 56% ตาของถังโฉ่วกระพริบเป็นตัวเลขและเขาเขียนลงในสมุดของเขา พั่บเขาปิดสมุด “การทดสอบจบแล้ว ข้าเสียใจด้วย ในอนาคตโปรดอย่าทำให้เสียชื่อทหารมือดี” เสียงของถังโฉ่วยังคงเยือกเย็น “ก็ยังโชคดีที่พวกเจ้าสอบผ่าน เนื่องจากพวกเจ้ามีคุณสมบัติสำหรับทดสอบรอบต่อไป” ม่านแสงหมองลงพลังผันผวนที่รุนแรงหายไป และโคลน สิ่งสกปรกทั้งหมดร่วงลงพื้น ภายในฝนโคลน กองกำลังนางแอ่นทุกคนชุดฉีกขาดกะรุ่งกะริ่งขณะที่พวกเขานอนกับพื้นไม่มีใครยืนอยู่ได้เลย พวกเขาหอบหายใจ ทุกคนสกปรกไปหมดเหงื่อผสมโคลน แต่ไม่มีใครสนใจพวกเขาดิ้นรนอยู่ในคลื่นพายุพลังงานที่ผันผวนสองชั่วโมง และเรี่ยวแรงของพวกเขาหายเรียบไม่มีเหลือเลยสักนิด แม้แต่เซี่ยอวี่อันก็ยังนอนแช่โคลนเหงื่อหลั่งจากร่างของเขาผสมลงในโคลน ตรงกันข้ามสตรีผมแดงยืนหน้าซีดอยู่กับที่