พวกทหารที่กำลังฝึกอยู่ในค่ายทุกคนสังเกตว่าเมืองทรายขาวตกอยู่ในเปลวเพลิงและมีควันดำพวยพุ่งทุกคนจึงหยุดฝึก ค่ายทหารตั้งอยู่นอกเมืองและจะต้องใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงในการเดินทางระหว่างค่ายทหารกับในเมือง คลังสินค้าของสมาคมการค้าสวีจี้ถูกเปลี่ยนเป็นค่ายทหารชั่วคราวแล้ว เมืองทรายขาวตอนนี้มองเห็นแต่ภาพเงาเลือนลาง แต่ควันหนาแน่นสร้างความตกใจให้กับทุกคน พวกเขาเป็นพวกที่ผ่านการสู้รบมาแล้วและรู้ว่านี่หมายถึงอะไร ‘เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นในเมืองทรายขาว?? มีก่อการจลาจลหรือ? “รวมพล!” เสียงเยือกเย็นของถังโฉ่วดังขึ้นแววอำมหิตแฝงอยู่ในสำเนียงนั้น เขามองดูเมืองทรายขาวอย่างเฉยเมย ‘นายท่านยังคงอยู่ในเมือง!’ เซี่ยอวี่อันและอายะมองหน้ากันเอง ลางสังหรณ์ไม่ดีเกิดขึ้นในใจพวกเขา เซี่ยอวี่อันถามอย่างไม่ลังเล “นายท่าน เราจะส่งคนออกไปรวบรวมข้อมูลดีไหม?” อายะพยักหน้า นางเห็นด้วยว่าวิธีการของเซี่ยอวี่อันมีประสบการณ์และผ่านการไตร่ตรองมาแล้วตอนนี้สถานการณ์ในเมืองทรายขาวไม่ชัดเจนเพราะการนำกองทัพสองกองพลบุ่มบ่ามเข้าไปในทันทีอาจจะนำไปสู่ผลที่ไม่คาดคิด เมืองทรายขาวไม่ใช่เมืองในทวีปเล็ก บุ่มบ่ามแทรกแซงไปอาจเป็นเหตุให้เกิดหายนะได้ กองกำลังนางแอ่นของเซี่ยอวี่อันเป็นกองทัพเกือบถึงระดับเงิน ขณะที่กองกำลังกะโหลกชมพูของอายะเป็นแค่ทหารรับจ้าง ด้วยพลังของพวกเขาการบุ่มบ่ามเข้าไปในสถานการณ์ที่คล้ายแอ่งน้ำวนขนาดใหญ่อาจสร้างหายนะให้พวกเขาได้ ต่อให้เป็นกองทัพระดับเงินก็ยังไม่กล้าบุกเข้าไปในสถานการณ์อย่างนั้น ถังโฉ่วจ้องมองเซี่ยอวี่อันอย่างเฉยเมย “พวกเจ้าไม่ต้องการเชื่อฟังข้าใช่ไหม?” เซี่ยอวี่อันมีปัญญาไว เขารู้ว่าความลังเลของตัวเขาเองเป็นเหตุให้ท่านถังโฉ่วไม่สบายใจ ความเชื่อใจกันระหว่างพวกเขายังอ่อนอยู่ และถ้าเขาลังเลในเวลาอย่างนั้น อาจจะส่งผลต่ออนาคตของกองทัพนางแอ่นจนถูกดองก็ได้ เซี่ยอวี่อันรู้ทันทีว่าเขาทำผิดร้ายแรง กองกำลังนางแอ่นได้ให้สัญญาแล้ว่าพวกเขาจะภักดีต่อนายท่านเหมิ่งหนาน และในบางความรู้สึก กองทัพนางแอ่นไม่ใช่ของเขาอีกต่อไป และไม่ใช่แต่เพียงแค่นั้น เขาและกองกำลังนางแอ่นเป็นของท่านเหมิ่งหนาน ‘ความรู้สึกส่วนตัวมากเกินไปจะแสดงว่าเป็นการทำลายทหารของข้ามากเกินไป’ “ผู้น้อยทราบความผิดแล้ว!” เซี่ยอวี่อันยอมรับผิดทันทีและวิ่งไปหากองกำลังของเขา สีหน้าของอายะเปลี่ยน ในช่วงเวลาถัดมา นางกัดฟัน “ก็ได้!” ถังโฉ่วยังคงมีสีหน้าเฉยเมย แต่เขาลอบถอนหายใจโล่งอก เป็นเวลาช่วงสั้นๆตั้งแต่พวกเขาซื้อกองพลทั้งสอง ดังนั้นเขาขาดความเชื่อมั่นและเชื่อใจพวกเขาเป็นธรรมดา ถ้าทั้งสองกองพลปฏิเสธรับคำสั่งของเขา เขาคงทำอะไรไม่ได้ แต่เขารู้ ถ้าเขาแสดงท่าทีลังเลสงสัยใดๆ เขาจะไม่สามารถสั่งการทหารสองกองพลได้ เขาเงยหน้าจ้องมองไปทางเมืองทรายขาวซึ่งมีควันดำปกคลุม สายตาของเขาเย็นชาขึ้นทุกที เขาไม่สนใจความกังวลของเซี่ยอวี่อัน ทวีปทรายขาวจะมีอะไรสำคัญสำหรับเขา? ถ้าใครตอแยถังโฉ่ว ต่อให้เขาไม่สามารถทำลายเมืองทรายขาวได้ อย่างน้อยเขาก็สามารถปล้นเมืองทรายขาวได้สักครั้ง เสียงแตรเขาสัตว์ประจำค่ายดังขึ้นรังสีอำมหิตท่วมทะลักท้องฟ้า “เป้าหมายของเรา เมืองทรายขาว เคลื่อนกำลังเต็มพิกัด *********************** การเดินทางของถังเทียนเหมือนกับน้ำผึ้งล่อแมลงแม้ว่าพวกเขาจะดึงดูดนักล่าเข้ามานับไม่ถ้วน แต่เมื่อเห็นถังเทียน พวกเขามักจะแสดงร่องรอยความลังเลและกลัวให้เห็น แต่ในเวลาอันรวดเร็ว ร่องรอยความลังเลและความกลัวก็ถูกความละโมบและความบ้าระห่ำแทนที่อย่างรวดเร็ว พวกเขากระโจนเข้ามาเหมือนฝูงหมาป่า ในเวลาอันรวดเร็วกลุ่มเริ่มจะมีคนได้รับบาดเจ็บ ส่วนใหญ่เป็นองครักษ์ของตระกูลหลิงและคุณชายใหญ่ หน้าของคุณชายใหญ่ซีดขาว แต่พอมองกองกำลังปีศาจทวีปโยวโจวที่อยู่ข้างตัวถังเทียนมีประกายฉายอยู่ในดวงตาของเขา องครักษ์ของเขาแข็งแกร่งในช่วงวันเวลาธรรมดา พวกเขาแข็งแกร่งไปด้วยวิทยายุทธที่ทรงพลัง ขณะที่กองกำลังปีศาจทวีปโยวโจวข้างตัวถังเทียนดูเหมือนธรรมดา บางคนก็แก่และไม่มีทางเห็นได้เลยว่าจะเป็นมือดีเท่ากับองครักษ์ของเขาเอง ไม่มีอะไรพิสูจน์ได้ดีกว่าความเป็นจริง องครักษ์ของเขาได้รับบาดเจ็บกันแล้ว และ 20% ไม่สามารถสู้ได้ต่อ แต่กลุ่มคนมีอายุยังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร หลังจากวิเคราะห์การต่อสู้ของพวกเขา เขาก็ยิ่งประหลาดใจขึ้น กลุ่มคนสูงอายุนี้มีประสิทธิภาพและไร้ความปราณีแต่ละคนคุ้นเคยกันมาก การรุกถอย หมุน เอียงของพวกเขา ทุกคนทำได้อย่างใจเย็นในท่ามกลางความสับสนวุ่นวายโค่นล้มศัตรูของพวกเขา เป็นภาพเหตุการณ์ที่เพลินตาเมื่อได้ดูพวกเขาราวกับว่าพวกเขากำลังแสดงศิลปะ พวกเขาไม่เคยสู้กับศัตรูตามลำพังหรือปะทะโดยตรงกับฝ่ายตรงข้าม พวกเขาแค่ทำราวกับว่าพวกเขาเป็นโลหะเหลวดำที่เปลี่ยนรูปได้เพียงเพื่อปกป้องถังเทียน ผู้คุ้มกันยังคงดูแลศัตรูที่ได้รับบาดเจ็บ ในช่วงเวลาสงคราม ทุกคนมุ่งหน้าจะฆ่ากัน ทุกหนแห่งที่พวกเขาผ่านไปมีศพเรี่ยราดอยู่บนถนนและเลือดเต็มอยู่ตามผนังและพื้น ยามนี้การบินในท้องฟ้าไม่ใช่ความคิดที่ดี ทันใดนั้นถังเทียนหยุด เมื่อสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวฉับพลังของเขา กองกำลังปีศาจยิ่งระมัดระวังมากขึ้นทันที เทียบกับพวกเขาปฏิกิริยาขององครักษ์จะช้ากว่า “เรียกพวกเขากลับมา” ถังเทียนจ้องมองถนนว่างเปล่าข้างหน้าและพูดโดยไม่หันหลัง หลิงเซี่ยดูเหมือนจะเข้าใจบางอย่าง สีหน้านางเขียวคล้ำ นางสั่งองครักษ์ของนางให้กลับมาทันที พวกเขากลับมาอย่างงงงัน “ปกป้องคุณชายใหญ่” พูดเพียงแค่นั้นถังเทียนเดินตรงไปข้างหน้า และปลายถนนอีกด้านหนึ่ง มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏ ถังเทียนจำพวกเขาได้ทันทีสองสามคนที่อยู่ด้านหน้าเป็นกลุ่มคนที่เขากับสือเซินได้พบเจอที่ศูนย์จ้างทหารรับจ้าง “กองกำลังเผด็จการทวีปชิง” ถังเทียนเรียกชื่อของพวกเขาทำให้หน้าของคุณชายใหญ่,หลิงเซี่ยและคนอื่นๆ เปลี่ยน ชื่อเสียงของกองกำลังเผด็จการทวีปชิงเป็นเหมือนพระอาทิตย์ยามเที่ยง พวกเขาเป็นกลุ่มยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุด แต่กองกำลังปีศาจด้านข้างถังเทียนต่างเปล่งรังสีอำมหิตเยือกเย็นกันหมดทุกคนกองกำลังปีศาจในปัจจุบันไม่ใช่แค่กลุ่มชายชราอีกต่อไป ทุกคนปล่อยรังสีฆ่าฟันที่น่ากลัวเหมือนกับกระบี่ที่ชักออกจากฝักเปล่งประกายเฉียบคม นี่คือคู่ต่อสู้ที่มีระดับเดียวกับพวกเขาโอว ไม่ กองกำลังปีศาจทวีปโยวโจวตกต่ำมานานแล้ว ขณะที่กองกำลังเผด็จการทวีปชิงแข็งแกร่งที่สุดภายใต้ท้องฟ้าในปัจจุบัน กองกำลังเผด็จการทวีปชิงราวร้อยคนเดินไปตามถนนค่อยๆ ใกล้เข้ามา แรงกดดันที่อธิบายไม่ถูกทะลักเข้าหาพวกเขา หน้าของหลิงเซี่ยและคนอื่นเปลี่ยน มีกำลังคนเพียง 100 คนแต่รัศมีของพวกเขากลับมีแรงกดดันและครอบงำ กองกำลังเผด็จการทวีปชิง มีพลังกดดันมาก! หัวหน้าที่ไว้ผมสั้นเดินออกมาและคำนับถังเทียนไม่นอบน้อม ไม่แข็งกร้าว “ขอคารวะท่านเหมิ่งหนาน ข้าชื่ออาซัง การกระทำและมารยาทครั้งล่าสุดที่เราได้พบครั้งล่าสุดยากจะลืมเลือน ข้าไม่มีความเป็นปฏิปักษ์หรือสร้างความคับข้องใดๆ กับท่าน นายท่านจะเห็นแก่หน้าข้าได้ไหม? ตราบเท่าที่ท่านไม่เข้ามาแทรกแซง เรายินดีเสนอเรือรบให้ท่านหนึ่งลำและเมื่อมีเรือรบหนึ่งลำ เราจะเสนอกองกำลังเผด็จการทวีปชิงร้อยคนให้กับท่าน” หลิงเซี่ยและคุณชายใหญ่หน้าซีดขาวสลับแดง เรือรบปกติก็มีราคาเกินหมื่นล้าน แต่ยังเพิ่มสิ่งที่มีค่าอีกก็คือกองกำลังเผด็จการทวีปชิงร้อยคน ว่ากันตามศักดิ์ศรีของพวกเขา พวกเขาเป็นกลุ่มที่ยากจะรับมือได้ เรือรบลำหนึ่งสามารถซื้อหาได้ แต่กองกำลังฝีมือดีนั้นหาได้ยาก พวกเขาร้อยคนมีราคาที่สูงมาก คุณชายใหญ่ฝืนหัวเราะ‘ดูเหมือนว่านี่คงเป็นจุดสุดท้ายของข้าเสียแล้ว’ แต่เขายังใจเย็นตามปกติ พลังของศัตรูเกินความคาดหมายของเขาไปมาก แม้แต่ข้อเสนอเบื้องต้นของเขาก็คือสิ่งที่เขาไม่มีทางเสนอได้ เทียบกันแล้วสัญญาที่เขาให้กับถังเทียนมีราคาแสนถูกและน่าอาย อีกฝ่ายหนึ่งยินดีเห็นแก่หน้าถังเทียนและกองกำลังเผด็จการทวีปชิงก็มีความสามารถพอจะโค่นล้มพวกเขาทั้งหมด หน้าของหลิงเซี่ยซีดขาวเหมือนกระดาษ นางเองไม่สามารถคิดหาเหตุที่เหมิ่งหนานจะปฏิเสธข้อเสนอนั้น “เสียใจด้วย ข้าสัญญาว่าจะปกป้องคุณชายใหญ่แล้ว” เมื่อเขาพูดเช่นนั้นเป็นเหตุให้คุณชายใหญ่และหลิงเซี่ยถึงกับตะลึง พวกเขาคิดว่าได้ยินผิด อาซังไม่เคยคิดว่าถังเทียนจะปฏิเสธเขา เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าว“ถ้านายท่านไม่พอใจกับเงื่อนไข เราสามารถปรึกษากันได้!” ถังเทียนส่ายหัว “ไม่มีความจำเป็นต้องปรึกษาอะไรทั้งนั้น” อาซังจ้องมองถังเทียนอย่างว่างเปล่า ‘สมองของเขาเสียหายหรือเปล่า?’ เขาไม่เคยคิดว่าถังเทียนจะปฏิเสธเขา และนอกจากนี้ เป็นการปฏิเสธทันควัน “ในเมื่อท่านเหมิ่งหนานต้องการจะถูกดึงเข้าไปข้องเกี่ยวในสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างนั้นต้องขออภัยที่ล่วงเกิน” อาซังกล่าวอย่างไม่ไยดี ตาของเขาเย็นชาทันที นี่คือครั้งที่สองที่เขาถูกข่ม ครั้งก่อนเหมิ่งหนานกระทำเรื่องฮือฮาที่งานเลี้ยงนั่นคือเหตุผลที่เขายอมรับถังเทียน ถังเทียนคือนักสู้ที่แข็งแกร่ง แม้ว่าพวกเขาจะได้ชัยชนะ แต่ราคาที่ต้องทุ่มไปก็คงไม่น้อย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขากลัวเหมิ่งหนาน ในรุ่นปัจจุบันกองกำลังเผด็จการทวีปชิงก้าวขึ้นเป็นห่วงโซ่อาหารชั้นบนและเป็นราชา ด้วยกำลัง 200 คนของพวกเขา เขามั่นใจว่าจะเอาชนะเหมิ่งหนานได้ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถถอยได้ พวกเขาจึงต้องทุ่มเทราคา ขอเพียงให้ได้ชัยชนะเขายินดีจ่ายออกไป “ถอยไป!” ถังเทียนสั่งกองกำลังปีศาจ อาเหล่งและพวกที่เหลือมองหน้าถังเทียนอย่างตกใจ “นายท่าน…” “ถอยไป!” ถังเทียนแค่นเสียง อาเหล่งและพวกที่เหลือจ้องมองกองกำลังเผด็จการทวีปชิงด้วยสายตาไม่ยินยอมพร้อมใจและค่อยๆ ถอยออกมา เจตนารมณ์ต่อสู้ที่เดือดอยู่ในอกของถังเทียนมิได้หายไป อาเหล่งและกองกำลังปีศาจคือทหารระดับสูงที่แท้จริง พวกเขาคือนายทหารกำลังหลักของค่ายกองกำลังปีศาจในอนาคตของสือเซิน และไม่คุ้มค่าถ้าพวกเขาต้องตายในการต่อสู้ ไม่มีสือเซินพลังของกองกำลังปีศาจอาจขาดหายไปมาก กองกำลังปีศาจทวีปโยวโจวเพียง30 คนเผชิญหน้ากับกองกำลังเผด็จการทวีปชิง 200คนซึ่งมีผู้บัญชาการอยู่กับพวกเขา พวกเขาไม่มีโอกาสชนะ ‘เสียสละอย่างนั้นไม่มีความหมาย’ นอกจากนี้….. ถังเทียนจ้องมองกองกำลังเผด็จการทวีปชิงแล้วเลือดลมของเขาพลุกพล่าน ‘กองกำลังเผด็จการทวีปชิงเป็นศัตรูที่กล้าแข็งทรงพลัง กลุ่มคนอย่างนี้ไม่ได้พบกันได้บ่อย!’ ‘ศัตรูแข็งแกร่งมากขึ้น การสู้รบก็ย่อมรุนแรงมากขึ้นและจะช่วยขัดเกลาหนุ่มชาวฟ้านี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น’ ‘หนุ่มชาวฟ้า,นี่ถูกลิขิตไว้แล้วให้เป็นศึกของเจ้า! หลังจากหลั่งเหงื่อมาหลายวันหลายคืน ไม่ใช่เตรียมพร้อมไว้รับมือศัตรูที่เผชิญตอนนี้ไม่ใช่หรือ?’ ดูเหมือนจะมีเสียงกรีดร้องในใจถังเทียน ‘เอาชนะพวกมัน, เอาชนะพวกมัน…. ช่างตื่นเต้นเร้าใจจนบอกไม่ถูก ไม่มีอะไรอื่นจะตื่นเต้นไปกว่าศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตัวเขาเอง “กองกำลังเผด็จการทวีปชิง, หึหึหึ….” สายลมพัดปะทะหน้าของเขา แต่ไม่ได้ทำให้เขาสงบลงแม้แต่น้อย แต่กลับช่วยเร่งโหมไฟเพลิงในอกของเขาขยายใหญ่ทันที ลุกโหมทั้งตัวเขา กองกำลังเผด็จการทวีปชิงเคลื่อนกำลังขึ้นหน้า เมื่อพวกเขายืนนิ่ง พวกเขาเป็นเหมือนบรรพตที่ไม่หวั่นไหว และเมื่อพวกเขาเคลื่อนไหว พวกเขาเป็นเหมือนสายฟ้า ทั้ง 200 ร่างเคลื่อนไหวพร้อมกันรัศมีสว่างขึ้น เกิดเป็นเปลวเพลิงโหมแรงกระทบกันเอง กระแสอากาศรอบตัวพวกเขาไหลเร็ว และเสียงสั่นสะท้านดังออกมาขณะที่พื้นดินเริ่มสั่นพื้นบ้าน บ้านและถนนพลอยสั่นสะเทือนไปด้วยราวกับว่ามีสายฟ้าระเบิดอยู่เหนือศีรษะพวกเขา โลกสั่นสะเทือน เสียงสายฟ้าดังสนั่นปล่อยแรงกดดันมหาศาลเหมือนภูเขาไท่ซาน หน้าของทุกคนเปลี่ยน มีเพียงสีหน้าของถังเทียนที่ยังคงสงบอย่างมิอาจบอกได้ หิ่งห้อยนับไม่ถ้วนปรากฏออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยและในพริบตาก็คลุมพื้นที่ไปทั้งถนน ควันกระจายตัวไปทั้งถนน ภายใต้แสงหิ่งห้อย ให้ความรู้สึกสงบและอ่อนโยน มาสู้กัน!