เข็มแสงแหลมคมกระทบเข้าหน้าผากของถังเทียน ถังเทียนหัวเราะทันที การหัวเราะครั้งนี้สำหรับเซี่ยเฟยนับว่าประหลาดมาก เซี่ยเฟยสะท้านใจ นางเบิกตากว้างมองเหมิ่งหนานทันที เขาต้องเป็นคนเหี้ยมหาญดุร้ายอย่างเหลือเชื่อ ถ้าไม่อย่างนั้นจะสามารถหัวเราะแปลกประหลาดขนาดนั้นได้ยังไง? แสงเรียวเล็กพุ่งไปที่หน้าผากถังเทียน หัวใจของเซี่ยเฟยตกวูบ แต่นางไม่รู้สึกดีใจสักนิด นางไม่รู้สึกอะไรจากแสงรังสีน้อยของนาง นี่ทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจอย่างมาก แสงล้างผลาญไม่เคยพลาดเป้า หรือว่านางคิดไปเอง ในทวีปกวงหมิงแสงล้างผลาญเป็นวิชาวิญญาณที่ทรงพลังมากที่สุด เป็นวิชาจิตวิญญาณของสวรรค์วิถี แต่ก็ทรงพลังมาก เดี๋ยวก่อน! จากหางตานางเซี่ยเฟยสามารถเห็นบางอย่างกระพริบผ่าน ร่างของนางชะงักค้าง นั่นคือ… ร่างของถังเทียนปรากฏอยู่ด้านขวาของนางทันที “เคลื่อนย้ายพริบตา!” ‘เคลื่อนย้ายพริบตา, เหมิ่งหนานคือ… เซี่ยเฟยตื่นตระหนก เคลื่อนย้ายพริบตาคือวิชาจิตวิญญาณ และมีเพียงที่เดียวในดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่มีวิชานี้ก็คือทวีปกวงหมิง ‘เหมิ่งหนานไม่ได้มาจากทวีปกวงหมิง นั่นก็หมายความว่าเขามาจากสวรรค์วิถี! เพราะวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาของทวีปกวงหมิงก็มาจากที่นั่น!’ เหมิ่งหนานมาจากสวรรค์วิถี นั่นทำให้นางแตกตื่น ‘แต่เหมิ่งหนานไม่มีคลื่นพลังงานอยู่ในตัวแม้แต่น้อยเขาใช้วิชาจิตวิญญาณได้ยังไง?’ จากนั้นนางสังเกตว่าบนไหล่ของเหมิ่งหนานมีคู่หูวิญญาณร่างเหมือนเด็กมาปรากฏเมื่อใดไม่รู้ มันสวมชุดสีน้ำเงิน และสีหน้าไร้ความรู้สึกคล้ายเหมิ่งหนานมันดูน่ารักมาก แต่มันน่ารักจนทำให้คนอยากต่อยตียิ่งนักมันมีสีหน้าเฉยเมย ‘ข้าไม่เคยคิดว่าเมื่อตื่นขึ้นมาจะกลายเป็นแบบนี้…’ ‘เจ้าเด็กงี่เง่านี่ รู้จักแต่ก่อเรื่องยุ่งจริงๆ…’ ‘น่ารังเกียจเป็นบ้า!’ เสี่ยวเอ้อจ้องมองสตรีที่อยู่ต่อหน้าเขา นางปลดปล่อยปราณที่น่าขยะแขยง ‘ความมืดปกติจะไม่ถูกกับแสง…’ ‘กลิ่นคาวเลือดล่องลอยมาจากในอากาศ มาจากเจ้าเด็กงี่เง่านี่ ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเซี่ยเฟยจะสามารถบีบบังคับถังเทียนอยู่ในสภาพเช่นนี้’ เสี่ยวเอ้อลอบประหลาดใจ แต่หลังจากประหลาดใจเขาเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันหนาแน่น ‘ถ้าเจ้าเด็กงี่เง่านี่ตาย อย่างนั้นข้าก็จะตายไปด้วย’ เขายังคงนิ่งทำท่าผนึกมือจากนั้นวาดมือโค้งในท้องฟ้า รัศมีนับไม่ถ้วนรอบตัวเขาตัดไขว้กันไปมาเป็นรูปกระดานหมากรุก โดยมีเสี่ยวเอ้ออยู่ตรงกลาง เขาเริ่มผายมือออก กระบี่ศุภลักษณ์! เซี่ยเฟยรู้สึกถึงอันตรายและบอลแสงในมือนางยิงรัศมีใส่เสี่ยวเอ้อ ร่างของเสี่ยวเอ้อกระพริบและเขาหายไปทำให้รังสียิงผิดพลาด เสี่ยวเอ้อมาปรากฏตัวที่มุมกระดานหมากรุกแสง โดยไม่มีเค้าลางอะไรมือขวาของเขาคว้าอากาศ ซี่ ซี่ ซี่ ประกายแสงถูกกระตุ้นและกระบี่เซียนปราบสมุทรถูกชักออกมาจากมิติว่าง เพลิงดำมิติว่างกระพริบลามเลียออกมา เสี่ยวเอ้อพลิกมือแทงกระบี่ใส่กระดานหมากรุก เมื่อกระบี่แทงใส่ข่ายกระดานหมากรุก แสงรังสีสั่นสะท้าน ควับ! เพลิงดำมิติว่างลามเลียเหมือนกับงูดำบิดตัวไล่ไปตามแนวเส้นตารางหมากรุก ถ้ามีใครมองดูดีๆก็จะตระหนักได้ว่าตามขอบข้างของเพลิงดำมิติว่างจะมีเพลิงใสที่ครอบคลุมเพลิงดำมิติว่าง เพลิงนั้นก็คือเพลิงกลืนวิญญาณนั่นเอง รัศมีแสงบนของตารางหมากรุกเกิดเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ ในที่สุดเซี่ยเฟยก็เปลี่ยนสีหน้า ความรู้สึกถึงอันตรายไหลหลากเข้ามาในใจนาง เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกเช่นนั้นนางหมุนตัวหนีโดยไม่ลังเล นางขว้างบอลแสงใส่เสี่ยวเอ้อและหนีไป เสี่ยวเอ้อก็สีหน้าเปลี่ยนเช่นกัน บอลแสงบรรจุพลังงานในปริมาณที่น่ากลัว เขาล้วงลูกปัดออกมาถือในมือ เป็นลูกปัดข่มพลัง! มือสีขาวบริสุทธิ์ของเขาถือลูกปัดข่มพลังเขามองดูเหมือนกับจะเล่นหมากรุก เขาโยนมันออกไป ทันทีที่ลูกปัดข่มพลังสัมผัสข่ายตารางหมากรุก เพลิงที่อยู่ทั่วข่ายตารางหมากรุกดูเหมือนจะหยุดลง แต่ในเวลาต่อมาเพลิงก็รุกโหม ดูเหมือนกับว่ากระดานหมากรุกจะกลับมีชีวิตและมีชั้นพลังงานที่น่าอัศจรรย์ วูบบบ! ตารางหมากรุกลุกโชนในตำแหน่งแนวขวางเหมือนกับตาข่ายเพลิง มันพุ่งเข้าหาบอลแสง ตาข่ายเพลิงรวดเร็วมาก เมื่อสัมผัสกับบอลแสงก็เริ่มห่อหุ้มไว้อย่างหนาแน่น เซี่ยเฟยหันหลังวิ่งและวิ่งออกไปอย่างรู้สึกยินดีเมื่อนางเห็นดังนั้นและตวาด “ระเบิด!” แสงในตาข่ายเพลิงกระจายทันที แต่แสงจากตาข่ายเพลิงแข็งแกร่งมากและจับแสงของบอลแสงไว้กับที่ เซี่ยเฟยตกใจ ความสุขสุดท้ายหายวับไปทันที นางไม่สนใจศัตรูที่เบื้องหลังอีกต่อไปเร่งฝีเท้าหนีเต็มที่ ทันใดนั้นร่างโชกเลือดปรากฏอยู่ต่อหน้านาง ถังเทียนแค่นเสียงแสยะยิ้มเห็นฟันสีขาว “ข้ากำลังรอเจ้าอยู่!” หมัดเดียว เป็นหมัดทื่อธรรมดาไม่มีความเคลื่อนไหวซับซ้อนเพียงหมัดเดียว วิชาหมัดพื้นฐาน เซี่ยเฟยหวาดหวั่นพลังงานทั้งหมดในอากาศสั่นสะท้านจากหมัดเพียงหมัดเดียว ‘กฎธรรมชาติ!’ ‘หมัดนี้แฝงด้วยพลังแห่งกฎธรรมชาติ….’ หมัดของถังเทียนเปล่งรัศมีเลือนรางเป็นรัศมีที่แตกต่างจากการระเบิดของพลังงานทุกส่วนสั่นกระพือและพลังงานรอบตัวพวกเขาในอากาศก็สั่นสะเทือนเช่นกัน รังสีหมัดที่พร่าเลือนยิงออกมาโดยไม่มีร่องรอยใดๆในอากาศ แต่กลับมาปรากฏอยู่ต่อหน้าของเซี่ยเฟยทันทีและเข้าไปในร่างนาง เซี่ยเฟยที่เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วรวดเร็วเหมือนกับต้องมนต์ดำและสะท้านอยู่กับที่ ดวงตานางเบิกกว้างนางไม่สามารถขยับหรือทำอะไรได้ เสี่ยวเอ้อเหม่อมองจ้องดูถังเทียน เขาไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง เมื่อถังเทียนปล่อยหมัดออกมาลูกปัดข่มพลังเปล่งแสงทันที กฎธรรมชาติหมัดของถังเทียนบรรจุไว้ด้วยพลังของกฎธรรมชาติ! สิ่งที่ทำให้เสี่ยวเอ้อตกใจหนักยิ่งขึ้นก็คือเขาไม่สามารถอธิบายว่าเป็นกฎธรรมชาติแบบใด! ลูกปัดข่มพลังมีทะเลแห่งกฎธรรมชาติ และเสี่ยวเอ้อก็หมกมุ่นอยู่ในนั้นทั้งวันทั้งคืน และพัฒนาความรู้ความเข้าใจกฎทุกรูปแบบอย่างลึกซึ้ง แต่เขาไม่สามารถอธิบายได้ว่ากฎแบบไหนที่บรรจุอยู่ในหมัดของถังเทียน ‘วิชาหมัดมวยพื้นฐานสามารถเข้าใจและรู้แจ้งจนถึงกฎธรรมชาติด้วยหรือ…’ เสี่ยวเอ้อรู้สึกว่าความรู้และประสบการณ์ของเขาถล่มพังทลายลงต่อหน้า ปากของเขาฝืนยิ้ม ‘เจ้างี่เง่านี่เป็นตัวประหลาดแบบไหนกันแน่ ถึงกับรู้แจ้งกฎธรรมชาติได้ทั้งที่ใช้วิชาวิทยายุทธพื้นฐานแท้ๆ’ ‘ข้ายังคงดูแคลนเขาอยู่ดี….’ ใจของเสี่ยวเอ้อสับสน ทั้งสองคนอยู่ในร่างเดียวกันและแยกจากกันไม่ได้ แต่เสี่ยวเอ้อไม่เคยมองถังเทียนในแง่ดี แม้ว่าบางครั้งเขาจะชื่นชมความกล้าหาญและความพากเพียรของเขา แต่ในเรื่องพรสวรรค์เสี่ยวเอ้อยังคิดว่าเขาแข็งแกร่งกว่า แต่…. ‘เจ้าเด็กงี่เง่านี่แปลกประหลาดขนาดรู้แจ้งกฎธรรมชาติโดยผ่านวิทยายุทธพื้นฐานและยังเป็นกฎธรรมชาติที่ข้าไม่รู้จัก!’ และแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เสี่ยวเอ้อรู้ว่ากฎธรรมชาติที่ไม่รู้จักนี้ไม่ใช่กฎระดับพื้นฐานแน่! ร่างถังเทียนสั่นและเขาเริ่มโงนเงนราวกับว่าจะทรุดตัวลง ตัวของเขาชุ่มโชกได้ด้วยเลือดมองดูน่ากลัว เสี่ยวเอ้อหักห้ามตัวเองจากอาการตกใจและขมวดคิ้ว “เจ้าจะทำอะไร?” “สู้ต่อ” ถังเทียนโซซัดโซเซไปที่เรือรบ เสี่ยวเอ้อคำราม “เจ้าได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้ยังต้องการสู้ต่อไปอีกหรือ?” ถังเทียนไม่หันกลับมา “ข้ายังมีเรี่ยวแรงอยู่” เสี่ยวเอ้อโบกมือและบอลพลังงานที่ถูกตาข่ายเพลิงหุ้มไว้ก็ลอยเข้ามาในมือของเขา เซี่ยเฟยสูญเสียการควบคุมพลังแล้ว ดังนั้นจึงเปลี่ยนเป็นขนาดกำปั้นใสเหมือนลูกแก้ว “อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน” เสี่ยวเอ้อกล่าวแฉอย่างเย็นชา “สิ่งที่เจ้าต้องทำตอนนี้ก็คือพักฟื้น” “ข้ายังมีเรี่ยวแรง” ถังเทียนหันหน้ามาและถลึงตามองเสี่ยวเอ้ออย่างดุดัน เพียงแค่นั้นเขาหันหลังและมุ่งหน้าไปที่เรือรบทิ้งรอยเท้าเลือดไปเป็นทาง เขากำหมัดแน่นปล่อยให้เลือดไหล เพลิงในอกของเขากำลังลุกโชน มันร้องเรียกหาเขา ‘ทางแยกข้างหน้าระหว่างความตายและล้มเหลวนั่นคือความรู้สึกของการพ่ายแพ้ นั่นคือความรู้สึกสิ้นหวังเป็นประวัติการณ์…’ ‘ไม่’ ‘ไม่มีทาง!’ ‘อาการบาดเจ็บจะมากมายแค่ไหน? ความเหน็ดเหนื่อยจะมากมายเพียงใด? ความเจ็บปวดจะมีเพียงไหน?’ ในขณะนั้น เขาเกิดอาการรู้แจ้งที่เยี่ยมยอด ‘ในขณะเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังแท้จริงถึงขนาดที่ท่านไม่มีโอกาสสู้ได้ในเมื่อท่านต้องการสู้เมื่อท่านไม่มีโอกาสเสี่ยงชีวิต ในเมื่อท่านต้องการ!’ ‘ท่านได้รับบาดเจ็บและเหนื่อยล้า เจ็บจนท่านไม่ต้องการมีชีวิต แต่ท่านก็ยังมีชีวิต ยังหายใจ ยังคิดได้ยังร้องเรียกได้ ท่านถือสิ่งที่มีค่ามากที่คนตายทุกคนและคนที่กำลังจะตายทุกคนต้องการโอกาส, โอกาสต่อสู้!’ ‘ไม่สำคัญว่าเจ้าจะเหน็ดเหนื่อยเพียงไหน อย่างน้อยที่สุด เจ้ายังสามารถสู้ได้’ ‘บางทีท่านอาจตายพรุ่งนี้และฝันและเป้าหมายทุกอย่างของท่านก็จะตายตามไปด้วยในกองเพลิง ‘เพื่อเหตุผลอะไรท่านถึงไม่ยอมสู้? เพราะข้ออ้างทั้งหมดมันเล็กน้อย ความสำนึกทั้งหมดเล็กน้อย? ‘ไม่ เจ้ายังหนุ่มต้องการสู้ รู้แต่วิธีสู้และจะสู้จนลมหายใจสุดท้าย’ ‘ลมหายใจสุดท้ายของเจ้าต้องมีรสชาติของควัน รสชาติของความฝันรสชาติของความยิ่งใหญ่!’ ถังเทียนไม่งอตัว ร่างตรงเดินไปที่เรือรบ ‘เฮ้,หนุ่มชาวฟ้า ไป ไป ไป!’ เสียงคำรามของเหออิงดูเหมือนดังก้องทั้งท้องฟ้าและหมู่เมฆ “ฆ่าพวกมัน!” “อย่าปล่อยให้ใครรอดชีวิต!!” “ข้าต้องการเผาให้กระดูกพวกมันเป็นเถ้าถ่าน!” “ข้าต้องการให้พวกมันตายโดยไม่มีที่ฝังศพ! ฮ่าฮ่าฮ่า!” ท้องฟ้าเต็มไปด้วยแสงเรือโจมตีเร็วส่งเสียงกระหึ่มทั่วเมืองเหมือนนกร้อง ถนนทองเต็มไปด้วยม่านพลังที่ยังไม่เสถียร แม้ว่าพวกมันจะถูกสร้างขึ้นมาจากความมั่งคั่งขนาดใหญ่ แต่สิ่งก่อสร้างของพวกเขาไม่ได้สร้างมาเพื่อสงคราม บึ้ม, ม่านพลังของหนึ่งในร้านค้าถูกทำลายไปในที่สุดแสงระเบิดขนาดเล็กที่ยิงเข้าไปเหมือนกับดาวตกพลังระเบิดรุนแรงจนบ้านทั้งหลังพังทลาย นี่ทำให้กองพลที่สองส่งเสียงโห่ร้องเพิ่มพูนกำลังใจอีกมากมาย พวกเขากระตุ้นพลังกันอย่างแข็งขันมุ่งเน้นโจมตีบนพื้นที่ซึ่งเจริญมาแต่เก่าก่อน “นายท่านถ้าเราไม่โจมตีให้เร็ว…” รองผู้บัญชาการตื่นเต้นอย่างมาก “รออีกนิด!” เซี่ยอวี่อันพูดเคร่งขรึม “นายท่าน…” รองแม่ทัพกำลังจะร้องไห้ ทหารที่อยู่ในร้านถูกฝังทั้งเป็น เขาจะนำกองกำลังนางแอ่นทั้งหมดออกไป เขารับผิดชอบชีวิตประจำวันของพวกเขา ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพวกเขา เมื่อภาพน่าอนาถเช่นนั้นทำให้เขาตาแทบถลน “รออีกนิด!” น้ำเสียงของเซี่ยอวี่อันกระด้างเหมือนเหล็กกล้า รองแม่ทัพตะลึง “บอกทุกคนรอคำสั่งของข้า และเมื่อพวกเขาโจมตี อย่าเพิ่งตอบโต้!” เซี่ยอวี่อันพูดเบาๆ เนื่องจากคอของเขาเริ่มแห้ง รองแม่ทัพกัดฟัน “ได้!” เขารีบหมุนตัวและบินออกไป เขาไม่ทันสังเกตว่าหมัดของเซี่ยอวี่อันกำแน่นจนซีดขาว สายตาของเขาไม่เคยละจากเงาดำในท้องฟ้า เขาจ้องมองศัตรู คำนวณระยะ ถังโฉ่วยืนอยู่ข้างเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำเหมือนกับเป็นหุ่น การโจมตีสะท้านฟ้าสะเทือนดินเริ่มต้นโดยศัตรูดูเหมือนจะไม่มีที่สิ้นสุดเนื่องจากมีแสงสว่างทั่วท้องฟ้ายามราตรีในเมืองทรายขาว