เหออิงมีประสบการณ์ในการสู้รบและคุ้นเคยกับเรือรบยอดนิยม เมื่อเห็นว่ามีเพียงที่นั่งเดียวของเรือรบธนูดำที่มีแสงสว่าง เขาถอนหายใจโล่งอก เขาได้ยินมาว่าเหมิ่งหนานจ่ายเงินซื้อเรือรบมาก่อน ดังนั้นเขาไม่ประหลาดใจเรื่องนั้นมาก แต่เพราะเหมิ่งหนานไม่มีกำลังคนเพียงพอแค่ได้ซื้อเรือรบลำหนึ่ง แต่เขาไม่สามารถใช้ความสามารถในการสู้ที่แท้จริงของเรือรบได้ อาวุธเรือรบจำเป็นต้องการความถี่ในการประสานงานสูง และไม่มีใครที่สามารถใช้งานได้ถึงเป็นคนร่ำรวยมหาศาลเอาแต่ซื้ออาวุธดีๆ แต่อาวุธทั้งหมดนั้นจำเป็นต้องใช้ศักยภาพเต็มที่ และมักจะถูกทิ้งไว้ให้ฝุ่นและสนิมจับอยู่ในคลังสินค้า เหออิงรู้ว่าของแบบนั้นก็พังสลายไปด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นว่ามีเพียงที่นั่งเดียวที่เปล่งแสงสว่าง นั่นเป็นการยืนยันการคาดเดาของเหออิง เหมิ่งหนานไม่มีกำลังเพียงพอ ที่นั่งหนึ่งจำเป็นต้องได้กำลังทหารยี่สิบคน จำนวนเท่านี้ตรงกับที่เหออิงได้รับ เรือรบธนูดำเป็นเรือชั้นดี แต่กำลังพลไม่พอ ก็เป็นแค่ท่อนไม้ลอยได้ เหออิงมีคนเพียงยี่สิบคนอยู่ใกล้ๆแต่พวกเขาเป็นทหารที่แข็งแกร่งกันทุกคนและได้ติดตามเหออิงมาหลายปีแล้ว ทุกคนเป็นทหารฝีมือดีและคุ้นเคยกับการสู้รบด้วยรูปกระบวนศึกมามาก สำหรับพวกเขาสามารถจัดการกับคนสิบคนได้อย่างง่ายดาย เหออิงมั่นใจในตนเอง เฟี้ยววว! รังสีกระบี่หนาแน่นพุ่งตรงเข้ามาพร้อมกับเสียงหวีดหวิวใส่เหออิง ไป๋เสี่ยวที่กำลังมองการต่อสู้พึมพำ “มาแล้ว” “มาแล้ว?” ไป๋เยี่ยสับสนและถามโดยไม่รู้ตัว “ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้ง!” ไป๋เสี่ยวตอบ เขาตื่นเต้นหวนนึกภาพการต่อสู้จากครั้งก่อน เขารู้สึกว่าเหมือนเป็นความฝันทั้งหมด จากนั้นไป๋เยี่ยคิดถึงเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับโจรสลัด ในการสู้รบคราวนั้นอาจกล่าวได้ว่าเหมิ่งหนานควบคุมปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งคนเดียวซึ่งนับว่าผิดแปลกจากธรรมดาไปมาก เขายังคงเต็มไปด้วยความสงสัย แสงวูบวาบฉายเข้าในดวงตาของเหออิง ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้ง! ‘มีมาตรฐานบางอย่างสำหรับความเข้มข้นระดับนี้ มาตรฐานของคู่ต่อสู้นับว่าไม่เลวนัก แต่ด้วยพลังเพียงเท่านี้ เจ้าคิดว่าเจ้าสามารถฆ่าผู้บัญชาการระดับเงินได้หรือ เจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว’ เหออิงเยาะเย้ย ภายใต้การควบคุมของเขาพลังงานที่ผสานกันก่อเป็นพายุสีแดงอย่างรวดเร็วซึ่งปกป้องพวกเขาไว้ตรงกลาง ถ้าดูอย่างระมัดระวังจะมีคนตระหนักได้ว่าพายุสีแดงความเร็วสูงมีเม็ดสีแดงเข้มอยู่มากมายภายในนั้นซึ่งถูกสร้างจากพลังงานทำให้พายุรุนแรงกล้าแข็งขึ้น รังสีกระบี่รังผึ้งปะทะกำแพงพายุทำให้เกิดกระแสปั่นป่วนนับไม่ถ้วนแต่กำแพงพายุก็ยังคงตระหง่าน ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งส่วนใหญ่ใช้สู้กับทหารที่หละหลวมรวมตัวไม่เป็นระเบียบแต่ไม่ได้มีพลังมากนัก แต่สามารถยิงรังสีกระบี่ได้มากมายต่อครั้ง และรัศมีครอบคลุมพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ เหออิงเต็มไปด้วยความมั่นใจในพายุกรวดแดงของเขา คุณสมบัติในการป้องกันของมันจะแข็งแกร่งมากกว่าม่านพลังงานธรรมดา ต้นแบบในการสร้างพายุนี้มาจากพายุทรายในทะเลทราย การไหลเวียนครอบคลุมของอากาศสามารถกระจายพลังงานโจมตีของศัตรูได้ และในเวลาเดียวกันก็เพิ่มพลังป้องกันของมัน และและปริมาณของทรายที่แข็งและหนักที่ผสมอยู่พายุจะทำให้พายุหนาแน่นและยากจะทำลายผ่านไปได้ แม้แต่พลังทำลายล้างที่รุนแรงยังไม่สามารถเอาชนะพายุกรวดแดงได้อย่าว่าแต่ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้ง นอกจากนี้แม้ว่าปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งจะสามารถยิงรังสีกระบี่ออกมาหลายสายได้ในครั้งเดียวแต่ความถี่ในการรุกก็ไม่มากนัก หลังจากเจอคลื่นโจมตีทุกอย่างแล้ว ก็จะต้องมีการหยุดชะงักซึ่งจะแก้ปัญหานี้ได้ก็ต้องมีลูกเรือหลายคนคอยสลับกัน แต่ตอนนี้คู่ต่อสู้ของเขามีเพียงปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งชุดเดียวและมีข้อจำกัดอยู่มาก สำหรับเหออิง ผู้บัญชาการระดับเงินตราบใดที่มีข้องบกพร่อง เขาจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้สิ้นเชิง นอกจากนี้ ยังเป็นข้อบกพร่องใหญ่เสียด้วย รังสีกระบี่ที่กระทบกับพายุกรวดแดงแตกกระจายไปหมด ‘ได้เวลาตอบโต้!’ ขณะที่เหออิงเตรียมโจมตีตอบโต้ ในช่วงเวลาถัดมาหน้าของเขาก็ชะงักค้าง ฟิ้วววว! เสียงหวีดหวิวจนหูอื้อดังอีกครั้งและกระแสเชี่ยวกรากของรังสีกระบี่กระแทกใส่พายุกรวดแดง เหออิงแทบกระโดด ‘เป็นไปไม่ได้…’ ผลกระทบของพลังงานปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งค่อนข้างใหญ่และไม่มีใครเพิกเฉยต่อพลังสะท้อนกลับได้ เขาไม่เคยเห็นกลุ่มที่สามารถยิงปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งอย่างต่อเนื่องมาก่อน มันไม่มีเหตุผล ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว! เสียงหวีดหวิวหนาแน่นตัดผ่านอากาศยามราตรี ระลอกแล้วระลอกเล่าราวกับฝนแสงกำลังหลั่งออกมาจากเรือรบธนูดำใส่พายุกรวดแดง บึ้ม บึ้ม บึ้ม! รังสีกระบี่ยิงใส่พายุอยู่ต่อเนื่องประกายแสงนับไม่ถ้วนปลิวไปทุกที่ พายุพัดใส่รังสีกระบี่แตกเป็นเป็นชิ้นเล็กน้อยแต่ก็ยังคงอยู่ได้มั่นคง เหออิงมีสีหน้าตกใจและบังคับตนเองให้สงบใจและถ่ายพลังเข้าในพายุกรวดแดง ความสามารถในการป้องกันที่ทรงพลังของพายุกรวดแดงแสดงถึงความอิ่มตัวการหลั่งไหลเข้ามาของรังสีกระบี่ไม่ได้มากไปกว่าพายุ “พระเจ้า!” ไป๋เยี่ยเอามือกุมศีรษะใบหน้าแสดงออกว่ารู้สึกเหลือเชื่อ เขาได้ยินมาจากไป๋เสี่ยวว่าเหมิ่งหนานใช้ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งอย่างไร แต่พอมาเห็นกับตาตนเองถึงวิธีใช้อาวุธโดยไม่สะดุดหยุดลง รังสีกระบี่พ่นโจมตีต่อเนื่อง เขารู้สึกว่าหลักการเหตุผลถูกฉีกทิ้ง รอเดี๋ยว! เขาสั่นทันที ในฐานะผู้บัญชาการที่ลือชื่อ เขาจับจุดสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ถ้าฉากเช่นนั้นเกิดขึ้นในสงคราม… ถ้าเพียงแต่เรือรบลำเดียว มีอาวุธทั้งหมดสามารถทำได้อย่างเดียวกัน… เขาสั่น เขารู้ว่าถ้าเรือรบประหลาดอย่างนี้ปรากฏในสนามรบ ใครจะหยุดมันได้? ไม่ ไม่มีใครหยุดมันได้ ถ้าขบวนเรือรบทุกลำสามารถเป็นอย่างนั้นได้ อย่างนั้นไม่มีใครในดาราจักรเซียนศักดิ์จะสามารถหยุดพวกเขาได้ ไป๋เยี่ยไม่กล้าคิดไกลออกไป แค่เพียงคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นก็เป็นเหตุให้มือเขาเย็น เขาจ้องดูสนามรบอย่างตั้งใจกลัวว่าจะพลาดรายละเอียดแม้แต่เล็กน้อย ‘เจ้าคนเสียงดังและน่ารำคาญนั่น เขามีความลับซ่อนอยู่เท่าใดกันแน่? รังสีกระบี่ก่อเป็นกระแสยังคงโจมตีพายุแดงอย่างต่อเนื่อง เหมือนกับว่าช่วงเวลา 10 วินาทีแต่เหออิงรู้สึกราวกับว่าเขาถูกลากยาวไปเป็นปี พายุกรวดแดงมีพลังป้องกันที่น่าทึ่ง แต่รังสีกระบี่มีมากเกินไป และด้วยการโจมตีอย่างต่อเนื่อง เหออิงตกอยู่ในแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่ พลังงานในตัวหมดไปอย่างรวดเร็ว นอกจากต้องทนแล้วเหออิงไม่มีความคิดอย่างอื่น พายุกรวดแดงเริ่มแกว่ง และถ้ายังเป็นไปแบบนี้ พวกเขาจะถูกรังสีกระบี่กลืนและกระดูกทั่วร่างก็จะไม่เหลือ “ทุกคน! อดทนเอาไว้!” เหออิงตะโกน “ศัตรูทนได้ไม่นานนักหรอก!” ทหารของเขาทุกคนกัดฟันและทนอย่างขมขื่น พวกเขาเชื่อมั่นในเหออิงและพวกเขาเชื่อว่าศัตรูจะทนอยู่ได้ไม่นานการโจมตีที่บ้าคลั่งอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถปล่อยออกมาได้ตลอดเวลา เป็นการสู้กันที่ปณิธาน ใครก็ตามเปิดช่องว่างก่อนจะต้องเป็นฝ่ายแพ้ เสี่ยวเอ้อถือคันจับปืนใหญ่กระบี่รังผึ้ง เสียงคำรามร้องของถังเทียนที่ข้างตัวเขาทำให้เขาแสบแก้วหู เขายังคงห่างเหินราวกับว่าเขาไม่ได้ยินอะไร จนกระทั่งตอนนี้เขายังไม่ได้โจมตีแม้สักครั้ง สีหน้าของเขายังคงปกติเหมือนกับว่าสถานการณ์ที่อยู่ต่อหน้าของเขาไม่ได้กวนใจเขาแม้แต่น้อย ซี่…. ถังเทียนหยุดคำรามทันทีปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งเหนือหัวเขาแตกเป็นชิ้นและเป็นผุยผงฝุ่นปกคลุมไปทั่วสถานที่ และถังเทียนนั่งอยู่ที่เดิมโดยไม่มีปฏิกิริยาใดๆ มีเพียงความคิดเดียวอยู่ในใจของเขา ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งอ่อนแอลงได้อย่างไร? โอกาส! เหออิงที่ดันทุรังอดทนได้รู้สึกดีใจทันที ใช่แล้วต่อให้ทหารฝ่ายศัตรูสามารถอดทนผลสะท้อนที่น่ากลัวได้ แต่ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งเองก็ไม่สามารถทนรับภาระได้ ไม่มีใครรู้ว่าในช่วงที่ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งของถังเทียนจะระเบิดดวงตาที่ไร้ความรู้สึกของเสี่ยวเอ้อเป็นประกายเยือกเย็นทันที กระบี่ยาวที่ลอยอยู่ด้านหลังของเขาเปล่งแสงพร้อมกัน รังสีกระบี่ระเบิดและพุ่งหาเหออิง เหออิงที่เพิ่งเตรียมจะโต้ตอบกลับได้ยินเสียงหวีดหวิวทันทีและต้องรู้สึกตกใจอีกครั้ง ความจริงศัตรูยังมีกำลังคน! สิ่งที่ทำให้เขากังวลมากขึ้นก็คือเขาไม่ทันสังเกตว่าศัตรูกำลังโจมตี มันกระทันหันเกินไป แต่เป็นแค่เพียงการระเบิดของรังสีกระบี่ครั้งเดียว และไม่เหมือนกระแสของกระบี่ทำให้เหออิงรู้สึกคลายกังวลขึ้นมาบ้าง แม้ก่อนที่เขาจะยินดี เสียงหวีดหวิวในอากาศก็เปลี่ยนไปเสียงหวีดหวิวต่ำในตอนแรกพลันกลายเป็นเสียงแหลมเหมือนเข็มเจาะเข้าไปในสมอง หน้าของเหออิงบิดเบี้ยวน่าเกลียด เขาเงยหน้าขึ้นมา กลุ่มฝนกระบี่ผสานรวมกันเป็นกระบี่เดียว หัวใจของเหออิงสั่นสะท้านเป็นกระบี่เพียงเล่มเดียว แต่มีหางแสงยาวลากตามหลังปลดปล่อยพลังและรังสีเมื่อเทียบกับระเบิดฝนกระบี่มันแข็งแกร่งมากกว่าหลายเท่า มือกระบี่! เหออิงค่อยรู้สึกตัวทันที มีแต่มือกระบี่เท่านั้นที่จะเข้าใจกระบี่ได้ลึกซึ้งสามารถสร้างพลังโจมตีออกมาพร้อมกับปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งได้อย่างน่ากลัวขนาดนั้น จากนั้นเขาเข้าใจเหตุผลที่คู่ต่อสู้ควบคุมพลังโจมตีได้โดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ เสี่ยวเอ้อผู้รู้แจ้งกฎกระบี่มีความล้ำหน้าในการเข้าใจและใช้ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งเกินกว่าถังเทียน เขาแค่เพียงสัมผัสได้เพียงชั่วครู่เสี่ยวเอ้อก็เข้าใจอาวุธได้ทันที วิธีใช้พลังโจมตีทื่อๆ ทำให้เสี่ยวเอ้อก่นด่าเขาในใจ แต่โชคดีสำหรับถังเทียน มันใช้ได้ผลดังนั้นเสี่ยวเอ้อไม่ต้องทำอะไรแค่รอโอกาสที่จะเกิดขึ้น เสี่ยวเอ้อผู้มีความเข้าใจกฎกระบี่อย่างลึกซึ้งสามารถใช้ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งในระดับพลังที่เหลือเชื่อ ‘แย่แล้ว!’ เหออิงหน้าเสียและซีดขาว เขาตะโกนลั่น “ระวัง!” ก่อนที่เขาจะพูดจบคำรังสีกระบี่แพรวพราวก็พุ่งตรงกระแทกพายุกรวดแดงอย่างหนักหน่วง บึ้ม! พายุกรวดแดงสั่นสะเทือนเหออิงและพวกที่อยู่ภายในรู้สึกหวานในลำคอวูบ มุมปากมีรอยเลือดใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจ แต่พวกเขารู้ว่าไม่มีเวลาตื่นเต้น พลังโจมตีที่น่ากลัวต้องทำให้ผู้ใช้ต้องเตรียมพลังงานมหาศาล และร่างของมือกระบี่ไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น ตารางหมากรุกแสงที่อยู่ใต้เท้าของเสี่ยวเอ้อพอกระแสพลังสะท้อนเข้ามาในร่างของเสี่ยวเอ้อก็แตกระเบิดสลายไปในทันที ร่างของเสี่ยวเอ้อสะท้าน แม้ว่าพลังงานส่วนใหญ่ที่สะท้อนกลับจะถ่ายเทลงไปที่ตารางหมากรุกแสงไปแล้วไม่น้อยแต่เขาอ่อนแอเกินกว่าจะโจมตีได้อีกครั้ง ‘อาวุธเรือรบไม่เหมาะกับขุนพลวิญญารเลยแม้แต่น้อย…’ รอยเลือดเกิดที่มุมปากของเขาทำรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าของเขามองดูน่ากลัว งานของเขาสำเร็จแล้ว การโจมตีของเขาทำให้ถังเทียนมีโอกาสกระโดดไปที่ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งอีกฐานหนึ่ง กระบี่ที่ลอยอยู่หลังป้อมปืนเรืองแสงอีกครั้งท่ามกลางเสียงคำรามของถังเทียน รังสีกระบี่ที่น่ากลัวถูกยิงออกไปอีกครั้ง คลื่นพลังสะท้อนกลับครั้งแล้วครั้งเล่าที่โถมใส่ร่างของถังเทียนทำให้ร่างของเขาสั่นเป็นเจ้าเข้า ขณะที่เลือดในตัวเขาก็ยังทะลักอย่างเจ็บปวด เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธจนลืมตัว ดวงตาของเขาราวกับจะมีไฟพวยพุ่ง เขาคำรามเหมือนเสือ กระแสคลื่นรังสีกระบี่กระแทกใส่พายุกรวดแดงอย่างรุนแรง พายุกรวดแดงพบกับศัตรูที่ดุร้ายยิ่งขึ้น หน้าของเหออิงแดงสลับขาว หลังจากพลังกระบี่โจมตีอย่างหนัก แม้วาพวกเขาจะป้องกันไว้ได้ แต่พายุกรวดแดงก็ได้รับความเสียหายด้วย บึ้ม! พายุกรวดแดงแตกสลายสิ้นเชิง ‘ไม่….’ เขาต้องการคำรามร้องเสียงดัง แต่เขาไม่มีเสียงภาพข้างหน้าเปลี่ยนเป็นขาวโพลน กระแสรังสีกระบี่ที่สูญเสียการควบคุมกระจายไปทั่วทุกที่ ทำลายทุกอย่างที่ขวางทาง