กองสมบัติดวงดาวกองย่อมๆส่องประกายแวววาว ทำให้เรือรบสว่างไสว มองเห็นสีหน้าซึมเซาของทุกคนอย่างชัดเจน ในท่ามกลางความเงียบทุกคนอ้าปากค้าง พวกเขาจ้องมองกองสมบัติที่อยู่ต่อหน้าถังเทียน พวกเขาไม่เคยเห็นสมบัติวิญญาณมากมายมาก่อน คลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาในอากาศ ทำให้พลังงานภายในเรือรบได้รับผลกระทบจนเกิดสภาวะที่แปลกประหลาด ‘ทั้งหมดเป็นสมบัติวิญญาณ…’ ‘เป็นไปได้อย่างไร…’ หลิงเซี่ยมีสีหน้าที่ทึ่งอัศจรรย์เป็นที่สุดดวงตานางแทบทะลุจากเบ้า ลมหายใจของนางชะงัก ความมั่งคั่งในชีวิตประจำวันของถังเทียนทำให้นางตกตะลึงได้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกอย่างที่นางรู้ ความรู้ที่นางรวบรวมในเรื่องสมบัติวิญญาณที่กองอยู่ข้างหน้า นางรู้สึกเหมือนตนเองจะกลายเป็นคนโง่เง่า ‘ทวีปกวงหมิงไม่มีสมบัติวิญญาณมากนัก…” ‘เขาเป็นใคร?’ แม้ว่าการแสดงออกทางสีหน้าของทุกคนจะทำให้หนุ่มน้อยถังดีใจ แต่เขารู้ว่าพวกเขายังอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ดังนั้นเขาไม่มีเวลาดีใจ เขาใช้กำลังปรบมือปลุกเรียกความสนใจของทุกคนให้กลับมา “จากนี้ไปพวกเจ้าทั้งห้าตระกูลจะแบ่งออกเป็นห้าแผนก ตระกูลเว่ยคือกลุ่มดาวคนธนู ตระกูลหลี่ คือกลุ่มดาวกรกฎ ตระกูลหวีคือกลุ่มดาวแกะ ตระกูลเย่คือกลุ่มดาวคันชั่ง ตระกูลจางคือกลุ่มดาวกุมภ์” ถังเทียนลอกเลียนและสมอ้างห้าตระกูลใช้ชื่อของตำหนักระนาบสุริยุปราคาโดยไม่รู้สึกอาย ด้วยวิธีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เขามากขึ้น ทุกคนไม่มีใครคัดค้าน แต่แทนที่จะรู้สึกว่าเป็นชื่อใหม่พวกเขารู้สึกว่าเหมาะสมดี เพียงแต่… “เดี๋ยวๆ ไอ้กลุ่มดาวนี่มันคืออะไร?” เว่ยถิงถิงถาม “เอ่อออออ”ถังเทียนตะลึง ดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช้ชื่อกลุ่มดาว ดังนั้นเขาไม่มีทางเลือกได้แต่กล้อมแกล้มอธิบาย “ก็คือๆ กับทวีปนั่นแหละน่า” ทุกคนมีความรู้ชัด บางคนก็เป็นผู้ใหญ่มากขึ้นก็รู้สึกตื่นเต้น เป็นไปได้ไหมว่าปรมาจารย์หวังว่าแต่ละตระกูลจะสามารถมีทวีปได้ในอนาคต? “เอาล่ะนะ”ถังเทียนเริ่มแบ่งแยกสมบัติดวงดาว และพึมพำกับตนเอง “กุมภ์, คนธนู,กรกฏ, แกะ, คันชั่ง โชคดีที่ข้ายังมีสมบัติมากมาย ข้ายังจำเป็นต้องได้สมบัติในอนาคตเพิ่มขึ้นอีก ใช่แล้ว ใช่แล้วข้ายังมีสมบัติสิบสองตำหนักระนาบสุริยุปราคาอยู่อีกหลายชิ้น แต่ข้ายังต้องหาเพิ่มอยู่ดี..” แม้ว่าเขาจะมีสมบัติดวงดาวอยู่หลายอย่างแต่เขาเก็บทั้งหมดไว้ในคลังของกลุ่มดาวหมีใหญ่ แต่เพื่อให้เสี่ยวเอ้อได้ปรับแต่งสมบัติวิญญาณเพิ่มขึ้น เขาจึงนำติดตัวมาด้วยไม่กี่ชิ้น “กลุ่มคนธนูและแกะทำหน้าที่รุกสู้,กลุ่มคันชั่งทำหน้าที่ควบคุม, กลุ่มกรกฎทำหน้าที่ป้องกัน แล้วกลุ่มกุมภ์ล่ะ ทำอะไรดี? เอ่..นักสู้จากกลุ่มดาวกุมภ์เขาสู้ยังไงกัน?” ถังเทียนถือสมบัติดวงดาวชิ้นหนึ่งและพึมพำกับตนเอง เสี่ยวเอ้อลอยออกมาและกระซิบกับถังเทียนอย่างเฉยเมย “ใช้เงิน” สีหน้าของถังเทียนชะงักค้าง เขาไม่ได้พูดอะไร คำพูดแบบนั้นไม่สามารถพูดได้ แต่ในสวรรค์วิถี เป็นความจริงที่พวกเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นนักสู้ที่รวยที่สุด หลังจากคัดเลือกสมบัติของห้ากลุ่มดาวเสร็จแล้ว ถังเทียนถอนหายใจโล่งอก แค่นี้พอแล้ว สมบัติดวงดาวถูกแยกเป็นหกกอง นอกจากห้าตระกูลแล้ว มีเหลืออีกหนึ่งกองเพื่อกองกำลังปีศาจทวีปโยวโจวจากนั้นถังเทียนชี้แต่ละกองและอธิบาย “นั่นสำหรับกลุ่มกุมภ์ นั่นกลุ่มแกะ กองนั้นกลุ่มกรกฎกองนั้นกลุ่มคนธนู กองนี้กลุ่มคันชั่ง และนี่สำหรับกองกำลังปีศาจ หนึ่งคนต่อหนึ่งชิ้น” แม้ว่าพวกเขาคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่พอเกิดขึ้นจริงๆทุกคนรู้สึกยินดีและเหลือเชื่อ หลังจากนั้นสักครู่ทุกคนก็สงบลงได้ “พวกเจ้ายังจะหยอกล้ออะไรกันอีก? รีบๆ หน่อย!” ถังเทียนถลึงตาและพูดอย่างเหลืออด “จงใช้เวลาตอนนี้ทำความคุ้นเคยกับมัน” พวกเขาตื่นจากฝันกลางวันและรีบเดินขึ้นมาทันที สมบัติหนึ่งชิ้นต่อคน พลังของศิษย์ห้าตระกูลเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการจะแสดงศักยภาพของมันออกมาได้อย่างเต็มที่แท้จริง ถังเทียนไม่ใช่มือสมัครเล่นอีกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผ่านการฝึกฝนกับปิง อย่างน้อยเขารู้ว่าเขากำลังทำอะไร เป็นไปไม่ได้สำหรับพวกเขาที่จะประสานงานกันได้ในระยะเวลาสั้นๆ เรือธนูดำมีปืนใหญ่ระดับเงินอยู่สามกระบอก ปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งอีกหกกระบอก หอกถล่มดวงดาวระดับเงินสามชุด ดาบล้างสวรรค์อีกสิบสองชุด กองกำลังปีศาจของสือเซินเหมาะกับสิบสองดาบล้างสวรรค์ สำหรับหอกถล่มดวงดาวระดับเงินจะให้ตระกูลหวีแห่งกลุ่มดาวแกะซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญวิชาหอกรับผิดชอบ ถังเทียนปล่อยปืนใหญ่กระบี่รังผึ้งไว้สำหรับตัวเขาเอง ปืนใหญ่เงินสามชุดไม่เหมาะสมรับมือกับเรือรบโจรสลัดที่คล่องแคล่ว ดังนั้นถังเทียนกับเสี่ยวเอ้อจึงปล่อยเอาไว้เฉยๆ ทันใดนั้นถังเทียนและเสี่ยวเอ้อประหลาดใจกับกระแสไหลเวียนของรังสีแสง พวกเขาหยุดพูดคุยกัน และตกตะลึงกับฉากภาพข้างหน้าพวกเขา แต่ละคนถูกแสงครอบคลุมไว้แสงเหล่านั้นมีสีสันที่แตกต่างทำให้เรือรบดูมีสีสันสดใส แต่สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาทำให้หน้าของถังเทียนและเสี่ยวเอ้อเปลี่ยน ********************* บนเรือโจรสลัด “อีกนานเท่าใดกว่าเราจะไล่ทัน?” เหมยเฉินซิ่วถาม รองหัวหน้าที่อยู่ด้านข้างเขาให้เวลาอย่างแม่นยำ “อีกราวสิบห้านาที โชคดีสำหรับเรา ความเร็วของเรือเราทำได้ดี และเหมิ่งหนานนั่นบรรทุกคนขึ้นเรือมากเกินไป ถ้าไม่อย่างนั้นเราคงยากจะไล่ตามเรือรบธนูดำได้ทัน” รองหัวหน้าตื่นเต้น เหมยเฉินซิ่วไม่เปลี่ยนท่าที ลักษณะของเรือรบธนูดำคือเรือรบที่ดีที่สุดในบรรดาเรือรบขนาดเล็ก และราคาของมันสูงจนน่ากลัว ถ้าเขาเป็นผู้บัญชาการใช้อุปกรณ์เลิศหรูและจัดเตรียมกองทัพให้กวงหมิง เหมยเฉินซิ่วคงมีหลายวิธีสำหรับไล่กวด แต่ปัจจุบันนี้เขาเป็นหัวหน้าโจรสลัด ไม่เป็นที่ดึงดูดความสนใจ ไม่มีการติดต่อสื่อสารใดๆระหว่างโจรสลัดกับทวีปกวงหมิง แม้แต่การติดต่อสื่อสารระหว่างเหมยเฉินซิ่วและครอบครัวของเขาก็ยังถูกตัดขาด “ให้ทุกคนเตรียมตัวสู้รบ ฝีมือการต่อสู้ของเหมิ่งหนานจะประมาทไม่ได้” เหมยเฉินซิ่วไม่ประมาทคู่ต่อสู้ แม้ว่าพวกเขาจะมีกองเรือก็ตาม เหมิ่งหนานได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งมาครั้งแล้วครั้งเล่า และสำหรับเหมยเฉินซิ่วก็พิสูจน์มาด้วยตนเอง เขาไม่มีทางดูแคลนคนอย่างนั้น ทันใดนั้นรองหัวหน้าร้องออกมาอย่างประหลาดใจ “โอวพระเจ้า นั่นอะไร?” เหมยเฉินซิ่วตกใจ เขาหันไปมองฝ่ายตรงข้ามเขาทันที ม่านตาของเขาหดลีบ เรือธนูดำข้างหน้าพวกเขาเปล่งแสงรัศมีหลากหลายสีสัน แสงรัศมีกระจายออกมาจากเรือ! ‘เกิดอะไรขึ้น?’ เรือรบธนูดำไม่รู้วิธีการป้องกันมัน แต่ตัวเรือสร้างจากไม้หมอกดำ ไม้หมอกดำค่อนทึบ ดังนั้นจึงเก็บแสงไม่ให้รั่วกระจาย แต่เพราะรัศมีส่องทะลุได้ แสงนั้นจะสว่างเพียงไหน? ‘แสงเหล่านั้นคืออะไร?’ ความรู้สึกไม่สบายใจอย่างรุนแรงเกิดขึ้นในหัวใจของเหมยเฉินซิ่ว ขณะนั้นเองเขารู้สึกถึงบางอย่าง และรำพึง “ระลอกพลังงาน ระลอกพลังงานที่กล้าแข็ง…” รองหัวหน้ามองออกไปนอกท้องฟ้า ทันใดนั้นมีกระแสพลังงานเชี่ยวกรากปรากฏในท้องฟ้า เหมือนใบพัดตัดขวางน้ำตัดผ่านน้ำด้วยความเร็วที่ไม่ธรรมดา ซู่….! กระแสคลื่นพลังงานกวาดผ่านเรือรบของพวกเขาไปเสียงหวีดหวิวทำให้เรือสั่นสะเทือน “แย่แล้ว!” ม่านตาของเหมยเฉินซิ่วขยายทันที ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยอาการตกใจ “พวกเขากำลังดูดซับพลังงาน ซี่… ซี่….. ซี่….! กระแสเชี่ยวกรากของพลังงานทั้งหมดเป็นเหมือนธนูใสยิงข้ามท้องฟ้ามาทุกตำแหน่ง เหมือนสายฝนลงใส่เรือรบธนูดำ เหมยเฉินซิ่วและกลุ่มของเขามองดูฉากภาพที่น่าจดจำซึ่งปรากฏอยู่ต่อหน้าพวกเขา กระแสพลังงานนับไม่ถ้วนทะลักเข้ามาพร้อมกันเหมือนกับธนูหมื่นดอกถูกยิงเข้ามาที่เรือรบ แสงรัศมีของเรือรบยิ่งกล้าแข็งรุนแรงมากขึ้น ขณะที่รัศมีหลากสีหนาแน่นมากขึ้น ซี่… ซี่…. ซี่…. พลังงานแม้จากที่ไกลเริ่มถูกดึงเข้ามาภายใต้แรงดึงดูดที่รุนแรง กระแสพลังงานค่อยๆโค้งจนกระทั่งเป็นวังวนพายุที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแต่ไกล พายุพลังงาน! เหมยเฉินซิ่วไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่เขาเห็นการก่อตัวของพายุได้อย่างสมบูรณ์กับตาตัวเอง พายุพลังงานขยายใหญ่ขึ้นทุกทีจนเกินกว่า 1.5กิโลเมตรอย่างรวดเร็ว มันมีพลังกดดันมากมายพลังงานที่บรรจุในนั้นมากพอทำให้คนหัวใจวายได้ พลังงานที่รุนแรงและบ้าคลั่งกวาดเข้าใส่เรือรบ กับเรือรบธนูดำตกอยู่ในใจกลางพายุ แสงยังคงสว่างขึ้นเรื่อยๆพายุพลังงานที่ใสหมุนอย่างรวดเร็วเหมือนกับชั้นน้ำ แสงรัศมีของเรือรบธนูดำสว่างขึ้นจนไม่มีใครมองเห็นเรือรบธนูดำได้อีกต่อไป “แย่แล้ว! เจ้านาย, พลังงานของเรือรบเราเริ่มตก!” รองหัวหน้าตะโกนอย่างตื่นเต้นปลุกเหมยเฉินซิ่วจากอาการตกตะลึง หน้าของเขาเปลี่ยนทันที เรือรบทุกลำมีพลังงานมากมาย นั่นคือแหล่งที่มาของพลังงานที่ทำให้เรือรบขับเคลื่อน พลังงานทั้งหมดนี้ถูกผนึกไว้หลายชั้นและปลอดภัยอย่างมาก นี่เป็นครั้งแรกที่เหมยเฉินซิ่วเผชิญกับอาการพลังงานของเรือรบตกลง พลังดึงดูดที่รุนแรง เหมยเฉินซิ่วมองดูเรือรบธนูดำอย่างตกใจ ‘เกิดอะไรขึ้นในนั้น?’ “ถอนกำลัง!’ เหมยเฉินซิ่วตะโกน ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นน่าตกใจเกินไป แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเรือรบธนูดำ หลังจากถอยมาเกินกว่า200 ลี้แล้ว อาการพลังงานตกฮวบฮาบก็หายไป ขณะเดียวกันกลุ่มโจรสลัดที่รบเสร็จแล้วก็ตามมาสมทบ เหมยเฉินซิ่วรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น กองเรือโจรสลัดสองกองแล่นอ้อม พวกเขาหลีกเลี่ยงพายุพลังงานที่น่ากลัวโดยการตีโค้งอ้อมไปรอบๆ และเพื่อขัดขวางทางหนีของเรือรบธนูดำ นี่ยังคงหมายความว่าพวกเขาล้อมเรือรบธนูดำไว้แล้ว โดยไม่นึกถึงตำแหน่งที่เรือรบธนูดำต้องการไป พวกเขาจะถูกขัดขวางไว้นี่เป็นเหตุให้ทวีปกวงหมิงมั่นใจมากขึ้น แม้ว่าฉากภาพที่อยู่ต่อหน้าพวกเขาจะเป็นเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงก็ตาม แต่พวกเขาเชื่ออย่างหนักแน่นว่าพวกเขาเป็นต่อ แม้ว่าเรือรบธนูดำจะได้เปรียบในเรื่องความเร็ว แต่ตราบใดที่พวกเขายังถูกกักเอาไว้ พวกเขาก็จะสูญเสียความได้เปรียบ และเป็นเหมือนปลาที่อยู่ในชาม รอให้คนจับเชือด มีเรื่องเดียวที่ทำให้พวกเขาลังเล เกิดเรื่องที่เขาไม่รู้ในเรือธนูดำ **************** ถังเทียนรู้สึกว่าสงบใจลงได้ ทันใดนั้นเขารู้สึกว่าฉากภาพข้างหน้าเขาคุ้นเคยมาก ‘เหตุนี้เคยเกิดขึ้นกับเกราะทั้งเจ็ดในป้อมไพรกระบี่มาแล้วไม่ใช่หรือ?’ แต่ขนาดของมันยังน่ากลัวกว่า สมบัติที่ถังเทียนเอาออกมาเป็นระดับเงินเกือบทั้งหมด แต่เมื่อสมบัติระดับเงินตื่นขึ้นในมือของเหล่าศิษย์ทั้งหลาย จิตวิญญาณยุทธภายในสมบัติรู้สึกได้ถึงพลังงานหนาแน่นทันที พลังงานที่หนาแน่นเป็นประวัติการณ์ สัญชาตญาณในการดูดซับพลังงานเพิ่มขึ้นทันทีและระเบิดออกมา เมื่อสมบัตินับร้อยชิ้นต่างดูดซับพลังงานพร้อมกันมันสร้างผลกระทบ ยิ่งใหญ่กว่าเกราะทั้งเจ็ดชุดที่ป้อมไพรกระบี่และยังน่ากลัวมากกว่า พลังงานทั้งหมดในเกาะใต้ถูกดึงดูดและหลั่งไหลเข้ามาในสมบัติทั้งหมด รัศมีแสงก็คือพลังงานดูดซับอย่างบ้าคลั่งของสมบัตินั่นเอง ถังเทียนสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าสมบัติเสริมพลังความแข็งแกร่งในระดับความเร็วสูง ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือสมบัติบรอนซ์ ทั้งหมดกลายเป็นสีเงินเพิ่มมาตรฐานกลายเป็นสมบัติระดับเงิน สำหรับสมบัติเงินก็เริ่มมีชั้นรัศมีทองจางๆบ้างแล้ว ทันใดนั้นถังเทียนตบหน้าผากตนเองทันที ‘ข้าช่างโง่จริงๆ นี่ช่างง่ายมากทำไมข้าไม่คิดถึงเรื่องนี้?’ เหมือนกับว่าเขาเห็นถนนเต็มไปด้วยทอง