ตอนที่ 3 การล่มสลายของโลกาภิวัฒน์

Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย

‘แคร็ก!’
ทันใดนั้น เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากเปิดประตูห้องได้เปิดออก ชูฮันก็เหวี่ยงขวานฟาดลงไปบนหัวซอมบี้โดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามองด้วยซ้ำ! ‘ฟึซ!’
เสียงขวานฝังแน่นเข้าไปภายในกะโหลกศีรษะของซอมบี้ ร่างกายซอมบี้ที่ซีดเผือดกอปรกับผิวที่แตกละเอียดปรากฏตัวอยู่ห่างจากชูฮันเพียงแค่ไม่กี่เซนติเมตรเท่านั้น เลือดข้นอุ่นและสารเหลวที่ไหลออกมาจากสมองสาดกระจายไปทั่วใบหน้าของชูฮันผสมกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์จากอวัยวะของซอมบี้ที่เหม็นเน่าโชยกระจายไปทั่วห้องและโถงทางเดิน
มันปล่อยลมหายใจเฮือกสุดท้ายออกมาอย่างช้าๆ ก่อนที่ดวงตาจะค่อยๆหลับลง ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน สัญชาตญาณของเขาบอกว่า มีซอมบี้อีกตัวหนึ่งยืนห่างออกไปจากประตูประมาณหนึ่งเมตร ชูฮันเช็ดใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเลือดออกพร้อมกับคำรามขณะดึงขวานกลับมา ร่างที่ไร้ลมหายใจของซอมบี้ได้ล้มลงกระแทกกับพื้นก่อให้เกิดเลือดนองกระจายไปทั่วบริเวณ สารเหลวในสมองที่ไหลออกมาผสมกับเลือดที่เจิ่งนองไปทั่วค่อยๆย้อมสีของพื้นอิฐสีขาวเป็นสีแดงเข้มแทน ถึงแม้ว่าเขาจะจำไม่ได้ว่าซอมบี้ตนนี้คือใครหรือจะเคยรู้จักมันก็ตาม แต่เขาก็ไม่คิดจะแสดงความเมตตาใดๆออกมาทั้งนั้น ร่างกายของเขาในตอนนี้กำลังอ่อนแอเป็นอย่างมาก ถึงน้ำหนักของขวานด้ามนี้จะถือเป็นแค่หนึ่งในสิบของน้ำหนักขวานทหารที่เขาเคยใช้ต่อสู้ในชาติที่แล้ว หากแต่ในตอนนี้เขาจำเป็นต้องใช้มือทั้งสองข้างในการจับขวานเพื่อที่จะใช้งานมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการทำแบบนี้ส่งผลต่อการทำงานของร่างกายเขาอย่างมากด้วยเพราะในตอนนี้เขากำลังหายใจหอบแรงด้วยความเหนื่อยจากการปะทะเมื่อสักครู่ ในตอนแรกเริ่ม มันมีเพียงแค่ซอมบี้ตัวเดียวที่ยืนอยู่ข้างประตู หากแต่เสียงปะทะที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ได้ล่อความสนใจของเหล่าซอมบี้ที่เหลือที่อยู่ตามโถงทางเดิน พวกมันแต่ละตัวตั้งใจฟังเสียงอย่างจริงจัง พร้อมกับค่อยๆขยับตัวมาตามแหล่งที่มาของเสียง เนื้อตัวของพวกมันเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและเศษซากเนื้อเน่าเปื่อย ใบหน้าของพวกมันซีดขาว ดวงตาที่ไร้ลูกตาดำ พวกมันแสดงออกถึงท่าทางที่คุกคามขณะที่พุ่งตรงเข้าใส่ชูฮันพร้อมๆกัน ‘ว๊ากกก!’ ‘หูววว!’
ซอมบี้มากกว่าสิบตัวปรากฏขึ้นในระยะสายตาพร้อมกับเสียงคำรามที่ฟังดูน่าหวาดหวั่น บรรยากาศของโถงทางเดินพลันสลัวขึ้นมาทันที ร่างของชูฮันในชาตินี้ขาดพละกำลังแข็งแกร่งดั่งเช่นในชาติที่แล้ว เขาในตอนนี้นั้นถือว่ายังอ่อนแอเกินไปที่จะรับมือกับซอมบี้นับสิบๆตัวพร้อมกัน จริงๆแล้วเขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเขาจะสามารถจัดการกับซอมบี้แค่สี่หรือห้าตัวพร้อมกันได้หรือเปล่า หากใครถูกกัดโดยซอมบี้แล้ว คนผู้นั้นจะติดเชื้อไวรัสและกลายร่างเป็นซอมบี้ในที่สุด นอกจากนี้ ยังมีซอมบี้อีกอย่างน้อยเป็นสิบๆตัวที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง พวกมันดูคล้ายราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหยมาหลายวัน พวกมันวิ่งพล่านตรงมาที่ชูฮันเพราะได้กลิ่นหอมหวนของเนื้อสดๆที่เล็ดลอดออกมาจากตัวเขา เล็บที่แหลมคมชุ่มไปด้วยเลือดสดสีแดงเพลิงของพวกมันยืดยาวขึ้นทันที พวกมันต้องการที่จะจับชูฮัน ฉีกร่างกายเขาออกเป็นชิ้นๆ และกินอวัยวะภายในของเขา! ชูฮันยังคงปักหลักยืนนิ่งอยู่ตรงข้างกรอบประตู ถึงแม้ว่าเหล่าซอมบี้พวกนี้จะขาดสติปัญญา แต่พวกมันกลับรวมตัวกันเบียดกระแซะมุ่งหน้าตรงเข้ามาหาเขาพร้อมๆกัน ด้วยเพราะจุดที่เขายืนอยู่มันเป็นทางตัน การจะต่อสู้กับเหล่าซอมบี้พร้อมๆกันเป็นสิบตัวจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับชูฮันในตอนนี้ แต่การล่อพวกมันออกไปข้างนอกและจัดการทีละตัวฟังดูจะเป็นเรื่องที่พอเป็นไปได้อยู่ ตอนนี้หากเขายืนอยู่หลังจุดทางเข้า อันตรายจะเข้ามาจากทิศทางเดียวเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าเขาจะสามารถใช้ขวานได้อย่างอิสระ หลักการพื้นฐานที่สามัญสุดในการอยู่รอดระหว่างโลกาวินาศ คือ การใช้ทุกองค์ประกอบรอบตัวให้เกิดประโยชน์ทสูงสุด เนื่องจากเขายังไม่มีพละกำลังมากพอ ชูฮันจึงสับเปลี่ยนไปใช้ปลายด้ามทู่ของขวานแทนด้านปลายแหลม เพราะสถานการณ์อาจเลวลงร้ายได้หากด้ามขวานจมลึกฝังลงไปบนกระโหลกของซอมบี้ ‘หูววววว!’
เหล่าซอมบี้วิ่งพุ่งตรงเข้ามาหาชูฮัน ชูฮันฟันขวานลงไปอย่างแรง ไร้ซึ่งความปราณี! ‘พัฟ!’ ลูกตาของซอมบี้ถูกบดขยี้ผสมกับเลือดสีดำที่ไหลออกมาจากหลอดเลือดของมัน ของเหลวจากสมองไหลทะลักออกมากระจายเปรอะทั่วตัวชูฮัน ซอมบี้สองตัวได้ถูกฆ่า! เข้ามาสิ! ชูฮันไม่แม้แต่สนใจที่จะเช็ดส่วนผสมอันน่าขยะแขยงที่เกาะติดตามใบหน้า คอ ลิ้น และรูจมูกของเขาออกเลยสักนิด เมื่อร่างของซอมบี้ตัวที่สองล้มลงอย่างไร้ลมหายใจ ฉับพลันซอมบี้ตัวที่สามก็พุ่งโจมตีใส่ชูฮันทันที มันอ้าปากกว้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นออกทำให้ผิวซีดขาวของมันฉีกแตกขึ้นไปถึงใบหู เหงือกของมันที่มีเศษอวัยวะของมนุษย์ติดอยู่ตามซอก เกิดเสียงกระทบดึงกึกกัก เจ้าซอมบี้มีความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะฝังฟันอันแหลมคมของมันลงบนซอกคอของชูฮัน ชูฮันไม่มีแม้แต่เวลาที่พักคลายกล้ามเนื้อที่เมื่อยหล้าจากการออกแรงอย่างหนักหน่วงเมื่อสักครู่ หรือสูดลมหายใจเข้า เขารีบยกลำแขนขึ้นและฟาดขวานลงไปอย่างรวดเร็ว ความรุนแรงของขวานประกอบกับพละกำลังแข็งแกร่งของชูฮันทำให้ฟัน และขากรรไกรของซอมบี้แตกกระเจิงจนปลิวไปกระทบฝาผนัง ‘พ้ะ!’ ชูฮันถ่มน้ำลายที่เต็มไปด้วยเลือดสีดำของซอมบี้ออก เขาเกือบกลืนมันลงไปแล้ว เขามักจะทำเช่นนี้ในชาติก่อนหน้านี้ของเขาเพราะเขาไม่มีเวลาจะมาใส่ใจกับสุขอนามัยในระหว่างการต่อสู้ อย่างไรก็ตามภูมิคุ้มกันไวรัสในปัจจุบันของเขายังไม่แข็งแรงมากพอที่จะทำเช่นนั้น พละกำลังของเขาเริ่มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากการต่อสู้อันดุเดือด ร่างกายที่อ่อนแอดูเหมือนจะเริ่มปรับตัวได้หลังจากฆ่าซอมบี้ไปแล้วสามตัว ชูฮันต่อสู้ด้วยทักษะและประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่ได้สั่งสมมาตั้งแต่ในชาติที่แล้ว ยิ่งสู้ความกล้าหาญของเขายิ่งเพิ่มขึ้น ประกอบกับความปรารถอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตรอดเพื่อตามหาครอบครัว… ขวานธรรมดาๆถูกฟาดฟันอย่างคล่องแคล่ว ซอมบี้นับสิบตัวถูกทุบ ศพของพวกมันล้มทับถมซ้อนกันอยู่ตรงทางเข้า ‘แคร๊ก!’ เสียงกระโหลกของซอมบี้ตัวสุดท้ายที่ถูกบดขยี้ด้วยขวานดังขึ้น ชูฮันหอบหายใจอย่างรุนแรงขณะมองไปทั่วรอบบริเวณพร้อมจับด้ามขวานไว้อย่างแน่น แม้ว่าโถงทางเดินจะมืดสลัว แต่เขามั่นใจแล้วว่าทางเดินชั้นนี้ไม่มีซอมบี้เหลืออยู่อีกแล้ว เนื่องจากพวกมันไม่มีสติปัญญาที่จะคิดหลบซ่อน เสียงกระแทกอย่างบ้าคลั่งของซอมบี้ที่อยู่ในห้องพักกระทบประตูดังขึ้นเป็นครั้งคราว แสดงออกถึงความตื่นเต้นเมื่อมันได้ยินเสียงรบกวนในโถงทางเดิน เขาเลือกที่จะเดินผ่านกองซากซอมบี้ที่ตายแล้วและมุ่งหน้าไปยังบันได แทนที่จะสนใจเสียงพวกนั้น เขาไม่สามารถฆ่าซอมบี้ได้ทุกครั้งที่เจอ สิ่งสำคัญคือการรักษาพลังของตัวเองไว้หากอยากมีชีวิตรอด นอกจากนี้มันไม่น่าจะมีคนเหลือรอดชีวิตอยู่ภายในห้องพักนั้นได้ มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่างเท่านั้น นั่นคือมนุษย์ที่กำลังถูกซอมบี้กัดกิน หรือ อีกทางคือมนุษย์ที่ได้กลายร่างเป็นซอมบี้หลังจากติดเชื้อ ถึงจะไม่ใช่อย่างที่คิด เขาก็ไม่คิดจะสนใจคนที่กลัวแม้กระทั่งจะเปิดประตูออกมาดูเมื่อได้ยินเสียงความวุ่นวายที่ออกจะดังสนั่น ท้ายที่สุดแล้วเขาเองก็ไม่ใช่นักบุญผู้มีศีลธรรมขนาดนั้น ห้องพักของชูฮันตั้งอยู่บนชั้นสาม เขาพยายามก้าวเดินให้เบาที่สุด หลีกเลี่ยงที่จะทำให้เกิดเสียงขณะเดินลงบันได ผ่านไปสักพักชูฮันก็ลงมาถึงชั้นแรกพร้อมกับฆ่าซอมบี้ไปได้อีกห้าตัวระหว่างทาง โลกาวินาศเริ่มตั้งแต่เวลา 6.00 น. แสดงว่าผู้ดูแลหอพักยังไม่ได้เปิดประตูหอพัก ดังนั้นมันจึงยังมีแม่กุญแจเหล็กขนาดใหญ่ล็อคคล้องประตูอย่างแน่นหนาไว้อยู่ ผู้ดูแลหอได้กลายร่างเป็นซอมบี้ไปแล้วเรียบร้อยพร้อมกับเดินวนย่ำไปมาหน้าห้องพักเหมือนคนบ้า ชูฮันรู้ดีว่าเขาไม่พละกำลังมากพอจะตัดกุญแจเหล็กนั้นได้ อีกทั้งเสียงที่จะเกิดขึ้นอาจดึงดูดความสนใจของซอมบี้อีกจำนวนมากมาที่เขา ชูฮันมองเห็นเหล่าซอมบี้ที่รออยู่ด้านนอกประตู พวกมันพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่เนื้อสดๆทันทีที่เห็น แม้กระทั่งเลือดที่สาดกระเซ็นอยู่ตามพื้น พวกมันก็ยังใช้ลิ้นอันน่ารังเกียจเลียจนถึงหยดสุดท้าย เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าไปในบ้านของผู้ดูแลหอเพื่อหากุญแจมาไขตัวล็อคประตู อย่างไรก็ตาม หากถ้าประตูถูกล็อคจากด้านในละก็นั้นจะกลายเป็นปัญหาใหญ่แน่ๆ ทันใดนั้นเอง ชูฮันก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้น เขาควรตามหาห้องที่ไม่ได้ล็อคไว้และปีนออกไปทางหน้าต่างแทน ชูฮันแนบตัวของเขาเข้ากับผนังกำแพง พยายามฟังเสียงในโถงทางเดิน ตัดสินจากประสบการณ์ที่ผ่านมาของเขามันน่าจะมีซอมบี้ประมาณสิบตัวอยู่ที่ชั้นนี้ ชูฮันเขย่งศีรษะขึ้นเพื่อกวาดตามองโดยรอบ ทันใดนั้นเองก็มีซอมบี้ตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นที่ห้องฝั่งตรงข้าม มันทำท่าสูดจมูกดมกลิ่นด้วยท่าทางสงสัย ก่อนที่ดวงตาของมันจะเปล่งประกายอย่างตื่นเต้น พลางเปิดปากโห่ร้องก้อง น้ำลายสีเหลืองปนเขียวพ่นกระเซ็นไปทั่วทุกแห่งและพุ่งเข้าหาชูฮันทันที แม้ชูฮันจะดีใจเพราะประตูที่เปิดอยู่ อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก หากแต่เขาก็จำเป็นต้องวิ่งกลับไปที่ทางเดิมเพื่อลดอันตรายที่จะเกิดขึ้น ความเร็วของซอมบี้ที่พึ่งติดเชื้อตนนี้ยังช้ากว่ามนุษย์อยู่ ดังนั้นเขามั่นใจว่าเขาจะทำสำเร็จอย่างแน่นอน ไม่มีร่องรอยของความลังเลปรากฏบนใบหน้าของชูฮันแม้แต่น้อย ชูฮันก้าวเท้าวิ่งอย่างรวดเร็วไปที่ทางเข้าห้องและหยุดยืนตรงประตูทางเข้าออก แม้ว่าความแข็งแกร่งและความรวดเร็วในปัจจุบันของเขาจะขาดไปเมื่อเทียบกับชาติก่อนหน้านี้ แต่เขาก็ยังคงรักษาประสบการณ์และทักษะการต่อสู้ของเขาไว้ได้อยู่ หลังจากที่วิ่งเข้าไปในห้องพักและเลือกตำแหน่งที่เหมาะสมได้แล้ว ชูฮันก็หมุนตัวกลับหลังหันไปเผชิญหน้ากับซอมบี้ พร้อมกับวาดแขนออกไปฟาดขวานลงไปที่หัวของมันอย่างแรง! ‘ปักกกก!’ ศีรษะของซอมบี้แยกออกเป็นสองส่วน ของเหลวในสมองไหลทะลักออกมาก่อนที่ร่างของมันจะทรุดลงไปกองอยู่บนพื้น
ชูฮันสะบัดแขนที่เมื่อยล้าของเขา ก่อนจะดึงขวานที่ฝังลึกอยู่ในกระโหลกออก
เสียงที่เกิดขึ้นได้ล่อซอมบี้เก้าตัวที่เหลืออยู่มาที่เขา ชูฮันเลือกที่จะไม่ปิดประตูและยืนนิ่ง จัดวางตำแหน่งตัวเองไว้ด้านหลังทางเข้าออก กล้ามเนื้อของเขาตึงเครียดขณะเตรียมตัวพร้อมที่จะเหวี่ยงขวานทันทีเมื่อซอมบี้ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้า เสียงฟาดฟันของขวานดังกระหึ่มไปทั่วอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้แรงของชูฮันจะเริ่มหมด หากเขายังคงความสงบและสำรวมตำแหน่งของตังเองไว้ได้ หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด…ในที่สุดเขาก็ฆ่าซอมบี้ทั้งหมดได้สำเร็จ ต่อมา ชูฮันหยิบขวดน้ำในกระเป๋าเป้ที่หลังออกมา ค่อยๆดื่มน้ำอย่างช้าๆ ลิ้มรสทุกหยาดหยด ความเฉลียดฉลาดของมนุษยชาติที่สามารถผลิตสิ่งที่สะดวกเช่นนี้ได้ควรได้รับการชื่นชม เขาหยิบขวานขึ้นมาหลังจากดื่มน้ำเสร็จ จากนั้นก็ก้าวเท้าเดินไปตามโถงทางเดินอีกครั้ง ถึงแม้หัวใจที่เคยอ่อนแอของเขาจะได้เปลี่ยนเป็นเหล็กไปแล้วตลอดช่วงชีวิตสิบปีที่ผ่านมา หากแต่เขาก็มิได้กลายเป็นสัตว์เดรัจฉานไร้ศีลธรรม เขายังคงรักษาธรรมชาติที่มนุษย์ทุกคนควรมีอยู่ไว้ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถช่วยทุกคนที่ตกอยู่ในอันตรายได้ แต่เขาก็จะช่วยคนที่อยู่ในหอพักให้ดีที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ชูฮันไม่ได้มีความรู้สึกหวาดกลัวซอมบี้เลยแม้จะกลับมาเกิดมาใหม่ เขารู้ดีถึงกฎแห่งการมีชีวิตอยู่รอด สำหรับคนอื่นๆความสูญเสียมากมายอาจเกิดขึ้นเพราะนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเขาประสบกับสถานการณ์เช่นนี้ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม พวกเขากล้าที่จะเผชิญกับวิกฤติเมื่ออยู่รวมตัวกันเท่านั้น ซอมบี้ส่วนใหญ่ที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงที่ดังเล็ดออกมาจากในหอพัก พวกมันรวมตัวกันพยายามที่จะพังประตูเหล็กเข้ามา แขนสีเทาราวกับขี้เถ้าของพวกมันขยายออก เผยให้เห็นกระดูกใต้เนื้ออันเน่าเปื่อย พวกมันเบียดกระแทกตัวเองเข้ากับประตูอย่างรุนแรง ไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ เนื้อที่เน่าเปื่อยถูกบดขยี้ติดไปกับประตูเมื่อพวกมันกระแทกตัวเข้ากับประตูอย่างรุนแรงจนชิ้นส่วนของเนื้อหลุดลุ่ย ส่งผลให้ประตูเหล็กถูกปกคลุมเต็มไปด้วยเลือดหนืดข้นสีดำ ชูฮันและทางออกอยู่ห่างกันเพียงแค่ 7เมตร หากแต่ทั้ง 7เมตรนั้นล้วนอัดแน่นเต็มไปด้วยซอมบี้ ชูฮันไม่ได้สนใจเสียงคำรามที่แสดงออกถึงความดุร้ายของพวกมันเลยแม่แต่น้อย หากกลับเลือกที่จะโยกย้ายร่างที่ไร้วิญาณของเหล่าซอมบี้ที่เขาฆ่าตามบันไดมาวางจัดเรียงเป็นแถวยาวไปถึงประตูห้องหมายเลข 104 และใช้เจอปากกาที่เจอในห้อง เขียนติดไว้ตรงประตูแทนว่า ‘ทางออกอยู่นี้ ประตูไม่ได้ล็อค’ คนทั่วไปที่พบเห็น อาจจะคิดว่าแปลกเมื่อเจอภาพที่เหล่าซอมบี้นอนเรียงรายเพราะประตูถูกล็อคอยู่ ถึงมันจะเป็นภาพที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว แต่มันก็เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือคนอย่างเห็นได้ชัด และพวกเขาจะได้สามารถหลบหนีออกไปได้ถ้าได้เห็นมัน หลังจากออกมาจากหอพัก ชูฮันเดินอย่างช้าๆชิดไปกับกำแพงพลางกวาดตามองไปรอบๆอย่างละเอียด ถึงแม้ว่าซอมบี้จะยังพบเจอตัวได้ยากในช่วงระยะแรกของโลกาวินาศ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีเลย การระมัดระวังตลอดเวลาเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดที่เขาได้เรียนรู้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ชูฮันออกจากอาคารเมื่อรู้สึกว่าปลอดภัยแล้ว ขณะที่เขาเตรียมตัวที่จะจัดการกับเหล่าซอมบี้เพื่อที่จะออกจากประตูมหาวิทยาลัย จู่ๆก็ได้ยินเสียงร้องไห้ดังมาจากด้านหลังของหน้าต่าง “ชูฮัน! ชูฮัน! ช่วยฉันด้วย! ฉันอยู่ตรงนี้! หันมา!” “แม่ง ไอ้โง่เอ้ย!”