ตอนที่ 22 มุ่งหน้าเข้าหาความตาย

Apocalypse Meltdown โลกาวินาศล่มสลาย

บรรยากาศโดยรอบเข้าสู่ความตึงเครียดทันทีหลังจากจบคำพูดของสิบแปด ซางจิ่วตี้ขยับริมฝีปากหากแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เฉินช่าวเย่อยากจะหัวเราะออกมาหากเขาไม่มีแรงจะหัวเราะด้วยซ้ำ ด้วยเพราะพวกเขาพึ่งพ้นจากการต่อสู้อันยาวนานหลายชั่วโมงมา “กระโดด!” จู่ๆก็มีคนพูดขึ้นมา “ใช่ แค่กระโดดลงไป! นี่เราอยู่แค่ชั้นสองเอง เราน่าจะปีนลงไปได้ถ้ามีเชือก” หัวใจของชูฮันเต้นแรงยามมองออกไปนอกหน้าต่าง เขายกร่างของเหย่เทียนหลงขึ้นมาและเดินไปทางหน้าต่างไม่สนใจสายตาแปลกใจของผู้คนส่วนใหญ่ที่มองมา ค่ำคืนนี้ช่างมืดมิด ดวงจันทร์ดูเหมือนจะถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนาสีเลือด มันมีแสงสีแดงแปลกๆปรากฏขึ้นที่ลานกว้างข้างล่าง กลุ่มซอมบี้เบียดอัดตัวกันอยู่ คนที่เป็นโรคกลัวรู (trypophobia) จะต้องหวาดกลัวหากได้เห็นภาพนี้ สมองที่ซีดและเน่าเปื่อยนับไม่ถ้วนอยู่เต็มไปหมด ราวกับรูเล็กๆเมื่อมองจากระยะไกล พวกมันดูเหมือนภูติผีจากนรกที่มีลูกตาขาวซีด “นายกำลังทำอะไร?” ซางจิ่วตี้ขมวดคิ้วพลางถาม ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจขึ้นมาเอง “โจมตีพวกซอมบี้ด้วยศพ? ใช่แล้ว ทำไมฉันถึงคิดไม่ได้นะ? เราจะได้วิ่งหนีออก…” “ไม่ใช่” ชูฮันพูดขัดซางจิ่วตี้ “ศพเดียวมันไม่พอ มันมีซอมบี้มากเกินไป ในไม่ช้าร่างนี้จะไม่เหลืออะไร เรามีเวลาไม่มาก” เหล่าผู้รอดชีวิตรู้สึกกลัว ความโกรธและความหวาดกลัวทำให้พวกเขามีความคิดลบๆในหัว… “อะไร นายหมายถึงอะไร?” “นายหมายความว่าไงที่ว่าโจมตีซอมบี้เพียงศพเดียวมันไม่พอ?” “แกจะทำอะไรกับเรา? ฆ่าพวกเราให้เป็นอาหารของซอมบี้เพื่อให้พวกแกหนีไปได้?” “ไอ้หน้าตัวเมีย!” “ฉันคิดว่าแกเป็นตำรวจ?!” เหล่าผู้รอดชีวิตดูเหมือนจะเห็นพ้องต้องกันและรวมตัวกันต่อต้านชูฮันและพวกของเขา มันมีความระหวาดระแวงและความเป็นปรปักษ์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเหล่าผู้รอดชีวิต ชูฮันไม่มีความรู้สึกใดๆเนื่องจากเขาเลิกสนใจความคิดของคนอื่นมาตั้งแต่เขาต้องใช้ชีวิตคนเดียวมานับสิบปีในโลกาวินาศ เขาจะไม่ยอมเสียเวลามานั่งอธิบายว่าเขาไม่ใช่ตำรวจ “ยังโอเคมั้ย เจ้าอ้วนเฉิน?” ชูฮันเริ่มสั่ง เขาชี้ไปที่กองเลือดบนพื้น “ซับเลือดพวกนี้ขึ้นมาด้วยฟูก แล้วเอามาให้ฉัน” “ได้เลย ได้!” เฉินช่าวเย่ยังคงกลัวกับประโยคที่ชูฮันพูดว่าศพเดียวยังไม่พออยู่… หากเขาก็เลือกที่จะทำตามที่ชูฮันสั่งเสมอ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงต้องฟังชูฮันหรือทำไมถึงถูกขอให้ทำก็ตามแต่ “ฉันต้องการปืนและกระสุนเยอะๆ” ชูฮันจ้องไปที่ซางจิ่วตี้ด้วยตาทั้งสองข้าง เพราะปืนเป็นของผู้หญิงทั้งสองคน “พี่ชูฮัน?” อยู่ดีๆสิบแปดก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ เธอยื่นปืนกับกระสุนให้ชูฮัน “ฉันจะให้ทั้งหมดกับพี่” ชูฮันมึนงงเล็กน้อยหากก็พูดขอบคุณกลับไป “ขอบคุณ” สิบแปดกัดริมฝีปากพลางพูด “พี่ควรคืนให้ฉัน ถ้าเรารอดไปได้” ริมฝีปากของชูฮันขยับยิ้มแข็งๆอย่างไม่รู้จะพูดอะไร “แค่คอยดูแลเจ้าอ้วนเฉิน อย่าปล่อยให้มันทำอะไรโง่ๆละกัน” ชูฮันพูดราวกับกำลังฝากฝังเรื่องอนาคต “หัวหน้า?” เฉินช่าวเย่ที่กำลังซับเลือดด้วยฟูกนอนรู้สึกกลัวขึ้นมา “หัวหน้ากำลังทำอะไร?” เคล้ง เคล้ง เคล้ง— ซอมบี้ที่อยู่บนบันได้เกือบจะพังทลายป้อมปราการที่สร้างโดยซากศพของซอมบี้ได้แล้ว แขนขาที่หักและเศษเนื้อเน่าเปื่อยนับไม่ถ้วนค่อยๆตกลงมา ทำให้ทุกคนได้เห็นภาพลูกตาซีดขาวจำนวนมากของเหล่าซอมบี้ที่โผล่ขึ้นมาจากอีกฝั่ง กำแพงจะต้านพวกซอมบี้ได้อีกไม่นาน เพราะซอมบี้จำนวนมากพยายามพังทลายเข้ามาไม่หยุด! ชูฮันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางจ้องไปที่กลุ่มคนที่กำลังทุบผนังคอนกรีตอย่างบ้าคลั่ง “ไอ้อ้วน” ชูฮันหันกลับมาด้วยสายตาอบอุ่นที่หาได้ยาก “แกต้องเลิกขี้ขลาดได้แล้ว ต่อไปแกควรที่จะกล้าหาญในทุกๆเรื่อง แกมีศักยภาพที่แข็งแกร่งเพราะฉะนั้นแกควรเชื่อมั่นในตัวเอง” “พี่ พี่?” เฉินช่าวเย่ตกใจอย่างมาก มีความรู้สึกวูบเกิดขึ้นในใจเขา ชูฮันบรรจุกระสุนปืนใส่ตลับอย่างเงียบๆ ผูกปืนไว้กับแขนของเขา เขาจับร่างของเหย่เทียนหลงไว้ด้วยมือข้างเดียว และฟูกนอนที่ซับเลือดไว้อีกข้าง “เลือดสามารถล่อพวกซอมบี้ไปได้ ส่วนเลือดที่เปรอะอยุ่บนพื้นก็ถูกทำความสะอาดหมดแล้ว ฉันจะเอากลิ่นเลือดพวกนี้ออกไปข้างนอก พวกซอมบี้จะตามกลิ่นนี้ไป และพวกเธอ…” ชูฮันมองไปที่คนอื่นๆที่ต่างแสดงท่าทางประหลาดใจต่างกันไป “พวกคุณควรจะเงียบๆกันเอาไว้ แล้วซอมบี้ตรงบันไดจะค่อยๆหายไปเองทีละตัว” เสียงกระซิบต่างหยุดลง ทุกคนต่างมองมาที่ชูฮันด้วยความไม่เชื่อ ในตอนแรกพวกเขาโทษชูฮัน และตราหน้าเขาว่าไม่ต่างอะไรกับเหย่เทียนหลง หากตอนนี้สิ่งที่ชูฮันพึ่งพูดออกมาช่างเหนือความคาดหมายพวกเขายิ่งนัก เขาจะล่อซอมบี้ไปด้วยตัวคนเดียว? ร่างเล็กของสิบแปดสั่นเทา มีความไม่เข้าใจปรากฏอยู่ในแววตาของเธอ รูม่านตาของซางจิ่วตี้หรี่ลง เธอเปิดตาขึ้นพลางร้องประท้วง “นายมันชอบทำตัวเป็นใหญ่! นายจะตายแน่ๆและนายจะ…” “ฉันรู้” ชูฮันขัดขึ้นพลางมองไปที่สิบแปด ซางจิ่วตี้และเฉินช่าวเย่ “อีกอย่าง ถึงฉันจะตายมันก็อาจจะไม่สำเร็จก็ได้” “ถ้างั้นทำไมถึงยังจะทำ?” ซางจิ่วตี้ไม่เข้าใจชูฮัน เขาจะทำสิ่งที่มันอาจจะไม่ได้ผลทำไม เธอคิดแม้กระทั่งว่าบางทีชูฮันอาจจะมีไอคิวติดลบด้วยซ้ำ ชูฮันเพียงแค่ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นและสวยงาม “อย่างน้อยพวกเธอก็จะมีเวลามากขึ้น” เมื่อพูดจบคำ… ตึก! ร่างของชูฮันพุ่งทะยานขึ้นในอากาศ เขากระโดดออกไปทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ด้วยแววตาไม่น่าไว้วางใจ จะได้มีเวลาเพิ่มงั้นเหรอ? ไม่มีทาง! “หัวหน้าาาา—” เสียงของเฉินช่าวเย่ที่ใกล้จะสลบอยู่แล้ว มันดังขนาดที่หูอาจจะดับได้ หัวใจของซางจิ่วตี้และสิบแปดแทบหยุดเต้น ชายคนนั้นพึ่งกระโดดออกไป และเหตุผลที่เขาทำแบบนั้นก็เพราะอยากซื้อเวลาให้เรา? ทุกคนต่างวิ่งมารุมดูตรงหน้าต่าง ชะเง้อคอกันมองตามร่างของชูฮันที่กระโดดลงไปพร้อมกับฟูกนอน สถานีแวะพักไม่ใช่อาคารสำหรับพักอาศัย แต่ละชั้นจึงมีความห่างกันมากกว่าหอพัก ชั้นสองของสถานีแวะพักมีความสูงเท่ากับชั้นสามหรือสี่ของอาคารทั่วไป มันเป็นไปไม่ได้สำหรับเหล่าผู้รอดชีวิตที่จะกระโดดลงมาจากความสูงขนาดนี้ ถึงแม้จะมีอะไรมารองรับช่วยลดแรงกระแทกก็ตาม ไม่ต้องพูดถึงฟูกนอนบางๆที่ชูฮันมี ถึงแม้จะไม่ตายก็อาจจะเป็นง่อยได้! คนส่วนใหญ่ทำเพียงร้องไห้และรู้สึกเสียใจ พวกเขารู้สึกแย่เพราะพวกเขามีความคิดลบๆและสงสัยในการกระทำของชูฮันมาตลอด มีซอมบี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆตรงพื้นที่โล่งข้างนอก ทันใดนั้นพวกมันได้เจอมนุษย์ที่กำลังตกลงมา พวกมันดูราวกับคนติดยา มันแสดงท่าทางตื่นเต้น พลางส่งเสียงคำรามดังก้อง ท่าทางของพวกมันเหมือนกับปีศาจที่พึ่งหาอาหารเจอ ปากที่มีกลิ่นเหม็นเน่าของพวกมันอ้ากว้างไปจนเกือบถึงใบหู ซึ่งกินพื้นที่หนึ่งในสามของหน้า เผยให้เห็นฟันแหลมคม และลิ้นเน่าเปื่อยของพวกมัน คำราม — คำราม — เหล่าซอมบี้คำรามพลางโบกแกว่งแขนไปมาอย่างแรง พวกมันกระโดดตัวขึ้น พยายามที่จะจับมนุษย์เป็นๆที่กำลังตกลงมา! เขี้ยวของพวกมันอยู่เต็มไปหมดทุกที่!