SC:

  แม้ว่าหลินเฉิง ไม่เคยคิดว่าตัวเองนั้นเป็นคนดี แต่ หวังจินหลง และลูกน้องของเขาถูก หลินเฉิง ฆ่าตายและศพยังคงเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น มันทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ ดังนั้นในที่สุด หลินเฉิง ก็ตัดสินใจที่จะ ทำหลุมฝังศพขนาดใหญ่ให้กับคนเหล่านี้ โดยการหยิบระเบิดออกมาและโยนใส่บริเวณโดยรอบทันที
  บูม!
  ด้วยเสียงระเบิดอันกึกก้องทำให้อาคารแห่งนี้ถูกทำลายลงมา ในขณะที่ระเบิดกำลังทำงานอยู่นั้น หลินเฉิง รีบใช้ความเร็วสูงสุดวิ่งออกมาจากรั้วของโรงเรียน
  หลังจากนั้นเขาก็พบเฉินเฟยหยู และคนอื่นๆยืนอยู่ที่นั่น หลินเฉิง หันมามองเศษซากพังทลายของ อดีตมัธยมอันดับ 1 ที่อยู่ด้านหลังก่อนจะถอนหายใจลึกและจากไปอย่างรวดเร็ว
  ….
  กลับมาที่บ้านของเฉินเฟยหยู
  หลังจากกลับมาถึงที่บ้านอีกครั้ง เฉินเฟยหยู รู้สึกราวกับเพิ่งเผชิญภาพลวงตา เขาควรที่จะตายไปแล้วเพราะโดนจับโดยคนของ หวังจินหลง โดยไม่คาดคิดไม่เพียงแต่เขาไม่ตายแต่ หวังจินหลง ผู้ชั่วร้าย กลับเป็นฝ่ายตายแทน เขาคาดไม่ถึงจริงๆ
  เมื่อมองไปที่หลินเฉิง กำลังนั่งอยู่ข้างกับ หยูซาน เขาก็สรุปเรื่องราวทั้งหมดได้ทันที เฉินเฟยหยู แสดงออกถึงความลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะเดินเข้าไปหา หลินเฉิง อย่างช้าๆ
  “หลิน…พี่ใหญ่หลิน!”
  เมื่อเห็นว่าหลินเฉิง กำลังกระซิบบางอย่างกับ หยูซาน เฉินเฟยหยู กำหมัดแน่นและเรียกความกล้าหาญขึ้นมาเพื่อกล่าวทักทาย หลินเฉิง
  เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลินเฉิง เงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าของ เฉินเฟยหยู กระวนกระวายใจเขารู้สึกแปลกๆ
  “นายบาดเจ็บอย่างนั้นหรอ?”
  “ไม่เป็นอะไรครับ!”
  เมื่อเห็นว่าหลินเฉิง สอบถามเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของเขา เฉินเฟยหยู โบกมืออย่างรวดเร็ว
  “เรื่องอาการบาดเจ็บของผมนั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตแต่เรื่องสำคัญก็คือพี่ใหญ่หลิน ถ้าวันนี้พี่ไม่ได้ช่วยผมเอาไว้ ผมเกรงว่า ..ผมกลับเสี่ยวซวนคงไม่มีชีวิตอยู่ในตอนนี้..”
  “โอ้!”
  เมื่อเห็นใบหน้าที่ตื้นตันของเฉินเฟยหยู หลินเฉิง รู้สึกตลก
  “ทำไมล่ะ นายคิดว่าพวกเราจะต้องตายอย่างนั้นหรอ”
  เมื่อได้ยินคำถามหยอกล้อของหลินเฉิง เฉินเฟยหยู เกาหัวด้วยความอับอาย
  “นี่..นี่…พี่ใหญ่หลินอย่าหัวเราะเยาะผมเลย!ผมไม่รู้ว่าพี่จะเก่งขนาดนี้ นอกจากนี้หวังจินหลง และกลุ่มของเขายังควบคุมผู้รอดชีวิตทั้งเขตนี้เอาไว้ ผมกลัวจริงๆว่าพี่จะไม่สามารถเอาชนะเขาได้และพาตัวเองไป….”
  “เอาละไม่เป็นอะไรแล้ว..”
  หลินเฉิง ปรบมือและพูดว่า
  “อย่ามัวพูดเรื่องอื่นอยู่เลยนายควรรักษาอาการบาดเจ็บอย่างรวดเร็ว หน้าที่ของนายยังคงเหมือนเดิม รักษาอาการบาดเจ็บของตัวเองซะ พวกฉันจะไปแล้ว
  หลังจากนั้นหลินเฉิง ก็ผิวปากเรียกโคล่าและ เทียนซือ พวกเขาพร้อมที่จะออกจากบ้านหลังนี้
  “ไม่เดี๋ยวก่อนพี่ใหญ่หลิน!”
  เมื่อเห็นว่าหลินเฉิง ต้องการจะจากไป เฉินเฟยหยู ตกตะลึงและรีบคว้าแขนของเขาเอาไว้
  “พี่จะไปที่ไหนอยู่ด้วยกันที่นี่เถอะ ผมกลับเสี่ยวซวนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยให้เวลาอีก 2-3 วันพวกเราก็จะออกเดินทางไปด้วยกัน!”
  หลินเฉิง ถูกจับด้วยมือของ เฉินเฟยหยู ทำให้เขาส่ายหัวอย่างไร้ประโยชน์และหันไปอธิบายให้ฟังว่า
  “อันดับแรกสถานที่แห่งนี้มันเล็กเกินไปสำหรับพวกเราหลายคนและอย่างที่ 2 การอยู่ร่วมกันคงไม่สะดวก นายไม่ต้องกังวลพวกเราจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่นัก!”
  หลังจากนั้นหลินเฉิง โบกมือและจากไป ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงอะไรได้บางอย่างจึงกล่าวเพิ่มเติมว่า
  “อย่างไรก็ตามฉันอาจจะใช้เวลาในการอยู่ที่นี่นานอีกหน่อยนายควรที่จะใช้เวลานี้ปรับแต่งและดูแลเรือให้ดี เมื่อฉันเสร็จธุระแล้วฉันจะมาหานาย”
  จากนั้นหลินเฉิง ก็เปิดประตูและเดินจากไป
  ….
  หลินเฉิงขับรถออกจากเขตมณฑลเพื่อหาที่พักชั่วคราวสำหรับกลุ่มของตน เนื่องจากมีซอมบี้ไม่มากนักอีกทั้งพวกมันยังถูกกวาดล้างไปเป็นจำนวนมากดังนั้นจึงมีสถานที่มากมายให้ หลินเฉิง เลือก
  หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมาหลินเฉิง หยุดรถที่หน้าอาคารที่อยู่อาศัยที่ไม่โดดเด่นแห่งหนึ่ง หลังจากที่ หยูซาน และพวกเขาลงมาจากรถ หลินเฉิง ก็เก็บรถเป็นแคปซูลและเดินเข้าไปในอาคารอย่างรวดเร็ว
  หลังจากทำความสะอาดซอมบี้ในชั้นแรกและตัวกินคนหลินเฉิง ยืนอยู่ในห้องเก็บของที่ลึกที่สุดในทางเดิน จากนั้นหยิบแคปซูลบ้านขึ้นมาเพื่อเปิดใช้งาน จากนั้นเปิดประตูเข้าไปในบ้านของตัวเอง
  ทันทีที่หยูซาน เดินเข้าไปในบ้านของตัวเองเธอรีบไปจัดการทำอาหารให้กับทุกๆคน ในขณะที่ หลินเฉิง นั่งห้อยขาอยู่บนโซฟาและผ่อนลมหายใจลึก
  แม้ว่าการต่อสู้ในวันนี้จะไม่ดุเดือดแต่ หลินเฉิง ก็ไม่รู้สึกผ่อนคลายในใจของเขา เขาเห็นเหตุการณ์การกินเนื้อมนุษย์ที่นี่ อย่างไรก็ตามเขาได้เรียนรู้ว่า หวังจินหลง และกลุ่มของเขา ใช้เนื้อมนุษย์ เป็นอาหารเสริม สร้างความแข็งแกร่งให้กับพลังมันทำให้เขาตกใจ!
  ตอนนี้หลินเฉิง ไม่กล้าคาดเดาเกี่ยวกับผู้รอดชีวิตคนอื่น การกินเนื้อของผู้มีพลังทำให้สามารถพัฒนาพลังได้นั้นไม่ใช่ความลับที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องมีคนค้นพบอย่างแน่นอน และเขาชื่อว่าอาจมีหลายคนที่รู้เรื่องนี้แล้ว!
  อีกทั้งผู้มีพลังในโลกใบนี้น้อยยิ่งกว่าผู้รอดชีวิตคนอื่นๆและยังเป็นความหวังของมวลมนุษย์ แต่ตอนนี้ผู้มีพลังกลับเป็นเหมือนพระถังซัมจั๋ง ใครได้ลิ้มรสเนื้อของพวกเขา จะมีชีวิตที่ดีขึ้น!
  หากเป็นเมื่อก่อนศัตรูของมนุษย์คงเป็นแค่เพียงซอมบี้และตัวกินคนแต่ตอนนี้พวกเขายังต้องหวาดระแวงเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเนื่องจากการมีพลังนั้น เป็นสิ่งล่อลวงใจของทุกคน
  เมื่อคิดถึงแนวโน้มเรื่องนี้หลินเฉิง รู้สึกว่าเขาต้องรีบเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวเอง หลินเฉิง เรียกระบบเมนูขึ้นมา
  ค่าพลังงานที่มีอยู่391,382 คะแนน
  ค่าพลังงานรวม416,240 คะแนน
  เมื่อดูค่าพลังงานในปัจจุบันหลินเฉิง รู้สึกปวดหัว หวังจินหลง และลูกน้องของเขามอบค่าพลังงานเพียง 60000 คะแนนเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่ากลุ่มของ หวังจิว เป็นอย่างมาก
  “เฮ้อพวกยากจน!”
  หลินเฉิง ลุกขึ้นจากโซฟาและหยิบเบียร์ 1 กระป๋องจากตู้เย็น จากนั้นพึมพำอย่างไม่พอใจ!
  “ทานอาหารได้แล้วพี่หลิน!”
  หลังจากที่เขาดื่มเบียร์จนหมดกระป๋องเขาก็ได้ยินเสียงเรียกของหยูซาน มาจากในครัว จากนั้นเขาเห็นหญิงสาวเดินออกมาพร้อมกับชามก๋วยเตี๋ยว 2 ชามวางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับกาแฟ จากนั้นหันหลังกลับไปและนำอ่างขนาดใหญ่ออกมาจากในครัว
  หลินเฉิง มองดูชามที่เต็มไปด้วยบะหมี่ และอดยิ้มไม่ได้ เขาตบหัวของโคล่าและ เทียนซือ จากนั้นพูดว่า
  “พวกแกสองคนได้กินดีขนาดนี้เพราะว่ามี หยูซาน เมื่อกินเข้าไปแล้วอย่าลืมขยันทำงานด้วยล่ะ!”
  หลังจากนั้นเขาก็หยิบชามใบใหญ่ขึ้นมาและเริ่มกินอาหาร
  “พี่หลินพี่บอก เฉินเฟยหยู ว่าเราจะอยู่ที่นี่นาน เพราะอะไรหรอ?”
  หยูซาน ถามขึ้นอย่างช้าๆในขณะที่กินบะหมี่
  เมื่อได้ยินดังนั้นหลินเฉิง เช็ดปากเเละพูดขึ้นว่า
  “สารเหลวเสริมความแข็งแกร่งของเราหมดหากเราออกทะเลในตอนนี้ มันจะมีไม่เพียงพอสิ่งที่สำคัญก็คือก่อนที่เราจะออกทะเลเราจะต้องกักตุนไว้ให้มากที่สุด”
  หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเฉิง หยูซาน ก็เข้าใจเธอพยักหน้า หญิงสาวรออยู่ที่นี่ในขณะที่ หลินเฉิง พาโคล่า ออกไปด้านนอก เพื่อ “เก็บเกี่ยว”อีกครั้ง
  ——————————–