SC:

  ครึ่งเดือนต่อมาในตอนเช้า
  “แกร็ก!”
  มีเสียงเปิดประตูออกมามี2 ร่างปรากฏขึ้นร่าง1 สูงร่าง 1 เตี้ยเดินเข้าไปในห้องแคปซูลอย่างเงียบๆ
  เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูหยูซาน ที่กำลังนอนอยู่บนโซฟารีบดึงมีดจากใต้หมอนขึ้นมาทันที ในขณะเดียวกันร่างกายของเธอก็ล่องหนหายไป
  “อย่าตกใจฉันเอง!”
  เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของหยูซาน ร่างสูงก็ยิ้มขึ้นอย่างโล่งอกตะโกนพูดกับเธอด้วยเสียงแหบห้าว
  เมื่อได้ยินเสียงนี้หยูซาน ที่กำลังจะแทงมีดใส่ร่างของคนผู้นั้นรีบหยุดลงทันทีและสังเกตเห็นว่า เงาร่างของ 2 คนที่ปรากฏนั้น คือหนึ่งมนุษย์ที่เหมือนกับคนจรจัดกับสุนัขจรจัดที่หายตัวไปนานกว่า 1 สัปดาห์
  เมื่อเห็นหลินเฉิง หยูซาน รู้สึกโล่งอก เธอบ่นขึ้น
  “จริงๆเลยพี่หลินพี่หายไปไหนมาตั้ง 1 สัปดาห์ ถ้าพี่ไม่บอกกับฉันว่าให้ฉันรออยู่ที่นี่ฉันคงวิ่งออกไปตามหาพี่แล้ว!”
  เมื่อได้ยินคำร้องเรียนจากหยูซาน หลินเฉิง ที่กำลังเหนื่อยล้าโบกมือ
  “ขอโทษด้วยบังเอิญว่าฉันเพลินไปหน่อย ฉันไปที่เขตหลินเซียน และพักอยู่ที่นั่น”
  “เฮ้อ..ฉันเป็นห่วงพี่จริงๆ!”
  เมื่อเห็นลักษณะที่ไม่แยแสของหลินเฉิง หยูซาน รู้สึกไร้พลังที่จะพูดต่อ เธอเข้าไปในห้องน้ำและเริ่มเปิดน้ำอุ่นเตรียมเอาไว้เพื่อรอให้เขาเข้าไปอาบน้ำ
  ครึ่งชั่วโมงต่อมา
  หลินเฉิง และโคล่า ที่ถูคราบสิ่งสกปรกออกจากร่างกายทั้งหมดแล้วมานั่งบนโซฟาและรอในห้องนั่งเล่นในขณะที่หยูซานยุ่งกับการทำอาหาร
  เมื่อพวกเขาไม่ได้เจอกันมา1 สัปดาห์ดูเหมือนว่าเทียนซือตื่นเต้นเมื่อได้พบกับโคล่าพวกมันเริ่มต่อสู้กันอีกครั้ง หลังจากต่อสู้เพียงไม่นาน เทียนซือ ก็ต้องยอมแพ้ และกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักของ หลินเฉิง เพื่อใกล้ชิดกับเจ้านายที่หายตัวไปถึง 1 สัปดาห์
  เทียนซือขึ้นไปนั่งอยู่บนต้นขาของ หลินเฉิง มันทำให้ หลินเฉิง รู้สึกอดไม่ได้ที่จะหยิบมันขึ้นมาและโยนมันออกไป
  “ถ้าแกไม่มีอะไรทำก็ไปช่วยหยูซาน ทำอาหารโน่น!”
  เมื่อได้ยินดังนั้นเทียนซือ ก็กระโดดออกจากโซฟาและวิ่งไปยังห้องครัว
  หลังจากนั้นสักครู่เทียนซือ ก็ติดตาม หยูซาน ออกมาอย่างระมัดระวังพร้อมกับถือจานที่เต็มไปด้วยอาหารทั้งสองมือ มันวางอาหารลงบนโต๊ะอย่างปลอดภัยพร้อมกับมองไปที่ หลินเฉิง อย่างโอ้อวด
  เมื่อเห็นอย่างนั้นหลินเฉิง ที่กำลังจะคีบตะเกียบขึ้นต้องตกตะลึง จากนั้นเขาตอบสนองด้วยการลูบหัวของมันด้วยรอยยิ้มแล้วพูดว่า
  “ทำได้ดีฉันจะให้รางวัลเป็นสารเหลวเสริมความแข็งแกร่งกับแก1 ขวด อย่าลืมขยันแบบนี้ในอนาคต”
  “โอ้วว”
  หลังจากได้ยินคำชมจากหลินเฉิง ว่าจะให้รางวัลแก่มันเทียนซือร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นและรีบหันไปมอง โคล่า ซึ่งตอนนี้กำลังสวาปามอาหารราวกับผีหิวโหย ไอลีนโนเวล
  หลังจากเทียนซือออกไปหลินเฉิง ไม่สามารถทนต่อความหิวอาหารได้อีกต่อไปเขาหยิบตะเกียบและเริ่มกิน
  “อร่อย!”
  ในขณะที่พยายามยัดอาหารเข้าไปในปากดีก็ยกย่องความสามารถในการทำอาหารของหยูซาน เขาไม่ได้กินอาหารอร่อยแบบนี้มานานแล้ว
  “ก่อนที่พี่ออกไปพี่ก็นำอาหารไปจำนวนมากนี่?ทำไมพี่ถึงหิวแบบนี้?”
  เมื่อเห็นว่าหลินเฉิง กลับมาพร้อมกับอาการของผีหิวโหย หยูซาน ซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาและเพิ่มอาหารให้เขาอย่างรวดเร็ว
  “เฮ้อ!”
  เมื่อได้ยินดังนั้นหลินเฉิง กลืนข้าวลงไปในคอและดื่มเบียร์เข้าไปอีก 1 อึกก่อนที่จะอธิบายว่า
  “ถ้าฉันไม่เคยกินอาหารที่เธอเป็นคนทำมาก่อนคงไม่รู้สึกแบบนี้มันไม่สามารถเปรียบเทียบกับอาหารที่ไร้รสชาติเหล่านั้นได้ ตอนนี้ฉันสามารถพูดได้เลยว่าถ้าไม่มีเธอพวกเราจะอยู่ยังไง..”
  “ฉัน…ฉันก็แค่ทำอาหารมันไม่สำคัญเท่าพี่หลินหรอก”
  เมื่อได้ยินคำสรรเสริญจากหลินเฉิง หยูซาน พูดอย่างเขินอาย
  “สำคัญแน่นอน!”
  เมื่อเห็นลักษณะที่ไม่มั่นใจของหยูซาน หลินเฉิงรีบหยิบอาหารขึ้นมา แล้วพูดว่า
  “ฉันเคยบอกเธอไปหลายครั้งแล้วว่าตราบใดที่เธอแสดงคุณค่าออกมาเธอย่อมสำคัญยิ่งไปกว่านั้นเธอไม่เพียงแต่มีพลังแต่ยังทำอาหารเก่งอีกด้วย เข้าใจยัง?”
  เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเฉิง หยูซาน พยักหน้าซ้ำๆเพื่อแสดงให้เห็นว่าเธอเข้าใจแล้ว
  เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังคงมีคุณธรรมและไม่โต้เถียงหยูซาน ได้แต่ส่ายหัวอย่างหมดหนทาง หลังจากที่เขารับประทานอาหารเสร็จเขาก็จุดบุหรี่ขึ้นสูบ
  “ฉันมักจะเน้นให้เธอมั่นใจตัวเองเสมอมีแต่คนที่มั่นใจตัวเองเท่านั้นที่จะสามารถทำงานได้ดี ถ้าเธอไม่มั่นใจตัวเองจะเกิดข้อผิดพลาดมากมาย สิ่งที่เธอควรจำเอาไว้ก็คือ อนาคตยังมีอุปสรรคอีกมากมายแล้วมันจะทำให้หัวใจของเธอแข็งแกร่งขึ้น!”
  …
  ในช่วงบ่ายบ้านของ เฉินเฟยหยู
  “เฟยหยูนี่มันก็นานมากกว่าครึ่งเดือนแล้วที่พี่ใหญ่หลินจากไปหรือว่าเขาจะ…”
  ในเวลานี้เฉินเฟยหยู นั่งยองๆอยู่บนดาดฟ้าของเรือนกนางนวลกำลังขัดคราบน้ำมันบนเรือ จางซวน ยืนอยู่ข้างๆพร้อมกับอาหารในมือของเธอและถามเขาอย่างใจจดใจจ่อ
  เมื่อได้ยินดังนั้นเฉินเฟยหยู จึงขัดจังหวะการพูดของเธอและพูดด้วยใบหน้ามั่นคงว่า
  “เป็นไปไม่ได้ไม่มีใครทำให้พี่ใหญ่หลินลำบากได้ในเขตเฉินเจียงนี้!”
  จางซวน ยังคงรู้สึกกังวล
  “แต่พี่ใหญ่หลินออกไปนานกว่าครึ่งเดือนแล้วไม่เคยกลับมาหาพวกเราสักครั้งฉันรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ…”
  “ฮึม!เธอไม่ต้องคิดมากหรอกจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับพี่ใหญ่หลินและฉันจะเป็นคนพาเขาออกทะเล!”
  เมื่อเห็นว่าจางซวน กำลังสงสัยเกี่ยวกับ หลินเฉิง เฉินเฟยหยู ขมวดคิ้วและทำใบหน้าจริงจัง
  เมื่อได้ยินคำพูดจริงจังของเฉินเฟยหยู จางซวน พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง
  “พวกเราอยู่ด้วยกันมากี่ปีแล้วฉันเป็นใคร นายไม่เข้าใจอย่างนั้นหรอ พี่ใหญ่หลินไม่เพียงแต่ช่วยนายแต่ช่วยฉันด้วย!ในทางกลับกันพวกเราควรไปส่งพวกเขาที่เกาะหนานซู ยิ่งกว่านั้นในตอนนี้บริเวณโดยรอบก็หาอาหารยากมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าพวกเราอยู่ที่นี่คงจะต้องอดตายสักวัน ดังนั้นฉันจะไปด้วย!”
  หลังจากได้ยินคำพูดของจางซวน เฉินเฟยหยู ยิ้มอย่างขมขื่นและขอโทษ เป็นเรื่องยากที่ จางซวน จะแสดงออกถึงความโกรธ หญิงสาวเดินมาหาชายหนุ่มและยัดอาหารลงไปในมือของเขา
  “รีบกินแล้วก็รีบทำงานซะ!นายใช้เวลาเกี่ยวกับเรือลำนี้มานานกว่า2 อาทิตย์แล้ว”
  หลังจากเฉินเฟยหยู ได้ยินความห่วงใยจาก จางซวน เขาไม่พูดอะไรมากและรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของเธอ
  ———————————-